ถ้าคุณเป็นคนที่อยู่อาศัยในเมืองและต้องการมีปืนกระบอกแรกไว้ป้องกันตัว ปืนสั้นคือปืนกระบอกแรกที่คุณควรจะซื้อครับ มันควรจะเป็นปืนที่ใช้ป้องกันตัวจากภัยคุกคามเมื่อคุณอยู่ในที่พักอาศัยและสามารถใช้ฝึกให้คุ้นเคยกับการใช้อาวุธปืนได้ ข้อสองนี่สำคัญพอๆกับข้อแรกนะครับ

เมื่อจุดประสงค์คือการใช้ป้องกันตัวในที่อยู่อาศัย ปืนจึงไม่จำเป็นต้องมีขนาดเล็กจนเกินไป สิ่งที่มือใหม่ต้องทำความเข้าใจก่อนก็คือปืนที่เล็กและลำกล้องสั้นมากๆสำหรับพกพาซุกซ่อนนั้นจะยิงให้ดีได้ยากไม่เหมาะที่จะเป็นปืนกระบอกแรกที่ใช้ฝึกยิง ปืนเล็กๆนั้นควรเก็บไว้ซื้อเป็นปืนกระบอกต่อไปครับ

ปืนกระบอกแรกควรจะเป็นปืนที่มีขนาดไม่เล็กจนเกินไป สามารถใช้เป็นปืนเพื่อฝึกทำความคุ้นเคยกับอาวุธปืนได้ดี

ปืนสั้นปัจจุบันมีกลไกให้เลือก 2 แบบ คือแบบลูกเลื่อนและแบบเซมิออโต้ ซึ่งมีจุดเด่นจุดด้อย ต่างกันออกไป

ปืนลูกโม่ ตามที่ชื่อบอก จะบรรจุในโม่ทรงกลมได้ 5, 6, หรือ 7 นัด (อาจจะมากกว่านั้นสำหรับปืนที่ใช้กระสุนขนาดเล็กเช่น .22) เมื่อยิงไปแล้วโม่จะหมุนวนเอากระสุนนัดใหม่เข้ามาให้ยิงได้ต่อ 

ปืนลูกโม่เป็นปืนที่มีกลไกเข้าใจง่าย, ใช้งานง่ายไม่ซับซ้อน และแทบไม่มีโอกาสติดขัด การบรรจุและเลิกบรรจุกระสุนทำได้ง่ายมาก เห็นชัดเข้าใจง่าย

ปืนลูกโม่นั้นเมื่อบรรจุกระสุนเข้าในโม่แล้ว ปืนจะพร้อมใช้ทันที เพียงแต่เหนี่ยวไกเท่านั้น ไกระบบดับเบิ้ลแอ๊คชั่นนั้นก็ลากยาวและหนักทำให้ค่อนข้างปลอดภัยว่าปืนจะลั่นออกไปเมื่อผู้ยิงตั้งใจยิงเท่านั้น เมื่อต้องการเลิกบรรจุก็เพียงเปิดโม่เทกระสุนออกให้หมดซึ่งก็จะเห็นได้ชัดเจนไม่ซับซ้อน ปืนลูกโม่จึงเป็นปืนที่เหมาะมากสำหรับเป็นปืนป้องกันตัวสำหรับมือใหม่ที่มีการฝึกจำกัดและก็เป็นอาวุธชั้นยอดสำหรับผู้ที่ชำนาญ

ปืนลูกโม่เป็นปืนที่เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน ง่ายที่จะเรียนรู้สำหรับมือใหม่ที่ไม่มีพื้นฐานเรื่องปืนมาก่อน

ปืนสั้นกึ่งอัตโนมัติ หรือ เซมิออโต้ (บางครั้งเรียกกันสั้นๆว่าปืนออโต้) เป็นปืนที่บรรจุกระสุนในซองกระสุน (แม็กกาซีน) เอาซองกระสุนใส่ในตัวปืน ผู้ยิงจะต้องบริการกลไกเพื่อป้อนกระสุนนัดแรกเข้าสู่รังเพลิงก่อนจึงจะทำการยิงได้ เมื่อยิงไปหนึ่งนัด กลไกจะทำการสลัดปลอกกระสุนที่ยิงไปแล้วออกและป้อนกระสุนนัดใหม่เข้ารังเพลิงเพื่อให้พร้อมยิงต่อโดยอัตโนมัติ

ข้อดีของปืนเซมิออโต้ คือบรรจุกระสุนได้มาก บรรจุเพิ่มได้เร็วโดยการเปลี่ยนแม็กกาซีน

แต่ปืนเซมิออโต้ก็มีกลไกที่ซับซ้อนกว่า ผู้ยิงจะต้องทำความเข้าใจและฝึกฝนจนใช้งานได้คล่อง ปืนเซมิออโต้มีโอกาศติดขัดได้ (แม้จะไม่บ่อย) ซึ่งผู้ยิงจะต้องฝึกหักที่จะแก้ไขให้ได้ในยามคับขัน

ปืนเซมิออโต้เป็นที่นิยมกันมากในปัจจุบัน เพราะบรรจุกระสุนได้มาก บรรจุเพิ่มได้เร็ว แต่ผู้ยิงจะต้องทำความเข้าใจและฝึกซ้อมให้คุ้นชิน ตั้งแต่ความปลอดภัย การยิง ไปจนถึงการแก้ไขเหตุติดขัด

คำแนะนำเบื้องต้นง่ายๆสำหรับการตัดสินใจเลือกระหว่างปืน 2 แบบนี้คือ

ถ้าคุณต้องการเพียงมีปืนไว้ป้องกันตัว โดยที่จะฝึกยิงปืนเท่าที่จำเป็น ซื้อปืนลูกโม่ก่อนเลยครับ เพราะถ้าคุณไม่ต้องการทุ่มเทเวลากับการฝึกยิงปืนปืนเซมิออโต้จะซับซ้อนเกินไปครับ ปืนลูกโม่ที่ใช้งานง่ายๆก็เพียงพอแล้วสำหรับการป้องกันตัว ต่อไปถ้ายิงปืนแล้วชอบ อยากจะฝึกปืนชนิดอื่นต่อค่อยว่ากันทีหลัง 

Smith & Wesson โมเดล 67 ขนาด .38 Special ลำกล้อง 4 นิ้ว ปืนสั้นที่ผลิตมายาวนานและไว้วางใจได้ที่สุดกระบอกหนึ่ง

ถ้าคุณชอบที่จะยิงปืน ตั้งใจที่จะไปเรียน,​ ตั้งใจที่จะฝึกซ้อมเรื่อยๆ ปืนเซมิออโต้ก็สามารถเป็นทางเลือกด้วย ถ้าจะให้ดีนะครับ ไปเรียนยิงปืนก่อนที่จะซื้อปืนเลยครับ

มาถึงกระสุนที่จะใช้ กระสุนปืนสั้นนั้นมีมากมายหลายขนาดและหลายแบบมากจนสับสนมากสำหรับมือใหม่ จนอาจจะต้องเขียนเรื่องต่างหากอีกหนึ่งบท แต่สำหรับปืนกระบอกแรกของมือใหม่ ผมสรุปให้เลยก็ได้ครับว่า ถ้าเป็นปืนลูกโม่ให้ซื้อปืนขนาด .38  หรือ .357 ถ้าเป็นปืนเซมิออโต้ให้ซื้อขนาด 9มม.

กระสุนปืนสั้นขนาดต่างๆที่เป็นที่นิยม จากซ้ายไปขวา .22LR, .22 magnum, .32ACP,. .38 Special , .357 magnum, .380ACP, 9mm, .40S&W, .44 magnum, .45ACP
กระสุน 2 นัดทางซ้ายคือกระสุนปืนลูกโม่ สังเกตเห็นได้ว่ามีขอบจานท้ายสำหรับใส่กับโม่ ส่วน 2 นัดทางขวาคือกระสุนปืนเซมิออโต้ สังเกตดูว่าจานท้ายจะเท่ากับปลอกเพื่อให้ป้อนออกจากแม็กกาซีนได้แต่มีร่องบากให้ขอรั้งปืนจับได้ ทั้ง 4 นัดนี้เป็นคนละชนิดกันแต่มีหน้าตัดหัวกระสุนเท่ากันที่ .38นิ้ว หรือ 9 มิลลิเมตร จากซ้ายมาขวาคือ .38 Special, .357 แม็กนั่ม, .380 ACP และ 9mm Parabellum ปืนขนาด .357 สามารถใส่กระสุน .38 ยิงได้ แต่กระสุนอื่นๆในกลุ่มนี้ไม่สามารถสลับกันยิงได้

ที่สรุปให้อย่างนี้เลยก็เพราะว่ากระสุนทั้ง 2 แบบนี้เป็นกระสุนที่เล็กที่สุดและเบาที่สุดที่จะใช้ป้องกันตัวจากภัยคุกคามที่เป็นมนุษย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถ้ากระสุนที่เล็กกว่านี้ หรือเบากว่านี้ก็จะไม่มีความแน่นอนในการหยุดภัยคุกคามที่มีอาวุธและอาจจะทำร้ายเราได้ ถ้าใหญ่กว่านี้แรงกว่านี้ก็จะมีแรงรีคอยล์หรือแรงเตะมากเกินไปทำให้ยิงยากสำหรับมือใหม่ และกระสุนทั้ง 2 ขนาดนี้เป็นกระสุนที่ใช้กันแพร่หลายทำให้หาซื้อได้ง่ายทั้งปืนและกระสุนอีกด้วย

สำหรับตัวปืนนั้นแนะนำว่าควรเป็นปืนที่มีขนาดไม่เล็กจนเกินไป, ไม่เบาจนเกินไปและมีความยาวลำกล้องไม่ต่ำกว่า 4 นิ้ว จะเป็นปืนที่ยิงง่ายกว่าปืนเล็กๆลำกล้องสั้นๆ และเหมาะสำหรับคนที่เป็นมือใหม่หัดยิงปืน

ตัวเลือกของปืนสั้นกระบอกแรก

ปืนลูกโม่มีกลไกให้เลือก 2 แบบ คือแบบซิงเกิ้ลแอ๊คชั่นแบบที่เห็นในหนังคาวบอย ปืนแบบนี้ต้องง้างนกทุกนัดก่อนจึงจะยิงได้ ไม่เหมาะเลยที่จะเป็นปืนป้องกันตัวกระบอกแรก แบบที่ 2 คือแบบดับเบิ้ลแอ๊คชั่นที่สามารถยิงโดยไม่ต้องง้างนกก่อนได้ แบบดับเบิ้ลแอ๊คชั่นนี่ละครับ ที่ควรพิจารณา

สำหรับยี่ห้อของปืนลูกโม่ ไม่ได้มีให้เลือกมากนักและก็ไม่ต้องคิดมากครับ ฟันธงให้เลยครับว่าควรพิจารณา Smith & Wesson เป็นยี่ห้อแรกครับ เพราะเป็นปืนลูกโม่ที่พัฒนาระบบกลไกมาจนสมบูรณ์และมีการผลิตที่มาตรฐาน

Smith & Wesson โมเดล 67 ขนาด .38 Special ปืนลูกโม่ที่ลงตัวสำหรับการป้องกันตัวที่สุดรุ่นหนึ่ง อาจจะมีคนบอกคุณว่ามันไม่เท่ห์เลย ไม่ทันสมัย แต่มันไว้ใจได้ที่สุดแล้วครับ
Smith & Wesson Model 686 ขนาด.357 แม็กนั่ม ปืนที่เหมาะสำหรับการป้องกันตัวที่สุดอีกรุ่นหนึ่ง นอกจากจะใช้กระสุน .357 แม็กนั่ม แล้วยังสามารถใส่กระสุน .38 Special ยิงได้อย่างนิ่มนวลอีกด้วย

สำหรับปืนเซมิออโตนั้นมีให้เลือกมากมายเหลือเกินครับ อย่างแรกควรทำความเข้าใจกับกลไกที่แตกต่างกันของปืนเซมิออโต้ที่มี 4 แบบก่อนครับ

  1. กลไกแบบซิงเกิ้ลแอ๊คชั่น ปืนเซมิออโต้แบบนี้จะต้องง้างนกไว้ก่อนที่จะยิงกระสุนนัดแรกที่บรรจุเข้ารังเพลิงแล้ว สำหรับกระสุนนัดต่อๆไปนกจะง้างขึ้นเองอยู่แล้ว
ปืนเซมิออโต้ซิงเกิ้ลแอ๊คชั่นที่ได้รับความนิยมสูงสุดตลอดกาลคือปืนในทรง Colt 1911

ข้อดีของปืนแบบนี้คือมีไกที่คม,​ เบา และมีระยะลากไกน้อยที่สุดในบรรดากลไกแบบต่างทั้งหมด แต่นั่นก็กลายเป็นข้อควรระวังด้วยว่าปืนสำหรับป้องกันตัวไม่ควรจะมีไกที่เบาจนลั่นง่ายเกินไปภายใต้ความตึงเครียดของการป้องกันตัว ปืนซิงเกิ้ลแอ๊คชั่นนี้จะมีห้ามไกที่ผู้ยิงจะต้องใช้ทุกครั้งที่ยังไม่ต้องการทำการยิง และปลดก่อนยิง ซึ่งจะเพิ่มความซับซ้อนที่จะต้องฝึกให้คุ้นเคย ปืนส่วนใหญ่ที่ใช้ระบบนี้คือปืนแบบ 1911 และใช้กระสุนขนาด 11มม.

ปืนเซมิออโต้ซิงเกิ้ลแอ๊คชั่นที่ได้รับความนิยมสูงสุดตลอดกาลคือปืนในทรง Colt 1911 ที่เป็นปืนประจำกายทหารอเมริกันตั้งแต่ยุคสงครามโลกครั้งที่ 2
ในปัจจุบันสิทธิบัตรของปืนแบบ 1911 ที่เคยเป็นของ Colt หมดลงแล้ว มีบริษัทปืนมากมายที่ผลิตปืนแบบ 1911 ออกมา (ซึ่งส่วนใหญ่ทำได้ดีกว่า Colt เสียอีก) ในภาพนี้คือปืนจาก Kimber ซึ่งคุณภาพดีราคาไม่แพงจนเกินไปและมีแบบให้เลือกมากมาย
Remington เป็นอีกบริษัทหนึ่งที่เคยผลิตปืน 1911 มาตั้งแต่สงครามโลก และกลับมาผลิตอีกครั้งในปัจจุบัน
Wilson Combat รุ่น Wilson Carry ปืนที่ผู้เขียนยังฝันถึงอยู่ทุกวันนี้
  1. กลไกแบบดับเบิ้ล-ซิงเกิ้ล ปืนเซมิออโต้แบบนี้สามารถยิงได้จากการที่ลดนกชิดโครงปืนไว้ หรือจะง้างนกแล้วค่อยยิงก็ได้ สำหรับกระสุนนัดต่อๆไปนกจะง้างขึ้นเองอยู่แล้ว

    ข้อดีของปืนแบบนี้คือเมื่อขึ้นลำนำกระสุนขึ้นรังเพลิงแล้วจะสามารถลดนกชิดโครงปืนได้ทำให้ค่อนข้างปลอดภัยที่จะพกพาในสภาพพร้อมใช้ น้ำหนักไกนัดแรกที่ค่อนข้างหนักและลากยาวทำให้ไม่จำเป็นจะต้องมีห้ามไก (บางยี่ห้อมี บ้างยี่ห้อไม่มี) บ้างยี่ห้อมีคันลดนกทำให้การลดนกทำได้ง่ายและปลอดภัยมาก

    ข้อด้อยก็คือการที่ไกดับเบิ้ลที่ยิงโดยไม่ง้างนกนัดแรกหนักและลากยาวมาก (ยาวกว่าปืนลูกโม่ดับเบิ้ลแอ๊คชั่นมาก) และนัดต่อไปเป็นแบบซิงเกิ้ลที่เบาและสั้นกว่า ทำให้ผู้ยิง “หลงไก” และทำการยิงให้แม่นได้ค่อนข้างยาก
Berretta 92FS ที่โด่งดังมากตั้งแต่ยุคปี 80’s เพราะได้รับเลือกเข้าเป็นปืนประจำการของกองทัพสหรัฐ และถูกใช้ในหนังดังของยุคนั้นเช่น Die Hard และ Leathal Weapons เป็นปืนผู้นำเทรนของปืน 9มม.ลูกกด คันเซฟของ 92FS จะลดนกลงทันทีที่เข้าเซฟ
Sig Sauer P226 ปืน 9มม. ดับเบิ้ล-ซิงเกิ้ล ลูกดกที่ได้รับความนิยมมานานมากอีกรุ่น P226 ไม่มีเซฟ แต่มีคันลดนกลงชิดโครงปืน
CZ Model 75 และ 85 ปืน 9มม. ดับเบิ้ล-ซิงเกิ้ล ที่ดีมากๆกระบอกหนึ่ง การเข้าเซฟจะไม่ลดนกทำให้สามารถปลดเซฟยิงได้แบบซิงเกิ้ล หรือจะลดนกลงเองแล้วยิงแบบดับเบิ้ลในนัดแรกก็ได้

3. กลไกแบบดับเบิ้ลแอ๊คชั่นล้วน (Double Action Only – DAO)  ปืนเซมิออโต้แบบนี้นกปืนจะลดชิดโครงปืนทุกครั้งที่มีการขึ้นลำบรรจุกระสุนหรือยิงไปแล้ว การเหนี่ยวไกก็ต้องลากยาวเพื่อง้างนกก่อนที่จะสับลงทุกครั้ง

ปืนดับเบิ้ลแอ๊คชั่นล้วน มักจะเป็นปืนที่ดัดแปลงมาจากดับเบิ้ล-ซิงเกิ้ล เช่น SIG P226 DAO กระบอกนี้ ส่วนใหญ่จะผลิตให้กับหน่วยราชการ

ข้อดีของกลไกแบบนี้คือมีน้ำหนักไกและการลากไกสม่ำเสมอเท่ากันทุกครั้ง (คือหนักและยาว) เป็นกลไกที่เน้นความปลอดภัยในการพกพาอาวุธในสภาพพร้อมใช้เป็นหลัก ข้อด้อยก็คือการเหนี่ยวไกจะลากยาวและหนักทุกนัดทำให้ยิงให้แม่นยำค่อนข้างยาก

4. กลไกแบบใช้เข็มแทงชนวนพุ่ง (Striker Fire) เป็นปืนที่ไม่มีนกสับ แต่ทำงานโดยใช้สปริงดันพุ่งไปกระแทกแก็ปที่ท้ายกระสุน เป็นระบบที่ปลอดภัย การใช้งานไม่ซับซ้อน การลั่นไกอาจจะลากยาวกว่าและไม่คมเท่าแบบซิงเกิ้ลแอ๊คชั่น แต่ก็ดีกว่าแบบดับเบิ้ลแอ๊คชั่นมากและการลากและน้ำหนักไกจะสม่ำเสมอทุกนัด

Glock เป็นผู้นำเทรนด์ปืนโครงโพลิเมอร์ที่ใช้กลไกเข็มแทงชนวนพุ่ง ได้รับความนิยมอย่างสูงทั่วโลกเพราะตัวปืนเรียบง่าย ระบบปลอดภัย ไม่มีเซฟให้วุ่นวาย และพิสูจน์แล้วว่าทนทานมาก
Sig Sauer P320 ที่ชนะการคัดเลือกเข้าประจำกองทัพสหรัฐแทนปืน Berretta 92FS ก็ใช้ระบบกลไกเข็มแทงชนวนพุ่ง
ปืน Smith & Wesson M&P M2.0 Compact เป็นปืนโครงโพลิเมอร์ที่ใช้กลไกแบบเข็มแทงชนวนพุ่งที่น่าใช้ที่สุดกระบอกหนึ่ง

ปืนที่ใช้ระบบกลไกแข็งแทงชนวนพุ่ง เป็นปืนที่มีกลไกไม่ซับซ้อน ให้น้ำหนักไกที่ไม่ลากยาวหรือหนักจนเกินไปและสม่ำเสมอทุกนัด และยังเป็นปืนที่มีความปลอดภัยสูงอีกด้วย จึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจที่สุดแบบหนึ่งของมือใหม่ที่ต้องการมีปืนแบบเซมิออโต้

ทั้งหมดนี้คือข้อมูลพื้นฐานที่จะทำให้คุณรู้จักปืนพกที่อาจจะเป็นปืนกระบอกแรกของคุณได้ดีขึ้น และอาจจะมีตัวเลือกที่แคบลง 

แต่ปืนเป็นเพียงเครื่องมือนะครับ ส่วนที่สำคัญที่สุดคือผู้ยิงที่จะต้องเรียนรู้และฝึกใช้อาวุธปืนให้ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพที่สุดครับ 

ขอจบด้วยข้อแนะนำที่สำคัญอีก 3 ข้อถ้าคุณอยากมีปืนครับ

  1. ก่อนอื่นใด เรียนรู้กฎความปลอดภัยในการใช้อาวุธปืน หากไม่เข้าใจปฏิบัติไม่ถูกต้อง ปืนเป็นสิ่งอันตรายถึงชีวิต อ่านและทำความเข้าใจกฎความปลอดภัยในการใช้อาวุธปืนได้ที่นี่ครับ
  2. ไปเรียนยิงปืน ปรมาจารย์ Jeff Copper กล่าวไว้ว่า “การมีปืนไม่ได้ทำให้คุณพร้อมใช้อาวุธ เท่าๆกับที่การมีกีต้าไม่ได้ทำให้คุณเป็นนักดนตรี”

    ในเมืองไทยมีที่สอนยิงปืนมากมาย ดีบ้าง, ปานกลางบ้าง,​ ไม่ดีบ้าง ลองอ่านตรงนี้ว่ามีที่ไหนแนะนำบ้างนะครับ
  3. ไม่ควรทำอะไรหรือครอบครองอะไรที่ผิดกฎหมายอาวุธปืนอย่างเด็ดขาด อย่างที่กล่าวมาแล้ว กฎหมายปืนบ้านเราเป็นกฎหมายที่ให้สิทธิกับประชาชนมากแล้วเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ไม่จำเป็นเลยที่เราจะต้องไปดิ้นรนหาสิ่งที่อยู่นอกเหนือกฎหมาย และการทำผิดกฎหมายอาวุธปืนมีบทลงโทษหนักมาก ลองศึกษาหาความรู้ดูนะครับ ผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนี้ครับ