Home ความคิดและมุมมอง

ความคิดและมุมมอง

ชีวิตของเราเลือกได้

คนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เมื่อได้เกิดมาในโลกนี้แล้วทุกคนจะต้องรู้จักเลือกว่าตนเองต้องการใช้ชีวิตแบบไหน ไม่ว่าจะรวยหรือจนทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเลือกใช้ชีวิตในแบบที่ตนเองต้องการ บางคนเลือกแล้วมีความสุขกับชีวิตในแบบที่ตนเองเลือก บางคนเลือกแล้วแต่ชีวิตกลับไม่มีความสุขไม่สมหวังตามที่คิดหรือใฝ่ฝันไว้ แต่มันจะไม่ถึงกับสายจนเกินไปถ้าคนๆนั้นรู้ตัวทันแล้วปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตเสียใหม่ คนเราตอนที่ยังเป็นเด็กก็มักจะอยากโตเป็นผู้ใหญ่เร็วๆ พอเติบโตเป็นผู้ใหญ่ก็อยากแต่งงานมีครอบครัวที่อบอุ่น มีความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน อยากมีทรัพย์สินเงินทอง อยากมีชื่อเสียง อยากให้คนนับหน้าถือตา บางคนทำงานอย่างบ้าคลั่ง ไม่มีเวลาให้ลูกเมีย ไม่มีเวลาแม้แต่หาความสุขให้ตัวเอง คิดแต่ว่าจะต้องทำงานให้ได้เงินเยอะๆ ยิ่งหาได้มากเท่าไรก็ยิ่งอยากได้มากขึ้น คิดว่าเงินคือสิ่งที่จะนำมาซึ่งความสุขในชีวิต ต้องทำงานจนกว่าอายุจะครบเกษียณอายุ บางคนถึงวัยเกษียณแล้วแต่ก็ยังไม่อยากเกษียณ ยังอยากทำงานเก็บเงินต่อทั้งที่มีทรัพย์สินและเงินทองมากมายเหลือใช้ ทั้งนี้เพราะใจมันร้องบอกว่ายังอยากที่จะมีมากกว่าที่มีอยู่ มีมากเท่าไรยิ่งดี บางคนไม่อยากเกษียณเพราะไม่รู้จะทำอะไรหลังเกษียณ กลัวจะเหงาไม่มีอะไรทำ กลัวจะไม่มีเพื่อน กลัวเป็นคนที่ไร้คุณค่า และพอแก่ชราลงไม่มีแรงเดินเหินไปไหนทำอะไรเองไม่ได้...

ไปดูชาวเขาปลูกสตรอเบอรี่

เมื่อช่วงปลายเดือนกรกฎาคม จู่ๆก็อยากขึ้นไปนอนบนดอยอ่างขาง แต่เป็นคนขับรถไม่เป็น เพื่อนร่วมทางก็ไม่กล้าขับรถขึ้นไป ทำยังไงดี ด้วยความที่อยากขึ้นดอยจริงๆก็เลยจ้างรถตู้พาพวกเราขึ้นไปส่งบนดอย พอไปส่งถึงบนดอยแล้วก็ให้รถตู้กลับลงเขาไปโดยนัดกันว่าอีกสองสัปดาห์คนขับรถตู้ค่อยขึ้นไปรับพวกเราลงจากดอยอีกที เนื่องจากรู้ว่าการไปอยู่บนดอยโดยไม่มีรถนั้นมันไม่สะดวกและลำบากเวลาจะเดินทางไปที่ไหนๆบนดอย ก็เลยเอารถจักรยานพับได้ 24 speed ติดขึ้นไปกับรถตู้ด้วยหนึ่งคัน เอามันไปด้วยทั้งที่รู้ว่ารถจักรยานมันคงจะช่วยอะไรไม่ได้มากเพราะทางบนดอยมันเป็นทางขึ้นเขาลงเขาแถมชันอีกต่างหาก เดือนกรกฎาคมและเดือนสิงหาคมเป็นช่วงหน้าฝน คนไม่ค่อยขึ้นไปเที่ยวดอยอ่างขางกัน แต่ผมกลับชอบเที่ยวดอยช่วงนี่แหล่ะ เพราะเป็นช่วงที่ต้นไม้บนดอยดูเขียวขจีสบายตา อากาศไม่หนาวจนเกินไปแต่ก็ไม่ร้อน การจองห้องพักก็ไม่มีปัญหา มีห้องพักว่างเยอะแยะ เลือกห้องพักที่ชอบได้ตามใจชอบ แถมได้ราคาที่พักถูกลงครึ่งหนึ่งอีกด้วย อาหารการกินก็ไม่ต้องไปแย่งกับใคร จะเห็นคนขึ้นมาเที่ยวบ้างก็ช่วงเสาร์อาฑิตย์ บนดอยช่วงนี้เลยค่อยข้างเงียบสงบ ต่างกับช่วงหน้าหนาวอย่างเทียบกันไม่ได้...

เกร็ดความรู้เล็กๆน้อยๆเกี่ยวกับน้ำผึ้ง

จากการที่ผมได้มีโอกาสมาอบรมเรื่องการเลี้ยงผึ้งก็เลยได้เก็บเกร็ดความรู้เกี่ยวกับน้ำผึ้งมาฝากกันครับ ผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญนะครับ แต่เป็นความรู้ที่เชื่อถือได้อย่างมากเพราะจดจำมาจากผู้ชำนาญครับ ยาวหน่อยนะครับ เท่าที่ผมรู้ ไม่มีสูตรสำเร็จในการทดสอบน้ำผึ้งแท้จากน้ำผึ้งปลอมปน(เลี้ยงผึ้งด้วยน้ำตาล หรือผสมน้ำตาล) หรือน้ำผึ้งปลอมแบบปลอมแท้ๆ(น้ำตาลต้มผสมสารอื่น) การทดสอบเช่นหยดในกระดาษทิชชู่, หยดในน้ำ, ดูการแยกตกผลึกฯ ล้วนไม่สามารถบอกได้ทั้งสิ้นเพราะน้ำผึ้งแท้ๆจากดอกไม้ชนิดต่างๆจะมีคุณสมบัติต่างๆกันไป ส่วนของปลอมก็อาจจะทำเหมือนของจริงได้มากกว่าของจริงแม้กระทั่งที่ใส่ในรวงผึ้งมาก็ยังทำปลอมได้ คนที่ชำนาญจริงๆ(คนที่อยู่กับน้ำผึ้งทุกวัน) จึงจะสามารถดูและชิมออกว่าเป็นน้ำผึ้งแท้และมีอะไรปนหรือไม่ ดังนั้นอยากได้น้ำผึ้งแท้จริงทำได้อย่างเดียวคือซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้ จากข้อมูลที่ผมได้รับมาน้ำผึ้งป่าและน้ำผึ้งเลี้ยง มีส่วนประกอบและคุณค่าทางโภชนาการไม่ต่างกัน แต่ความสะอาดของกระบวนการอาจจะแตกต่างกันมากและส่งผลถึงคุณภาพของน้ำผึ้งได้มากกว่า (อ่านข้อ 5 นะครับ) อันนี้บอกตรงๆครับว่ายังไม่มั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์นักเพราะมีตัวแปรหลายอย่างเช่นความหลากหลายของน้ำหวานที่ไม่มีข้อสรุปและมีเรื่องของความเชื่อเข้ามามีส่วนอยู่มาก การตีผึ้งป่าไม่สามารถตีผึ้งแบบอนุรักษ์ได้ครับ น้ำผึ้งจะเก็บอยู่ส่วนบนสุดของรัง การเก็บน้ำผึ้งก็คือจะต้องตัดเอามาทั้งรังไม่ใช่แค่ส่วนเดียว การตีผึ้งจะทำให้นางพญาผึ้งตายเพราะหนีไม่ทัน...

ในหลวงกับสัปปะรด

วันหนึ่งประมาณสองปีที่แล้ว มีฝรั่งคนหนึ่งมาเล่าให้ผมฟังว่าพ่อเขาเป็นชาวอเมริกันที่นำพันธุ์สัปปะรดจากฮอนดูรัสมาปลูกในโครงการณ์หลวงเป็นครั้งแรกที่ประจวบเมื่อหลายสิบปีก่อน พื้นที่ที่ในหลวงทรงริเริ่มโครงการณ์พระราชดำริที่ประจวบนั้นเป็พื้นที่แห้งแล้ง ฝนไม่ตกชาวบ้านยากจนเพราะปลูกอะไรก็ไม่ขึ้น จึงทรงโปรดให้ทดลองนำสัปปะรดซึ้งเป็นพืชที่ทนแล้งได้ดีมามาปลูก ชาวอเมริกันท่านนี้นำเนื้อเยื่อพันธุ์สัปปะรดมาในหลอดแก้ว มาทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่โครงการณ์หลวง ทำงานกันอย่างหนักจนสามารถขยายพันธุ์ปลูกลงในพื้นที่ได้นับพันไร่ ในขณะที่โครงการณ์หลวงก็ทำการประชาสัมพันธ์ว่าสัปปะรดคือพืชเศรฐกิจตัวใหม่ที่มีราคาดีและจะนำมาให้เกษตรกรปลูก ขณะที่สัปปะรดรุ่นแรกกำลังงอกงาม และอีกไม่กี่วันในหลวงจะทรงเสด็จ ก็เกิดเหตุที่ช็อคทีมงาน นั่นก็คือมีมือดีเข้ามาขโมยกวาดเอาสัปปะรดไปนับร้อยๆไร่ในช่วงข้ามคืน และกวาดจนหมดพื้นที่ในอีกไม่กี่วันต่อมา ทีมทำงานกังวลกันมากกว่าในหลวงจะทรงกร้ิวถ้าเสด็จมาเห็นว่าสัปปะรดที่ใช้เวลาเตรียมมานับปีโดนขโมยไปหมด วันที่ในหลวงเสด็จ ชาวอเมริกันท่านนี้ยืนรับเสด็จอยู่ห่างๆ เขาเล่าว่าแทนในหลวงจะทรงกริ้วเมื่อได้รับรายงานข่าวการโขมยสัปปะรด กลับทรงยิ้มในเวลาเสี้ยววินาที หลังจากที่พระองค์เสด็จกลับ คำสั่งที่ทีมงานทุกคนได้รับคือให้เพาะสัปปะรดให้มากที่สุดแล้วนำมาลงในพื้นที่เดิมอีก ใครจะขโมยก็ไม่เป็นไร จากนั้นการปลูกสัปปะรดจึงขยายออกไปอย่างรวดเร็ว (จากต้นพันธุ์ที่ขโมยไปจากไร่ของโครงการณ์หลวงนั่นแหละ) โดยที่ไม่ต้องไปจัดการแจกจ่ายหรือประชาสัมพันธ์อะไรเลย และนั้นแหละเขาจึงได้เข้าใจว่าการปลูกสัปปะรดให้คนขโมยไปปลูกนั้นอาจเป็นความตั้งใจของพระองค์อยู่ตั้งแต่แรกแล้ว ได้ฟังชาวต่างชาติมาเล่าถึงในหลวงอย่างชื่นชมเช่นนี้ ทำให้ผมถึงกับพูดไม่ออก ในโลกนี้จะมีใครสักกี่คนที่เกิดมาในฐานะสูงส่งที่ไม่ต้องทำงานตลอดชีวิตก็ได้แต่กลับทุ่มเททำงานหนักทั้งชีวิตเพื่อคนอื่นโดยมิเคยหวังสิ่งตอบแทนใดๆ ทรงพระเจริญ

บทเรียนจาก Rhodesia

ใครเคยได้ยินชื่อประเทศโรดีเซียบ้างครับ 99% ของผู้คนยุคนี้คงไม่เคยรู้จัก เพราะประเทศนี้มีอายุสั้นเพียง10 กว่าปี จากรุ่งเรืองสุดขีดจนล่มสลาย เรื่องราวของประเทศนี้เป็นบทเรียนที่น่าสนใจไม่น้อยเลยของเราครับ เอ้า เร่เข้ามา ผมจะเล่าให้ฟังคร้บ โรดีเซียเป็นประเทศในด้านใต้ของทวีปแอฟริกาซึ่งเดิมอยู่ในพื้นที่ปกครองของอังกฤษ ไม่มีพื้นที่ติดทะเล แต่เดิมเป็นพื้นที่ป่ารกร้างซึ่งมีชนเผ่า Mashona และ Matabele ที่อยู่กันอย่างไม้เบื่อไม้เมาพยายามฆ่าล้างเผ่าพันธุ์กันอยู่ตลอดเวลา ไม่ได้มีบ้านเมืองอะไรจนกระทั่งเร่ิมมีชาวผิวขาวเข้ามาตั้งรกรากและเร่ิมเป็นชุมชนในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่สอง พร้อมๆกับประเทศสิงค์โปร์ ความนี่สนใจในเรื่องของโรดีเซียเริ่มขึ้นตรงนี้ ด้วยเสรีภาพและโอกาสของประเทศใหม่แห่งนี้เป็นสิ่งที่ดึงดูดผู้คนที่มีความสามารถจากทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นนักวิทยาศาสตร์, วิศวกร, ทหาร เก่งๆ เข้าไปเป็นประชากรจนได้ประชากรที่มีคุณภาพดีมากๆ (เมื่อวัดแล้ว...

คนที่ไม่เคยท้อ 

เรานั่งพักกันอยู่บนสันเขา ท่ามกลางแดดจ้าของเดือนมีนาคมที่ร้อนราวกับจะละลายทุกอย่างลงในพริบตา หุบเขาที่มองเห็นบางแห่งมีรอยถูกเผาไหม้เกรียม ผมและสหายอีก 5 คน มาอยู่กันที่นั้นด้วยความฝันร่วมกันว่าจะสร้างเส้นทางเดินป่าระยะไกลสักเส้นหนึ่งให้คนไทยได้เดินกันเหมือนกับที่มีในต่างประเทศ ความฝันของการสร้างเส้นทางนี้ไม่ใช่ชื่อเสียงของการพิชิตสิ่งใด แต่หากเราอยากให้คนในเมืองได้มาเห็นว่าต้นน้ำนั้นเป็นอย่างไรและได้เรียนรู้การใช้ชีวิตในธรรมชาติอย่างช่วยกันรักษาให้ยั่งยืน ที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้น เราอยากให้ชาวบ้านในพื้นที่ได้รายได้จากการนำทางและการจัดการเส้นทางนี้โดยไม่ต้องผ่านคนกลางเพื่อให้เขาได้รับประโยชน์ทางตรงจากการคงอยู่ของผืนป่า และหวังว่าทั้งหมดจะนำไปสู่การร่วมกันรักษาและร่วมกันใช้ประโยชน์จากป่าต้นน้ำผืนนี้ไว้ด้วยแรงกายแรงใจของทุกฝ่าย ระหว่างที่เราพักเหนื่อยหลบแดดอยู่ใต้ร่มไม้ คำถามที่ติดอยู่ในใจหลายๆคำถามจากสหายรุ่นน้องก็ทะยอยออกมา "แล้วถ้าทางอุทยานเขาไม่ให้เราเดินละครับ" "แล้วถ้าไม่มีคนมาเดินกับเราละครับ" "แล้าถ้าทำเสร็จแล้วชาวบ้านไม่สามารถดูแลจัดการกันเองต่อละค่ะ" "คนเขาจะเชื่อมั๊ยครับ ว่าเรามาช่วยเขาจริงๆไม่ได้หวังอะไรตอบแทน" คำถามที่ขาดคำตอบยังมีมากมาย อุปสรรค์ที่มองเห็นนั้นเรียงราย ผมไม่มีคำตอบอะไรที่จะดีไปกว่าที่จะบอกน้องว่า "เราลงมือทำกันดู ถ้าเราไม่สำเร็จ เราก็ทำกันใหม่อีก ที่สำคัญเราต้องไม่ท้อกันซะก่อน" "อย่าลืมนะว่า เราได้รู้จักคนหนึ่งที่ไม่เคยท้อ" พระองค์ท่านจะทรงเป็นแรงบันดาลใจให้เราตลอดไป เครดิตภาพจากหนังสือ "50 ฝน"

ความทรงจำที่ประทับใจที่สังขละบุรี

รูปที่เห็นข้างบนนี้เป็นรูปที่ผมถ่ายผู้หญิงชาวมอญคนหนึ่งกับลูกๆของเธอ ดูแล้วก็เป็นรูปที่แสนจะธรรมดามากๆ และถ้าไม่บอกก็คงจะไม่ใครคาดเดาได้ว่ามันกลับเป็นรูปที่มีคุณค่าทางใจมากที่สุดสำหรับผมเมื่อเทียบกับบรรดารูปทั้งหมดที่ผมได้มีโอกาศไปถ่ายที่สังขละบุรี เป็นรูปที่ทำให้ผมรู้สึกหัวใจพองโตเมื่อมารู้ภายหลังว่ามันทำให้ผู้หญิงชาวมอญคนหนึ่งที่เป็นแม่คนมีความสุขมากๆ และทุกครั้งที่ดูรูปนี้ก็จะรู้สึกดีกับตัวเอง รู้สีกดีที่ได้ไปเจอและได้มีโอกาศได้ทำบางอย่างที่มีคุณค่าทางใจให้กับผู้หญิงที่เป็นแม่คนคนหนึ่งที่ผมไม่เคยรู้จักมาก่อน เป็นรูปที่ถ่ายที่งานทอดกฐินที่วัดสมเด็จ สังขละบุรี วันนั้นเป็นวันที่ชาวมอญที่อาศัยอยู่ในสังขละบุรีต่างร่วมแรงร่วมใจพากันไปทำบุญงานทอดกฐินที่วัด ที่ผมรู้ว่าวัดสมเด็จจะมีงานทอดกฐินวันนั้นก็เพราะว่าประมาณเจ็ดวันก่อนหน้านั้น ผม แม่มะลิและมะลิไปเดินเล่นที่สะพานไม้แล้วได้ไปเจอและรู้จักมักคุ้นกับมัคคุเทศก์น้อยสองพี่น้องที่น่ารักและน่าเขกหัว “พลอย สะพานมอญ” กับ “มอส สะพานมอญ” (แม่มะลิคือคนใกล้ชิดผมและเป็นหม่าหม๋าของมะลิ ส่วนมะลิเป็นหมาลาบราดอร์ของผมที่ตามไปเที่ยว งงไหมเอ่ย) มัคคุเทศก์น้อยทั้งสองชวนและรบเร้าให้พวกเราไปเที่ยวและถ่ายรูปที่วัดสมเด็จ พวกเขาบอกว่าพวกเราต้องไปงานทอดกฐินนี้ให้ได้เพราะจะมีชาวบ้านแต่งตัวใส่ชุดมอญสวยๆไปทำบุญที่วัดกันเยอะมากตั้งเช้า ด้วยความที่เป็นคนชอบดูวิถีชีวิตชาวบ้านอยู่แล้ว วันนั้นผม แม่มะลิและมะลิไปถึงวัดสมเด็จตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า ว่าไปแล้ววันนั้นเป็นวันสุดท้ายที่พวกเราจะอยู่ที่สังขละบุรีเมื่อคราวที่ไปทริปสังขละบุรีครั้งนั้น...

เผ่า Surf

ผมไม่เคยเล่น Surf แต่เฝ้ามองคนที่เล่น Surf อย่างชื่นชมอยู่ห่างๆ หลังจากที่ได้เห็นพวกเขามากขึ้นและใกล้ขึ้นในทริปฮาวายครั้งนี้ ผมเริ่มรู้สึกว่าเขาคือเผ่าพันธุ์ที่แตกต่างของชาวกลางแจ้ง แตกต่างจาก นักเดินป่า, นักดำน้ำ, นักดูนก, นักธนู,นักตกปลา ฯ (ถ้าสังเกตดูให้ดีคนเหล่านี้ก็แตกต่างกันเช่นกัน) พวกเขามีเพียงบอร์ดอันเดียวกับใจดวงโตที่จะพาเขาออกไปล่องลอยรอคลื่นอยู่กลางทะเล พวกเขาอยู่ใกล้ชิด,เฝ้ามองและเรียนรู้ธรรมชาติของคลื่นลมและทะเลอย่างลึกซึ้ง ร่างกายของพวกเขางดงามไปด้วยกล้ามเนื้อที่เกิดขึ้นอย่างธรรมชาติของการออกกำลังไม่ใช่ใหญ่โตผิดส่วนไปด้วยเครื่องมือหรืออาหารเสริม ที่เห็นได้ชัดในวันนี้ก็คือ ขณะที่ทั้งเกาะกำลังเตรียมตัวรับภัยพิบัติจากพายุ ANA ที่กำลังพัดเข้ามาใกล้และทำให้เกิดคลื่นลมแรง พวกเขากลับรู้สึกเหมือนงานเฉลิมฉลองและออกไปรอรับคลื่นใหญ่กันอย่างไม่มีความกลัว เมื่อเขาเดินกลับขึ้นฝั่ง ยิ่งเห็นได้ชัดว่าคนพวกนี้ไม่มีความนิยมในวัตถุเลย ดูเหมือนพวกเขาจะพอใจที่จะมีชีวิตอย่างอิสระที่ไร้พันธะวุ่นวาย ส่วนผมเองได้แต่มองอย่างชื่นชมอยู่ห่างๆ ครับ พวกเขาเป็นเผ่าพันธุ์ที่แตกต่างจริงๆ

วันปีใหม่ กับใส้อั่วป้านาง

ผมเดินออกมาจากบ้านก็พบกับอากาศยามเช้าเย็นสดชื่นและความเงียบสงบร่มรื่นใต้ต้นไม้ใหญ่ที่แผ่ปกคุลมระเบียงบ้าน บ้านหลังเล็กเชิงเขานี้เป็นบ้านที่พ่อผมซื้อไว้เมื่อเกือบสามสิบปีก่อน มันแทบจะเป็นประเพณีปฏิบัติของครอบครัวเราไปแล้วที่จะมาอยู่ที่นี่กันอย่างสงบๆในวันหยุดยาวสิ้นปีที่ผู้คนต่างออกไปเฉลิมฉลองกันและแหล่งท่องเที่ยวต่างๆก็คึกคักไปจนถึงแออัด ขณะที่ผมกำลังทำอาหารเช้าให้ลูกๆที่กำลังเพิ่งจะตื่นกันออกมา ก็มีรถกระบะคันหนึ่งมาจอดที่หน้าบ้าน คนที่เดินลงมาก็คือ ศรีไพร คนที่เข้ามาช่วยดูแลบ้านให้เป็นประจำตอนที่เราไม่ได้มากัน หลังจากทักทายกัน ศรีไพรก็เอ่ยคำถามที่ทำให้ผมแปลกใจขึ้นมา “คุณโทรไปสั่งใส้อั่วป้านางหรือครับ” ผมงงกับคำถามนั้น ชื่อ”ป้านาง” เป็นชื่อคุ้นหูที่ผมไม่ได้ยินมาหลายปี ป้านางเป็นแม่ค้าใส้อั่วแสนอร่อยในตลาดพร้าวที่พ่อผมติตใจรสชาดและต้องไปซื้อทุกครั้งที่มาบ้านนี้ “เปล่านี่ ผมไม่ได้โทรไปครับ” “ป้านางบอกว่าเมื่อวานมีคนโทรไปบอกว่าอยากจะสั่งใส้อั่ว บอกว่าโทรมาจากบ้านนี้ สัญญานไม่ค่อยดี แกโทรกลับก็ไม่ติด ก็เลยโทรมาที่หมู่บ้านแล้วฝากผมมาบอก” ศรีไพรบอกผมด้วยหน้าซื่อๆ ผมขับรถออกไปยังตลาดพร้าวด้วยความสงสัย บวกกับกังวลว่าเมื่อมีคนสั่งให้ป้านางทำใส่อั่วแล้วถ้าไม่ไปเอาแกก็น่าจะแย่ และแน่นอนผมก็อยากลิ้มลองใส้อั่วแสนอร่อยที่ไม่ได้ทานมานานหลายปี เมืองพร้าวยังคงสงบเงียบน่าอยู่เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลงแม้ผมจะไม่ได้แวะเวียนเข้ามาหลายปี ชีวิตยังคงไม่เร่งรีบ ผู้คนยังคงยิ้มแย้มและเป็นมิตร ผมยังพอจำได้ว่าแผงของป้านางในตลาดอยู่ตรงไหน “ป้านางมาขายตอนเช้ามืด ตอนนี้แกกลับไปบ้านแล้วละ มาอีกทีตอนเช้าพรุ่งนี้ซิ” แม่ค้าแผงข้างๆบอก เมื่อผมถามหาป้านาง “ตามไปที่บ้านก็ได้...

จักรวาลที่ทับซ้อน

คุณเชื่อมั๊ยครับว่า Parallel Universe หรือจักรวาลที่ทับซ้อนกันอยู่มีจริง ผมเริ่มเชื่อนะ ตั้งแต่ปี 1954 นักฟิสิกส์จากมหาวิทยาลัย Princeton นำเสนอทฤษฎีแหกคอกที่ช็อคผู้คนว่า มีจักรวาลที่เหมือนกับที่เราอยู่นี้เปี๊ยบ ขนานอยู่ในกาลเวลา โดยที่แตกสาขาไปจากจักรวาลที่เรากำลังดำเนินชีวิตอยู่ หรือบางทีจักรวาลที่เราอยู่นี้ก็อาจจะแตกตัวออกมาจากจักรวาลอื่นด้วยเหตุการบางอย่างที่มีผลลัพธ์ที่แตกต่าง (Alternate Outcome) เช่นอาจจะมีจักรวาลเส้นขนานที่ไดโนเสาร์ยังมีอยู่ขณะที่มนุษย์สูญพันธุ์ไป หรือ จักรวาลที่เยอรมันชนะสงครามโลก ฟังดูประหลาดมาก ผมเริ่มมองเห็นจักรวาลเส้นขนานนี้ได้ลางๆ หลายคนอ่านแล้วอาจจะเอาเข้าไปโยงเข้าไปสู่เรื่องศาสนา หรืออาจจะไปถึงเรื่องของไสยศาสตร์ เรื่องเหนือธรรมชาติไปโน่น ผมไม่ถึงขนาดนั้นนะ แต่ผมคิดว่าผมเจอเครื่องมือที่ใช้เดินทางสู่ Parallel...
- Advertisement -

POPULAR POSTS

MY FAVORITES

I'M SOCIAL

0FansLike
11,229FollowersFollow
65,987FollowersFollow
17,803SubscribersSubscribe