ผมเป็นเพียงคนเมืองที่ชอบไปเดินป่า ต่างจากผู้คนที่ให้ชีวิตอยู่กับป่าเป็นประจำอย่างเพื่อนๆผมที่เป็นเจ้าหน้าที่อุทยานหรือชาวบ้านป่า, คนเมืองมืออ่อนเท้าอ่อนอย่างเราๆจึงต้องใช้อุปกรณ์หลายๆอย่างที่จะช่วยให้เราไปเดินป่าได้อย่างที่ไม่ลำบากจนเกินไปและเอาชีวิตรอดออกมาได้อย่างมีความสุข

ในตลอดเวลาที่เดินป่ามากว่า 30 ปี และทดสอบอุปกรณ์มาสิบกว่าปี ผมได้ลองผิดลองถูกมาไม่น้อย เรียนรู้จากการทดลองใช้จริงมาจากหลายสถานการณ์ สิ่งที่ผมได้เรียนรู้มานี้ผมพยายามถ่ายทอดออกมาเป็นบทความและ VDO มากมาย โดยผมจะรวบรวมลิ้งค์ไปสู่บทความและ VDO เหล่านั้นไว้ในหน้านี้เพื่อให้เป็นประโยชน์กับนักเดินป่ามือใหม่

ทั้งหมดนี้เป็นความคิดเห็นที่เกิดจากประสบการณ์ที่ผมมีมา อาจจะแต่งต่างไปจากท่านอื่นๆที่มีความชำนาญแตกต่างกันไป แต่ก็อย่างที่บอกครับ นี่คือความคิดของผม

อุปกรณ์ที่ใช้ในการเดินป่าสามารถจัดแยกได้เป็น 3 กลุ่มหลักๆคือ อุปกรณ์ที่ใช้ระหว่างเดิน, อุปกรณ์การนอน และอุปกรณ์เตรียมอาหาร เรามาลองดูกันเลยครับ

อุปกรณ์ที่ใช้ในการเดิน

อุปกรณ์ที่สำคัญที่สุดสองอย่างก่อน คือเป้และรองเท้า เพราะถ้า 2 อย่างนี้ดีและเหมาะสมกับการใช้งานแล้วคุณจะมีความสุขในการเดินป่า แต่หากเลือกมาผิดละก็ ทุกย่างก้าวของคุณจะเป็นความทุกระทม ปวดเท้าระบมไหล่ไปทุกขณะจิต

รองเท้า

ผมจัดรองเท้าเป็นอุปกรณ์สำคัญอันดับหนึ่ง และเป็นสิ่งที่คนมองข้ามและละเลยในรายละเอียดมากที่สุด

การเลือกรองเท้าเดินป่ามีรายละเอียดมากมาย ตั้งแต่ประเภทของรองเท้า ไปจนถึงรูปทรงของเท้า

คนส่วนใหญ่ (รวมทั้งผมจนกระทั่งไม่นานมานี้) มักจะคิดว่ารองเท้าขอให้เป็นรองเท้าหุ้มข้อก็เป็นรองเท้าเดินป่าเหมือนๆกันหมด บางคนก็คิดว่ารองเท้าวิ่งเทรลก็ใช้เดินป่าได้เหมือนกัน ขอตอบแบบกำปั้นทุบหัวเลยว่าไม่จริงครับ

การเดินป่าควรใช้รองเท้าที่หุ้มเท้าทั้งหมดเพื่อป้องกันเท้าจากการบาดเจ็บซึ่งอาจจะกิ่งไม้, หนาม, แมลง หรือสัตว์เลื้อยคลาน 

ชนิดของรองเท้าที่ใช้เดินป่า ขึ้นกับระยะทาง, น้ำหนักที่แบกและลักษณะของเส้นทาง หากเดินเส้นทางระยะสั้น บนทางที่ค่อนข้างเรียบเป็นทางถนนและไม่ได้แบกน้ำหนักเป้มากนัก ก็สามารถใช้รองเท้ากีฬาทั่วไปได้ แต่ถ้าหากจะเดินในทางระยะไกล, แบกน้ำหนักมาก และเดินในทางป่าจริงๆแล้ว รองเท้าที่ออกแบบมาสำหรับการเดินป่าจะเหมาะสมกว่ามาก

รองเท้าที่ออกแบบสำหรับการเดินป่าโดยเฉพาะจะมีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างไปจากรองเท้าวิ่งหรือรองเท้ากีฬาอื่นๆ เช่นมีการหุ้มแข็งรอบด้านเพื่อป้องกันเท้าจากการบาดเจ็บเมื่อเตะหินหรือไม้แหลมคม, มีพื้นแข็งเพื่อป้องกันฝ่าเท้าบอบช้ำจากการเยียบย่ำไปบนพื้นที่ไม่เรียบเป็นเวลาทั้งวันและมีชั้นซับแรงสะเทือนที่มาจากการกระแทกที่เกิดจากน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นจากการแบกเป้ที่เป็นน้ำหนักส่วนเพิ่มของร่างกายเราซึ่งไม่ใช่น้ำหนักปรกติ, มีดอกที่พื้นหยาบเพื่อให้เดินในพื้นที่ดินเละหรือโคลนได้โดยไม่ลื่น, มีการปกป้องข้อเท้า ฯ

แม้กระทั่งรองเท้าเดินป่าแท้ๆก็ยังแยกเป็นหลายประเภท ตามนี้ครับ

  1. รองเท้า Light Hiking เป็นรองเท้าที่ออกแบบมาให้ใช้เดินป่าแบบลำลอ เดินไม่ไกลมาก บนทางที่ค่อนข้างเรียบ เช่นทางศึกษาธรรมชาติ หรือเส้นทางเดินป่าที่ปรับไว้ค่อนข้างเรียบ ถ้าจะแบกเป้บ้างก็เป็นเป้เบาสำหรับใช้วันเดียวหรือ นอนไม่เกินหนึ่งคืน รองเท้าเดินป่าส่วนใหญ่เกือบทุกยี่ห้อที่เข้ามาขายในบ้านเราจะเป็นกลุ่มนี้
  2. รองเท้า Hiking คือรองเท้าในกลุ่มที่ออกแบบมาให้เดินป่าในเส้นทางขรุขระ มีการแบกเป้น้ำหนักปานกลาง 12-20 กิโลกรัม รองเท้าในกลุ่มนี้จะมีพื้นที่แข็งแรงรับแรงกระแทกได้ดีและปกป้องเท้าและข้อเท้าได้ดีกว่ากลุ่ม Light Hiking แต่แน่นอนมันจะมีน้ำหนักมากกว่า อาจจะใส่ไม่สบายในตอนที่ลองครั้งแรกเพราะเราไม่คุ้นเคย แต่มันเป็นรองเท้าในกลุ่มที่เหมาะที่สุดสำหรับการเดินป่าปีนดอยในบ้านเรา
  3. รองเท้า Backpacking คือรองเท้าที่ออกแบบมาใช้เดินทางระยะไกลมากๆ บนทางที่ขรุขะหรือที่ไม่มีเส้นทาง แบกน้ำหนักจำนวนมากเช่น เกิน 20 กิโลกรัมขึ้นไป พูดง่ายๆว่าเป็นรองเท้าที่ heavy duty ที่สุด มันคือรองเท้าที่ปกป้องเท้าคุณได้ดีที่สุด มีพื้นแข็ง มีชั้นซับแรงกระแทก ตัวรองเท้าแข็งแรงมาก ไม่ผิดอะไรหากคุณจะใช้รองเท้า Backpacking มาเดินป่าบ้านเรา ขอเสียอย่างเดียวก็คือมันอาจจะหนักกว่า 2 แบบแรกอยู่บ้าง

ลองศึกษารายละเอียดจาก VDO การเลือกรองเท้าอันนี้นะครับ 

และอ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับรองเท้าเดินป่าได้ที่หน้านี้ครับ https://www.thailandoutdoor.com/2016/07/25/hiking-boots/

ถ้าต้องการดูรายละเอียดของรองเท้าเดินป่าที่แนะนำ ดูได้ที่นี่ครับ https://www.thailandoutdoorshop.com/asolo

เป้

เป้เดินป่าที่ดีจะสามารถกระจายน้ำหนักระหว่างไหล่และสะโพกทำให้ไม่เกิดการเจ็บไหล่หรือบาดเจ็บระหว่างเดิน เป้ที่ดีจะทนทานต่อการใช้งานไม่ต้องกังวลว่าจะไปชำรุดฉีกขาดในระหว่างทาง 

ความจุของเป้ที่เหมาะสมกับการเดินป่าในประเทศไทยโดยที่แบกสัมภาระเองทั้งหมดคือประมาณ 45-55 ลิตร ความจุนี้จะขึ้นกับขนาดของอุปกรณ์อื่นๆเช่นเต็นท์และเครื่องนอนว่ามีขนาดใหญ่แค่ไหน, เสบียงอาหารต้องเตรียมไปสำหรับกี่วัน, ต้องเตรียมอุปกรณ์กันหนาวไปด้วยมากแค่ไหน เป้ขนาดนี้มีขนาดกำลังเหมาะที่เดินได้อย่างคล่องตัวในป่าที่อาจจะรก แต่ก็มีความจุเหลือเฟือที่จะใส่ของจำเป็นสำหรับการเดินป่า 3-5 วันได้สบายถ้าหากคุณเลือกใช้ของที่มีขนาดเล็กมีคุณภาพที่ออกแบบมาสำหรับการเดินป่า

นอกจากความจุของเป้แล้ว การเลือกเป้ให้เหมาะกับสรีระของผู้ใช้มีส่วนสำคัญมาก เป้สำหรับผู้ชายและผู้หญิงจะมีการออกแบบที่แตกต่างเพื่อให้เข้ากับสรีระที่แตกต่างกันไป นอกจากนี้ยังมีขนาดของเป้ที่จะต้องเลือกให้เหมาะกับความยาวแผ่นหลังของผู้ใช้(ไม่เกี่ยวกับความจุของเป้) 

ดู VDO การเลือกเป้รุ่นต่างๆได้ที่นี่ครับ


อ่านบทความเกี่ยวกับการเลือกเป้โดยละเอียดได้ที่หน้านี้ครับ https://www.thailandoutdoor.com/2015/11/16/choosing_backpack/

ดูรายละเอียดของเป้รุ่นต่างๆที่แนะนำได้ที่นี่ครับhttps://www.thailandoutdoorshop.com/camping/knapsack-camping/backpacking.html

ไม้เท้าเดินป่า

ไม้เท้าเดินป่าไม่ใช่อุปกรณ์จำเป็น แต่เป็นอุปกรณ์ที่จะช่วยให้เราเดินป่าได้โดยที่เหน็ดเหนื่อยน้อยลง การแบกเป้ซึ่งไม่ใช่น้ำหนักปรกติและการเดินบนพื้นผิวที่ไม่เรียบของทางป่าทำให้เราต้องใช้กล้ามเนื้อในการทรงตัวขณะก้าวเดินมากกว่าปรกติ การใช้ไม้เท้าพยุงตัวทำให้เราต้องใช้กล้ามเนื้อในการทรงตัวน้อยลง การขึ้นหรือลงทางชันก็ทำได้ง่ายขึ้น ทำให้เราเดินได้ไกลขึ้นและเหนื่อยน้อยลง

ลองดู VDO แนะนำการใช้ไม้เท้าและการเลือกไม้เท้าเดินป่าได้ที่นี่ครับ

ดูรายละเอียดของไม้เท้าแต่ละรุ่นได้ที่นี่ครับ https://www.thailandoutdoorshop.com/camping/hiking-pole-camping/trekkingpole.html 

ขวดน้ำ

ในระหว่างการเดินเราจะสูญเสียเหงื่อเป็นปริมาณมาก จึงจำเป็นที่เราจะสำรองน้ำไว้สำหรับดื่มระหว่างเดิน 1-2  ลิตรต่อวันขึ้นกับระยะทางที่เดินและสภาพอากาศ

เราควรหลีกเลี่ยงการใช้ขวดน้ำพลาสติกชนิดใช้แล้วทิ้ง เพราะ “ขวดใช้แล้วทิ้ง” นี้คือขยะปริมาณมากที่สุดอย่างหนึ่งและสร้างปัญหาในทุกแหล่งท่องเที่ยวของประเทศไทย เราสามารถช่วยกันลดขยะขวดน้ำนี้ได้ง่ายๆด้วยการใช้ขวดน้ำหรือกระติกนำ้ที่ใช้ซ้ำได้

ดู VDO อธิบายเรื่องขวดน้ำได้ที่นี่ครับ

เลือกดูรายละเอียดของขวดน้ำได้ที่นี่ครับ https://www.thailandoutdoorshop.com/camping/water-camping/water-bottles.html

เครื่องกรองน้ำ

ในแต่ละวันของการเดินป่า เราหนึ่งคนจะต้องใช้น้ำดื่มและทำอาหารไม่น้อยกว่า 3 ลิตร จึงเป็นการยากหรือแทบเป็นไปไม่ได้ที่เราจะแบกน้ำไปให้เพียงพอสำหรับการเดินป่าหลายๆวัน ดังนั้นเราจึงต้องพึ่งพาน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติในป่า

น้ำในป่าถึงแม้บางครั้งจะดูใส ดูเหมือนสะอาด แต่เราไม่ควรคาดหวังว่าน้ำจะสะอาด แหล่งน้ำส่วนใหญ่มักจะมีหมู่บ้านอยู่ใกล้เคียงหรือเหนือน้ำ ถ้าไม่มีผู้คนก็มีสัตว์ป่าต่างๆที่จะถ่ายของเสียลงในน้ำ แน่นอนว่าในน้ำธรรมชาติมักจะมีพยาธิ หรือเชื้อโรคในกลุ่มแบคทีเรียหรือโปรโตซัว

การทำน้ำในธรรมชาติให้สะอาดอาจจะทำได้ด้วยการต้มให้เดือดนานอย่างน้อย 3 นาที วิธีนี้จะฆ่าเชื้อโรคได้แต่ไม่ได้กำจัดสารแขวนลอยในน้ำซึ่งก็อาจจะได้น้ำที่ขุ่นตามสภาพ วิธีที่ดีและสะดวกที่สุดคือการใช้เครื่องกรองน้ำแบบพกพาที่สามารถกรองเชื้อโรคได้ทุกครั้งที่จะบริโภคน้ำจากธรรมชาติ

ลองดู VDO แนะนำเครื่องกรองน้ำแบบต่างๆใน VDO นี้เลยครับ


 
เลือกดูรายละเอียดของเครื่องกรองน้ำได้ที่นี่ครับ https://www.thailandoutdoorshop.com/camping/water-filter/filter.html

อุปกรณ์การนอน

เมื่อเดินแบกเป้มาถึงจุดแค้มป์แล้วก็ต้องเตรียมที่หลับที่นอนกันบ้างครับ อย่างแรกก็คือจะเลือกเต็นท์หรือเปลดี

เต็นท์ 

เต็นท์ที่ใช้เดินป่าควรเป็นเต็นท์น้ำหนักเบา เก็บแล้วเล็กสามารถพกพาได้สะดวก ควรกันฝนไว้ใจได้จริงๆเพราะกลางป่านั้น ถ้าหากเต็นท์รั่วขึ้นมาเราจะวิ่งหลบเข้ารถก็ไม่ได้ จะวิ่งหาศาลาก็ไม่มี แต่ก็จะต้องระบายอากาศได้ดีด้วยเพราะสภาพอากาศบ้านเรามีความชื้นสูงหากเต็นท์ไม่ระบายอากาศก็จะเกิดเป็นหยดน้ำด้านในเต็นท์จนเปียก 

ที่แนะนำคือควรจะเป็นเต็นท์ ที่มีผนัง 2 ชั้น หรือ Double wall จะระบายอากาศและความชื้นได้ดีกว่าแบบ Single Wall มาก

Black Deer Archeos 2 เป็นเต็นท์ที่เหมาะมากสำหรับนักเดินป่ามือใหม่


 

ถ้าต้องการเต็นท์เดินป่าชั้นดีใช้กันยาวๆ ก็ต้องตัวนี้ครับ MSR Hubba Hubba

เลือกดูเต็นท์เดินป่าได้ที่นี่ครับ https://www.thailandoutdoorshop.com/camping/tent-camping/hiking-tents.html

เปล

การเลือกใช้เปลสามารถทำได้ถ้าแน่ใจว่าจุดแค้มป์มีต้นไม้เพียงพอให้ผูกเปล  เปลจะมีข้อดีมากหากคุณเดินป่าเดินดอยในช่วงหน้าฝนเพราะหากเพียงคุณมีฟลายชี้ตคุณภาพดีและขนาดใหญ่พอ, และเรียนรู้การผูกเปลที่ถูกต้อง คุณก็จะสามารถนอนเปลได้อย่างมีความสุขไม่ว่าฝนจะตกหนักแค่ไหน แต่ก็จะหนาวมากในฤดูหนาว การใช้เปลควรเลือกใช้เปลที่มีมุ้งเพื่อกันแมลงเช่นยุงซึ่งเป็นพาหะของไข้มาลาเรีย และควรมีฟลายชี้ตกันฝนเพราะเราไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่าฝนในป่าจะตกหรือไม่ แม้จะเป็นฤดูแล้ง

ลองดู VDO การเลือกเปลได้ที่นี่ครับ 

ดูรายละเอียดของเปลเดินป่าได้ที่นี่ครับ https://www.thailandoutdoorshop.com/camping/cradle-camping/hammock-with-net.html

ฟลายชี้ต

หากเดินทางในฤดูฝน ควรมีฟลายชี้ตสำหรับพื้นที่กองกลาง สำหรับนั่งทำอาหารและกินอาหารในขณะที่ฝนตก อาจจะพกเพียอันเดียวสำหรับคนทั้งกลุ่มก็ได้

ฟลายชี้ตที่มีขนาดเหมาะกับการใช้เป็นพื้นที่กองกลาง หรือใช้กับเปลคือขนาด 3×3 เมตรขึ้นไป 

ลองดู VDO แนะนำ Fly Sheet ที่นี่เลยครับ

ดูรายละเอียดของ Fly Sheet ทุกรุ่นได้ที่นี่ครับ https://www.thailandoutdoorshop.com/camping/tent-camping/shelter.html

เครื่องนอนและเครื่องกันหนาว

แผ่นรองนอน

ของจำเป็นชิ้นต่อไปก็คือแผ่นรองนอนครับ คำแนะนำที่สำคัญคืออย่ามองข้ามความสำคัญของแผ่นรองนอนเด็ดขาด!

แผ่นรองนอนทำหน้าที่สำคัญสองอย่างคือ อย่างแรกช่วยปกป้องตัวคุณจากก้อนหินแหลมๆและรากไม้แข็งๆ และที่คนมักจะคิดไม่ถึงคือช่วยเรื่องความอบอุ่นที่ถุงนอนอย่างเดียวไม่สามารถทำได้

วัสดุของถุงนอนไม่ว่าจะดีแค่ไหน จะเป็นฉนวนปกป้องความหนาว (ลดการสูญเสียความร้อน) ได้ก็ต่อเมื่อมันฟูตัวมีโพรงอากาศภายใน สำหรับถุงนอนส่วนที่เรานอนทับอยู่ด้านล่างนั้นไม่ได้ช่วยให้เราอุ่นขึ้นเลย และเราจะรู้สึกหนาวจากด้านล่างแน่นอน แผ่นรองนอนจะช่วยได้มากในเรื่องความอบอุ่นนี้

ฟันธงเลยครับ ว่าแผ่นรองนอนเป็นของจำเป็น ที่จะช่วยให้คุณหลับสบายแล้วตื่นขึ้นมาอย่างสดชื่นพร้อมที่จะสนุกสนานกับวันรุ่งขึ้น

มาทำความเข้าใจกับแบบต่างของแผ่นรองนอนกันที่ VDO นี้ครับ

หรือถ้าอยากอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผ่นรองนอนก็อ่านที่นี่ได้เลยครับ  https://www.thailandoutdoor.com/2016/11/25/mattress/

และดูรายละเอียดของแผ่นรองนอนได้ที่นี่ครับ https://www.thailandoutdoorshop.com/camping/bedding-camping/sleeping-pad.html

ถุงนอนหรือผ้าห่ม

ในป่าอากาศมักจะเย็นเสมอในเวลากลางคืน ยิ่งพื้นที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลเท่าไหร่ก็จะยิ่งหนาวเย็นแม้จะเป็นฤดูร้อน เราจึงจำเป็นต้องเตรียมผ้าห่มหรือถุงนอนที่มีอุณหภูมิใช้งานเหมาะสมกับพื้นที่และฤดูที่จะไป

เมื่อมีแผ่นรองนอนแล้วด้านล่างอุ่น คุณก็อาจจะเลือกใช้ผ้าห่มแทนถุงนอนก็ยังได้ประหยัดที่และน้ำหนักไปครึ่งหนึ่ง

สิ่งที่สำคัญก็คือการเลือกผ้าห่มและถุงนอนที่เหมาะกับอุณภูมิใช้งาน ถ้าหากคุณอ่าน Spec อ่านให้ดีๆนะครับว่า Comfort ในช่วงไหน ไม่ใช่ extream range นะครับ

เวลาเราเลือกซื้อถุงนอน สิ่งที่เราจะสังเกตกันเป็นลำดับต้นๆก็คือ Temperature Rating หรือตัวเลขที่บอกอุณหภูมิที่เหมาะกับการใช้งานถุงนอนรุ่นนั้นๆ ซึ่งเราก็ควรจะเลือกให้เหมาะกับการใช้งานของเรา ถ้าใช้ถุงนอนบางเกินไปก็หนาวสั่น ใช้ถุงนอนหนามากก็ร้อนเกินไป โดยถุงบางรุ่นก็บอกเลขตัวเดียว บางรุ่นก็มีเลขหลายตัว แล้วเลขแต่ละตัวมีความหมายอย่างไร

โดยทั่วไปตัว Temperature Rating จะมีตัวเลข 3 ตัวครับ คือ Comfort Range, Transition Range และ Risk Range ครับ แต่ละตัวก็จะแปลความหมายออกมาต่างกันครับ

Comfort Range

คือช่วงอุณหภูมิที่คนทั่วไปสามารถนอนได้อย่างสบาย ไม่รู้สึกหนาว

Transition Range

คือช่วงอุณหภูมิที่คนทั่วไปเริ่มรู้สึกหนาว มีการนอนขดตัว และถือเป็นอุณหภูมิต่ำสุดที่สามารถใช้ถุงนอนนี้ได้อย่างปลอดภัย

Risk Range (Extreme Range)

คือช่วงอุณหภูมิที่คนทั่วไปรู้สึกหนาวจัด แต่ความรู้สึกภายในถุงนอนและนอกถุงนอนยังคงแตกต่างกัน การใช้งานในช่วงอุณหภูมินี้มีความเสี่ยงต่อการสูญเสียความร้อนของร่างกาย (Hypothermia) ไม่ควรนำไปใช้ยกเว้นในกรณีฉุกเฉิน

จากคำอธิบายข้างบนก็คือตัวเลขที่เราควรจะสนใจก็คือ Comfort Range เป็นหลัก สำหรับคนที่ทนหนาวเก่งหรือขี้ร้อนก็อาจจะดูที่ Transition Range ก็ได้ สำหรับถุงนอนบางรุ่นที่มี Temperature Rating แค่ตัวเดียวก็ต้องดูให้ละเอียดว่าเลขที่บอกคือตัวไหน

ทั้งนี้ไม่ได้แปลว่าถ้าเรานอนที่อุณหภูมิ 15 องศา โดยใช้ถุงนอนที่มี comfort range ที่ 10 องศา แล้วเราจะอุ่นเสมอไป เพราะในความเป็นจริงมีตัวแปรอีกหลายๆอย่างที่ส่งผลกับความอบอุ่นของเราครับ ทั้งลม ความชื้น เสื้อผ้าที่เราใส่และความรู้สึกของแต่ละคน เพียงแต่ Temperature Rating เป็นค่ามาตรฐานที่มาจากการทดสอบในตัวแปรควบคุมที่กำหนดไว้ ซึ่งก็เป็นตัวเลขที่เราอ้างอิงได้ สามารถใช้เปรียบเทียบกันระหว่างถุงนอนแต่ละรุ่นได้ พอเราเอาไปใช้จริง ความรู้สึกก็อาจจะแตกต่างออกไปบ้าง แต่ก็ต้องบอกว่าอยู่ในช่วงที่ใกล้เคียงพอสมควร

ดู VDO นี้จะอธิบายเรื่องถุงนอนอย่างละเอียดครับ 

ถ้าอยากรู้ให้ลึก ศึกษาให้มากกว่านี้ ลองอ่านบทความเรื่องการเลือกผ้าห่มและถุงนอนได้ที่หน้านี้เลยครับ https://www.thailandoutdoor.com/2016/11/30/blanket/

และสามารถรายละเอียดของผ้าห่มและถุงนอนได้ที่นี่ครับ 

https://www.thailandoutdoorshop.com/camping/bedding-camping/sleeping-bag.html https://www.thailandoutdoorshop.com/camping/bedding-camping/blanket.html

อุปกรณ์ทำอาหาร

จบจากเรื่องเครื่องนอนก็ต้องหาอะไรกินกันบ้างละ

อาหารที่จะเตรียมไปเดินป่าก็ไม่พ้นของแห้งที่มีน้ำหนักเบา เก็บได้หลายวันโดยที่ไม่ต้องแช่เย็น เช่นกุนเชียง, ปลาแห้ง, เนื้อเค็ม อย่าหวังพึ่งพาบะหมี่สำเร็จรูปมากเกินไปนะครับเพราะมันอาจจะช่วยให้อิ่มได้บ้างแต่คุณจะไม่มีแรงเดิน หรือเดินไปแค่ 2-3 ชั่วโมงก็หมดแรงและหิวอีกครั้ง

อาหารสำหรับเดินป่า ในยุคนี้คงไม่มีอะไรดีเลิศไปกว่าอาหาร Freeze Dry ที่น้ำหนักเบา, เก็บได้นาน, ปรุงง่ายและให้พลังงานครบเหมือนอาหารที่ปรุงสด

ดูเมนูต่างๆของอาหาร Freeze Dry ได้ที่นี่ครับ https://www.thailandoutdoorshop.com/camping/freezedried/riceandcurry.html

เตา

การปรุงอาหารร้อน เตาแก๊สหรือเตาน้ำมันคืออุปกรณ์ที่ช่วยให้ชีวิตคุณง่ายขึ้นมาก เดินป่านี่บางครั้งแราจะก่อไฟกันถ้าหากพื้นที่อำนวยให้ความอบอุ่นไล่แมลง แต่เดินมาเหนื่อยๆนี่การหุงข้าว ทำกับข้าวนี่เตาแก๊สเตาน้ำมันสบายกว่ามากครับ นอกจากนั้นการก่อไฟโดยไม่จำเป็นนั้นจะทำลายสภาพธรรมชาติของจุดแค้มป์และอาจจะทำให้เกิดไฟป่าขึ้นได้อีกด้วย

เตาเดินป่านั้นมีให้เลือกมากมาย ราคาไม่แพง ลองดูจาก VDO ทั้ง 3 อันนี้เลยครับ

ชอบและสนใจเรื่องเตาเดินป่า ลองอ่านบทความเรื่องการเลือกเตาเดินป่าที่หน้านี้นะครับ https://www.thailandoutdoor.com/2016/12/07/choosing_stove/   

ดูรายละเอียดของเตาเดินป่าได้ที่หน้านี้ครับ https://www.thailandoutdoorshop.com/camping/stove-camping/hiking-stove.html

หม้อ

หม้อทำอาหารเป็นปัจจัยหลักอย่างหนึ่งของการออกไปใช้ชีวิตกลางแจ้งครับ หม้อสำหรับเดินป่าแค้มปิ้งมีให้เลือกมากมายครับ ทุกแบบล้วนทำอาหารให้เรากินได้ ไม่มีหม้ออะไรดีอะไรไม่ดี แต่หม้อแต่ละชนิดมีจุดเด่นต่างๆกันและเหมาะกับการใช้งานที่แตกต่างกันครับ

ลองดู VDO อธิบายเรื่องหม้อได้ที่นี่เลยครับ 

ดูแล้วยังไม่จุใจอ่านบทความเรื่องหม้อที่นี่ได้ต่อครับ https://www.thailandoutdoor.com/2017/12/10/pottery/

และสามารถดูรายละเอียดของหม้อแต่ละรุ่นได้ที่หน้านี้ครับ https://www.thailandoutdoorshop.com/camping/kitchenware-camping/cookware-set.html

อุปกรณ์อื่นๆ

แสงสว่าง

ในป่ากลางคืนที่ไม่มีแสงจันทร์จะมืดมากจนแทบมองมือตัวเองไม่เห็น อุปกรณ์ส่องสว่างจึงเป็นอุปกรณ์จำเป็นมาก ทั้งที่ใช้ในแค้มป์และอาจจะจำเป็นต้องใช้หากเราเดินไม่ถึงแค้มป์ก่อนมืด 

ไฟฉายควรจะเป็นไฟฉายคาดหัว เพราะมันจะทำให้คุณมีมือว่างทั้ง 2 ข้าง จะได้ใช้กับไม้เท้า, ปีนป่ายระหว่างเดิน, กางเต็นท์, ทำกับข้าว ฯลฯ ซึ่งสิ่งเหล่านี้คุณจะทำได้ยากมาถ้ามีมือข้างเดียว ไม่ต้องสว่างมากให้เปลืองถ่านครับ แต่ที่สำคัญต้องเป็นของดี ทนทานไว้ใจได้ ประหยัดพลังงาน คุณต้องการไฟฉายที่ไว้ใจพึ่งพาได้ ลองนึกดูครับว่าเดินๆอยู่กลางป่าแล้วไฟฉายที่มีอยู่ดับจะทำยังไงต่อ

มาลองดูคำแนะนำเกี่ยวกับไฟฉายคาดหัวรุ่นที่แนะนำดูครับ

ดูรายละเอียดของไฟฉายคาดหัวทุกรุ่นได้ที่หน้านี้ครับ https://www.thailandoutdoorshop.com/camping/lighting-camping/flashlight/headlamp.html

แผนที่และเข็มทิศ

แม้จะมีคนนำทาง การมีแผนที่เข็มทิศและศึกษาพื้นที่ที่จะไปไว้ล่วงหน้าจะมีประโยชน์อย่างมากทั้งในการวางแผน, การเดินในพื้นที่ และการเพิ่มความสนุกสนานของการชมธรรมชาติ ถึงแม้ในโทรศัพท์ หรือในนาฬิกาจะมี GPS ที่สามารถบอกพิกัดตำแหน่งที่เราอยู่ได้ แต่นั้นก็ไม่ได้ช่วยการเดินป่ามากนักถ้าเราไม่ได้มีแผนที่ซึ่งบอกลักษณะความชันของพื้นที่

ลองดู VDO อธิบายการใช้งานแผนที่เข็มทิศอย่างละเอียดได้ที่นี่ครับ 

ดูรายละเอียดของเข็มทิศรุ่นต่างๆได้ที่หน้านี้ครับ https://www.thailandoutdoorshop.com/camping/compasses.html

พลั่วขุดหลุม

เป็นเรื่องสำคัญมากที่เราจะต้องขุดหลุมฝังของเสียจากร่างกายของเราให้ไม่อุจาดตา และไม่ให้พื้นที่สกปรก

ลองดูวิธีขุดและฝังที่ถูกต้องจาก VDO นี้ครับ

เชือก

ควรมีเชือกเอนกประสงค์ติดตัวไว้สัก 10 เมตร เชือกมีประโยชน์หลากหลาย ตั้งแต่ผูกฟลายชี้ต, ตากผ้า ไปจนถึงช่วยเวลาข้ามน้ำ ฯลฯ

ถุงขยะ 

เราไม่ควรเผาหรือฝังขยะไม่สามารถย่อยสบายได้ในป่า แต่เราควรนำถุงขยะเพื่อไปใส่ขยะเหล่านั้นทุกชิ้นกลับออกมาจากป่าเพื่อนำไปทิ้งในที่ที่สามารถจัดการขยะประเภทนั้นๆได้ เช่นในเขตเทศบาลเมือง (ในชุมชนที่อยู่ใกล้ป่าก็ไม่มีวิธีที่จะกำจัดขยะเหล่านี้)

อยากดูของเดินป่าที่คุณภาพดีๆลองดูจาก VDO 3 อันนี้เพิ่มเติมได้ครับ

หวังว่าบทความนี้จะให้ความรู้เพิ่มเติมกับเพื่อนๆนักเดินป่ากันบ้าง ไม่มากก็น้อยนะครับ
ออกไปสนุกมีความสุขกับการเดินป่ากันดูนะครับ

ตาเกิ้น

พฤศจิกายน 2564