Home

บราวนิง ออโต้5  ต้นกำเนิดเพชรพระอุมา
ทดสอบปืน
CZ511
Ruger Mk II
FN 375 H&H
บราวนิง ออโต้5
มาลิน เมาตี้
ดวล ปืน9 ม.ม.
ดวล 11ม.ม.
ดวล .38
Toz 35 M
Win 94
รูเกอร์ซิงเกิลแอ็คชั่น
CZ Scout
[ปืนคลาสสิก] [คาวบอยและลูกทุ่งตะวันตก] [แก๊งค์ปืนลม] [เตาและตะเกียง] [ชมรมธนู]

ตั้งแต่ก้าวแรกที่ออกเดินจากบ้านพักที่หนองน้ำแห้ง คณะเดินป่าที่นำโดยพรานใหญ่รพินทร์ ไพรวัลย์ได้ก็
พบกับเหตุการณ์ที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น การเดินทางในช่วงแรกนี้ถึงแม้จะเป็นป่าที่รพินทร์และพราน
พื้นเมืองของเขาคุ้นเคย แต่ก็เป็นป่าใหญ่ที่เต็มไปด้วยอันตรายซ่อนอยู่ทุกฝีก้าว

คณะนักเดินป่าชาวกรุงคือ คุณชายเชษฐา, พ.ท.ไชยยันต์ และคุณหญิงดาริน ได้เตรียมปืนกันมาสำหรับ
การเดินทางมหาโหดครั้งนี้กันอย่างเต็มที่ เรียกได้ว่ามีปืนไรเฟิ้ลทุกขนาดที่จะพบเห็นได้ในตลาดปืนยุคนั้น
ทีเดียว

ถึงแม้จะมีปืนไรเฟิ้ลชั้นดีให้เลือกมากกว่าสิบกระบอก หัวหน้าคณะคือคุณชายเชษฐาเองกลับหยิบปืนลูก
ซองบราวนิงออโตมาเป็นปืนประจำมือเกือบจะตลอดเวลา และเจ้าปืนกระบอกนี้ก็ได้เป็นอาวุธสำคัญใน
การป้องกันภัยอันตรายให้กับคณะเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นงูจงอางที่เผชิญหน้ากันอย่างกระชั้นชิด, ฝูงลิงที่
เข้าล้อมถล่มกองเกวียน และที่สำคัญที่สุดมันคือปืนที่คุณชายเชษฐาใช้พิชิตไอ้กุดเสือกินคนที่ตามรัง
ควาญกองเกวียนราวกับเงาของผีร้าย

เหตุการณ์ของเรื่องเพชรพระอุมาในช่วงแรกนี้ล้วนแล้วแต่มีแหล่งกำเนิดมาจากสิ่งที่พนมเทียน หรือครู
ฉัตรชัย วิเศษสุวรรณภูมิ ได้พบพานมาในการตระเวณเที่ยวป่าทั้งสิ้น ถ้าท่านได้อ่านเรื่องไอ้ลายที่บางลาง
ท่านก็จะพบว่าบรรยากาศในการนั่งซุ่มเพื่อยิงไอ้กุดของรพินทร์และคุณชายเชษฐาในครั้งแรกนั้นคล้าย
กับการที่ครูนั่งซุ่มเพื่อรอยิงเสือกินคนที่บางลางเป็นอย่างยิ่ง

และที่สำคัญ ปืนที่ใช้ก็เป็นปืนกระบอกเดียวกัน มันคือปืนลูกซองบราวนิงออโต-5 ที่เราได้รับเกียรติจาก
ครูฉัตรชัยให้นำมาให้ผู้อ่านกันส์เวิล์ดได้ชมกันในวันนี้ !

ภาพที่ 2 โครงปืนด้านขวามีลายสลักสวยงาม

ภาพที่ 3 โครงปืนด้านซ้ายสลักยี่ห้อ บราวนิง

ภาพที่ 4 บนสันลำกล้องระบุโรงงานที่ทำซึ่งก็คือ
 Fabrique Nationale หรือ FN แห่งเบลเยี่ยม

ครูฉัตรชัยเริ่มคุ้นเคยกับปืนลูกซองบราวนิงมาตั้งแต่ท่านอายุเพียง 15-16 ปี โดยที่ได้ยืมปืนของคุณอา
ของท่านที่ชื่อคุณสำราญ สุขุม มาใช้เที่ยวป่าในแถบอำเภอสุไหงปาดี ทำให้เกิดความประทับใจกับกลุ่ม
กระสุนจากลำกล้องฟูลโช๊คและอำนาจการยิงซ้ำที่รวดเร็ว จนกระทั่งในปี 2497 เมื่อสามารถเก็บเงินได้ก็
เลยซื้อบราวนิงกระบอกนี้มาเป็นปืนกระบอกแรก โดยที่ซื้อมาจากนายห้างสั้น หรือคุณอำพล เกาะเพชรใน
ราคา 2,900 บาท

ขณะที่ชาวบ้านส่วนใหญ่ยังใช้ปืนลูกซองเดี่ยวบรรจุเดี่ยว บราวนิง A-5 มีกระสุนสี่นัดในแม็กกาซีนหลอด
หนึ่งนัดในลำกล้อง การยิงซ้ำที่รวดเร็วทำให้มันเป็นอาวุธติดตัวที่ร้ายกาจมากในการเข้าป่าในยุคนั้น หลัง
จากที่ครูซื้อปืนกระบอกนี้ได้ไม่นาน ก็เอามันไปสร้างวีรกรรมโดยการยิงถล่มเสือดำที่มายอ (อ่านราย
ละเอียดได้จากเรื่อง ไอ้ดำมหากาฬ) ต่อมาติดๆด้วยการล่าเสือกินคนที่บางลาง (อ่านได้จากเรื่องอ้ายลาย
ที่บางลาง) หลังจากนั้นปืนกระบอกนี้ก็ได้กลายเป็นปืนประจำมือของครูมาตลอดถึงแม้ว่าท่านจะมีปืนไร
เฟิ้ลเกือบทุกขนาดอยู่ในครอบครองก็ตาม นอกจากจะทำหน้าที่ของมันในการล่าแล้ว หลายครั้งต่อหลาย
ครั้งมันก็ยังได้ช่วยปกป้องชีวิตของครูและเพื่อนร่วมคณะจากอันตรายในป่าอีกด้วย (ครูฉัตรชัยบอกว่า
ถ้ามีเวลาจะเขียนเรื่องราวการท่องป่าในช่วงหลังนี้มาให้อ่านกัน)

A-5 ถูกออกแบบโดยนักออกแบบปืนยอดอัจฉริยะ จอนห์ เอ็ม บราวนิงค์ ตั้งแต่ก่อนปี 1900 และเริ่ม
ผลิตออกจำหน่ายตั้งแต่ปี 1902 มันเป็นปืนลูกซองออโต้กระบอกแรกของโลกที่สามารถใช้งานได้จริงจัง
และมันก็ได้รับความนิยมสูงสุดตลอดเวลา 96 ปีที่ผ่านมา แต่เดิมทีมีการผลิตแต่ขนาด 12 จนกระทั่งมี
ขนาด 16 และ 20 ให้เลือกซื้อ ในปี 1905 และ 1958 ตามลำดับ ผมเองเคยพบปืน A-5 ขนาด 16 มา
ครั้งหนึ่งมันเป็นปืนที่มีขนาดกระทัดรัดน่าใช้มาก น่าเสียดายว่ากระสุนค่อนข้างจะหายากในประเทศเรา 

ปืนลูกซองออโต้เป็นปืนที่ออกแบบได้ยากที่สุดชนิดหนึ่งเพราะว่ามันจะต้องทำงานได้กับกระสุนหลาก
ชนิดที่มีแรงสะท้อนถอยหลังต่างกันมาก จอนห์ บราวนิงค์ ก็เลยแก้ปัญหาการดีดปลอกและการป้อน
กระสุนโดยการออกแบบกลไกปืนที่มีการทำงานต่างไปจากปืนออโตแบบอื่นๆที่เราเคยพบเห็นกัน

ปืนลูกเลื่อนโดยทั่วไปแล้วเมื่อทำการยิงลำกล้องมักจะอยู่กับที่หรือเคลื่อนตัวถอยหลังเพียงเล็กน้อยเพื่อ
ปลดการขัดกลอน  ลูกเลื่อนหรือลำเลื่อนจะเป็นส่วนที่เคลื่อนตัวถอยหลังเพื่อดีดปลอกกระสุนออกใน
จังหวะถอยและป้อนกระสุนนัดต่อไปเข้าสู่รังเพลิงในจังหวะที่สปริงดีดตัวกลับ

แต่สำหรับ A-5 ลำกล้องจะเคลื่อนที่ถอยหลังไปพร้อมกับลูกเลื่อนประมาณสี่นิ้วจนสุดทาง สปริงขด
ใหญ่ที่อยู่รอบแม็กกาซีนหลอดใต้ลำกล้องซึ่งถูกอัดให้หดสั้นในช่วงการถอยก็จะดีดตัวดันให้ลำกล้อง
เดินหน้าโดยที่ชุดลูกเลื่อนยังคงข้างอยู่ที่เดิม ปลอกกระสุนที่ยิงแล้วก็จะถูกดีดออกในตอนนี้ เมื่อลำ
กล้องกลับเข้าสู่ตำแหน่งปรกติ ลูกเลื่อนก็จะเริ่มเดินหน้าโดยแรงขับของสปริงอีกตัวพร้อมทั้งป้อน
กระสุนนัดต่อไปเข้าสู่รังเพลิง (การทำงานแบบนี้มีชื่อว่า "Long Recoil")

ภาพที่ 5 โครงปืนในลักษณะปรกติ

ภาพที่ 6 ลำกล้องจะเคลื่อนที่ถอยหลังพร้อม
กับลูกเลื่อนด้วยแรงขับจากกระสุน

ถึงแม้จะถูกออกแบบมาตั้งแต่กว่าร้อยปีที่แล้ว บราวนิง A-5 ก็มีลูกเล่นแพรวพราวซ่อนอยู่ แม้ปืนรุ่น
ใหม่ๆก็เทียบไม่ติด ยกตัวอย่างเช่น

พรานรุ่นเก่ามักจะไม่นิยมใช้ปืนลูกซองห้านัด แต่จะนิยมลูกซองเดี่ยวหรือแฝดมากกว่า เพราะเหตุว่าการ
เดินไปในป่านั้นไม่สามารถเลือกได้ว่าจะไปพบสัตว์อะไรเข้า ถ้าเป็นปืนแฝดก็จะสามารถบรรจุกระสุนลูก
ปรายขนาดเล็กไว้หนึ่งลำกล้องและลูกปรายขนาดใหญ่หรือลูกโดดไว้อีกลำกล้อง ถ้าปืนลูกซองเดี่ยวก็
สามารถเปลี่ยนกระสุนตามสัตว์ที่เจอได้ แต่ถ้าเป็นปืนลูกซองห้านัดเมื่อบรรจุกระสุนลูกปรายสำหรับหา
อาหาร ถ้าอาจจะไปเจอเข้ากับสัตว์อันตรายที่วิ่งสวนเข้าทำร้ายก็ไม่สามารถเปลี่ยนกระสุนที่จะใช้ยิงได้

ข้อนี้ปืนบราวนิงออโตได้แก้ปัญหาไว้อย่างแยบยล ด้วยการที่มีคันโยกเพื่อเลือกระหว่างการยิงทีละนัด
แบบปืนบรรจุเดี่ยวหรือจะยิงต่อเนื่องด้วยกระสุนที่บรรจุอยู่ในแม็กกาซีน ถ้านึกตามไม่ออกก็ขอให้ชม
จากภาพได้เลย

ภาพที่ 7 บรรจุกระสุน SG เข้าในแม็กกาซีนหลอด
ซึ่งจุได้สี่นัด

ภาพที่ 8 ดันท้ายกระสุนให้จมเข้าในแม็กกาซีน

ภาพที่ 9 เมื่อบรรจุเสร็จ ท้ายกระสุนจะโผล่ออกมาเล็กน้อย

ภาพที่ 10 คันล็อกแม็กกาซีนในตำแหน่งปรกติ

ภาพที่ 11 โยกคันล็อกแม็กกาซีนไปด้านหลัง
คันล็อกนี้จะกันไม่ให้กระสุนจากแม็กกาซีนออกมา

ภาพที่ 12 กระชากลูกเลื่อนถอยหลังสุด ลำเลื่อนจะ
ค้างในลักษณะเดียวกับที่กระสุนหมดเพราะกระสุนใน
แม็กกาซีนถูกขวางไว้ไม่ให้ออกมา

ภาพที่ 13 ใส่กระสุนลูกปรายขนาดเล็กหนึ่งนัด
เข้าทางช่องคายปลอก

ภาพที่ 14 กระสุนวางอยู่ในห้องลูกเลื่อน

ภาพที่ 16 กระสุนถูกป้อนเข้าสู่รังเพลิง

ภาพที่ 18 เมื่อยิงแล้วลูกเลื่อนจะค้าง

ภาพที่ 15 กดปุ่มคลายล็อคลูกเลื่อนเพื่อ
ให้ลูกเลื่อนดันกระสุนเข้าสู่รังเพลิง

ภาพที่ 17  ปืนพร้อมสำหรับการใช้งาน
ด้วยกระสุน 4+1นัด

ภาพที่ 19 สามารถป้อนกระสุนลูกปราย
ขนาดเล็กที่ต้องการยิงนัดต่อไปได้โดย
ใส่เข้าไปทางช่องคายปลอก

ภาพที่ 20  หรือถ้าต้องการใช้กระสุน SG
ที่บรรจุอยู่ในแม็กกาซีนก็เพียงแต่โยกคัน
ล็อกแม็กกาซีนไปข้างหน้ากระสุนที่ถอยออกจ
ากแม็กกาซีนก็จะไปปลดล็อกให้ลำเลื่อนที่ค้าง
อยู่เลื่อนเข้าที่โดยอัตโนมัติโดยไม่ต้องกดปุ่ม
ล็อกลูกเลื่อน ระหว่างที่ยิงก็สามารถบรรจุ
กระสุนในแม็กกาซีนเพิ่มเติมได้อย่างต่อเนื่องด้วย

ภาพที่ 21 เมื่อยิงจนกระสุนหมดแม็ก ลูกเลื่อนจะค้าง

ภาพที่ 22 บรรจุกระสุนเข้าสู่แม็กกาซีน

ภาพที่ 23 ทันทีที่ปล่อยมือจากท้ายกระสุนกระสุน
นัดนั้นก็จะถอยหลังมาดันให้ลูกเลื่อนปิดกลับเข้าที่
พร้อมที่จะยิงทันที (เร็วมากจนถ่านภาพไม่ทัน)

ปืนของครูฉัตรชัยแต่เดิมนั้นมีลำกล้องขนาด 29 นิ้วครึ่งซึ่งเป็นลำกล้องฟูลโช๊คซึ่งท่านก็ใช้งานในขณะที่
เดินทางท่องเที่ยวในป่ามาเป็นเวลากว่า 20ปี เป็นลำกล้องที่ปีบม่านกระสุนได้แคบมากสามารถยืดระยะยิง
หวังผลได้ถึง 50 เมตร จนกระทั่งเมื่อท่านเลิกเข้าป่าแล้วจึงได้ซื้อลำกล้องขนาด 24 นิ้วที่มีโช๊คแบบ
Improve Cylinder มาเพื่อใช้งานเป็นปืนเฝ้าบ้าน

ภาพที่ 24  บราวนิง A-5 เมื่อใส่กับลำกล้อง
 29 นิ้วครึ่ง Full Choke ยืดระยะหวังผลไป
ได้กว่า  50 หลา

ภาพที่ 26 คุณยุทธดนัยทดลองยิงด้วยลูกปราย
เบอร์4 ปลอกกระดาษของเรมิงตันอายุพอๆกับตัวปืน

ภาพที่ 25 กลุ่มกระสุน OOBuck Super X ของ
วินเชสเตอร์ ที่ระยะ 25 เมตร ยิงจากลำกล้อง Full
Choke ฝีมือคุณชัยยศ

ภาพที่ 27 กลุ่มกระสุนลูกปรายเบอร์สี่ ซึ่งมีขนาดแต่ละเม็ดเท่ากับ 0.13 นิ้ว พอทำให้เข้าใจว่าทำไมใน
เรื่องเพชรพระอุมาคณะเดินป่าจึงต้องใช้ลูกปรายขนาดนี้ต่อสู้กับฝูงลิง

ภาพที่ 28 บราวนิง A-5 เมื่อใส่กับลำกล้อง Buck
Speacial คล่องตัวเหมาะสำหรับการใช้งานในป่าทึบ

ภาพที่ 29 กลุ่มกระสุน OOBuck Super X ของ
วินเชสเตอร์ ที่ระยะ 25 เมตร ยิงจากลำกล้อง Buck
Special 24นิ้ว

ภาพที่ 30 ยิง 5 นัดรวดในเวลาเพียง 1.78 วินาที
เข้าใจแล้วว่าทำไมห้านัดจึงได้แปดตัว (หาอ่านได้ใน
เรื่องไอ้ดำมหากาฬ)
 

ในช่วงเวลาที่ผลิตออกจำหน่ายบราวนิงมีลำกล้องหลายขนาดให้เลือกใช้ ตั้งแต่ 12 ถึง 30 นิ้ว โดยที่ยัง
มีโช๊คหลายแบบให้เลือกใช้ และยังมีลำกล้องที่สามารถเปลี่ยนโช๊คได้ที่มีชื่อว่า Invector Plus ซึ่งเป็น
ศัพท์เฉพาะของบราวนิงอีกด้วย บริษัทบราวนิงได้ประกาศเลิกผลิต A-5 ในปี 1999 ทั้งๆที่ปืนยังเป็นที่
ต้องการในตลาดอยู่เสมอ สาเหตุที่เลิกผลิตก็เนื่องมาจากต้นทุนการผลิตสูงกว่าปืนรุ่นใหม่ๆนั่นเอง

ภาพที่ 31 ศูนย์หลังของลำกล้อง Buck Speacial
ช่วยให้การเล็งยิงลูกโดดหรือลูกปรายขนาดใหญ่
ได้ดียิงขึ้น

ภาพที่ 32 ศูนย์หน้าที่ติดมากับลำกล้อง Buck Speacial

ภาพที่ 33  การถอดทำได้โดยการหมุนแหวนล็อกใต้
ลำกล้องเมื่อถอดแล้วก็ถอดกระโจมมือออกได้ ลำกล้อง
สามารถถอดออกได้ง่ายๆ

ภาพที่ 34 สปริงขดใหญ่ที่ใช้ผลักลูกเลื่อนและลำกล้อง
กลับเข้าที่และแม็กกาซีนหลอดซึ่งซ่อนอยู่ในกระโจมมือ
การใส่กลับต้องกดลำกล้องลงเล็กน้อยก่อนจะใส่แหวน
ล็อกลงไปได้

บทสรุป

ถึงแม้จะถูกออกแบบมานานกว่าร้อยปี บราวนิงออโต A-5 ก็ไม่เคยล้าสมัย มันยังคงความโดดเด่นในการ
ใช้งานด้วยลูกเล่นแพรวพราวที่ถูกกลั่นออกมาจากมันสมองอัจฉริยะของ จอนห์ เอ็ม บราวนิง ตัวปืนก็
ถูกสร้างอย่างแข็งแรงปราณีตด้วยเหล็กทุกชิ้นอย่างที่จะคงอยู่ไปชั่วลูกชั่วหลาน คงยากที่ปืนลูกซองออ
โตกระบอกไหนจะเทียบชั้นได้

ปืนกระบอกที่เราทดสอบยังมีความพิเศษไปมากกว่านั้น มันคือปืนกระบอกแรกและกระบอกโปรด
ของบรมครูของวงการปืนเมืองไทย และมันก็ได้สร้างตำนานในหน้าที่ของมันแล้วในฐานะต้นกำเนิด
ของอมตะนิยายเพชรพระอุมา

- ขอขอบพระคุณ ครูฉัตรชัย วิเศษสุวรรณภูมิ ที่ให้ความกรุณา
ให้ปืนไปทดสอบและยังให้คำแนะนำเป็นความรู้อีกมากมาย
- ขอขอบคุณพี่ชัยยศ ชิโนกุล ที่ให้คำแนะนำในการทดสอบ

ธัชรวี หาริกุล

6 กุมภาพันธุ์ 2543

คุยกันรอบกองไฟ

เซ็นสมุดเยี่ยม

สมัครสมาชิก Thailand Outdoor ฟรี

กรุณาใส่ email และคลิ๊ก submit
Powered by YourMailinglistProvider.com