Home

Ruger Mk II
ทดสอบปืน
CZ511
Ruger Mk II
FN 375 H&H
บราวนิง ออโต้5
มาลิน เมาตี้
ดวล ปืน9 ม.ม.
ดวล 11ม.ม.
ดวล .38
Toz 35 M
Win 94
รูเกอร์ซิงเกิลแอ็คชั่น
CZ Scout
[ปืนคลาสสิก] [คาวบอยและลูกทุ่งตะวันตก] [แก๊งค์ปืนลม] [เตาและตะเกียง] [ชมรมธนู]

ใช่หรือไม่ว่าคนเรานั้นมักจะมีความผูกพันธ์กับสิ่งแรกในชีวิตไม่ว่าจะเป็นบ้านหลังแรก, รถยนต์คันแรก,
คนรักคนแรกและในกรณีนี้สำหรับผมปืนกระบอกแรกครับ

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วในสมัยที่ผมยังเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัย เนื่องจากมหาวิทยาลัยของผมนั้นค่อน
ข้างจะอัตคัตนักกีฬาในประเภทนี้ก็เลยทำให้ผมได้กลายเป็นตัวแทนไปแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยและ
กีฬาอุดมศึกษาในประเภทปืนสั้นอัดลมอยู่เป็นประจำ

ในการแข่งระดับอุดมศึกษานั้น นอกจากปืนสั้นอัดลมแล้ว ก็ยังมีการแข่งปืนสั้นมาตรฐานและสั้นชนวน
กลางอีกด้วย เนื่องจากชมรมไม่มีปืนชนิดนี้อยู่จึงทำให้เราไม่สามารถลงแข่งได้ ยกเว้นเจ้าเพื่อนคนหนึ่ง
ซึ่งยืมปืนวอลเธอร์ GSP ของพ่อมาแข่ง

ส่วนพ่อผมนั้นถึงแม้จะมีปืนอยู่หลายกระบอก แต่ก็ไม่มีปืนสั้น .22 ออโตที่จะให้ผมยืมลงไปแข่งปืนสั้น
มาตรฐานได้ นัยว่า .22 มันเล็กไปสำหรับนักเลงปืนยุคนั้นหรือยังไงก็ไม่ทราบ เอาน่ะไม่มีก็ทำซะให้มีก็
แล้วกัน

วันหนึ่ง พ่อผมก็กลับมาบ้านพร้อมด้วยปืน Ruger Mark II .22 Auto พ่อยังงงไม่หาย เพราะจำไม่ได้ว่า
ไปสั่งปืนกระบอกนี้กับร้านปืนเจ้าประจำไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ พ่อพูดอย่างนั้นแต่ก็คงรู้ทันละครับว่าใครกัน
แน่เป็นคนสั่งปืน ยังไงก็ขอขอบคุณย้อนหลังอีกทีนะครับพ่อ

Ruger MkII พร้อมด้ามยิงเป้า ฝีมือช่างป็อก แห่งร้านด้ามปืนพยนต์

เจ้ารูเกอร์กระบอกนี้จึงกลายเป็นปืนกระบอกแรกของผมตั้งแต่วันนั้นมา มันเป็นรุ่นมาร์คทู ลำกล้องยาว 5
นิ้วครึ่ง ลำกล้องหนาหรือที่เรียกในภาษาฝรั่งว่า Ball Barrel ศูนย์หน้าเป็นแบบศูนย์ยิงเป้า ศูนย์หลังปรับ
ได้ ตัวปืนทำด้วยสแตนเลส ทั้งกระบอกยกเว้นศูนย์หน้าและหลัง ถึงแม้จะไม่ได้เป็นปืนแข่งขันโดยชาติ
กำเนิดอย่างแฮมเมอลี่หรือวอลเธอร์ แต่ก็เรียกได้ว่าไม่มีอะไรบกพร่องแถมยังราคาถูกกว่า ตั้งหลายเท่า
ตัว

เมื่อได้ปืนมาผมก็จัดการไปทำด้ามแข่งขันให้กับมัน ทันเวลาลงแข่งพอดี ผมใช้เจ้ารูเกอร์ตัวนี้ลงแข่งอีก
หลายครั้งจนเรียนจบถึงแม้จะไม่ได้เหรียญรางวัลอะไรก็ยังภูมิใจว่าได้ลงไปกระทบไหล่ทีมชาติหลาย ๆ
คน และยังเป็นประสบการณ์ที่สอนอะไรให้ผมได้หลายอย่างในเรื่องการยิงปืน

จะว่าไปแล้วในด้านความแม่นยำเจ้ารูเกอร์ตัวนี้ไม่ได้ด้อยกว่าปืนแข่งราคาเรือนแสนเลย สิ่งที่ยืนยันได้ดี
ที่สุด ก็คือ การที่นักยิงปืนชาวอเมริกันจำนวนไม่น้อยได้เลือกใช้มันเป็นอาวุธในการแข่งขันปืนสั้น NRA
ซึ่งมีการแข่งขันกันที่ระยะยิงถึง 50 หลา ถ้าไม่แม่นจริงก็คงไม่มีใครใช้แข่ง

ถึงแม้ว่ารูเกอร์กระบอกนี้จะอยู่กับผมมาสิบกว่าปีแล้ว แต่ประวัติความเป็นมาของปืนแบบนี้ ก็ย้อนหลัง
ไปกว่านั้นมาก ตั้งแต่นายบิล รูเกอร์ ตั้งบริษัท STURM Ruger ขึ้นมาในปี 1949 ปืนกระบอกแรกที่
บริษัท รูเกอร์ ผลิตออกจำหน่าย ก็คือปืนสั้น .22 ออโตเมติกที่มีชื่อเรียกว่า Standard Model ก็คือ ต้น
ตระกูลของเจ้า Mark II ที่ผมมีอยู่นี่แหละครับ

Ruger Standard Model จาก
หนังสือ Gun digest ปี 1954 ลง
ราคาไว้    แค่ $37.50 เท่านั้นเอง

Ruger Mark I Target ติดศูนย์ปรับ
 ได้ แบบยิงเป้า ลำกล้องยาวขึ้นอีก
เล็กน้อย ราคาขึ้นเป็น $57.50

ด้วยการออกแบบที่ชาญฉลาดทำให้ Ruger Standard Model มีต้นทุนการผลิตที่ถูก ซึ่งก็ทำให้สามารถ
ขายได้ในราคาต่ำเพียง $37.50 ในขณะปืน .22 Auto ของ Colt และ Hi-Standard ซึ่งเป็นคู่แข่ง
ขายอยู่ที่ราคาตั้งแต่ $70 ขึ้นไป (ราคาในยุคปี 50 นะครับ) ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมปืน Ruger จึงได้รับ
ความนิยม จนทำให้บริษัท Ruger เจริญเติบโตอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ภายในเวลาไม่
กี่สิบปี

ราคาถูกอาจจะทำให้ขายได้ง่าย ในขณะที่แนะนำปืนสู่ตลาด แต่นั่นก็ไม่ใช่จุดเด่นข้อเดียวของ Ruger .22
Auto ความแม่นยำที่ไม่เป็นรองใครก็มีความสำคัญอยู่ไม่น้อย การออกแบบให้ลำกล้องยึดติดแน่นเป็นชิ้น
เดียวกับกรอบสไลด์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของศูนย์หลัง มีผลช่วยเรื่องความแม่นยำได้มาก และจุดเด่นอีกอย่าง
หนึ่งของปืนรุ่นนี้ที่ทุกคนยอมรับ ก็คือ เรื่องของความทนทาน ผมจำได้ว่าเคยอ่านในคอลัมน์ปืนใน
หนังสือชีวิตกลางแจ้งเมื่อสิบกว่าปีก่อนเคยกล่าวไว้ว่ามีปืนขนาด .22 อยู่ 2 รุ่น สั้นหนึ่งยาวหนึ่ง ที่ช่างปืน
ไม่เคยได้ค่าซ่อมปืนยาวก็คือ บราวนิง Auto (รุ่นที่ถอดเป็นสองท่อนได้) และปืนสั้นก็รูเกอร์ ออโตนี่
แหละครับ

ทั้งถูกทั้งแม่นและทนอย่างนี้ก็เลยขายดีมาตลอดเวลาเกือบ 50 ปี รูเกอร์ออโต Standard Model ก็
วิวัฒนาการออกมาเป็น Mark I Target ในปี 1951, Mark II Target ในปี 1982 และนอกจากนี้ก็มีแบบ
ย่อยและหลายความยาวลำกล้องให้เลือก รวมแล้วจนถึงวันนี้ เจ้ารูเกอร์ .22 ออโตนี้ ถูกปั๊มออกมาขาย
แล้วถึงกว่า 2 ล้านกระบอก นับว่าเป็นปืน .22 ออโตที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดกระบอกหนึ่ง

ปัจจุบันนี้ Ruger Mark II มีให้เลือก
มากมายเกือบสิบรุ่น ในภาพนี้ เป็นรุ่น
Target ลำกล้อง ยาว 6 7/8นิ้ว สำหรับ
แข่งขัน NRA

กระบอกนี้เป็นรุ่น Competition ลำ
กล้องหนาแต่ปาดด้านข้างเพื่อลดน้ำ
หนัก ติดศูนย์ยิงเป้า และมีรางติดกล้อง
มาให้เสร็จ ถ้าผมจะซื้อ Ruger Mark II
กระบอกใหม่ ผมเอาเจ้าตัวนี้แน่นอน

รุ่นนี้มีชื่อว่า 22/45 โครงปืนเป็นโพลิเมอร์ตามสมัย
นิยม และตั้งใจทำด้ามมาให้มีองศาเท่ากับโคล์ท
กัฟเวอร์นเม็นท์ สำหรับนักยิงปืน NRA ที่ต้องแข่ง
ทั้งขนาด .22 และ .45 จะได้มีความรู้สึกที่คล้ายกัน

รุ่นนี้ลำกล้องหนายาว 10นิ้ว ใช้แทนปืนยาวและกระบองได้เลย

กระบอกนี้ใหม่ล่าสุด  MK-4b มีทุกอย่างเหมือนรุ่น
Target แต่ลำกล้องยาวแค่ 4 นิ้ว ทำให้น้ำหนักสมดุลย์
ต่อการจับถือและสะดวกต่อการพกพามากยิ่งขึ้น

บรรยายสรรพคุณมายืดยาวแล้วมายิงกันสักทีดีกว่าครับ

การทดสอบ

นอกจากจะเป็นปืนกระบอกแรกของผมแล้ว เจ้า Mark II กระบอกนี้ ยังทำหน้าที่เป็นปืนที่ผมใช้สอน
เพื่อฝูงและคนใกล้ชิดหลายคนให้หัดยิงปืนเป็นครั้งแรกอีกด้วย ดังนั้นผมจึงเชิญเพื่อนๆ มาร่วมทดสอบ
โดยที่มีทั้งมือใหม่และมือเก่าคละกันไป เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้เห็นสมรรถนะความแม่นยำของปืนในความ
ชำนาญระดับต่าง ๆ กัน ลองดูผลจากภาพได้เลยครับ

น้องฟุ้ง หรือคุณวัชรี ฉายะกุล มือใหม
มายิงปืนครั้งนี้เป็นครั้งที่สาม ตัวแทนมือ
ใหม่ทั้งหลายในการทดสอบครั้งนี้

คุณฟุ้งกับกลุ่มกระสุน 10 นัดที่ระยะ 15
เมตร ไม่เลวเลยสำหรับมือใหม่ เข้าสิบ 3
นัด เก้า 4 นัด แปด 2 นัด และหลุดมาที่
วงหก หนึ่งนัดคงเป็นเพราะกระตุกไก
คุณฟุ้งบอกว่าปืนกระบอกนี้ยิงง่ายมาก

คนนี้มือเก่า แต่อ้างว่าปืนไม่คุ้นมือเลยขอ
ยิงที่ 15 เมตร ด้วยท่ายิงมือเดียว

คุณวิศรุจน์ อัศวรักษ์ ปรกติยิงแต่ .45 ACP
 วันนี้ขอลอง .22 บ้าง

กลุ่มกระสุนของคุณวศินจากระยะ 15 เมตร
เบียดกันแน่นอยู่ในวงสิบ มี เก้าเพียงสองนัด

กลุ่มกระสุนของคุณวิศรุจน์ เข้าเป็นกลุ่มที่
วงสิบ มีแว่บออกแปดทางซ้ายสองนัด

ทดสอบด้วยการยิงมือเดียว ระบบมาตรฐาน
ในระยะ 25 เมตร

กลุ่มกระสุนออกมาทางซ้ายล่าง 88
คะแนน ไม่ดีนัก แต่ความผิดน่าจะอยู่
ที่คนยิง เพราะปืนกระบอกเดียวกันนี้
เคยทำ 99 คะแนน ในท่ายิงนี้มาหลาย
ครั้งแล้ว

เรื่องการทำงานของกลไกนั้น ขอยืนยันครับว่าไว้ใจได้มาก ๆ ตลอดเวลาสิบกว่าปีที่ปืนกระบอกนี้อยู่กับ
ผมมา ผมยิงมันด้วยกระสุนเกือบทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นลูกไม่มียี่ห้อทำในฟิลิปปินส์ ลูก ORTA ของ
สรรพวุธ ลูกแรงสูงชนิดต่าง ๆ หรือกระสุนแข่งขันต่ำของ ELEY และ CCI รวมกันแล้วน่าจะกว่าเจ็ด
ถึงแปดพันนัด ไม่เคยปรากฎว่ามีการติดขัดแม้แต่ครั้งเดียว

การใช้งาน

ถ้าไม่นับปืนลมแล้ว เจ้า Ruger Mark II ตัวนี้เป็นปืนที่ผมหยิบมายิงบ่อยที่สุด ไม่ว่าจะฝึกยิงเป้า ยิง
กระป๋องตามบ้านไร่ของเพื่อนและใช้สอนเพื่อน ๆ ให้ยิงปืน ยิ่งในยุคประหยัดเช่นนี้ กระสุน .22 ที่ราคา
ถูกกว่ากระสุนปืนสั้นขนาดอื่น ๆ ก็ยิ่งทำให้ปืนสั้น .22 น่าที่จะใช้เป็นปืนซ้อมมือมากยิ่งขึ้น

ศูนย์หลังปรับได้ ละเอียดพอๆกับปืนยิงเป้าชั้นดี

ปุ่มปลดแม็ก อยู่ด้านล่าง

ศุนย์หน้ารูปฉากบ่งบอกถึงลักษณะของปืนยิงเป้าแท้ๆ

แม็กบรรจุได้ 10นัด

นอกจากที่จะเป็นปืนยิงเล่นแล้ว Ruger Mark II ก็ยังใช้เป็นปืนป้องกันตัวได้ อย่าดูถูกนะครับ กระสุน
ขนาด .22 ถึงแม้จะมีแรงปะทะต่ำแต่ด้วยความที่ยิงง่าย แม่นยำและยิ่งซ้ำได้เร็ว ก็ทำให้มันมีพิษสงไม่
น้อย เมื่ออยู่ในมือผู้ชำนาญ ก็ลองดูหนังหรือเรื่อง ASSASIN ที่พระเอก ซิลเวสเตอร์ สตาโลน เล่นซิครับ
ทั้งเรื่องนั้นพระเอกและผู้ร้าย ซึ่งเป็นมือปืนรับจ้างทั้งคู่ ต่างใช้ Ruger Mark II ไล่ยิงกันทั้งเรื่อง นัดเล็ก ๆ
หลาย ๆ นัดที่โดนเป้าดีกว่านัดใหญ่ ๆ ที่ไม่โดนนะครับ

การถอดประกอบ

ถ้าจะถามว่าจุดเสียของปืนรุ่นนี้อยู่ที่ไหน ผมเชื่อเลยครับว่าเจ้าของปืนรุ่นนี้ทุกคนจะตอบว่า ถอด
ประกอบยากฉิบ......!? ผมเองเมื่อได้ปืนมาใหม่ ๆ พอถอดออกมาล้างแล้วก็ใส่กลับเข้าไปไม่ได้ ต้องวิ่ง
โร่ไปหาช่างที่หลังวัง

เริ่มต้นก็ถอดแม็กกาซีนออกแล้วดึงลูกเลื่อน ดูให้แน่ว่าไม่มีกระสุนค้างอยู่ในรังเพลิง จากนั้นก็หันปืนไป
ในทิศที่ปลอดภัย (จะบอกว่าหันขึ้นฟ้าก็กลัวว่าบางท่านจะอยู่คอนโด) แล้วเหนี่ยวไกซะก่อนครับ จากนั้น
ก็ดูการถอดตามภาพได้เลย ส่วนการประกอบคืนก็ทำย้อนกลับตามขั้นตอน แต่มีเคล็ดลับสำคัญอยู่ที่ว่า
ก่อนที่จะใส่ Main Spring Housing เข้าที่จะต้องจับปืนหงายท้องแล้วเหนี่ยวไก เพื่อให้ก้านที่ดันนกปืน
ลงมาอยู่ในตำแหน่งที่จะถูกดันโดย Main Spring ได้ เมื่อใส่เข้าที่แล้วลองกระชากลำเลื่อนลั่นไกดู ถ้าไม่
ลั่นก็แสดงว่าก้านดันนกไม่เข้าที่ ถอดใหม่อีกทีครับ หลาย ๆ ครั้งเดี๋ยวก็คล่องครับ

การถอดเริ่มจาก การงัดคานที่ล๊อคเรือนสปริงนกสับออกก่อน

ดึงเรือนสปริงนกสับออกเพื่อสลักที่ขวางลูกเลื่อนออก

ยกสปริงลูกเลื่อนออก

สำหรับการล้างปรกติ ถอดแค่นี้ก็พอ

โยก เรือนสปริงนกสับมาข้างหลัง

ดึงลูกเลื่อนออกได้

ใช้ค้อนยางเคาะเบาๆที่ท้ายโครงลูกเลื่อน
ลำกล้องก็จะหลุดออกมาจากโครงปืน

ตอนใส่กลับก็ย้อนขั้นตอนเดิม แต่มีเคล็ดลับ
อยู่ว่า ก้านดันนกสับ (Hammer) จะต้องดันอยู่
กับเรื่อนสปริงนกสับ โปรดสังเกตก้านที่ปลายไม้
ในภาพ

สรุป
Ruger Mark II เป็นปืนที่ทั้งแม่นทั้งทน (โปรดสังเกตว่าข้อเด่น เรื่องราคาถูกหายไปแล้ว เพราะปืน
อะไรมาถึงเมืองไทยแล้วก็แพงเหมือนกันหมด) ตลอดเวลาที่ใช้มันมาสิบกว่าปีมันไม่เคยทำให้ผมผิดหวัง
ถ้าท่านอยากจะได้ปืนสั้น .22 สักกระบอกก็ไม่ควรมองข้าม Ruger Mark II นะครับ

ตาเกิ้น

5 ธ.ค. 2542

คุยกันรอบกองไฟ

เซ็นสมุดเยี่ยม

สมัครสมาชิก Thailand Outdoor ฟรี

กรุณาใส่ email และคลิ๊ก submit
Powered by YourMailinglistProvider.com