มี VDO มาให้ดูกันเล่นๆจากการไปเที่ยวป่าครั้งล่าสุดครับ

เป็นการทำอาหารเมนูป่าๆ แต่ก็ให้มาซึ่งแง่คิดผมก็ไม่แน่ใจนักว่าการตลาดหรืออะไรที่สร้างความเชื่อให้กับคนรุ่นเราว่าอาหารจากธรรมชาตินั้นสกปรกเต็มไปด้วยเชื้อโรค และการ “เก็บเกี่ยว” เอาอาหารมาจากธรรมชาตินั้นก็เป็นสิ่งน่ารังเกียจเพราะเป็นการเบียดเบียนทำร้ายธรรมชาติ แต่ขณะเดียวกันก็ทำให้คนส่วนใหญ่ของสังคมยอมรับหรือถึงขั้นถึงนิยม เชิดชูอาหารที่มาจากการเกษตรสมัยใหม่, อาหารที่ผ่านกระบวนการแปรรูปอุตสหกรรม ไปจนถึงพืชและสัตว์ต่างถิ่นหรือตัดต่อพันธุกรรม

ทั้งๆที่ในความเป็นจริง ทรัพยากรธรรมชาติทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นพืชพรรณ, สัตว์น้ำ หรือกระทั่งสัตว์ป่านั้นเป็นทรัพยากรที่ที่สามารถใช้ได้โดยไม่หมดไปหรือไม่ลดลง ขอเพียงแต่เรามีการจัดการที่ดี ไม่“เก็บเกี่ยว”มากจนเกินไป, ให้โอกาสธรรมชาติได้ฟื้นตัว ไปจนถึงดูแลปรับปรุงปัจจัยสิ่งแวดล้อมให้พืชพรรณหรือสัตว์เหล่านั้นได้ขยายพันธุ์เพิ่มจำนวนขึ้น ซึ่งก็เป็นศาสตร์ที่รู้และปฏิบัติกันทั่วโลก (ยกเว้นบ้านเรา)

อาหารธรรมชาตินี้ล้วนเป็นอาหารที่สะอาดปราศจากสารเคมี, ปราศจากฮอร์เมนเร่งการเติบโต, ไม่มียาปฏิชีวนะตกค้าง, และการเติบโตของมันดีต่อโลกมากๆ เพราะไม่ต้องถางที่ปลูกพืชอาหารสัตว์, ไม่ต้องกวาดจับปลาเล็กปลาน้อยมาทำอาหาร, ไม่ต้องใช้พลังงานในการผลิตอาหารเม็ด ฯลฯ เรียกในภาษาคนสมัยใหม่ได้ว่า Carbon Footprint เป็นศูนย์, Organic, Free Range, Happy Living, Humanely killed ฯลฯ

หลังจากที่อยู่ในป่าที่อุดมสมบูรณ์นี้ได้ 3 วัน ผมก็เดินออกมาเจอหุบเขาที่ถูกถางเตียนโล่งเพื่อปลูกถั่วเหลือง และ ข้าวโพด ที่เอามาผลิตอาหารสัตว์

ทำให้ผมตั้งคำถามกับตัวเองว่า คนรุ่นเราคิดถูกแล้วหรือที่ถางป่าอันอุดมสมบูรณ์ไปด้วยอาหารมาเพียงเพื่อปลูกพืชอาหารสัตว์ที่ราคาแสนถูกและต้องผ่านกระบวนการอีกมากมายกว่าจะกลับมาเป็นอาหารเราได้ แล้วกันป่าที่พอจะมีเหลือจากการถางไว้ไม่ให้ใครเข้าไปใช้ประโยชน์เลยเราน่าจะมีวิธีจัดการใช้ประโยชน์จากธรรมชาติได้ดีกว่านี้

คุณคิดว่ายังไงครับ