“เฮ้ย รถดับ” ผมร้องอุทานเบาๆ พร้อมๆกับประคองให้รถจี๊ป Cherokee จอดข้างทางที่มืดมิด

รถจี๊ป Cherokee คันนี้เป็นรถของพ่อที่ส่งต่อมาถึงผม มันอยู่กับครอบครัวเรามาแล้วถึง 27 ปี

เท่าที่ผมจำความได้ พ่อใช้รถเก่าๆมาตลอด จี๊ปคันนี้เป็นรถป้ายแดงคันแรกที่ผมเห็นพ่อซื้อเป็นรางวัลให้กับตัวเองเพื่อเตรียมตัวออกเที่ยวหลังจากส่งลูกๆเรียนจบและมีงานทำเข้าที่เข้าทางกันหมดแล้ว และพ่อก็ขับมัน “เที่ยว” จนถึงช่วงสุดท้ายของชีวิต 

ปู่กับหลานชาย

และเมื่อมันมาอยู่กับผม มันก็ทำหน้าที่พาผมและครอบครัวออกเดินทางไปทั่ว

ไปด้วยกันมาทุกที่แล้ว

แน่นอน มันเป็นรถที่ผมผูกพันด้วยมากที่สุดคันหนึ่งในชีวิต

พร้อมๆกับรถจี๊ป ผมได้รับมรดกอีกอย่างมากจากพ่อ เราเรียกมันว่า “กระเป๋าเขียว”

แม้จะไม่ได้เรียนมาทางช่าง แต่ด้วยความที่พ่อเติบโตมาในเมืองเล็กๆในชนบท ถึงแม้ตอนหนุ่มจะมาอยู่ในเมืองใหญ่แล้วแต่ก็เป็นช่วงเวลาที่ผู้ชายจะต้องเรียนรู้ที่จะซ่อมสิ่งต่างๆด้วยตัวเอง พ่อผมจึงซ่อมได้ทุกอย่างตั้งแต่ของใช้ในบ้าน, ปั๊มน้ำ ไปจนถึงรถยนต์เก่าๆที่พ่อขับมาตลอด

และผมก็เป็นลูกมือช่วยพ่อมาตลอด การลงมือซ่อมของเราจะเริ่มจากคำพูดว่า “หยิบกระเป๋าเขียวให้พ่อหน่อย”​

“กระเป๋าเขียว” เป็นกระเป๋าใบเล็กๆที่ใส่เครื่องมือและของกระจุกกระจิกที่คัดสรรแล้วว่าจำเป็นสำหรับการซ่อมทุกสิ่งได้ในยามจำเป็น ตั้งแต่ ไขควง, คีม, มีด, ประแจ, เทปพันสาย, เศษสายไฟ ฯลฯ 

ในชีวิตของผม ผมไม่ค่อยเสียดายเสียใจอะไรกับสิ่งที่ได้ทำหรือไม่ได้ทำมามากนัก หากจะมีก็เพียงอย่างเดียวคือไม่ได้รับทักษะเชิงช่างจากพ่อมาให้เต็มที่

แม้จะไปเรียน “วิศวะ” เพราะการเป็นลูกมือช่างของพ่อ แต่พอจบมาผมก็ใช้เวลาส่วนใหญ่ของการทำงานอยู่หน้าจอและคีย์บอร์ดจนกลายเป็นวิศวกรมือนุ่มนิ่ม หลายสิบปีมานี้ผมห่างหายจากการจับการใช้เครื่องมือซ่อมแซมสิ่งต่างๆและรถไปมาก ยิ่งเจอกับรถสมัยใหม่ที่มีกล่อง มีหัวฉีดต่างไปจากรถที่เคยซ่อมกับพ่อก็ยิ่งทำให้หมดความมั่นใจที่จะลงมือทำ

แต่ยังโชคดีที่ผมรู้จักคนหนึ่งที่รับทักษะเชิงช่างมากจากพ่อของเขาได้ดีกว่าผมมาก

“โค้ดมันฟ้องว่าน้ำมันไม่มา ถ้าอาเช็คฟิวส์ทุกตัวแล้วไม่มีขาด ลองบิดกุญแจแล้วฟังเสียงปั๊มแถวๆถังน้ำมันดูนะครับว่าดังมั๊ย” เจมส์อธิบายทางโทรศัพท์ข้ามระยะทางกว่า 600 กิโลเมตรมาให้ผมลงมือ

หลังจากลองหลายๆอย่างกันพักใหญ่ “น้ำมันมาแล้วยังไม่ติด เราก็ต้องดูไฟกันครับ มาลองกันที่ละขั้นครับอา”​ อ้าว มันก็เหมือนรถรุ่นเก่าๆที่เคยซ่อมตอนเด็กๆนี่น่า ผมคิดในใจ 

เจมส์เป็นเด็กหนุ่มที่มารับช่วงดูแลอู่จี๊ปรุ่งประชาต่อจากพ่อของเขา พี่มานะผู้เชี่ยวชาญรถจี๊ปที่ช่วยดูแลรถจี๊ป Cherokee คันนี้มาตลอดกว่า 20 ปี 

หลังจากได้รับถ่ายทอดวิชาจากพ่อในเวลาหลายปีจนชำนาญ ด้วยความที่เป็นเด็กรุ่นใหม่ที่กระตือรือร้น เจมส์ก็ต่อยอดด้วยการหา เครื่องมือ, เทคโนโลยี่ และวิธีการใหม่ๆมาดูแลรถจี๊ปที่เขาเข้าใจทะลุปรุโปร่งจนแก้ได้ทุกปัญหา จะเรียกว่าหลับตาซ่อมได้ก็คงไม่เกินเลย เพราะนั่นคือสิ่งที่เขากำลังช่วยผมทำอยู่ตอนนี้

“ถ้าปัญหาตรงนี้ อามุดลงไปใต้ท้องรถแล้วไล่สายจาก Oxygen Censor ที่ท่อไอเสียขึ้นมาถึงข้างบนนะครับ น่าจะมีสายช็อต”​ เจมส์วิเคราะห์ปัญหาหลังจากที่เราลองแก้หลายๆอย่างจนมาถึงจุดที่น่าจะเป็นปัญหาตั้งต้น

ผมคลานออกมาจากใต้ท้องรถแล้วลองบิดกุญแจสตาร์ท เครื่องยนต์ 6 สูบ 4,000ซีซี ก็ส่งเสียงดังกระหึ่มอีกครั้ง พร้อมๆกับเสียงเฮของเพื่อนๆที่คอยให้กำลังใจอยู่

ผมค่อยๆเก็บเครื่องมือใส่กระเป๋าเขียวทีละชิ้นแล้วบรรจงรูดซิปที่เปื่อยยุ่ยอย่างระมัดระวังแล้วจึงใส่มันกลับลงไปที่ใต้เบาะรถจี๊ป Cherokee

แม้มือของผมจะเต็มไปด้วยคราบน้ำมันและมีบาดแผลเล็กๆน้อยๆ แต่ผมก็เชื่อว่าใบหน้าของผมก็คงจะเปื้อนคราบรอยยิ้ม

เพราะถึงแม้ว่าเราจะเสียเวลาในการเดินทางไปหลายชั่วโมง แต่ผมก็ได้บางอย่างที่ผมทำหายไปจากชีวิตกลับคืนมา แม้จะน้อยนิด แต่มันก็นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี 

ภาพโดย Path to Odyssey