Home

Colt pocket .25 ACP
ปืนคลาสสิก
ปืนพารา
Colt pocket .25
เชอร์ชิลล์ & ปืนเมาเซอร์
เบอร์กแมน
ปืนพระราม 6
ปืนทหารม้า 1
ปืนทหารม้า 2
ปืนทหารม้า 3
Last Samurai
ปืน ร.ศ.
ปืนไทยทำแบบ 95
[ปืนคลาสสิก] [คาวบอยและลูกทุ่งตะวันตก] [แก๊งค์ปืนลม] [เตาและตะเกียง]

  colt25.JPG (3731 bytes) Colt .25 ACP

ในปี พ.ศ. 2453 ชายหนุ่มชาวสยามผู้หนึ่งเพิ่งสำเร็จปริญญา วิชาวิศวกรรมศาสตร์ และการทำแผนที่ จากมหาวิ ทยาลัย ฮาวาร์ด อันลือชื่อ พกความหวังที่จะกลับมารับใช้ชาติในงานทำแผนที่เขตแดนสยามที่ยังเสียเปรียบชาตินักล่าเมืองขึ้น อันเป็นพระราชประสงค์ที่ล้นเกล้าฯ พระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงได้ส่งให้ไปเรียนในฐานะนักเ รียนทุน King Scholarship คนแรกในอเมริกา

หลังจากคร่ำเคร่งกับตำราและฝึกภาคสนามกว่า 2 ปี ท่านก็จัดซื้อเครื่องใช้ในงานและส่วนตัวกลับบ้าน รวมทั้งปืนพกจิ๋วโคล์ท ข นาด .25 ด้วยราคาเพียง 10 เหรียญ แต่ท่านก็ต้องพบความผิดหวังเมื่อเรือเทียบท่าที่กรุงเทพฯ เพราะล้นเกล้าฯ ที่รักยิ่งของเราไ ด้ด่วนเสด็จสวรรคตไปก่อนไม่กี่วัน กระนั้นคุณตาของผมท่านก็ไม่ย่อท้อ คงสนองพระราชประสงค์รับราชการจนเป็นเจ้ากรมแผ นที่ทหาร และได้รับยศนายพลตั้งแต่ก่อนปี พ.ศ. 2475 เสียอีก ท่านได้ริเริ่มการทำแผนที่ทางอากาศและมีชีวิตรับใช้พระเจ้าอยู่หัวในเรื่องแผนที่จนถึงรัชกาลปัจจุบัน

เมื่อปืนพกจิ๋วกระบอกนี้ตกมาอยู่ในมือหลานชายคือตัวผม เมื่อ 10 ปีก่อน มันแทบจะไม่ได้ยิงเลยตลอด 89 ปีนับแต่ พลโท พระยาศัลวิธานนิเทศ อดีตสมุหราชมณเฑียรได้ซื้อมา

 

ปืนต้นกำเนิดกระสุน .25 ACP

เมื่อผมได้มันมาครั้งแรก รู้สึกผิดหวังอยู่ว่าทำไมท่านไม่ซื้อ โคล์ท .45 หรืออะไรที่มันโตน่ากลัวกว่านี้มาใช้นะ พอผ มค้นพบข้อมูลของมันมากขึ้น จึงเอาออกมาปัดฝุ่น ทดลองยิงแล้วก็เริ่มมีความรู้สึกภูมิใจที่ได้ครอบครอง เพราะว่าแม้จะตัวจิ๋ว แต่ความเป็นมาไม่แพ้ใครเลยครับ อย่างแรกก็คือ John Browning ผู้ออกแบบปืนกระบอกนี้ได้เป็นผ ู้ให้กำเนิดกระสุนชนิดนี้ด้วย รู้จักครั้งแรกในยุโรปว่ากระสุน 6.35 มม. Browning โดยเริ่มใช้กับปืน FN Browning จิ๋วที่มีรูปร่างเหมือนโคล์ทตัวนี้ไม่ผิดเพี้ยน ในยุโรปชอบปืนขนาดนี้มาก เพราะเล็ก เหมาะสำหรับป้องกันตัวและยิ งขู่ กระสุนชนิดนี้มีความเร็วที่ 810 ฟุต/วินาที และให้พลังงานเพียง 73 ฟุต/ปอน์ด ใช้หัวกระสุน Full Metal Jacket ขนาด 50 เกรน ซึ่งมีอำนาจหยุดยั้งต่ำ และระยะหวังผลไม่ไกล ผมขอลงรูปกระสุนรุ่นดั้งเดิมมาให้ดูเล่นด้ วย กล่องผุไปมากแล้ว เห็นจะมีอายุ ร่วม 50 ปีขึ้นไป

 

ความเป็นมาของโคล์ทออโตฯ จิ๋ว

ท่านคงทราบดีว่า กระสุนที่ใช้ดินปืนสมัยใหม่ ทำให้ผู้ออกแบบปืนทำปืนและกระสุนให้เล็กลงได้ โดยยังคงอานุภ าพของกระสุนให้พอๆ กับกระสุนดินดำรุ่นเก่ามีขนาดที่ใหญ่กว่า เมื่อ John Browning ออกแบบปืนออโตฯ ขนาด .38 ACP ให้โคล์ททำกำไรอย่างงดงามในราวปี ค.ศ.1900 นั้น เขาก็ประสบความสำเร็จอีกเมื่อทำโคล์ทรุ่นเล็กลง ขนาดออโตฯ .32 ออกขายในปี ค.ศ 1903 ทางโคล์ทจึงฝันหวานมองเห็นตลาดใหม่สำหรับปืนที่เล็กกว่านี้ John Browning จึงเริ่มลงมือออกแบบกระสุนและปืนชนิดใหม่อีกครั้ง โดยจะใช้กระสุนขนาด .25

ไม่ทราบด้วยเหตุอันใด โคล์ทกลับปฏิเสธแบบที่เสนอมา Mr. Browning ก็ไม่รอช้า หอบแบบข้ามทะเลไปให้ FN ที่เบลเยี่ยมผลิตในปี ค.ศ. 1906 จนขายดีเป็นเทน้ำตีตลาดทั่วยุโรป แถมยังรู้จักกระสุนในชื่อของเขา คือ 6.35 Browning ดังกล่าวไปแล้ว ผมออกจะเห็นใจ John Browning ที่ไปหา FN เพราะที่นี่ให้เกียรติแก่เขามาก ปืนที่เข าออกแบบทุกกระบอกจะใช้ชื่อ Browning บนตัวปืนทั้งนั้น จนคนรุ่นคุณปู่เรียกปืนออโตฯ เหมาว่าคือปืนบราวนิ่งจนติดปาก ส่วนโคล์ทนั้นรวยจากแบบปืนของเขาไปมาก แต่ออกจะใจแคบไม่มีชื่อผู้ออกแบบบนปืนเลยสักตัวเดียว

โคล์ทมารู้ว่าคิดผิดในปี ค.ศ. 1908 แต่ยังไม่สายเกินไปนัก ไปอ้อนวอนขอแบบกลับมาทำ โดยมีข้อตกลงว่าปืนขอ ง FN ก็ให้ขายแต่ในยุโรปนะ ข้อแม้อีก 2 ข้อ คือ ให้เรียกชื่อกระสุนเสียใหม่ว่า .25 Automatic Colt Pistol (ACP) ทำให้คนอเมริกันนึกว่าเป็นผลงานของโคล์ท อย่างนี้ก็มีด้วย ข้อสุดท้ายก็คือ ขอใส่ระบบเซฟไว้ที่ข้างสไลด์ เพิ่มจา กเซฟหลังอ่อนของเดิม ซึ่งก็ทำให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น มาคิดดูก็สะใจดีนะครับ สำหรับคนที่เคยปฏิเสธอัจฉริยะอย่าง Mr. Browning เพราะทาง Winchester เองก็เคยเสียโอกาสมาแล้ว เมื่อปฏิเสธแบบปืนลูกซองออโตฯ A-5 อันลื่อชื่ อของเขา ทำให้ FN เอาไปผลิตจนยังคงนิยมกันอยู่ถึงทุกวันนี้

นับแต่นั้นมา โคล์ท .25 ACP ก็ติดตลาดอเมริกา มียอดผลิต 420,705 กระบอกออกขาย เป็นเวลา 39 ปี จนถึง ค. ศ. 1957 นั้นเป็นปืนที่ถูกก๊อปปี้มากที่สุด ประมาณกันว่าปืนออโต้จิ๋วกว่า 350 แบบทั่วโลก ถูกเลียนแบบจากเจ้าจิ๋วตัวนี้ทั้งนั้น แล้วอย่างนี้จะไม่ให้ผมอดภูมิใจได้อย่างไร หลังจากหยุดผลิตไปเพราะความนิยมในอานุภาพกระสุน .25 ACP ลดลงมาก ปืนเลียนแบบจากยุโรปก็หลั่งไหลเข้ามาแทนที่ในไม่ช้า โคล์ทก็รู้สึกว่าคิดผิดเป็นครั้งที่สอง เลยออก Colt Junior .25 ACP มาแทน ในปี ค.ศ. 1959 ซึ่งคงจะพอหาดูได้ไม่ยากในเมืองไทย แต่ปืนนี้โคล์ทไปเอ าแบบและสั่งทำจากสเปน ไม่ใช่ของตัวเองแท้ๆ นะครับ

ผมไม่ได้เน้นเรื่องการยิงทดสอบ สำหรับปืนเก่ากระบอกนี้ แต่ขอยืนยันว่าแม้อายุ 89 ปี ก็ยังคงทำงานเป็นปกติ ห ากท่านมีปืนชนิดนี้อยู่ในมือ ผมขอชวนให้ถอดศึกษาชิ้นส่วน ดูตามภาพประกอบต่อไปนี้ ดูเพลินๆ ว่า เจ้าตัวจิ๋วมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง และอยู่ในช่วงใดของการผลิตนะครับ อาจจะเพิ่มความภูมิใจและหวงแหนมากขึ้นอ ย่างที่เกิดกับผมก็เป็นได้

จุดสังเกตบนปืนชนิดนี้

colt25_sight.JPG (13245 bytes)    colt25_trigger.JPG (8727 bytes)

1. ศูนย์หลัง - มี 2 แบบ ปืนรุ่นแรก (เลขที่ 1 – 5125 แต่อาจพบในเลขที่ไม่เกิน 21435) มีรูศูนย์เล็ก 0.033 นิ้ว แล ะเซาะร่องศูนย์ตลอดแนวสัน สไลด์เป็นริ้วแนวยาว ส่วนปืนที่ผลิตหลังจากนั้น จะมีรูใหญ่กว่า ดังรูป

2. ไกปืน - ไกปืนรุ่นแรกจะกว้างกว่ารุ่นหลังๆ จะพบแบบแรกในปืนเลขที่

559 – 21435 แต่อาจพบในปืนไม่เกิน เลขที่ 41345

colt25_pull.JPG (24759 bytes)   colt25_slide.JPG (23937 bytes)

3. ร่องจับสไลด์ - มีสามแบบ ๆ แรกมีร่อง 16 ร่อง ไม่มีตราม้า (ปืนเลขที่ 1-77330แต่ไม่เกินปืนเลขที่ 85792) แบ บที่สอง เหลือร่อง 14 ร่อง แต่มีม้าโคล์ทยืนบนวงรีโผล่เข้ามา (ปืนเลขที่ 85793-121164 แต่ไม่เกินเลขที่ 153570) แบบที่สามวงรีใต้รูปม้าหายไป ซึ่งจะพบในปืนเลขที่ 153571 จนกระบอกสุดท้าย

4. เลขปืนใต้สไลด์ - ตัวเลขเอน ลักษณะเลขดังรูป (ปืนเลขที่ 559 ถึงประมาณ 41345) ต่อมาจะไม่ใส่เลขปืนไว้เล ย คือเป็นรุ่นสอง (ปืนเลขที่ 41346 ถึง 182072 แต่ไม่เกิน เลขที่ 209191) รุ่นต่อมา โคล์ทใส่เฉพาะเลขท้ายสามตัว อักษรตั้งดังในภาพ (ปืนเลขที่ 209192- ประมาณ 220052) รุ่นท้ายสุดใส่เลขครบลักษณะตัวเลขเป็นดังภาพ ใช้จ นกระบอกสุดท้าย

 

colt25_spring.JPG (13096 bytes) colt25_frame.JPG (12433 bytes)

5. เซฟหลังอ่อน - ชนิดแรก พบในปืนเลขที่ไม่เกิน 153570 จะมีคันเซฟและสปริงดังรูปด้านซ้าย ส่วนรุ่นหลังจากนั้นเป็นดังรูปด้านขวามือ

6. โครงปืน - มี 3 แบบดังรูป แบบแรกพบในปืนเลขที่ 559-115573 แต่ไม่เกิน153570 แบบที่สองพบในปืน เลขที่ 153571 – 420705 แบบท้ายสุดอาจพบได้กับปืนเลขที่ 342353-420705

colt25_grip.JPG (19194 bytes)  colt25_barrel.JPG (14234 bytes)

7. ด้าม - มีแบบที่ทำด้วยยางสีดำ และรุ่นหลังเป็นไม้ (โคล์ทมี option ให้เลือกเป็นด้ามมุกสีขาว ซึ่งจะมีมูลค่าสูงใ นการเก็บสะสม ด้ามดำรุ่นแรกสุด พบในปืนเลขที่ 1 – 104362 และไม่เกิน 115573 ต่อมาได้เอาตัว "C" บนรูปม้าออก พบในปืนเลขที่ 115574 - 342353 หรือไม่เกิน 350874 ต่อจากนั้นโคล์ทใช้ไม้วอลนัททำด้าม

8. ลำกล้อง - ปืนรุ่นแรก ตั้งแต่เลขที่ 559-26261 แต่ไม่เกิน 284008 จะมีร่องสำหรับมือจับลำกล้องเล็กกว่ารุ่นหลั งจากนั้น ดังขนาดในรูป

หมายเหตุของตัวอักษรบนสไลด์โคล์ทอวดลิขสิทธิ์ไว้ยาวมาก จริงๆ เป็นการขู่ไม่ให้เลียนแบบ และมักจะไม่เกี่ ยวกับปืนกระบอกนี้เลย

  1. COLT'S PAT. FIRE ARMS MFG.CO HARTFORD, CONN. U.S.A. PATENTED AUG.25, 1896, APR. 20,  1897, DEC. 22, 1903 (พบในปืนรุ่นแรกเลขที่ 1 - 3744)
  2. คำว่า "PAT. FIRE ARMS" หายไปกลับย่อเป็น  "PT.F.A." แทน และแถม "JAN. 25, 1910"  เข้าไปด้วย  หมายถึงระบบเซฟที่เพิ่มเข้าไป (ปืนเลขที่ 3745 – ประมาณ 29185)
  3. คำว่า "PATENTED" ถูกย่อเป็น "PAT'D"  (ปืนเลขที่ 29186 – 77330)
  4. ลดขนาดตัวอักษร จาก 0.85" เป็น 0.65"  ออกจะดูยากสักหน่อย (ปืนเลขที่ 77331-284008)
  5. เพิ่มท้ายว่า "JULY 31, 1917" พบตั้งแต่ปืนเลขที่ 284009-กระบอกสุดท้าย 

อันที่จริงมีรายละเอียดมากกว่านี้แต่ผมคิดว่าพอทำความวุ่นวายในการถอดหาพอดูและท่านผู้อ่านก็คงจะบอกได้ ว่าปืนที่มีเก่าแค่ไหน ส่วนของผม เลขที่ 29159 ผลิตในปี 1910 นั้นเอง หรือหลังจากเริ่มจำหน่ายแค่สองปี จาก 4 แสนกว่ากระบอก ก็นับว่าไม่เลวใช่ไหมครับ

 

จ่าน้อม ทหารหน้า

 

คุยกันรอบกองไฟ

เซ็นสมุดเยี่ยม

สมัครสมาชิก Thailand Outdoor ฟรี

กรุณาใส่ email และคลิ๊ก submit
Powered by YourMailinglistProvider.com