ผมมีความเชื่อว่า ปืนคือของจำเป็นเพื่อจะปกป้องคนที่เรารักและอิสรภาพของเรา และนั่นรวมไปถึง “ปืนไรเฟิ้ล” ด้วย

คนส่วนใหญ่ เมื่อได้ยินคำว่า “ไรเฟิ้ล” มักจะนึกถึงปืนยาวที่ใช้กระสุนขนาดใหญ่สำหรับการล่าสัตว์ หรืออีกส่วนหนึ่งก็จะไปนึกถึงปืนซุ่มยิงระยะไกลในภาพยนต์ และส่วนใหญ่มองว่ามันคืออาวุธที่ร้ายแรง…… และเลวร้าย

วันนี้ผมอยากจะให้คุณมีมุมมองใหม่ว่าปืนไรเฟิ้ลคืออาวุธป้องกันตัวที่คนธรรมดาอย่างเราๆควรทำความรู้จัก, ใช้ให้เป็น หรือกระทั่งควรมีไว้ในครอบครองครับ

ลองมาดูกัน


เมื่อพูดถึงอาวุธป้องกันตัว เรามักจะนึกถึงปืนพกหรือปืนสั้นเป็นอันดับแรก และอาจจะมีปืนลูกซองเป็นอันดับต่อมา 

แต่ปืนพกหรือปืนสั้นคืออาวุธป้องกันตัวในระยะใกล้ โดยส่วนใหญ่ในระยะที่พูดคุยเจรจา หรือตะโกนใส่กันได้ (การใช้ปืนสั้น ส่วนใหญ่เกิดจากการทะเลาะหรือข่มขู่กันด้วยเสียงก่อนอยู่แล้ว) 

ส่วนปืนลูกซองคืออาวุธป้องกันตัวที่มีประสิทธิภาพสูงมาก แต่ระยะของมันก็จำกัดอยู่ที่ไม่เกิน 30-40 เมตร 

ถ้าเราอยู่ในเมืองทุกวันตลอดชีวิตก็คงเพียงพอ แต่ถ้าเราอยู่ในพื้นที่เปิดเช่นบ้านนอกเมือง, ไร่นา, แค้มป์หรือป่าละครับ ในที่เปิดภัยคุกคามจะอยู่ในระยะไกลกว่านั้นมาก ในที่โล่งนี่ 40 เมตรใกล้นิดเดียวนะครับ และภัยคุกคามอาจจะอาวุธสงครามที่มีระยะยิงไกลกว่าปืนสั้นและปืนลูกซองมาก

ในระยะตั้งแต่ 40 เมตรขึ้นไปนี่ ปืนไรเฟิ้ลคืออาวุธป้องกันตัวที่ดีที่สุดครับ ถ้าคุณรู้จักใช้และมีมันอยู่ในมือ

หมายเหตุ : สำหรับคนที่ไม่คุ้นเคยกับปืนนะครับ “ไรเฟิ้ล” มาจากคำว่าเกลียว และมีความหมายว่าปืนยาวที่ลำกล้องมีเกลียวซึ่งเป็นของธรรมดามาก ไม่ใช่อาวุธร้ายแรงอย่างที่สื่อกันไปนะครับ

ปืนยาวไรเฟิ้ลมีมากมายหลายรูปแบบมีกระสุนให้เลือกหลายขนาดมาก ถ้าจะเลือกไว้ป้องกันตัวสักกระบอกควรใช้ปืนไรเฟิ้ลแบบไหนดี? มีคนออกความเห็นมากมาย

แต่ผมเชื่อและเลือกที่จะฟังคนนี้ครับ ผู้พัน Jeff Cooper 

ผู้พัน Jeff Cooper เป็นอดีต U.S. Marine ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญในทางเทคนิค, ประวัติศาสตร์ และการใช้งานอาวุธปืน และเป็นผู้ริเริ่มความคิดในการยิงปืนป้องกันตัวยุคใหม่,​ เป็นผู้ก่อตั้งสถาบันสอนยิงปืน Gunsite ที่โด่งดัง,​ เป็นผู้ก่อตั้งการยิงปืนแบบ IDPA, เขียนหนังสือไว้มากมาย ฯลฯ

มีคนพูดกันเล่นๆแบบจริงจังว่า ถ้าไม่มีผู้พัน Jeff ทุกวันนี้เราก็ยังอาจจะยืนยิงปืนสั้นกันด้วยมือข้างเดียว อีกข้างล้วงกระเป๋ากันอยู่

Jeff Cooper เขียนหนังสือไว้มากมายหลายเล่ม ดีทุกเล่ม ลองไปหาอ่านกันดูนะครับ

ปืนไรเฟิ้ลเอนกประสงค์

ผู้พัน Jeff Cooper เขียนหนังสือเกี่ยวกับปืนและการป้องกันตัวไว้มากมาย หนึ่งในหัวข้องที่ Jeff Cooper เขียนถึงหลายครั้งและเป็นการสรุปความคิดที่ตกตะกอนเกี่ยวกับปปืนไรเฟิ้ลของเขาก็คือ “General Purpose Rifle Concept” นั่นก็คือ “แนวคิดของปืนไรเฟิ้ลเอนกประสงค์”

“แนวคิดของปืนไรเฟิ้ลเอนกประสงค์” นี้มุ่งเน้นไปที่ปืนยาวไรเฟิ้ลใช้งานทั่วไปของบุคคลไม่ใช่ของกองทัพ โดยมีจุดมุ่งหมายให้ใช้งานเป็นปืนเอนกประสงค์ใช้งานทั้งป้องกันตัวจากภัยของมนุษย์หรือสัตว์, กำจัดสัตว์รบกวนปศุสัตว์หรือพืชไร่,​ หาอาหาร ฯ ถ้าจะเป็นปืนกระบอกเดียวเป็นเพื่อนตายที่คนนั้นจะมีได้ในทุกสถานการณ์ที่เขาจะรอนแรมไป

บทความเรื่อง Scout Rifle โดย Jeff Cooper ในหนังสือ Gun Digest

ต่อมาแนวคิดนี้มีชื่อเรียกกันว่า Scout Rifle แนวคิดของปืนนี้มีการประชุม Scout Rifle Conference ขึ้นเป็นครั้งแรกในเดือนธันวาคม 1983 ที่สถาน Gunsite เพื่อวิเคราะห์, หารือ และออกแบบลักษณะของปืน “ไรเฟิ้ลเอนกประสงค์” ที่จะตอบสนองความต้องการหลากหลายของคนที่จะมีปืนไรเฟิ้ลกระบอกเดียวหรือปืนยาวที่จะเอาติดตัวไปได้เพียงกระบอกเดียวแล้วใช้งานเอาตัวรอดได้ในสถานการณ์ต่างๆ  และหลังจากนั้นก็มีการประชุมอีกหลายครั้งและมีการทดลองสร้างปืนต้นแบบออกมาหลายรุ่นจนได้ความชัดเจน

ปืน Scout ต้นแบบกระบอกแรก สร้างขึ้นบนปืน Remington Model 600

“ปืนไรเฟิ้ลเอนกประสงค์ (General Purpose Rifle) คือปืนยาวที่สามารถนำพาได้สะดวก, ใช้งานสำหรับบุคคล, สามารถหยุดยั้งเป้าหมายสิ่งมีชีวิตน้ำหนักถึง 200 กิโลกรัมได้ด้วยกระสุนที่ตั้งใจยิง 1 นัด ในระยะที่ผู้ยิงสามารถวางกระสุนในจุดสำคัญได้อย่างแม่นยำ”

ลักษณะที่ชัดเจนของปืน Scout Rifle เริ่มจากขนาดและน้ำหนักที่ต้องกระทัดรัดและเบาเพื่อความคล่องตัว โดยมีความยาวไม่เกิน 1 เมตร และน้ำหนักไม่เกิน 3 กิโลกรัมเมื่อใส่อุปกรณ์ครบแต่ยังไม่บรรจุกระสุน

Jeff Cooper กับปืนต้นแบบของ Scout Rifle

ทางด้านขนาดของกระสุนนั้น เนื่องจากเป็นปืนเอนกประสงค์ที่จะต้องใช้งานได้ทั้งหาอาหารและป้องกันตัวจากภัยคุกคามจากคนและสัตว์ร้าย จึงต้องเป็นกระสุนที่มีหน้าตัดและแรงปะทะพอควร แต่ไม่ใหญ่เกินไปจนมีแรงรีคอล์ยมากในปืนที่มีน้ำหนักเบา กระสุนที่เป็นที่นิยมและ Jeff คิดว่าเหมาะที่สุดก็คือกระสุนในกลุ่มของ .308 Winchester หรือใกล้เคียงที่ใช้ลูกเลื่อนแบบสั้น (Short Action) ซึ่งก็จะทำให้ปืนมีขนาดกระทัดรัดไปด้วย

ลำกล้องนั้นไม่จำเป็นต้องหนาและหนักเหมือนปืนยิงเป้าระยะไกลเพราะจะเพิ่มน้ำหนักปืนโดยไม่จำเป็น 

สำหรับกลไกนั้น ระบบลูกเลื่อน (Bolt Action) ถูกระบุว่าเป็นระบบที่เหมาะสมที่สุด ระบบกึ่งอัตโนมัติถูกมองว่าไม่จำเป็นสำหรับการใช้งานและไม่มีปืนกึ่งอัตโนมัติที่ใช้กระสุนขนาด .308 แล้วมีขนาดและน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์ที่ต้องการ

ถ้าใครได้อ่านงานเขียนของ Jeff Cooper ก็คงจะได้เห็นว่า Jeff ไม่ใช่แฟนของปืนยาวอัตโนมัติ โดยเฉพาะปืนกลมือ และเขาไม่ชอบปืนคาร์ไบน์ที่ใช้กระสุนขนาดเล็กอย่าง .223 เป็นอย่างมาก 

ทั้งนี้เพราะ Jeff Cooper เชื่อมั่นว่า Rifleman ที่ดีที่สุดคือคนที่สามารถยิงกระสุนที่มีอำนาจหยุดยั้งเพียงพอเข้าสู่จุดสำคัญของเป้าหมายได้ในนัดแรก ดังนั้นจึงไม่มีความจำเป็นเลยที่ปืนไรเฟิ้ลสำหรับบุคคล (ไม่ใช่ปืนทางทหาร) จะต้องยิงซ้ำได้เร็ว และเขาก็เชื่อมั่นว่าการลั่นไกที่คมและไว้ใจได้ของปืนลูกเลื่อนนั้นสำคัญกว่าการยิงซ้ำเร็วของปืนกึ่งอัตโนมัติ

ลักษณะสำคัญและแปลกตาไม่คุ้นกันของ Scout Rifle ก็คือเรื่องศูนย์เล็งและกล้องเล็ง

Jeff Cooper แนะนำให้ใช้ Forward Telescope ซึ่งหมายถึงการติดตั้งกล้องเล็งกำลังขยายต่ำ (ไม่เกิน 3 เท่า) ไว้ที่ด้านหน้าของโครงปืน 

ปืนต้นแบบกระบอกที่ 3 สร้างขึ้นบนปืน Ruger Model 77 Ultralight

การใช้ Forward Mounted Scope กำลังขยายต่ำนี้มีข้อดีหลายอย่างสำหรับปืนที่ออกแบบมาให้ใช้งานแบบ Scout Rifle นี้ เช่น หากทำการยิงในระยะใกล้ ผู้ยิงสามารถเล็งยิงโดยลืมตาทั้งสองข้างได้ซึ่งก็จะมองเห็นภาพมุมกว้างไปพร้อมๆกับเห็นภาพในกล้องเล็ง สามารถมองภาพในมุมกว้าง มีความพร้อมที่จะป้องกันตัวจากภัยคุกคามที่อาจจะอยู่นอกมุมกล้อง

นอกจากนี้การติดกล้องแบบ Forward Mounted นี้ยังทำให้สามารถติดกล้องให้ต่ำลงใกล้กับแนวลำกล้องมากที่สุดโดยไม่กีดข้างการทำงานของลูกเลื่อน,​ สามารถถือปืนด้วยมือข้างเดียวโดยการกำที่โครงปืนซึ่งเป็นจุดที่น้ำหนักสมดุลย์ที่สุดได้, สามารถบรรจุกระสุนหรือแก้ไขเหตุติดขัดได้ง่ายเพราะไม่มีกล้องมาขวางเหนือช่องคายปลอก และยังสามารถติดตั้งศูนย์เล็งสำรองได้ด้วย

ศูนย์เล็งที่เป็นศูนย์เปิดหรือศูนย์รูเป็นส่วนประกอบสำคัญของ Scout Rifle ในฐานะอุปกรณ์สำรองเพราะการให้ปืนกระบอกนี้เป็นปืนกระบอกเดียวที่ผู้ยิงจะต้องฝากชีวิตไว้ได้ ถ้าหากศูนย์กล้องชำรุดไปก็สามารถถอดออกและใช้ศูนย์สำรองได้

เพื่อลดน้ำหนักปืนและเพิ่มความทนทานของการใช้งานในสภาวะต่างๆ พานท้ายที่เป็นวัสดุสังเคราะห์จะมีความเหมาะสมกว่าพานท้ายไม้

Ruger Gunsite Scout Rifle 

ผ่านมาเกือบ 30 ปี ผู้พัน Jeff จากไปแล้ว แต่แนวคิดของ Scout Rifle มีการกล่าวถึงมาตลอด และมีการนำมาทำปืนหลายครั้ง

แต่ไม่มีกระบอกไหนตรงกับแนวความคิดของ Jeff Cooper เท่ากับเมื่อบริษัท Ruger ร่วมมือกับสถาบัน Gunsite ออกแบบปืน Ruger Gunsite Scout ขึ้นมาเองในปี 2012!

จากที่เปิดตัวในปี 2012 และข้าพเจ้าก็ติดตาม, ไฝ่ฝันที่จะได้ทดสอบและเป็นเจ้าของมาตลอด มาจนถึงปัจจุบัน Ruger ผลิต ปืน Scout Rifle ขนาด .308 Win ขึ้นมาโดยใช้โครงปืนของ Ruger Model 77 เช่นเดียวกับปืนต้นแบบรุ่นที่สาม และมีให้เลือก 4 รูปแบบคือ แบบโครงปืนและลำกล้องสแตนเลสสีเงิน และแบบโครงอัลลอยดำลำกล้องสแตนเลสรมดำ โดยแต่ละแบบมีพายท้ายที่เป็น ไม้ลามิเนตหรือพายท้ายซินเทติกให้เลือก

ปืนกระบอกที่ทดสอบนี้เป็นรุ่น โครงอัลลอยดำลำกล้องสแตนเลสรมดำ พายท้ายซินเทติก ซึ่งน่าจะใกล้เคียงกับคำจัดความของ Scout Rifle ที่ Jeff Cooper วางไว้มากที่สุด!

ลองมาดูกันครับว่าที่ตรงกับแนวความคิดที่วางไว้เป็นอย่างไรบ้าง

ตัวปืนยาว 39” หรือหนึ่งเมตรพอดี น้ำหนัก 2.8 กิโลกรัม ใส่กล้องแล้ว 3 กิโลกรัมพอดีๆ
ใช้กระสุนขนาด .308 Win
มีรางติดกล้อง ด้านหน้าโครงปืน (Forward Mounted) ในภาพติดกล้องเล็ง Burris Scout กำลังขยาย 2-7 เท่า
มีจุดยึดกล้อง และขากล้องมาให้ใส่กล้องในตำแหน่งเหนือโครงปืนได้ด้วยถ้าชอบแบบนั้น
มีศูนย์หลังเป็นศูนย์รูแข็งแรงมากและปรับได้ละเอียด
ศูนย์หน้ามีปีกป้องกัน แข็งแรงมาก
ลำกล้อง 16.1 นิ้ว ลอยตัว (Free Floating) เพื่อความแม่นยำ
พายท้าย Synthetic ที่สามารถปรับความยาวถึงระยะไกได้โดยการใส่ Spacer ที่มีมาให้

จะเห็นได้ว่าปืนกระบอกนี้ตรง Spec ของ Scout Rifle ที่วางไว้อย่างไม่มีผิดเพี้ยนตรงตามความต้องการทุกข้อ และนอกจากนี้ยังมีข้อเด่นอีกหลายอย่างที่ Ruger ทำเพิ่มเติมจากแนวคิดเดิมของ Scout Rifle ทำให้ปืนกระบอกนี้น่าสนใจขึ้นไปอีกมากครับ

โครงปืนของ Ruger Model 77 ที่ใช้ระบบของ Mauser (เทียบกับปืนเมาเซอร์ดั้งเดิมกระบอกบนจะเห็นว่าคล้ายกันมาก)
สำหรับคนที่ไม่รู้มาก่อน ปืนลูกเลื่อนเมาเซอร์คือปืนที่กองทัพเยอรมันและอีกหลายสิบประเทศใช้ในสงครามโลกครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 และยังใช้ในปืนพานิชอีกมากมาย เป็นที่ยอมรับกันว่าเป็นระบบลูกเลื่อนที่ดีที่สุดและไว้ใจได้มากที่สุดแบบหนึ่ง
จุดเด่นของลูกเลื่อนเมาเซอร์คือระบบที่เรียกว่า Control Round Feed ที่จะจับท้ายกระสุนทันทีที่พ้นจาก  magazine และจะจับแน่นมากทำให้การป้อนกระสุนเข้าและการดึงปลอกกระสุนออกเป็นไปอย่างมั่นใจได้
ขอรั้งปลอกแข็งแรงมากไม่ต้องกลัวว่าจะเสียหายหรือทำงานไม่ถูกต้อง จับกระสุนแน่นอนมาก
ระบบเซฟ 3 ตำแหน่ง ผลักไปหน้าสุดพร้อมยิง
ตรงกลางห้ามไกแต่เปิดลูกเลื่อนได้ สำหรับเวลาบรรจุหรือเลิกบรรจุปืน
ดึงมาด้านหลังสุด ห้ามไก, ล็อกลูกเลื่อนเปิดไม่ได้และขวางเข็มแทงชนวนไว้ด้วย ปลอดภัยสุดๆ
แม็กกาซีนถอดได้ มีให้เลือกตั้งแต่บรรจุ 3 นัด, 5 นัด และ 10 นัด
Compensator ที่จะช่วยกำจัดแก๊สส่วนเกินออกทางด้านข้างทำให้ลดแรงเตะของปืนไปได้มาก แต่ก็จะทำให้เสียงปืนดังขึ้นพอควรเลย

เราได้ทำการทดสอบยิงปืน Ruger Gunsite Scout กันที่สนามของชมรมยิงปืนเขาอีโต้ ที่นี่สะดวกมากครับ สามารถยิงได้ถึง 500 เมตร มีกระสุน .308 Win ของ Bullet Master จำหน่าย ที่สำคัญนายสนามและเจ้าหน้าที่ทุกคนน่ารักและเป็นกันเองสุดๆครับ

เราทดลองพาดยิงแบบง่ายๆ ที่ระยะ 100 เมตรทำกลุ่มบนกระดาษ ซึ่งก็ออกมาดีมาก กลุ่มกระสุนประมาณ 1″ จากนั้นก็ทดลองยืนยิงเป้าเหล็กที่ระยะ 100 เมตร และนั่งยิงเป้าเหล็กที่ระยะ 200 และ 300 เมตร

ผ่านฉลุยครับ Ruger Gunsite Scout กระบอกนี้ ให้ความแม่นยำตามความต้องการที่ Jeff Cooper วางเอาไว้ แม้ตัวปืนจะเบา และลำกล้องจะสั้นเพียง 16.1 นิ้ว แต่ Compensator ที่มากับปืนก็ช่วยลดแรงรีคอล์ยไปจนแทบไม่รู้สึก

พาดยิงแบบง่ายๆที่ระยะ 100 เมตร
กลุ่มกระสุน ประมาณ 1นิ้ว ที่ 100 เมตร
ยืนยิงที่ระยะ 100 เมตร เป้าเหล็กรูปคนไม่มีพลาดครับ
นั่งยิงระยะ 200 และ 300 เมตร เป้าเหล็กรูปคน เข้าเป้าสบายๆครับ
Compensator ลดแรงรีคอล์ยไปได้มาก แม้ปืนจะเบา ลำกล้องจะสั้น แต่ยิงแล้วปืนยกขึ้นเพียงนิดเดียว
ระบบลูกเลื่อนทำงานคล่องตัวมาก สามารถบริหารลูกเลื่อนได้โดยไม่ต้องลดปืนลง

Ruger Gunsite Scout Rifle คงจะไม่ใช่ปืนที่จะทำให้คุณชนะการแข่งขันการพาดยิงระยะไกล หรือชนะรางวัลปืนสวยงาม แต่ Scout Rifle กระบอกนี้คือความคิดที่ตกผลึกของปรมาจารณ์ปืน Jeff Cooper ที่ออกแบบให้ตอบสนองการใช้งานทุกรูปแบบของคนธรรมดาสักคนที่จำเป็นจะต้องมีปืนยาวเพียงกระบอกเดียวเป็นเพื่อนตายที่พึ่งพาได้ในทุกสถานการณ์

และมันก็จะเป็นเพื่อนตายที่ผมเลือกครับ

1 COMMENT