Saturday, June 13, 2026

The River of the Mother of God

-

ด้วยชื่อที่สะดุดใจตั้งแต่แรกเห็นทำให้ผมต้องรีบซื้อหนังสือเล่มนี้มาอ่าน พอได้อ่านจึงรู้ว่าหนังสือเล่มนี้รวบรวมงานเขียนของ Aldo Leopold ที่ล้ำลึกกว่าชื่อเสียอีก

ถ้าใครยังไม่เคยรู้จัก Aldo Leopold ไม่ต้องแปลกใจครับ Leopold เป็นที่นับถืออย่างมากในอเมริกาแต่มีคนรู้จักน้อยมากในเมืองไทยAldo Leopold นั้นเป็นคนที่เราจะอธิบายได้ยากมากว่าเขาคือ “อะไร” เพราะเขาเป็นทั้ง นักวิชาการด้านธรรมชาติ, พนักงานป่าไม้, นักอนุรักษ์, นักเขียน, นักตกปลา, นักล่าสัตว์, อาจารย์มหาวิทยาลัย, นักปรัชญา ถ้าอยากรู้จักเขาให้มากขึ้นลองอ่านบทความที่ผมเขียนไว้จากลิ้งค์ที่ท้ายเรื่องนี้นะครับ

ในบรรดาบทความสั้นๆที่ถูกเอามารวมไว้ในเล่มนี้มีเรื่อง ”The River of the Mother of God” ที่เขียนไว้ในปี 1924

Leopold ใช้แม่น้ำลึกลับ el Rio Madre de Dios ที่กัปปิตันชาวสเปนได้ค้นพบและตั้งชื่อไว้ในทวีปอเมริกาใต้ มาเป็นตัวเล่าเรื่องตำนานในยุคก่อนนั้นเล่าขานว่าแม่น้ำนั้นมีขนาดใหญ่, ไหลเชี่ยวกราก และมันก็มุดหายเข้าไปในป่าอเมซอนที่หนาทึบจนไม่มีใครจะฝ่าเข้าไปได้เช่นเดียวกับแม่น้ำ กัปปิตันชาวสเปนนั้นก็สูญหายไปในป่าไม่มีใครได้พบเจอเขาอีก ทิ้งไว้เพียงเรื่องราวเล่าขานที่ทำให้มีเส้นหนาทึบแทนแม่น้ำที่ไม่มีจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดบนแผนที่อเมริกาใต้ในยุคนั้น

แม้จะเขียนไว้เมื่อเกือบร้อยปีก่อน แต่ Leopold ก็รู้แล้วว่ายุคของการผจญภัยเข้าไปสู่โลกที่ยังหลงสำรวจนั้นใกล้จะจบสิ้นลงแล้ว

แต่เขาก็ยังเชื่อว่า สำหรับคนกลุ่มน้อยที่มีเลือดพิเศษอยู่ในตัว คนเหล่านี้จะต้องแสวงหาการผจญภัยไปสู่ Unknown ท่ามกลางธรรมชาติพิศุทธิ์ที่ปราศจากสิ่งที่มนุษย์เรียกว่าศิวิไลเซชั่น

และนี่ก็คือเหตุผลสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้ Leopold พยายามผลักดันให้เกิด Wilderness Act เพื่อที่จะเก็บพื้นที่ธรรมชาติที่ยังพิศุทธิ์อยู่ให้คงสภาพรอดพ้นจากการ “พัฒนา” เพื่อให้คนกลุ่มน้อยนั้นได้มีโอกาสเข้าไปใช้ชีวิตในธรรมชาติที่ยังคงความเป็น Unknown ในระดับหนึ่ง และเพื่อให้คนรุ่นหลังได้มีโอกาสเห็นและได้สัมผัสธรรมชาติที่แท้จริง

สิ่งที่น่าสนใจที่เขาเขียนไว้อีกอย่างหนึ่งก็คือประชาธิปไตยและความเท่าเทียมไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องทำทุกอย่างที่คนส่วนใหญ่ต้องการและเพื่อคนส่วนใหญ่เท่านั้น เพราะคนส่วนใหญ่ไม่ได้ถูกเสมอไปในทุกสถานการณ์และเงื่อนไข และเพราะคนเรามีสิ่งที่ต้องการไม่เหมือนกัน

คนส่วนน้อยก็มีสิทธิที่จะได้รับสิ่งที่เขาต้องการเช่นกัน ความเท่าเทียมจึงอยู่ที่การจัดสรรสิ่งที่ต่างกันให้กับคนกลุ่มต่างๆให้มีโอกาสอย่างเท่าเทียมกัน

ในยุคที่เราใช้ Google Map ดูที่ไหนก็ได้ในโลกและใช้ Google ค้นหาชื่อสถานที่ทุกแห่งที่เราอยากจะไปแม้กระทั่ง el Rio Madre de Dios ในยุคที่ป่าเกือบทุกที่โดยเฉพาะอุทยานฯเข้าถึงได้ด้วยถนนและพัฒนาเป็นลานกางเต็นท์หญ้าเรียบ แต่คนกลุ่มน้อยส่วนหนึ่งก็ยังโหยหาการเข้าไปสู่ Unknown ในธรรมชาติพิศุทธิ์ที่ปราศจากร่องรอยของศิวิไลเซชั่น

อย่างน้อยผมก็ยังดีใจว่า เมื่อค้นชื่อบางชื่อของสถานที่ unknown ส่วนตัวใน Google แล้วยังไม่ขึ้นมา แต่มันจะยังเป็นเช่นนั้นได้อีกนานแค่ไหนเมื่อมนุษย์เช่นผมยังเป็นเพียงชนกลุ่มน้อยที่ไม่มีปากเสียงเช่นนี้

อ่านต่อ บทความเรื่อง Sand County Almanac และ Aldo Leopold

อ่านต่อ บทความเรื่อง Wilderness Act

ตาเกิ้น
ตาเกิ้นhttp://takern.wordpress.com
นักสำรวจ, นักเขียน และนักเล่าเรื่อง

Leave a Reply

LATEST POSTS

Beautiful time in life

รถไฟตู้นั้นคลาสสิคมาก มันมีที่นั่งเป็นไม้ ดูเหมือนมันจะถูกใช้งานมาไม่ต่ำกว่า 50-60 ปี แต่ยังสภาพดีมากเพราะได้รับการดูแลอย่างดี เมื่อรถออกพ้นชานเมืองกรุงเทพ แม่ค้าหลายคนหอบหิ้วตะกร้าขึ้นมาขายอาหาร ข้าวเหนียวหมูปิ้งห่อด้วยใบตอง บะหมี่ผัดห่อกระดาษ มันทำให้ผมได้รับความรู้สึกย้อนยุคไปถึงตอนที่นั่งรถไฟสมัยเด็กๆ นี่มันรถไฟหรือ Time Machine กันแน่! รถไฟขบวนนั้นมุ่งหน้าตะวันตก แต่แสงแดดยามเช้าก็ยังค่อยๆส่องเข้ามาทางหน้าต่างเพิ่มความงดงามให้กับบรรยายกาศย้อนยุคนั้น ผมสังเกตเห็นครอบครัวหนึ่งนั่งอยู่ในที่นั่งถัดจากผม มีพ่อแม่และลูกสามคน เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆนั่งกอดอยู่กับแม่ สายตาที่เขาสองมองกันบอกถึงความรัก ความสุข และความผูกพันที่ไม่เคยเปลี่ยนไปแม้ยุคสมัยจะเปลี่ยนแปลง ผมหยิบกล้องที่เก่าพอๆกับบรรยากาศรอบตัวขึ้นมาถ่ายรูปพวกเขาไว้ คุณแม่มองมาที่ผม ผมขออนุญาต เธอยิ้มและพยักหน้า แสงสวยและลมเย็นที่พัดเข้ามาทางหน้าต่างดูเหมือนจะเป็นใจ ผมถ่ายภาพพวกเขาไว้หลายภาพ แต่ก็ไม่ได้มากมายถ้าเทียบกับเมื่อครั้งที่ผมใช้กล้องดิจิตอล แม้จะไม่ได้เห็นภาพที่หลังกล้อง ผมก็รู้สึกว่าน่าจะได้ภาพสวย จึงลุกขึ้นไปบอกคุณแม่ว่า...

แม่หาด-ห้วยยาว เส้นทางที่ขาดหายของขุนน้ำเงา

หลังจากที่เราสำรวจและทำเส้นทางแม่เงา 101 กิโลเมตรเสร็จไปแล้วเมื่อ 2-3 ปีก่อน มันยังมีอะไรบางอย่างที่คาใจอยู่ เส้นทางช่วงบ้านแม่แฮดมาสบโขงเป็นถนนที่ไม่น่าเดินนัก การนั่งรถกลับจากห้วยยาวค่อนข้างไกลและอันตราย ผมเคยคิดถึงการเลี้ยวจากบ้านแม่แฮดไปสู่บ้านห้วยยาว มันสมเหตุสมผล แต่ก็ดำมืดเพราะถามใครก็ไม่เคยเดิน จะมีก็พี่สมยศบอกว่าเคยไปทางบ้านราชาซึ่งอยู่ทางเหนือขึ้นไปและเส้นทางก็เป็นเขาสูงไม่มีน้ำเลย จนกระทั่งเราเจอ “พาฉั๊ว” เขาเป็นพรานผู้ชำนาญป่าอยู่หมู่บ้านห้วยน้ำผึ้ง ซึ่งอยู่ระหว่างบ้านแม่หาดกับบ้านห้วยยาว เราจึงได้เริ่มวางแผนสำรวจทางเส้นนี้กัน

ความจริง ความคิด ความสัมพันธ์ ที่อยู่ข้างนอก

โลกหมุนเร็วเหลือเกิน ความรู้สึกมันบอกเรา  ทุกวันนี้แทบไม่ต้องคิดอะไร ถาม Ai แต่เรากลับเชื่ออะไรที่เห็น หรืออ่านแทบไม่ได้ เพราะแทบทุกคนระดมสร้างมันขึ้นมาได้จาก Ai ทุกอย่างดูเหมือนจะไหลตามกันไปเหมือนกระแส   สังเคราะห์ อาจจะเป็นการต่อต้านสิ่งใหม่อย่างที่หลายคนคงกล่าวหา หรืออาจจะเป็นความโหยหาอดีตอย่างที่อีกหลายคนคงคิดว่าแก่  ผมให้คุณค่ามากขึ้นกับสิ่งต่างๆที่คนใช้ความคิดที่ลึกซึ้งสร้างขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นงานเขียน, ภาพถ่าย, บทเพลง, อาหาร หรือแม้แต่เครื่องยนต์กลไก  ผมกลับไปชื่นชม และให้คุณค่ากับกระบวนความคิด การใช้เวลาทำสิ่งต่างๆด้วยมือเรา ใช้เวลาให้ช้าลง สร้างความสัมพันธ์กับสิ่งต่างๆให้ลึกซึ้งขึ้น ผมยังออกไปตระเวนหาความงดงามในความเป็นจริงของธรรมชาติ หวังว่าเมื่อใช้เวลามากขึ้น ผมจะเข้าใจ และสร้างความสัมพันธ์นั้นขึ้นมาได้ผมไม่ได้พยายามให้โลกหมุนกลับ หรือแม้แต่ช้าลง แต่ผมเลือกที่จะใช้เวลากับสิ่งที่ผมเห็นว่ามีค่า และผมก็เชื่อว่าคงจะมีคนส่วนน้อยนิดที่ชอบเช่นนั้น สวัสดีวันสงกรานต์ครับ ตาเกิ้น  14...

เวลา ที่เร่งรีบ

ผมค่อยๆคืบคลานตามหลังพี่ยุทธไปอย่างช้าๆ ช้ากว่าที่ผมคิดว่าควรจะเป็นมาก “ค่อยๆคลานไปที่พุ่มไม้นั่น ขยับตัวช้าๆนะ” พี่ยุทธกระซิบบอกผม “เอกอี้เอ้กเอ๊ก” เสียงไก่ป่าตัวผู้ขันท้า และก็มีเสียงขันตอบทันควัน ไก่ป่าจ่าฝูงปราดเข้าตีไก่หนุ่มผู้ท้าชิงที่เข้ามาใกล้ฝูงตัวเมียของมัน เสียงไก่ตีกันพึ่บพั่บอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะเงียบไป ผมเดาเอาว่าผู้ท้าชิงอาจจะเป็นฝ่ายยอมล่าถอย ชายป่าแห่งนี้ยังอุดมสมบูรณ์ เป็นที่อยู่อาศัยของไก่ป่าหลายฝูงและสัตว์​ป่าอีกหลายๆชนิด ไร่มันสัมปะหลังเป็นแหล่งอาหารให้มันลงหากิน เมื่อมีทั้งที่อยู่อาศัย หลบภัยและแหล่งอาหาร มันก็เติบโต ขยายพันธุ์เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ มากพอที่เราจะ “แบ่งปัน” มาบ้าง ผมมองลอดไม้มองเห็นฝูงไก่ป่าไม่ต่ำกว่า 7-8 ตัวเดินจิกหากินอยู่กับพื้นร่องมัน  ผมค่อยๆคลานไปกับพื้น พยายามที่จะเคลื่อนที่ช้าที่สุดอย่างที่พี่ยุทธสอน แต่ในใจก็ยังร้อนรนกลัวว่าไก่ป่าฝูงนั้นจะเคลื่อนที่ไปเสียก่อน ไก่ป่าตัวเมียตัวหนึ่งร้อง “กระต๊าก” ผมคงจะเคลื่อนตัวเร็วไปจนถูกจับได้ด้วยสายตาสุดไวของไก่ตัวนั้น ไก่ทั้งฝูงก็หันมามองทางผม พร้อมๆกับออกวิ่งและบินพึ่บเข้าป่าไปก่อนที่ผมจะมีโอกาสได้ทำอะไร เห็นได้ชัดว่าผมยังรีบร้อนเกินไป...

Most Popular

Discover more from ThailandOutdoor Netzine

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading