คนดีๆควรทำความรู้จักปืน 5 กระบอก (เป็นอย่างน้อย)

ผมมีความเชื่อว่า คนดีๆควรจะหัดใช้ปืนให้เป็นและเลือกปืนที่เหมาะสมไว้ในครอบครองครับ 

ปืนเป็นอาวุธ แต่ก็เป็นเครื่องมือให้คนดีๆอย่างเราสามารถปกป้องครอบครัว, คนเที่เรารัก และตัวเราเองจากภัยคุกคามที่มีมากขึ้นเรื่อยๆในยุคนี้ครับ 

ในอเมริกา เมื่อโทรเรียกตำรวจ ความเร็วเฉลี่ยในการตอบสนองคือ 23 นาที ส่วนกระสุนขนาด .357 มีความเร็วเฉลี่ย 1,400 ฟิต ต่อ วินาที
สำหรับบ้านเรา หมายเลขคือ 191 ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะพยายามมาช่วยเหลือเราให้เร็วที่สุด แต่ระหว่างนั้น อะไรคือหลักประกันความปลอดภัยของคนที่เรารัก?

มีเพื่อนๆมือใหม่หลายคนมาปรึกษาว่าจะซื้อปืนอะไรดี บางคนมีปืนกระบอกแรกแล้วก็อยากได้กระบอกที่ 2 ที่ 3 ก็ถามอีกว่าจะซื้ออะไรดี

ผมเองก็ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ, ไม่ใช่ครูสอนยิงปืน และไม่ใช่เจ้าหน้าที่มีประสบการณ์ในการใช้อาวุธปืน เพียงแต่สนใจศึกษามานาน, ได้ทดลองยิงปืนมาหลากหลาย,​ได้ฝึกได้เรียนมาจากครูผู้มีความรู้ และมีปืนในครอบครองอยู่บ้าง จึงอยากจะเรียบเรียงเอาสิ่งต่างๆที่สะสมเป็นความรู้เขียนออกมาให้เป็นแนวทาง สำหรับมือใหม่ผู้เริ่มต้น

ผมมีข้อสรุปว่า ในฐานะประชาชนที่ต้องการจะมีปืนไว้ป้องกันชีวิตและปกป้องคนที่เรารัก เราควรทำความรู้จัก, ฝึกใช้ และ/หรือ มีอาวุธปืน 5 ชนิดไว้ในครอบครอง ส่วนใครควรจะมีประเภทไหนบ้างก็แล้วแต่สถานที่อยู่อาศัย, สถานที่ที่เราเดินทางไป และรูปแบบการใช้ชีวิต

ปืนทั้ง 5 ประเภทที่ผมกล่าวถึงนี้คือ

  1. ปืนสั้นหรือปืนพก
  2. ปืนพกซุกซ่อน
  3. ปืนลูกซองยาว
  4. ปืนยาวขนาด .22 
  5. ปืนยาวไรเฟิ้ลชนวนกลาง

ปืนทั้ง 5 ประเภทนี้มีข้อเด่นข้อด้อยและการใช้งานในแต่ละสถานการณ์แตกต่างกันไป

1) ปืนสั้นหรือปืนพก 

ถ้าคุณเป็นคนที่อยู่อาศัยในเมืองและต้องการมีปืนกระบอกแรกไว้ป้องกันตัว ปืนสั้นคือปืนกระบอกแรกที่คุณควรจะซื้อครับ มันควรจะเป็นปืนที่ใช้ป้องกันตัวจากภัยคุกคามเมื่อคุณอยู่ในที่พักอาศัยและสามารถใช้ฝึกให้คุ้นเคยกับการใช้อาวุธปืนได้ ข้อสองนี่สำคัญพอๆกับข้อแรกนะครับ

ปืนสั้นขนาดกลางๆ ไม่เล็กเกินไป ใช้กระสุนที่ไว้ใจได้แต่ไม่แรงจนเกินไป เหมาะที่จะเป็นปืนกระบอกแรกถ้าคุณอยู่อาศัยในเมืองเป็นหลัก

เมื่อจุดประสงค์คือการใช้ป้องกันตัวในที่อยู่อาศัย ปืนจึงไม่จำเป็นต้องมีขนาดเล็กจนเกินไป สิ่งที่มือใหม่ต้องทำความเข้าใจก่อนก็คือปืนที่เล็กและลำกล้องสั้นมากๆสำหรับพกพาซุกซ่อนนั้นจะยิงให้ดีได้ยากไม่เหมาะที่จะเป็นปืนกระบอกแรกที่ใช้ฝึกยิง ปืนเล็กๆนั้นควรเก็บไว้ซื้อเป็นปืนกระบอกต่อไปครับ

ปืนสั้นเซมิออโต้เป็นที่นิยมสูงมากในปัจจุบัน ปืนชนิดนี้มีการทำงานของกลไกที่ต้องทำความเข้าใจให้ดี และฝึกให้คุ้นเคยอยู่เสมอจึงจะปลอดภัยและใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ปืนสั้นปัจจุบันมีกลไกให้เลือก 2 แบบ คือแบบลูกโม่และแบบเซมิออโต้ ซึ่งมีจุดเด่นจุดด้อย ต่างกันออกไป เรื่องสำคัญอีกอย่างก็คือการเลือกกระสุนที่มีอำนาจหยุดยั้งพอสำหรับการหยุดภัยคุกคาม

ปืนลูกโม่ขนาด .38 หรือ .357 ลำกล้อง 4 นิ้วคือทางเลือกที่ดีมากอีกทางหนึ่งสำหรับปืนสั้นป้องกันตัว

ทำความเข้าใจได้ดีก่อนเลือกซื้อนะครับ เพราะสำหรับหลายๆคน นี่อาจจะเป็นปืนกระบอกเดียวที่มีครับ

อ่านรายละเอียดเรื่องการเลือกปืนสั้นกระบอกแรกได้ที่หน้านี้ครับ


2) ปืนพกซุกซ่อน

ปืนพกซุกซ่อนเป็นปืนที่มีขนาดเล็ก สามารถพกซ่อนที่เอว,​ข้อเท้า, ในกระเป๋ากางเกงหรือในกระเป๋าถือได้ เป็นปืนที่เราควรมีและฝึกใช้ให้คล่องถ้าหากในชีวิตของเราจำเป็นต้องไปในพื้นที่เสี่ยง, ทำอาชีพที่มีความเสี่ยง หรือคิดว่าจะมีภัยคุกคามเกิดขึ้นนอกบ้าน (อันนี้อาจจะเกิดขึ้นกับใครก็ได้ในจังหวะหนึ่งของชีวิต) 

ปืนพกซุกซ่อน ปืนขนาดเล็กที่สามารถนำติดตัวไปได้อย่างมิดชิดเมื่อมีเหตุจำเป็น อาจจะเป็นสิ่งที่ช่วยให้คุณเอาตัวรอดได้ในสถานการณ์คับขัน

ต้องทำความเข้าใจกันก่อนนะครับว่า การพกพาอาวุธปืนออกนอกบ้านโดยไม่มีเหตุจำเป็น เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายนะครับ จำเป็นแค่ไหนก็เป็นเรื่องต้องพิสูจน์กัน

แต่ถ้ามีเหตุจำเป็นต้องพก หรือคิดว่าอาจจะมีเหตุจำเป็นอยากหาไว้ก่อน ก็ลองมาดูกันครับว่าปืนในกลุ่มนี้ควรมีลักษณะอย่างไร

ปืนพกซุกซ่อนนอกจากจะมีขนาดเล็กแล้ว ควรจะมีกลไกที่ปลอดภัยเป็นพิเศษ เพราะปืนเหล่านี้จะถูกพกซ่อนอยู่กับร่างกายหรือในกระเป๋าต่างๆซึ่งอาจจะถูกกระทบกระทั่ง นอกจากนี้ในจังหวะที่หยิบออกมาใช้อย่างเร่งด่วนก็อาจจะเกี่ยวรั้งกับวัตถุอื่นๆในกระเป๋า 

ปืนลูกโม่ขนาดเล็ก เป็นปืนพกซ่อนที่ได้รับความนิยมมายาวนาน

เช่นเดียวกับปืนสั้นในข้อ 1 ปืนพกซ่อนมีกลไกให้เลือก 2 แบบ คือแบบลูกโม่และแบบเซมิออโต้ ซึ่งมีจุดเด่นจุดด้อย ต่างกันออกไป เรื่องสำคัญมากสำหรับปืนพกซ่อนขนาดเล็กก็คือการเลือกกระสุนที่มีอำนาจหยุดยั้งพอสำหรับการหยุดภัยคุกคามในระยะใกล้ๆ

อ่านรายละเอียดเรื่องการเลือกปืนพกซ่อนต่อได้ที่หน้านี้ครับ


3) ปืนลูกซองยาว 

ปรมาจารย์ Jeff Cooper เคยกล่าวไว้ว่าปืนสั้นเป็นอาวุธป้องกันตัวที่มีไว้เพื่อยุติเหตุที่คนอื่นมากระทำกับเรา เพราะถ้ารู้ว่าจะต้องไปต่อสู้กับใคร ควรจะเอาปืนลูกซองไป

ลักษณะทั่วไปของปืนลูกซองคือปืนที่ยิงกระสุนลูกปลายเม็ดกลมๆได้ครั้งละหลายเม็ดจากกระสุนที่ยิงเพียงนัดเดียวทำให้มีอำนาจหยุดยั้งสูงมากในระยะประชิดไปจนถึงประมาณ 30-35 เมตร 

ปืนลูกซองคืออาวุธป้องกันตัวที่ทรงอานุภาพที่สุดชนิดหนึ่งในระยะไม่เกิน 30-40 เมตรที่ประชาชนทั่วไปจะสามารถครอบครองได้

ปัจจุบันเนื่องจากกลไกตลาดปืนของเมืองไทย ปืนลูกซองยาวจัดได้ว่าเป็นปืนที่มีราคาต่ำที่สุดในบรรดาปืนประเภทต่างๆ 

ถ้าคุณอยู่ในที่อยู่อาศัยที่มีพื้นที่กว้าง เช่นฟาร์ม หรือเป็นสวน, ไร่นา ปืนลูกซองยาวอาจจะเป็นปืนกระบอกแรกของคุณสำหรับป้องกันตัวในบ้าน หรือถ้าคุณอยู่ในเมืองแต่บ้านมีบริเวณพอสมควร ปืนลูกซองก็อาจจะเป็นเป็นปืนกระบอกที่สองหลังจากที่คุณมีปืนสั้นแล้ว

ปืนลูกซองยาวมีกลไกให้เลือกหลายแบบตั้งแต่ บรรจุเดี่ยว,​ แฝด, คานเหวี่ยง, ปั๊ม หรือ เซมิออโต้ ซึ่งมีข้อดีข้อด้อยแตกต่างกันไปสำหรับการใช้งานแต่ละแบบ นอกจากนั้นสิ่งที่สำคัญและซับซ้อนที่สุดของปืนลูกซองคือเรื่องของกระสุน 

รายละเอียดของปืนลูกซองมีมากมายเหลือเกินครับ ก่อนจะซื้อหามาใช้ ลองอ่านเรื่องตรงนี้ให้จบก่อนนะครับ 

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมของปืนลูกซองได้ที่หน้านี้เลยครับ


4) ปืนยาวขนาด .22

ถ้าคุณจะเรียนรู้การใช้ปืนยาว ปืนยาวขนาด .22 ที่เรียกกันว่าปืนลูกกรดยาวนั้นคือจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุด

กระสุนขนาด .22LR (ชื่อเต็มคือ .22 Long Rifle) เป็นกระสุนขนาดเล็กที่มีแรงรีคอล์ยไม่มาก,​เสียงไม่ดังจนเกินไป และเป็นกระสุนที่หาง่ายราคาถูกที่สุดในบรรดากระสุนปืนทั้งหมด มันจึงเป็นกระสุนที่เหมาะที่สุดที่จะใช้ฝึกพื้นฐานการยิงปืนยาว

ปืนยาวลูกเลื่อนขนาด .22 หรือกระสุนชนวนริมขนาดเล็กอื่นๆเป็นปืนที่เหมาะมากสำหรับการเรียนรู้และฝึกฝนการใช้ปืนยาว

นอกจากนี้เมื่อยิงในปืนยาว กระสุนขนาด .22 มีระยะยิงหวังผลได้ 50-100 เมตร จึงเป็นอาวุธป้องกันตัวที่เหมาะสมสำหรับคนที่อยู่อาศัยในที่กว้างเช่นในฟาร์ม ในไร่นา หรือคนที่ออกไปใช้ชีวิตกลางแจ้งในรูปแบบต่างๆ

ในขณะที่กระสุน .22 นั้นไม่มีแรงปะทะและอำนาจหยุดยั้งเพียงพอที่จะใช้กับปืนสั้นและการเผชิญหน้ากับภัยคุกคามในระยะใกล้ แต่ด้วยความแม่นยำของปืนยาวต่อเป้าหมายระยะไกล กระสุน .22 ก็สามารถสร้างความบาดเจ็บให้กับภัยคุกคามและหยุดไม่ให้เข้าใกล้ตัวเราได้

ปืนยาว .22 เซมิออโต้เป็นปืนที่สามารถใช้ป้องกันตัวได้ในระยะที่ไกลเกินไปสำหรับปืนสั้น

ปืนยาว .22 นั้นมีหลากหลายยี่ห้อและมีลักษณะกลไกหลายแบบ ตั้งแต่ บรรจุเดี่ยว,​ ลูกเลื่อน, คานเหวี่ยง, ปั๊ม หรือ เซมิออโต้ แต่ที่นิยมที่สุดก็จะเป็นแบบลูกเลื่อนและเซมิออโต้

อ่านรายละเอียดของปืนยาวขนาด .22 ได้ที่หน้านี้ครับ


5)  ปืนยาวไรเฟิ้ลชนวนกลาง

ถ้าคุณอาศัยอยู่ในที่โล่งกว้าง เช่นบ้านที่มีบริเวณนอกเมืองใหญ่, ในไร่ในฟาร์ม, หรือเดินทางใช้ชีวิตอยู่ในทุ่งโล่งดงทึบ และต้องการอาวุธไว้ป้องกันตัว คุณควรจะทำความรู้จักกับปืนไรเฟิ้ลชนวนกลางไว้ครับ

เมื่อคนที่ไม่รู้จักปืนส่วนใหญ่ได้ยินคำว่า “ไรเฟิ้ล” ก็จะนึกถึงสิ่งชั่วร้าย ปืนที่เอาไว้ลองสังหาร หรือปืนที่เอาไว้ลักลอบล่าสัตว์ 

แต่ในความจริงแล้วคำว่า  “ไรเฟิ้ล” (Rifle) นั้นแปลว่าปืนที่มีเกลียวในลำกล้องเท่านั้นเอง อาจจะเป็นปืนที่ใช้กระสุนขนาดเล็กอย่าง .22 หรือขนาดใหญ่ๆก็เรียกไรเฟิ้ลเหมือนกัน

ถ้าคุณอยู่อาศัยหรือใช้ชีวิตบางเวลาอยู่ในบ้านที่มีบริเวณ, อยู่ในที่โล่งกว้าง ระยะที่เกิดภัยคุกคามอาจจะกว่าในเมืองมาก ในที่โล่งระยะที่ดูไม่ไกลนั้นอาจจะเกิน 50 เมตร 100 เมตร และระยะ 200-300 เมตรก็ดูเหมือนใกล้นิดเดียว

ปืนสั้นมีระยะหวังผลใช้งานอยู่ที่ 20-30 เมตรเท่านั้น ปืนลูกซองก็ไม่เกิน 40-50 เมตร ปืนยาว .22 ก็ไม่เกิน 100 เมตร ในขณะที่ภัยคุกคามที่เกิดขึ้นนอกเมืองนั้นอาจจะเกิดจากกลุ่มคนนอกกฎหมายซึ่งก็มักจะมีอาวุธผิดกฎหมายเช่นปืนยิงเร็วที่ใช้ในสงครามซึ่งมีระยะยิง 2-300 เมตร

ในพื้นที่โล่งกว้างของบ้านที่มีบิรเวณในต่างจังหวัด ในสวน ในไร่ ปืนไรเฟิ้ลชนวนกลางให้โอกาสเราป้องกันตัวจากภัยคุกคามที่อาจจะมีอาวุธผิดกฎหมายได้

ปืนไรเฟิ้ลชนวนกลางในโลกนี้มีขนาดกระสุนให้เลือกมากมาย แต่ในประเทศไทยเราจะถูกจำกัดให้เลือกอยู่ในกระสุนยอดนิยมเพียง 2-3 ขนาด เช่น .223, .308 หรือ ปืนที่ใช้กระสุนปืนสั้น เช่น .357 หรือ .44 มิฉะนั้นจะหาซื้อกระสุนได้ยากมาก

สำหรับระบบกลไกของปืนไรเฟิ้ลชนวนกลางก็มีมากมายหลายแบบ แต่ที่เหมาะกับใช้ป้องกันตัวและสามารถครอบครองได้ตามกฎหมายไทยก็น่าจะเป็นระหว่างแบบ คานเหวี่ยงและแบบลูกเลื่อน 

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมของปืนไรเฟิ้ลชนวนกลางได้ที่นี่ครับ


ที่ว่ามานี้คือปืน 5 ประเภทที่คนดีๆควรจะทำความรู้จัก, ฝึกใช้ให้เป็น หรือกระทั่งมีบางแบบหรือทุกแบบไว้ในครอบครองตามแนวทางการใช้ชิวิตของแต่ละคนครับ

ปืนทั้งหมดนี้ประชาชนคนดีอย่างเราสามารถครอบครองได้อย่างถูกกฎหมายนะครับ เราควรจะภาคภูมิใจว่ากฎหมายไทยนั้นให้สิทธิกับพลเมืองสามารถครอบครองอาวุธปืนได้อย่างเพียงพอต่อการป้องกันตัว อันเป็นสัญลักษณ์ของประเทศที่เป็นเอกราชและเคารพสิทธิของประชาชน 


ข้อแนะนำที่สำคัญอีก 3 ข้อถ้าคุณอยากมีปืนครับ

Jeff Copper กล่าวไว้ว่า “การมีปืนไม่ได้ทำให้คุณพร้อมใช้อาวุธ เท่าๆกับที่การมีกีต้าไม่ได้ทำให้คุณเป็นนักดนตรี” มีปืนแล้วต้องฝึกใช้ให้เป็นและซ้อมเป็นประจำกันลืมครับ
  1. ก่อนอื่นใด เรียนรู้กฎความปลอดภัยในการใช้อาวุธปืน หากไม่เข้าใจปฏิบัติไม่ถูกต้อง ปืนเป็นสิ่งอันตรายถึงชีวิต อ่านและทำความเข้าใจกฎความปลอดภัยในการใช้อาวุธปืนได้ที่นี่ครับ
  2. ไปเรียนยิงปืน ปรมาจารย์ Jeff Copper กล่าวไว้ว่า “การมีปืนไม่ได้ทำให้คุณพร้อมใช้อาวุธ เท่าๆกับที่การมีกีต้าไม่ได้ทำให้คุณเป็นนักดนตรี”

    ในเมืองไทยมีที่สอนยิงปืนมากมาย ดีบ้าง, ปานกลางบ้าง,​ ไม่ดีบ้าง ลองอ่านตรงนี้ว่ามีที่ไหนแนะนำบ้างนะครับ
  3. ไม่ควรทำอะไรหรือครอบครองอะไรที่ผิดกฎหมายอาวุธปืนอย่างเด็ดขาด อย่างที่กล่าวมาแล้ว กฎหมายปืนบ้านเราเป็นกฎหมายที่ให้สิทธิกับประชาชนมากแล้วเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ไม่จำเป็นเลยที่เราจะต้องไปดิ้นรนหาสิ่งที่อยู่นอกเหนือกฎหมาย และการทำผิดกฎหมายอาวุธปืนมีบทลงโทษหนักมาก ลองศึกษาหาความรู้ดูนะครับ ผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนี้ครับ
คุณไม่ชอบปืน …. นั่นเป็นสิทธิของคุณ, คุณไม่เชื่อในพระเจ้า ….. นั่นก็เป็นทางเลือกของคุณ

แต่ถ้าผู้ร้ายบุกเข้ามาในบ้านคุณ สองอย่างแรกที่คุณจะทำแน่นอนคือ
1) โทรขอความช่วยเหลือจากคนที่มีปืน
2) สวดอ้อนวอนให้เขามาถึงทันเวลา

2 COMMENTS

  1. ในหัวข้อที่สอง ปืนพกซุกซ่อน ย่อหน้าสุดท้าย ต้องเป็น ระบบลูกโม่ แทนลูกเลื่อนหรือเปล่าครับ?