Wednesday, April 22, 2026
HomeDestinationCampลานกางเต๊นท์ดอยขุนตาล

ลานกางเต๊นท์ดอยขุนตาล

-

อุทยานฯขุนตาลเป็นอุทยานที่คนมองข้ามไปหมด ทั้งๆที่ที่นี่เข้าถึงง่าย ลานกางเต๊นท์แสนสบาย อยู่สูงกว่า 800 เมตรอากาศเย็นตลอดปี มีเส้นทางเดินป่าให้ยืดเส้นยืดสายกันมากมาย และที่สำคัญที่สุดเจ้าหน้าที่ที่นี่น่ารักมาก คอยช่วยเหลือแนะนำนักท่องเที่ยวในทุกเรื่องเลยครับ

คราวที่แล้วเขียนเรื่องการเดินป่าขึ้นไปนอนบนดอยขุนตาลกันแล้ว (ใครอยากอ่านเชิญที่นี่ครับ) ครั้งนี้มาแนะนำที่กางเต๊นท์ที่รถเข้าถึงกันบ้างครับ

อุทยานฯขุนตาลมีจุดกางเต๊นท์ที่รถเข้าถึงอยู่ 3 จุดครับ จุดแรกที่ข้างๆศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ตรงนี้วิวสวย สะดวกมาก มีห้องน้ำ มีร้านอาหารสวัสดิการ ตรงนี้เป็นที่ยอดนิยม

แต่ถ้าใครชอบเงียบๆ มีอีกสองจุดครับ ลานกางเต๊นท์ 2 อยู่เลยจากศูนย์บริการมา 400 เมตร อันนี้ไม่ค่อยสวย ที่ผมชอบมากคือ ลาน 1 ครับ อยู่เลยศูนย์บริการมาตามทางถนนคดเคี้ยวประมาณ สัก 2 กิโลเมตรได้มั๊ง แล้วต้องเลี้ยวซ้ายเข้าไปอีก 200 เมตร

ลาน 1 นี้เป็นลานที่ปรับเรียบ ค่อนข้างกว้าง ซ่อนอยู่ในเขา มีต้นไม้ล้อมรอบ ร่มรื่น มีห้องน้ำเล็กๆแต่สะอาด

ภาพนี้ถ่ายปลายเดือนมีนาคม ดูแห้งแล้งไปสักนิด แต่ผมเคยมาในเดือนพฤศจิกายน สวยมากครับ เขียวไปทั้งลาน

ตอนเย็นๆเห็นวิวพระอาทิตย์ตกพอได้ ไม่ได้ถึงกับสวยงามติดอันดับพันทิพย์ แต่ถ้าคุณชอบความสงบ ไม่ได้ชอบเที่ยวตามสถานที่ยอดฮิต แนะนำเลยครับ

อุทยานฯขุนตาล และลานกางเต๊นท์นี้อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลกว่า 800 เมตร จึงมีอากาศเย็นสบายเกือบทั้งปี ในภาพนี้ผมกางเต๊นท์นอนในปลายเดือนมีนาคม ตอนเย็นอากาศสบายมาก กลางคืนถึงกับหนาว เช้าๆก็ประมาณ 20 องศา

เมื่อกางเต๊นท์ที่นี่ถ้านอนสักสองคืน เราสามารถเดินไปเที่ยว น้ำตกตาดเหมยซึ่งต้องเดินเข้าจากลานกางเต๊นท์ 2 ไปประมาณ 3 กิโลเมตร ถ้าเดินย้อนออกมาจากลาน 1 แล้วเลี้ยวซ้ายไปอีกแค่ 2-300 เมตรก็จะถึงจุดชมวิวและจุดเริ่มต้นเดินเท้าสู่ ย1-ย4 จากนี้อีกเพียง 5 กิโลเมตรก็ถึง ย.4 ที่อยู่สุดทาง ทางเดินผ่านป่าดิบเขาที่สวยและร่มรื่นไปตลอดทาง น่าเดินมาก เดินเที่ยวในวันเดียวได้สบายมากครับ

การเดินทางไปขุนตาลก็แสนจะง่ายดายครับ ทุกครั้งที่เราไปเชียงใหม่ เราก็เฉียดเข้าไปใกล้อุทยานฯขุนตาลมาก แต่ดอยขุนตาลที่เราขับรถผ่านนั้นเขาเรียกว่าดอยขุนตาลน้อยนะครับ ไม่ใช่ดอยขุนตาลจริงๆ

เราสามารถเดินทางไปอุทยานขุนตาลโดยทางรถยนต์ได้สองเส้นทางครับ

1) จากทางลำปาง

จากแยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 11 สายลำปาง-เชียงใหม่ บริเวณกิโลเมตรที่ 15 – 16 ข้าง สภ.ห้างฉัตร จังหวัดลำปาง ให้เลี้ยวขวาไปอีกประมาณ 28 กิโลเมตร ก็จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ทางเส้นนี้เป็นถนนลาดยาง ช่วงที่ใกล้อุทยานมีความสูงชัน บางช่วงชำรุด รถยนต์ที่จะนำขึ้นควรเป็นรถที่มีกำลังดีและผู้ขับต้องความชำนาญในเส้นทางขึ้นเขา

ทางอาจจะดูไม่ชันนะครับ เพราะตรงที่ชันนั้นชันมากจนไม่กล้าปล่อยมือจากพวงมาลัยมาถ่ายรูปเลยครับ

2) จากจังหวัดลำพูนหรือเชียงใหม่ เดินทางตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 11 แยกขวาระหว่างกิโลเมตรที่ 46 – 47 บริเวณอำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน เป็นทางลาดยาง ระยะทางประมาณ 18 กิโลเมตร ก็จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติ เส้นทางนี้เป็นถนนลาดยางเข้ามาตามหมู่บ้าน ควรระมัดระวังช่วงที่จะเข้าสู่หมู่บ้านขุนตาน(ขับเลยจากด่านป่าตึงประมาณ 4 กิโลเมตร) เนื่องจากเส้นทางแคบ ข้างทางเป็นไหล่เขาและลำห้วยซึ่งถนนอยู่สูงจากลำห้วยมาก ขับช้าๆดีที่สุดครับ

แต่วิธีที่สะดวกที่สุดที่จะไปอุทยานฯขุนตาลคือไปทางรถไฟครับ ง่ายมาก ขึ้นรถไฟสายเหนือลงที่สถานีรถไฟขุนตาน แล้วเดินเท้าขึ้นที่ทำการประมาณ 1.3 กิโลเมตร ทางเดินไม่ยากเลย เดินสนุกครับ

ข้อดีที่อุทยานฯขุนตาลเป็นอุทยานที่คนมองข้ามไปหมดก็คือผู้คนไม่ค่อยหนาแน่นครับ ถ้าม่ใช่วันหยุดยาว ลานกางเต๊นท์จะไม่มีคนหนาแน่น ยิ่งถ้านอกฤดูท่องเที่ยวแล้วละก็คุณอาจจะได้เป็นเจ้าของอุทยานเลยก้ได้

ขุนตาลกลายเป็นอุทยานในดวงใจที่หนึ่งของผมไปแล้วครับ เพราะที่นี่เข้าถึงง่าย ลานกางเต๊นท์แสนสบาย อยู่สูงกว่า 800 เมตรอากาศเย็นตลอดปี มีเส้นทางเดินป่าสวยๆให้เดินแบกเป้เข้าไปนอนเองได้โดยไม่ต้องขออนุญาตอะไรเป็นพิเศษ และที่สำคัญที่สุดเจ้าหน้าที่ที่นี่น่ารักมาก คอยช่วยเหลือแนะนำนักท่องเที่ยวในทุกเรื่องเลยครับ

ตาเกิ้น
ตาเกิ้นhttp://takern.wordpress.com
นักสำรวจ, นักเขียน และนักเล่าเรื่อง

Leave a Reply

LATEST POSTS

แม่หาด-ห้วยยาว เส้นทางที่ขาดหายของขุนน้ำเงา

หลังจากที่เราสำรวจและทำเส้นทางแม่เงา 101 กิโลเมตรเสร็จไปแล้วเมื่อ 2-3 ปีก่อน มันยังมีอะไรบางอย่างที่คาใจอยู่ เส้นทางช่วงบ้านแม่แฮดมาสบโขงเป็นถนนที่ไม่น่าเดินนัก การนั่งรถกลับจากห้วยยาวค่อนข้างไกลและอันตราย ผมเคยคิดถึงการเลี้ยวจากบ้านแม่แฮดไปสู่บ้านห้วยยาว มันสมเหตุสมผล แต่ก็ดำมืดเพราะถามใครก็ไม่เคยเดิน จะมีก็พี่สมยศบอกว่าเคยไปทางบ้านราชาซึ่งอยู่ทางเหนือขึ้นไปและเส้นทางก็เป็นเขาสูงไม่มีน้ำเลย จนกระทั่งเราเจอ “พาฉั๊ว” เขาเป็นพรานผู้ชำนาญป่าอยู่หมู่บ้านห้วยน้ำผึ้ง ซึ่งอยู่ระหว่างบ้านแม่หาดกับบ้านห้วยยาว เราจึงได้เริ่มวางแผนสำรวจทางเส้นนี้กัน

ความจริง ความคิด ความสัมพันธ์ ที่อยู่ข้างนอก

โลกหมุนเร็วเหลือเกิน ความรู้สึกมันบอกเรา  ทุกวันนี้แทบไม่ต้องคิดอะไร ถาม Ai แต่เรากลับเชื่ออะไรที่เห็น หรืออ่านแทบไม่ได้ เพราะแทบทุกคนระดมสร้างมันขึ้นมาได้จาก Ai ทุกอย่างดูเหมือนจะไหลตามกันไปเหมือนกระแส   สังเคราะห์ อาจจะเป็นการต่อต้านสิ่งใหม่อย่างที่หลายคนคงกล่าวหา หรืออาจจะเป็นความโหยหาอดีตอย่างที่อีกหลายคนคงคิดว่าแก่  ผมให้คุณค่ามากขึ้นกับสิ่งต่างๆที่คนใช้ความคิดที่ลึกซึ้งสร้างขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นงานเขียน, ภาพถ่าย, บทเพลง, อาหาร หรือแม้แต่เครื่องยนต์กลไก  ผมกลับไปชื่นชม และให้คุณค่ากับกระบวนความคิด การใช้เวลาทำสิ่งต่างๆด้วยมือเรา ใช้เวลาให้ช้าลง สร้างความสัมพันธ์กับสิ่งต่างๆให้ลึกซึ้งขึ้น ผมยังออกไปตระเวนหาความงดงามในความเป็นจริงของธรรมชาติ หวังว่าเมื่อใช้เวลามากขึ้น ผมจะเข้าใจ และสร้างความสัมพันธ์นั้นขึ้นมาได้ผมไม่ได้พยายามให้โลกหมุนกลับ หรือแม้แต่ช้าลง แต่ผมเลือกที่จะใช้เวลากับสิ่งที่ผมเห็นว่ามีค่า และผมก็เชื่อว่าคงจะมีคนส่วนน้อยนิดที่ชอบเช่นนั้น สวัสดีวันสงกรานต์ครับ ตาเกิ้น  14...

เวลา ที่เร่งรีบ

ผมค่อยๆคืบคลานตามหลังพี่ยุทธไปอย่างช้าๆ ช้ากว่าที่ผมคิดว่าควรจะเป็นมาก “ค่อยๆคลานไปที่พุ่มไม้นั่น ขยับตัวช้าๆนะ” พี่ยุทธกระซิบบอกผม “เอกอี้เอ้กเอ๊ก” เสียงไก่ป่าตัวผู้ขันท้า และก็มีเสียงขันตอบทันควัน ไก่ป่าจ่าฝูงปราดเข้าตีไก่หนุ่มผู้ท้าชิงที่เข้ามาใกล้ฝูงตัวเมียของมัน เสียงไก่ตีกันพึ่บพั่บอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะเงียบไป ผมเดาเอาว่าผู้ท้าชิงอาจจะเป็นฝ่ายยอมล่าถอย ชายป่าแห่งนี้ยังอุดมสมบูรณ์ เป็นที่อยู่อาศัยของไก่ป่าหลายฝูงและสัตว์​ป่าอีกหลายๆชนิด ไร่มันสัมปะหลังเป็นแหล่งอาหารให้มันลงหากิน เมื่อมีทั้งที่อยู่อาศัย หลบภัยและแหล่งอาหาร มันก็เติบโต ขยายพันธุ์เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ มากพอที่เราจะ “แบ่งปัน” มาบ้าง ผมมองลอดไม้มองเห็นฝูงไก่ป่าไม่ต่ำกว่า 7-8 ตัวเดินจิกหากินอยู่กับพื้นร่องมัน  ผมค่อยๆคลานไปกับพื้น พยายามที่จะเคลื่อนที่ช้าที่สุดอย่างที่พี่ยุทธสอน แต่ในใจก็ยังร้อนรนกลัวว่าไก่ป่าฝูงนั้นจะเคลื่อนที่ไปเสียก่อน ไก่ป่าตัวเมียตัวหนึ่งร้อง “กระต๊าก” ผมคงจะเคลื่อนตัวเร็วไปจนถูกจับได้ด้วยสายตาสุดไวของไก่ตัวนั้น ไก่ทั้งฝูงก็หันมามองทางผม พร้อมๆกับออกวิ่งและบินพึ่บเข้าป่าไปก่อนที่ผมจะมีโอกาสได้ทำอะไร เห็นได้ชัดว่าผมยังรีบร้อนเกินไป...

ช่วงเวลางดงามของชีวิตกลางแจ้ง

ทุกครั้งเมื่อมีคนถามว่าทำไมต้องออกมาเดินป่าผมต้องหยุดคิดอยู่นาน และคำตอบของผมก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ เหมือนพยายามหาข้อแก้ตัว จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ที่ผมเริ่มมีคำตอบที่คิดว่าใช่ สำหรับผมแล้ว การเดินป่าคือการค้นหาช่วงเวลาเช่นนี้ สิ่งที่เราเรียกมันว่า “ช่วงเวลาที่งดงามของชีวิตกลางแจ้ง” “A beautiful moment of Outdoor Life” ซึ่งอาจจะแตกต่างออกไปในมุมความคิดของแต่ละคน

Most Popular

Discover more from ThailandOutdoor Netzine

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading