Home ความคิดและมุมมอง

ความคิดและมุมมอง

ID 4 , ลิตเติ้ลบิ๊กฮอร์น และ วูนเด็ดนี

ผมเคยดูภาพยนต์เรื่อง ID4 หรือ Independence Day ภาคแรกเมื่อ 20 ปีก่อน ในขณะที่กำลังสนุกสนานไปกับฉากแอ๊คชั่นมันส์ของหนังเรื่องนี้ อีกส่วนหนึ่งของสมองของผมก็นึกขึ้นมาได้ว่า เหตุการณ์ในภาพยนต์นี้คล้ายคลึงไปกับเรื่องจริงบางเรื่อง สำหรับคนที่ไม่เคยชมภาพยนต์เรื่องนี้ ผมขอเล่าเรื่องย่อให้ฟังคร่าวๆครับ ว่า ID4  เป็นเรื่องสมมุติที่มีมนุษย์ต่างดาวจากดวงดาวอันไกลโพ้นได้ใช้ยานและอาวุธอันทันสมัยเกินกว่าที่มนุษย์โลกนี้จะรู้จัดหรือสามารถต้านทานได้พยายามเข้ามายึดครองโลกเพื่อจะ “สูบ”เอาทรัพยากรในโลกนี้กลับไปสู่ดวงดาวของพวกเขา แต่แน่นอนละ ในภาพยนต์เรื่องนี้มนุษย์โลกที่รวมตัวร่วมมือกันสู้แม้จะมีอาวุธและวิทยาการด้อยกว่าก็สามารถเอาชนะได้ เรื่องในชีวิตจริงที่ผมคิดว่าคล้ายกันแ(ต่ผลสุดท้ายไม่เหมือน) คือเรื่องราวของคนผิวขาวที่อพยบเข้าไปสู่ทวีปอเมริกาที่เริ่มต้นขึ้นเมื่อประมาณสี่ร้อยปีก่อนหน้านี้ มันน่าสนใจมากเมื่อผมได้อ่านหนังสือที่ชื่อว่า “ณ ที่ดวงตะวันฉายแสง ข้าจะไม่สู้รบอีกต่อไป” ซึ่งแปลและเรียบเรียงโดย คุณวันชัย...

เราได้รับปาฏิหารย์มาแล้วถึง 70 ปี

เช้าวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2559 เมื่อได้ทราบข่าวว่าในหลวงทรงประชวรหนัก ผมนั่งเขียนข้อความนี้บน Facebook ด้วยความตั้งใจที่จะให้เพื่อนชาวต่างชาติเข้าใจว่าทำไมพวกเราชาวไทยจึง Post ภาพในหลวงของเราเต็ม Facebook ไปหมด มีข้อความดังนี้ "To my friend outside of Thailand. You might be surprised to see all...

บทเรียนจาก Rhodesia

ใครเคยได้ยินชื่อประเทศโรดีเซียบ้างครับ 99% ของผู้คนยุคนี้คงไม่เคยรู้จัก เพราะประเทศนี้มีอายุสั้นเพียง10 กว่าปี จากรุ่งเรืองสุดขีดจนล่มสลาย เรื่องราวของประเทศนี้เป็นบทเรียนที่น่าสนใจไม่น้อยเลยของเราครับ เอ้า เร่เข้ามา ผมจะเล่าให้ฟังคร้บ โรดีเซียเป็นประเทศในด้านใต้ของทวีปแอฟริกาซึ่งเดิมอยู่ในพื้นที่ปกครองของอังกฤษ ไม่มีพื้นที่ติดทะเล แต่เดิมเป็นพื้นที่ป่ารกร้างซึ่งมีชนเผ่า Mashona และ Matabele ที่อยู่กันอย่างไม้เบื่อไม้เมาพยายามฆ่าล้างเผ่าพันธุ์กันอยู่ตลอดเวลา ไม่ได้มีบ้านเมืองอะไรจนกระทั่งเร่ิมมีชาวผิวขาวเข้ามาตั้งรกรากและเร่ิมเป็นชุมชนในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่สอง พร้อมๆกับประเทศสิงค์โปร์ ความนี่สนใจในเรื่องของโรดีเซียเริ่มขึ้นตรงนี้ ด้วยเสรีภาพและโอกาสของประเทศใหม่แห่งนี้เป็นสิ่งที่ดึงดูดผู้คนที่มีความสามารถจากทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นนักวิทยาศาสตร์, วิศวกร, ทหาร เก่งๆ เข้าไปเป็นประชากรจนได้ประชากรที่มีคุณภาพดีมากๆ (เมื่อวัดแล้ว...

“ความสัมพันธ์ ที่มีช่องว่าง”

"ความสัมพันธ์ ที่มีช่องว่าง" เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ต่ายไปเดินเล่นที่ ถ.พระสุเมรุ มาคะ ไม่บ่อยครั้งนักที่ต่ายเลือกจะเดินทางเที่ยวเล่นในกรุงเทพ อาจจะเหมือนกับใครหลายๆ คนคะ ที่เวลาเรานึกถึงคำว่าเดินทางเมื่อไหร่ ภาพนั้นก็จะดูใหญ่โต ห่างไกล และไม่คุ้นเคย ทั้งที่จริงๆ แล้ว การเดินทางในที่ใกล้ แต่ไม่คุ้นเคย ก็สามารถให้ความรู้สึกนั้นได้ไม่แพ้กัน ในช่วงบ่ายวันอาทิตย์ที่ตรงกับวันหยุดยาวไม่แพ้วันสงกรานต์ กรุงเทพจะกลายเป็นเมืองที่น่าอยู่ขึ้นมาอีกเท่าตัว เพราะถนนที่ปริมาณรถเบาบาง ผู้คนไม่วุ่นวาย และเสียงรอบตัวที่เงียบลงอย่างน่าแปลกใจ ทำให้เรามองเห็นกรุงเทพได้อย่างเต็มตามากขึ้น และในความวุ่นวายที่เคยมี ต่ายได้เจอมุมสงบเล็กๆ มุมหนึ่งในที่ที่ใกล้แต่ไม่คุ้นเคยนี้จากคำชวนของเพื่อนต่างวัย...

จักรวาลที่ทับซ้อน

คุณเชื่อมั๊ยครับว่า Parallel Universe หรือจักรวาลที่ทับซ้อนกันอยู่มีจริง ผมเริ่มเชื่อนะ ตั้งแต่ปี 1954 นักฟิสิกส์จากมหาวิทยาลัย Princeton นำเสนอทฤษฎีแหกคอกที่ช็อคผู้คนว่า มีจักรวาลที่เหมือนกับที่เราอยู่นี้เปี๊ยบ ขนานอยู่ในกาลเวลา โดยที่แตกสาขาไปจากจักรวาลที่เรากำลังดำเนินชีวิตอยู่ หรือบางทีจักรวาลที่เราอยู่นี้ก็อาจจะแตกตัวออกมาจากจักรวาลอื่นด้วยเหตุการบางอย่างที่มีผลลัพธ์ที่แตกต่าง (Alternate Outcome) เช่นอาจจะมีจักรวาลเส้นขนานที่ไดโนเสาร์ยังมีอยู่ขณะที่มนุษย์สูญพันธุ์ไป หรือ จักรวาลที่เยอรมันชนะสงครามโลก ฟังดูประหลาดมาก ผมเริ่มมองเห็นจักรวาลเส้นขนานนี้ได้ลางๆ หลายคนอ่านแล้วอาจจะเอาเข้าไปโยงเข้าไปสู่เรื่องศาสนา หรืออาจจะไปถึงเรื่องของไสยศาสตร์ เรื่องเหนือธรรมชาติไปโน่น ผมไม่ถึงขนาดนั้นนะ แต่ผมคิดว่าผมเจอเครื่องมือที่ใช้เดินทางสู่ Parallel...

ความจริงที่มีหลายด้าน

เสียงเอะอะในแค้มป์ทำให้ผมตื่นขึ้นจากเปล แค้มป์ของเราครั้งนั้นตั้งอยู่ริมแม่น้ำสายงาม เราล่องแพไม้ไผ่ผ่านป่าใหญ่มาแล้วสองวันเต็มๆจนไม่แน่ใจว่าเรายังอยู่ในเขตไทยหรือประเทศเพื่อนบ้าน เมื่ออยู่กลางป่าลึกเช่นนี้เส้นแบ่งเขตก็ดูเหมือนจะเลือนลาง ผมเดินเข้าไปหากลุ่มคนที่มุงกันอยู่ที่ชายแค้มป์นั้น เมื่อเดินเข้าไปใกล้ผมก็เห็นได้ว่ามีสัตว์ตัวหนึ่งนอนอยู่กลางวง มันคือเก้งตัวผู้ขนาดย่อมๆที่มีรอยเลือดเปรอะอยู่ข้างลำตัว และกลางวงนั้นก็มีชายร่างสูงถือปืนกระบอกยาวนั่งอยู่ด้วย ใบหน้าของเขายิ้มอย่างที่ผมไม่สามารถเข้าใจ ผู้คนรอบข้างก็มองเขาอย่างชื่นชม เพื่อนรุ่นพี่ที่ผมเคารพเหมือนพี่ชายซึ่งเป็นผู้นำคณะของเราในครั้งนั้นบอกผมว่า ชายผู้ถือปืนนั้นชื่อพะโด่ทูเป็นพรานจากหมู่บ้านกระเหรี่ยงห้วยม่วงที่อยู่ใกล้บริเวณนี้ มาล่าสัตว์แล้วมาเจอคณะของเราซึ่งมีเพื่อนๆของเขาหลายคนร่วมอยู่ด้วยจึงแวะเข้ามาขอพักด้วย ผมกลับไปนอนด้วยภาพเก้งนอนตายที่ยังติดตา แม้ว่าผมจะเข้าใจได้ว่าเราเป็นมนุษย์ที่กินเนื้อสัตว์กันอยู่ทุกวันและเนื้อที่ผมกินก็มาจากสัตว์ที่ต้องถูกฆ่า แต่ผมก็เติบโตมาในรอยต่อของยุคสมัย ขณะที่พ่อพาพี่ชายคนโตเข้าป่าล่าสัตว์ ผมที่ยังเด็กเกินกว่าที่จะไปด้วยก็นั่งดูละคร “กฎแห่งกรรม” ที่พยายามเล่าเรื่องว่าสัตว์ก็ล้วนมีครอบครัวและรักชีวิต การล่าก็เป็นบาปและย่อมมีผลกรรมตามสนอง แต่ก็ได้อ่านนวนิยายเที่ยวป่าล่าสัตว์ไปด้วยพร้อมๆกัน เมื่อผมตื่นขึ้นมาอีกทีในรุ่งเช้า เก้งตัวนั้นถูกแปรสภาพไปหมดจนไม่มีอะไรเหลือให้เห็น นอกจากเศษขน ส่วนหนึ่งของเนื้อที่พะโด่ทูแบ่งให้ก็กลายเป็นอาหารของเราด้วยในวันต่อมา ผมพลันนึกถึงคำพูดของใครคนหนึ่งที่บอกว่า “บาปอยู่ที่คนทำ กรรมอยู่ที่คนกิน"   หลายปีต่อมา ต่างสถานที่และต่างเวลา เราเดินกันมาหลายวันในป่าสูง...
video

Kodachrome

ผมเพิ่งดูภาพยนต์เรื่อง Kadachome จบ สนุกครับ ภาพยนต์เรื่องนี้เป็นเรื่องราวของเบน ช่างภาพผู้มีชื่อเสียงโด่งดังมากจนเป็นตำนานของช่างภาพที่ยังมีชีวิตอยู่ (แสดงโดย Ed Harris ที่แสดงเก่งมาก) เขาป่วยเป็นมะเร็งในขั้นสุดท้าย และอยากจะเอาฟิล์ม Kodachome 4 ม้วนที่ถ่ายไว้นานมากแล้ว ไปล้างที่ Lab สุดท้ายใน Kansas ที่ยังเปิดให้บริการล้างฟิล์มชนิดนี้อยู่และกำลังจะต้องปิดบริการเพราะไม่มีเคมีที่จะใช้ล้างฟิล์มอีกต่อไป เขาติดต่อขอให้ลูกชายที่โกรธกันไม่พูดกันมาหลายสิบปีเป็นคนขับรถพาไปล้างฟิล์มที่นั่น พร้อมกับพยาบาลประจำตัวสาวสวย (อันนี้คงพอเดาได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น) สำหรับคนที่ไม่รู้จัก Kodacrome เป็นฟิล์มสไล์ดสีชนิดแรกๆที่ประสบความสำเร็จในวงกว้างทั้งในการถ่ายภาพและภาพยนต์...

รกร้างแต่ไม่ว่างเปล่า

พื้นที่ตรงนั้นถูกขนาบข้างไปด้วยโรงแรมหรู หากแต่ภาพที่ผมมองเห็นนั้นแตกต่างกันอย่างมาก พื้นที่ๆหลายคนอาจจะเรียกว่าที่รกร้าง เต็มไปด้วยต้นตาลและต้นมะพร้าวที่ยืนต้นตระหง่าน บอกให้รู้ว่าพวกมันอยู่มานานนับสิบๆปี พี่สาวท่านหนึ่งที่กำลังเดินเก็บบางอย่างจากพื้นหันมายิ้มกับผม รอยยิ้มที่ใสและจริงใจนั้นทำให้ผมกล้าที่จะเดินเข้าไปคุย เมื่อถามว่าพี่เขาเก็บอะไรก็ได้คำตอบที่น่าทึ่ง “เก็บเม็ดตาล เอาไปเพาะ พอมันขึ้นมาก็ไปขายเป็นจาวตาล” พี่ผู้ขายอีกคนเดินแบกกระสอบยิ้มมาแต่ไกล แล้วก็เสริมขึ้น “ลูกตาลออกเยอะมาก เก็บสดขายก็ได้ เก็บไม่ทันมันตกลงมาก ก็เก็บไปขายได้ เขาเอาไปทำขนมตาล บางส่วนก็เอาไปเลี้ยงวัว ลูกตาลนี่วัวกินแล้วอ้วนดี”เมื่อผมถามว่าที่ตรงนี้ใครเป็นเจ้าของ คำตอบก็เป็นตามที่ผมคาด “อ้อ คนกรุงเทพมาซื้อไว้หมดแล้ว เห็นว่าเขาจะสร้างคอนโด เจ้าของเดิมเขาขายย้ายไปปลูกบ้านอยู่บนที่ดอน เชิงเขาโน่นกันหมดแล้ว ที่มันแพงมาก ใครจะนั่งทับเงินอยู่ไหวละ”หาดทรายข้างหน้านั้นเป็นหาดที่ยังคงเป็นธรรมชาติ ลาดลงไปจากป่ามะพร้าวดงตาล...

เกร็ดความรู้เล็กๆน้อยๆเกี่ยวกับน้ำผึ้ง

จากการที่ผมได้มีโอกาสมาอบรมเรื่องการเลี้ยงผึ้งก็เลยได้เก็บเกร็ดความรู้เกี่ยวกับน้ำผึ้งมาฝากกันครับ ผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญนะครับ แต่เป็นความรู้ที่เชื่อถือได้อย่างมากเพราะจดจำมาจากผู้ชำนาญครับ ยาวหน่อยนะครับ เท่าที่ผมรู้ ไม่มีสูตรสำเร็จในการทดสอบน้ำผึ้งแท้จากน้ำผึ้งปลอมปน(เลี้ยงผึ้งด้วยน้ำตาล หรือผสมน้ำตาล) หรือน้ำผึ้งปลอมแบบปลอมแท้ๆ(น้ำตาลต้มผสมสารอื่น) การทดสอบเช่นหยดในกระดาษทิชชู่, หยดในน้ำ, ดูการแยกตกผลึกฯ ล้วนไม่สามารถบอกได้ทั้งสิ้นเพราะน้ำผึ้งแท้ๆจากดอกไม้ชนิดต่างๆจะมีคุณสมบัติต่างๆกันไป ส่วนของปลอมก็อาจจะทำเหมือนของจริงได้มากกว่าของจริงแม้กระทั่งที่ใส่ในรวงผึ้งมาก็ยังทำปลอมได้ คนที่ชำนาญจริงๆ(คนที่อยู่กับน้ำผึ้งทุกวัน) จึงจะสามารถดูและชิมออกว่าเป็นน้ำผึ้งแท้และมีอะไรปนหรือไม่ ดังนั้นอยากได้น้ำผึ้งแท้จริงทำได้อย่างเดียวคือซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้ จากข้อมูลที่ผมได้รับมาน้ำผึ้งป่าและน้ำผึ้งเลี้ยง มีส่วนประกอบและคุณค่าทางโภชนาการไม่ต่างกัน แต่ความสะอาดของกระบวนการอาจจะแตกต่างกันมากและส่งผลถึงคุณภาพของน้ำผึ้งได้มากกว่า (อ่านข้อ 5 นะครับ) อันนี้บอกตรงๆครับว่ายังไม่มั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์นักเพราะมีตัวแปรหลายอย่างเช่นความหลากหลายของน้ำหวานที่ไม่มีข้อสรุปและมีเรื่องของความเชื่อเข้ามามีส่วนอยู่มาก การตีผึ้งป่าไม่สามารถตีผึ้งแบบอนุรักษ์ได้ครับ น้ำผึ้งจะเก็บอยู่ส่วนบนสุดของรัง การเก็บน้ำผึ้งก็คือจะต้องตัดเอามาทั้งรังไม่ใช่แค่ส่วนเดียว การตีผึ้งจะทำให้นางพญาผึ้งตายเพราะหนีไม่ทัน...

วันปีใหม่ กับใส้อั่วป้านาง

ผมเดินออกมาจากบ้านก็พบกับอากาศยามเช้าเย็นสดชื่นและความเงียบสงบร่มรื่นใต้ต้นไม้ใหญ่ที่แผ่ปกคุลมระเบียงบ้าน บ้านหลังเล็กเชิงเขานี้เป็นบ้านที่พ่อผมซื้อไว้เมื่อเกือบสามสิบปีก่อน มันแทบจะเป็นประเพณีปฏิบัติของครอบครัวเราไปแล้วที่จะมาอยู่ที่นี่กันอย่างสงบๆในวันหยุดยาวสิ้นปีที่ผู้คนต่างออกไปเฉลิมฉลองกันและแหล่งท่องเที่ยวต่างๆก็คึกคักไปจนถึงแออัด ขณะที่ผมกำลังทำอาหารเช้าให้ลูกๆที่กำลังเพิ่งจะตื่นกันออกมา ก็มีรถกระบะคันหนึ่งมาจอดที่หน้าบ้าน คนที่เดินลงมาก็คือ ศรีไพร คนที่เข้ามาช่วยดูแลบ้านให้เป็นประจำตอนที่เราไม่ได้มากัน หลังจากทักทายกัน ศรีไพรก็เอ่ยคำถามที่ทำให้ผมแปลกใจขึ้นมา “คุณโทรไปสั่งใส้อั่วป้านางหรือครับ” ผมงงกับคำถามนั้น ชื่อ”ป้านาง” เป็นชื่อคุ้นหูที่ผมไม่ได้ยินมาหลายปี ป้านางเป็นแม่ค้าใส้อั่วแสนอร่อยในตลาดพร้าวที่พ่อผมติตใจรสชาดและต้องไปซื้อทุกครั้งที่มาบ้านนี้ “เปล่านี่ ผมไม่ได้โทรไปครับ” “ป้านางบอกว่าเมื่อวานมีคนโทรไปบอกว่าอยากจะสั่งใส้อั่ว บอกว่าโทรมาจากบ้านนี้ สัญญานไม่ค่อยดี แกโทรกลับก็ไม่ติด ก็เลยโทรมาที่หมู่บ้านแล้วฝากผมมาบอก” ศรีไพรบอกผมด้วยหน้าซื่อๆ ผมขับรถออกไปยังตลาดพร้าวด้วยความสงสัย บวกกับกังวลว่าเมื่อมีคนสั่งให้ป้านางทำใส่อั่วแล้วถ้าไม่ไปเอาแกก็น่าจะแย่ และแน่นอนผมก็อยากลิ้มลองใส้อั่วแสนอร่อยที่ไม่ได้ทานมานานหลายปี เมืองพร้าวยังคงสงบเงียบน่าอยู่เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลงแม้ผมจะไม่ได้แวะเวียนเข้ามาหลายปี ชีวิตยังคงไม่เร่งรีบ ผู้คนยังคงยิ้มแย้มและเป็นมิตร ผมยังพอจำได้ว่าแผงของป้านางในตลาดอยู่ตรงไหน “ป้านางมาขายตอนเช้ามืด ตอนนี้แกกลับไปบ้านแล้วละ มาอีกทีตอนเช้าพรุ่งนี้ซิ” แม่ค้าแผงข้างๆบอก เมื่อผมถามหาป้านาง “ตามไปที่บ้านก็ได้...
- Advertisement -

POPULAR POSTS

MY FAVORITES

I'M SOCIAL

0FansLike
11,229FollowersFollow
65,987FollowersFollow
21,096SubscribersSubscribe