Home ชีวิตและการเดินทาง

ชีวิตและการเดินทาง

Old man and the son

สายลมเย็นยะเยือกพัดผ่านเส้นทางที่ทอดไปบนทุ่งหญ้ากว้างใหญ่สุดตา เสียงไม้เท้าเดินป่าดังต๊อกแต๊กไปตามจังหวะเดินของพวกเราแต่ละคน “ปั๊ป ขอหยุดรอสักพักนะครับ เดี๋ยวเดินตามไป เดินช้าแล้วเมื่อยมากครับ” เด็กชายบอกผมด้วยหน้าตาหงุดหงิดเล็กน้อย จะเรียกว่าเด็กชายก็คงไม่ถูกนัก ลูกชายผมอายุ 22 เขาเป็นชายหนุ่มเต็มตัวแล้ว “ตามสบายครับ อย่าทิ้งห่างนักนะครับ” ผมพยักหน้า เมื่อตอนเริ่มออกเดิน เขาออกเดินไปในกลุ่มหน้าของคณะเราตามประสาชายหนุ่มที่อยากจะโลดแล่นออกไป ผมเองเป็นคนเรียกเขาให้มาเดินปิดท้ายกับพ่อ เพื่อจะช่วยดูแลคนในคณะ ผมอยากจะสอนลูกชายให้เข้าใจว่าการเดินหลังขบวนและคอยดูแลคนทุกคนในคณะให้ถึงแค้มป์ได้ก็สำคัญไม่น้อยไปกว่าการที่จะเป็นเป็นผู้นำกลุ่มหรือการแสดงให้คนอื่นเห็นว่าแข็งแรงโดยการเดินนำไปข้างหน้า และบทเรียนนี้ก็เป็นเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งของชีวิต แต่ผมก็ไม่ได้อธิบายเป็นคำพูด เพราะผมเข้าใจดีว่าชายหนุ่มวัยนี้ไม่ต้องการฟังบทเรียนอะไรจากพ่อมากนัก การเดินทางครั้งนี้เป็นการเดินป่าที่ไกลที่สุดในชีวิตของผม เส้นทางเดินเทรลที่ชื่อ “King’s Trail” ทางตอนเหนือของสวีเดนในดินแดนกว้างใหญ่ไพศาลที่เรียกขานกันว่า Swedish Lapland ดินแดนที่เต็มไปด้วยความทุรกันดารโดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูหนาว...

วันปีใหม่ กับใส้อั่วป้านาง

ผมเดินออกมาจากบ้านก็พบกับอากาศยามเช้าเย็นสดชื่นและความเงียบสงบร่มรื่นใต้ต้นไม้ใหญ่ที่แผ่ปกคุลมระเบียงบ้าน บ้านหลังเล็กเชิงเขานี้เป็นบ้านที่พ่อผมซื้อไว้เมื่อเกือบสามสิบปีก่อน มันแทบจะเป็นประเพณีปฏิบัติของครอบครัวเราไปแล้วที่จะมาอยู่ที่นี่กันอย่างสงบๆในวันหยุดยาวสิ้นปีที่ผู้คนต่างออกไปเฉลิมฉลองกันและแหล่งท่องเที่ยวต่างๆก็คึกคักไปจนถึงแออัด ขณะที่ผมกำลังทำอาหารเช้าให้ลูกๆที่กำลังเพิ่งจะตื่นกันออกมา ก็มีรถกระบะคันหนึ่งมาจอดที่หน้าบ้าน คนที่เดินลงมาก็คือ ศรีไพร คนที่เข้ามาช่วยดูแลบ้านให้เป็นประจำตอนที่เราไม่ได้มากัน หลังจากทักทายกัน ศรีไพรก็เอ่ยคำถามที่ทำให้ผมแปลกใจขึ้นมา “คุณโทรไปสั่งใส้อั่วป้านางหรือครับ” ผมงงกับคำถามนั้น ชื่อ”ป้านาง” เป็นชื่อคุ้นหูที่ผมไม่ได้ยินมาหลายปี ป้านางเป็นแม่ค้าใส้อั่วแสนอร่อยในตลาดพร้าวที่พ่อผมติตใจรสชาดและต้องไปซื้อทุกครั้งที่มาบ้านนี้ “เปล่านี่ ผมไม่ได้โทรไปครับ” “ป้านางบอกว่าเมื่อวานมีคนโทรไปบอกว่าอยากจะสั่งใส้อั่ว บอกว่าโทรมาจากบ้านนี้ สัญญานไม่ค่อยดี แกโทรกลับก็ไม่ติด ก็เลยโทรมาที่หมู่บ้านแล้วฝากผมมาบอก” ศรีไพรบอกผมด้วยหน้าซื่อๆ ผมขับรถออกไปยังตลาดพร้าวด้วยความสงสัย บวกกับกังวลว่าเมื่อมีคนสั่งให้ป้านางทำใส่อั่วแล้วถ้าไม่ไปเอาแกก็น่าจะแย่ และแน่นอนผมก็อยากลิ้มลองใส้อั่วแสนอร่อยที่ไม่ได้ทานมานานหลายปี เมืองพร้าวยังคงสงบเงียบน่าอยู่เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลงแม้ผมจะไม่ได้แวะเวียนเข้ามาหลายปี ชีวิตยังคงไม่เร่งรีบ ผู้คนยังคงยิ้มแย้มและเป็นมิตร ผมยังพอจำได้ว่าแผงของป้านางในตลาดอยู่ตรงไหน “ป้านางมาขายตอนเช้ามืด ตอนนี้แกกลับไปบ้านแล้วละ มาอีกทีตอนเช้าพรุ่งนี้ซิ” แม่ค้าแผงข้างๆบอก เมื่อผมถามหาป้านาง “ตามไปที่บ้านก็ได้...

รกร้างแต่ไม่ว่างเปล่า

พื้นที่ตรงนั้นถูกขนาบข้างไปด้วยโรงแรมหรู หากแต่ภาพที่ผมมองเห็นนั้นแตกต่างกันอย่างมาก พื้นที่ๆหลายคนอาจจะเรียกว่าที่รกร้าง เต็มไปด้วยต้นตาลและต้นมะพร้าวที่ยืนต้นตระหง่าน บอกให้รู้ว่าพวกมันอยู่มานานนับสิบๆปี พี่สาวท่านหนึ่งที่กำลังเดินเก็บบางอย่างจากพื้นหันมายิ้มกับผม รอยยิ้มที่ใสและจริงใจนั้นทำให้ผมกล้าที่จะเดินเข้าไปคุย เมื่อถามว่าพี่เขาเก็บอะไรก็ได้คำตอบที่น่าทึ่ง “เก็บเม็ดตาล เอาไปเพาะ พอมันขึ้นมาก็ไปขายเป็นจาวตาล” พี่ผู้ขายอีกคนเดินแบกกระสอบยิ้มมาแต่ไกล แล้วก็เสริมขึ้น “ลูกตาลออกเยอะมาก เก็บสดขายก็ได้ เก็บไม่ทันมันตกลงมาก ก็เก็บไปขายได้ เขาเอาไปทำขนมตาล บางส่วนก็เอาไปเลี้ยงวัว ลูกตาลนี่วัวกินแล้วอ้วนดี”เมื่อผมถามว่าที่ตรงนี้ใครเป็นเจ้าของ คำตอบก็เป็นตามที่ผมคาด “อ้อ คนกรุงเทพมาซื้อไว้หมดแล้ว เห็นว่าเขาจะสร้างคอนโด เจ้าของเดิมเขาขายย้ายไปปลูกบ้านอยู่บนที่ดอน เชิงเขาโน่นกันหมดแล้ว ที่มันแพงมาก ใครจะนั่งทับเงินอยู่ไหวละ”หาดทรายข้างหน้านั้นเป็นหาดที่ยังคงเป็นธรรมชาติ ลาดลงไปจากป่ามะพร้าวดงตาล...

เรื่องแปลกที่กลางป่า ตอน: กุยบุรี

ตอนหัวคำ่นั้น พวกเราตั้งวงล้อมกองไฟและวงอาหาร ยิ่งค่ำวงสนทนาก็ยิ่งออกรสขึ้นเรื่อยๆ วิสกี้แบบไทยๆ ถูกรินแจกจ่ายไปรอบวง พวกเราหลงรักป่ากุยบุรีตั้งแต่ครั้งแรกที่มานี้เลย เพราะเราเดินมาจากอุทยานเพียงไม่ไกล พอตั้งแค้มป์ก็ได้บรรยากาศเหมือนอยู่กลางป่าลึก “พี่ครับ ขอเหล้าผมสักแก้วได้มั๊ยครับ” พวกเราหันขวับไปมอง คุณหนอน สหายที่ขอตัวไปนอนเมื่อประมาณ 15 นาทีที่แล้วเพราะแกไม่ดื่มเหล้า แต่ตอนนี้กลับกระโดดลงจากเปลมาขอเหล้าดื่มด้วยสีหน้าแปลกสุดบรรยาย เสียงสนทนาในวงเงียบสนิท ผมรินวิสกี้ใส่จอกส่งให้ หนอนรับไปกระดกหมดแก้ว “มีอะไรหรือเปล่าครับหนอน” ผมเอ่ยถามเพราะสังเกตเห็นความผิดปรกติ “เมื่อกี้ผมนอนอยู่บนเปล ..” หนอนหยุดพูดกระทันเพราะน้าใจ เจ้าหน้าที่ผู้เป็นพรานเก่าในพื้นที่ขว้าแขนไว้ทันที “เดี๋ยวเช้าค่อยว่ากันดีกว่าครับคุณ” น้าใจบอก อ้าว ถ้าแบบนี้ไม่ต้องบอกก็พอเดาได้ซิ  ในไม่กี่นาทีนั้นวิสกี้ก็ถูกรินแย่งกันหมด ต่างคนต่างอยากจะเมาจะได้หลับสนิทๆหนีไปจากสิ่งที่เราพอจะเดาได้ว่าหนอนเพิ่งเจอมา ยกเว้นป็อปที่เคยมาแล้วหลายครั้ง...

จักรวาลที่ทับซ้อน

คุณเชื่อมั๊ยครับว่า Parallel Universe หรือจักรวาลที่ทับซ้อนกันอยู่มีจริง ผมเริ่มเชื่อนะ ตั้งแต่ปี 1954 นักฟิสิกส์จากมหาวิทยาลัย Princeton นำเสนอทฤษฎีแหกคอกที่ช็อคผู้คนว่า มีจักรวาลที่เหมือนกับที่เราอยู่นี้เปี๊ยบ ขนานอยู่ในกาลเวลา โดยที่แตกสาขาไปจากจักรวาลที่เรากำลังดำเนินชีวิตอยู่ หรือบางทีจักรวาลที่เราอยู่นี้ก็อาจจะแตกตัวออกมาจากจักรวาลอื่นด้วยเหตุการบางอย่างที่มีผลลัพธ์ที่แตกต่าง (Alternate Outcome) เช่นอาจจะมีจักรวาลเส้นขนานที่ไดโนเสาร์ยังมีอยู่ขณะที่มนุษย์สูญพันธุ์ไป หรือ จักรวาลที่เยอรมันชนะสงครามโลก ฟังดูประหลาดมาก ผมเริ่มมองเห็นจักรวาลเส้นขนานนี้ได้ลางๆ หลายคนอ่านแล้วอาจจะเอาเข้าไปโยงเข้าไปสู่เรื่องศาสนา หรืออาจจะไปถึงเรื่องของไสยศาสตร์ เรื่องเหนือธรรมชาติไปโน่น ผมไม่ถึงขนาดนั้นนะ แต่ผมคิดว่าผมเจอเครื่องมือที่ใช้เดินทางสู่ Parallel...

“มนุษย์เดินช้าที่ หิมาลัย ตอนที่ 7”

"Trekking in the NEPAL HIMALAYA" ตอนที่ 7 : " เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง ที่ Phortse Thanga” เช้าวันที่ 5 เราตื่นมาท่ามกลางอากาศสดใส ท้องฟ้าไร้เมฆหมอก ถึงแม้รอบๆ หมู่บ้านจะมีหิมะเกาะอยู่โดยรอบก็ตาม แต่ด้วยแดดที่สดใสแบบนี้ก็ทำให้เราอบอุ่นได้ไม่น้อย เราต่างแยกย้ายกันไปล้างหน้าล้างตา ทำอาหารเช้าและทำอาหารกลางวันเผื่อไว้ด้วยเลยทีเดียว หลังจากกินข้าวเช้าเรียบร้อย เราต่างเก็บของในส่วนของตัวเองลงเป้อีกครั้ง แต่ครั้งนี้กระเป๋าของเราดูมีที่กว้างขวางขึ้นด้วยมาจากที่เราแบ่งของบางส่วนออกไปฝากโรงแรมเก็บไว้ และเมื่อยกกระเป๋าขึ้นไหล่อีกครั้ง...

วันดีๆ ที่ท้ายเหมือง

“มาอยู่ท้ายเหมือง 4 วัน! จะทำอะไรกันล่ะ มันไม่มีอะไรเลยนะ” พี่ผู้หญิงเจ้าของร้านกาแฟร้องลั่นเมื่อผมบอกว่าเราจะมาเที่ยวที่ท้ายเหมืองนี่  4 วัน 3 คืน แต่ผมพบว่าด้วยสายตาคนนอก คนที่หลบลี้หนีภัยมาจากความยุ่งเหยิงของเมืองใหญ่ ท้ายเหมืองเป็นเมืองที่มีสเน่ห์จนผมหลงใหลเลยทีเดืยว ถ้าคุณคาดหวังจะไปนั่งร้านกาแฟ Chicๆ ที่มีเกลื่อนเมืองกรุง อย่าไปท้ายเหมือง ที่นี่ไม่มีครับ  หากวางยาสลบแล้วเอาผมไปปล่อยที่ตลาดท้ายเหมือง ผมอาจจะตื่นมาแล้วเข้าใจว่าถูกมนุษย์ต่างดาวลักพาตัวย้อนกาลเวลาไปกว่า 30 ปี จะมาตื่นจากความฝันนั้นก็ตรงที่เหลือบไปเห็นร้านสะดวกซื้อที่ผมไม่สะดวกใจที่จะเข้าตั้งสีสะแหร่นแปร็นอยู่อย่างแปลกแยกจากสิ่งรอบข้าง ท้ายเหมืองเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดพังงาที่ห่างจากภูเก็ตแค่ข้ามสะพานสารสินไปทางเหนือแค่ 38 กิโลเมตร แต่เหมือนอยู่คนละโลกกับภูเก็ต จากอดีตที่เคยรุ่งเรืองในยุคเหมืองแร่ดีบุกเฟื่องฟูจนเกือบจะยกระดับเป็นจังหวัด ท้ายเหมืองทุกวันนี้เป็นอำเภอที่สงบเงียบและงดงาม ที่นี่ทุกอย่างดูจะดำเนินไปอย่างเชื่องช้า...

“มนุษย์เดินช้าที่ หิมาลัย ตอนที่ 8”

"Trekking in the NEPAL HIMALAYA" ตอนที่ 8 : “ DOLE  ถึงเวลาที่ต้องเลือก” ตี 5 เราเด้งตัวขึ้นจากที่นอนเกือบจะพร้อมกัน เมื่อคืนเรานอนไม่ค่อยหลับด้วยหลากหลายเหตุผล ตลอดเส้นทางที่เราเดินทางมากว่า 7 วันที่ผ่านมา เรานอนหัวค่ำและตื่นเช้ามากแบบนี้ทุกวัน และกิจวัตรต่อจากนั้นก็ดูจะคล้ายๆ กันทุกวันเช่นกัน ตื่นนอน ล้างหน้าล้างตา ดื่มเครื่องดื่มอุ่นๆ ทำอาหารเช้า แพคอาหารกลางวัน...

ไม่เพียงแต่เป็นสถานที่ แต่นี่คือความฝัน

ถนนเส้นนั้นวิ่งผ่านเข้าไปในช่องเขาที่แห้งแล้ง หลายคนเรียกพื้นที่นี้ว่าทะเลทรายเพราะมันเป็นเขตเงาฝนที่ถูก Mount Rainier บังความชุ่มชื่นจากชายฝั่งทะเลไม่ให้เข้าไปถึง ตลอดเส้นทางหลายสิบกิโลเมตรนั้นแทบจะไม่มีบ้านเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างใดๆเลย แต่สิ่งที่ทำให้ทิวทัศน์ของถนนสายนั้นงดงามก็คือแม่น้ำ Yakima ที่ทอดตัวคดเคี้ยวไปตามร่องเขา ทันใดที่รถเราข้ามเนินสูงและมุ่งหน้าลงสู่หุบเขาที่อยู่ข้าง หมู่อาคารหนึ่งก็ปรากฎขึ้นตรงหน้าท่ามกลางความเวิ้งว้าง “คุณต้องไปเห็นสักครั้งนะ มันเป็นที่ที่มหัศจรรย์มาก และเป็นฟลายช็อปที่มีการจัดการดีที่สุดแห่งหนึ่ง ” Marc Bale สหายผมที่ทำงานที่บริษัท Sage ผู้ผลิตคันเบ็ดฟลายที่ดีที่สุดยี่ห้อหนึ่งกล่าวถึงสถานที่กลางทะเลทรายแห่งนี้ Red’s Fly Shop เป็นแหล่งชุมนุมของคนชอบชีวิตกลางแจ้งที่สร้างขึ้นมาด้วยความบ้าบิ่นของคนหลายๆคนมารวมตัวกัน จากที่รกร้างว่างเปล่า กลางถนนที่ไม่มีชุมชนใดๆตลอดระยะทาง 50 กิโลเมตร...

“มนุษย์เดินช้าที่ หิมาลัย”

ตอนที่ 1 : "วันแรกก็ไม่ง่าย กว่าจะได้พบเธอเนปาล" วันแรกของการเดินทาง ตื่นเต้นจนนอนไม่ค่อยหลับ ตื่นแต่เช้าแบกเป้ออกจากบ้านด้วยรอยยิ้ม นั่งเครื่องไปด้วยอารมณ์ชื่นบาน อีกแค่ 10 นาที เราจะถึงท่าอากาศยานไตรภูวัน ประเทศเนปาล แต่ด้วยสภาพอากาศที่กำลังเกิดพายุฝนอยู่เหนือน่านฟ้าของประเทศเนปาล ทำให้เครื่องบินของเราที่กำลังจะลงจอด ต้องบินวนอยู่เหนือสนามบินร่วมชั่วโมง เครื่องวูบขึ้นวูบลงเหมือนเล่นรถไฟเหาะ จากที่ดูเหมือนสนุกในครั้งสองครั้งแรก เมื่อเวลาผ่านไปเนิ่นนาน อาการวูบไปมาหรือที่เรียกกันแบบเข้าใจง่ายๆ ว่าเครื่องตกหลุมอากาศนั้น เริ่มทวีความรุนแรงหลายต่อหลายครั้ง ผู้โดยสารเริ่มกรีดร้องกันเสียงดังด้วยความกลัว จากตอนแรกเราก็ไม่ได้คิดอะไร...
- Advertisement -

POPULAR POSTS

MY FAVORITES

I'M SOCIAL

0FansLike
11,229FollowersFollow
65,987FollowersFollow
24,211SubscribersSubscribe