Home ชีวิตและการเดินทาง

ชีวิตและการเดินทาง

“มนุษย์เดินช้าที่ หิมาลัย”

ตอนที่ 1 : "วันแรกก็ไม่ง่าย กว่าจะได้พบเธอเนปาล" วันแรกของการเดินทาง ตื่นเต้นจนนอนไม่ค่อยหลับ ตื่นแต่เช้าแบกเป้ออกจากบ้านด้วยรอยยิ้ม นั่งเครื่องไปด้วยอารมณ์ชื่นบาน อีกแค่ 10 นาที เราจะถึงท่าอากาศยานไตรภูวัน ประเทศเนปาล แต่ด้วยสภาพอากาศที่กำลังเกิดพายุฝนอยู่เหนือน่านฟ้าของประเทศเนปาล ทำให้เครื่องบินของเราที่กำลังจะลงจอด ต้องบินวนอยู่เหนือสนามบินร่วมชั่วโมง เครื่องวูบขึ้นวูบลงเหมือนเล่นรถไฟเหาะ จากที่ดูเหมือนสนุกในครั้งสองครั้งแรก เมื่อเวลาผ่านไปเนิ่นนาน อาการวูบไปมาหรือที่เรียกกันแบบเข้าใจง่ายๆ ว่าเครื่องตกหลุมอากาศนั้น เริ่มทวีความรุนแรงหลายต่อหลายครั้ง ผู้โดยสารเริ่มกรีดร้องกันเสียงดังด้วยความกลัว จากตอนแรกเราก็ไม่ได้คิดอะไร...

คนที่ไม่เคยท้อ 

เรานั่งพักกันอยู่บนสันเขา ท่ามกลางแดดจ้าของเดือนมีนาคมที่ร้อนราวกับจะละลายทุกอย่างลงในพริบตา หุบเขาที่มองเห็นบางแห่งมีรอยถูกเผาไหม้เกรียม ผมและสหายอีก 5 คน มาอยู่กันที่นั้นด้วยความฝันร่วมกันว่าจะสร้างเส้นทางเดินป่าระยะไกลสักเส้นหนึ่งให้คนไทยได้เดินกันเหมือนกับที่มีในต่างประเทศ ความฝันของการสร้างเส้นทางนี้ไม่ใช่ชื่อเสียงของการพิชิตสิ่งใด แต่หากเราอยากให้คนในเมืองได้มาเห็นว่าต้นน้ำนั้นเป็นอย่างไรและได้เรียนรู้การใช้ชีวิตในธรรมชาติอย่างช่วยกันรักษาให้ยั่งยืน ที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้น เราอยากให้ชาวบ้านในพื้นที่ได้รายได้จากการนำทางและการจัดการเส้นทางนี้โดยไม่ต้องผ่านคนกลางเพื่อให้เขาได้รับประโยชน์ทางตรงจากการคงอยู่ของผืนป่า และหวังว่าทั้งหมดจะนำไปสู่การร่วมกันรักษาและร่วมกันใช้ประโยชน์จากป่าต้นน้ำผืนนี้ไว้ด้วยแรงกายแรงใจของทุกฝ่าย ระหว่างที่เราพักเหนื่อยหลบแดดอยู่ใต้ร่มไม้ คำถามที่ติดอยู่ในใจหลายๆคำถามจากสหายรุ่นน้องก็ทะยอยออกมา "แล้วถ้าทางอุทยานเขาไม่ให้เราเดินละครับ" "แล้วถ้าไม่มีคนมาเดินกับเราละครับ" "แล้าถ้าทำเสร็จแล้วชาวบ้านไม่สามารถดูแลจัดการกันเองต่อละค่ะ" "คนเขาจะเชื่อมั๊ยครับ ว่าเรามาช่วยเขาจริงๆไม่ได้หวังอะไรตอบแทน" คำถามที่ขาดคำตอบยังมีมากมาย อุปสรรค์ที่มองเห็นนั้นเรียงราย ผมไม่มีคำตอบอะไรที่จะดีไปกว่าที่จะบอกน้องว่า "เราลงมือทำกันดู ถ้าเราไม่สำเร็จ เราก็ทำกันใหม่อีก ที่สำคัญเราต้องไม่ท้อกันซะก่อน" "อย่าลืมนะว่า เราได้รู้จักคนหนึ่งที่ไม่เคยท้อ" พระองค์ท่านจะทรงเป็นแรงบันดาลใจให้เราตลอดไป เครดิตภาพจากหนังสือ "50 ฝน"

แคนูแค้มปิ้งลำน้ำน่าน

เรื่อง: ธัชรวี หาริกุล ภาพ: นัท สุมนเตมีย์ “ล่องแก่งแม่น้ำน่านที่พ่อเคยไปนะ สวยมาก สองข้างลำน้ำเป็นป่าตลอดทาง น้ำใสมองเห็นพื้นล่าง ปลาเยอะแยะหากินได้แทบทุกมื้อ ที่นอนก็เป็นหาดทรายสวย ตอนเช้าๆมีนกยูงลงมารำแพนให้เห็นเลย” ผมได้ยินเรื่องเล่าเกี่ยวกับการล่องแก่งแม่น้ำน่านมาตั้งแต่เด็กเป็นเวลาหลายสิบปีจนรู้สึกเหมือนกับว่าเป็นนิยายปรัมปะรา เท่าที่จำความได้ พ่อพาเพื่อนๆไปล่องแก่งที่น่านกันหลายครั้ง แต่ผมด้วยความที่เป็นลูกชายคนเล็กที่ห่างจากพี่ๆมากจึงเด็กเกินไปที่จะไปด้วย ทุกครั้งพี่ๆและลุงๆทั้งหลายกลับมาถึงก็จะมีเรื่องเล่ามากมายมาฝากเด็กน้อยที่นั่งคอยอยู่ที่บ้าน เมื่อผมโตขึ้น พื้นที่ป่าในจังหวัดน่านก็กลายเป็นพื้นที่อันตรายของความขัดแย้งทางการเมืองอยู่นับสิบปี หลังจากนั้นเมื่อถามพ่อเกี่ยวกับเส้นทางสายนี้ พ่อก็บอกว่าคนที่มีเรือพาเที่ยวได้ต่างก็เลิกรากันไปหมดแล้ว จนถึงตอนนี้ พ่อจากผมไปสองปีแล้ว ผมเองตระเวนไปทั่วสารทิศแต่กลับไม่เคยไปล่องน้ำน่าน ลำน้ำที่ฝังใจอยากไปมาแต่เด็ก หากแต่ว่าหลายสิบปีที่ผ่านมา ไม่เคยมีข่าวคราวของน้ำสายนี้ว่าเปลี่ยนแปลงไปเช่นใด เพื่อนๆพ่อที่เคยไปเที่ยวด้วยกันก็จากไปหมดแล้ว รุ่นที่เด็กหน่อยก็ไม่มีใครจำได้ว่าเดินทางไปที่ไหนอย่างไรบ้าง ดังนั้นการเดินทางครั้งนี้ของผม...

การทำเรื่องเฉิ่มๆที่ดีที่สุดในชีวิตผม

ไหนๆเรื่องมันก็นานจนหมดอายุความแล้ว วันนี้ขอเอาความลับมาเล่าให้ฟังก็แล้วกันนะครับ เย็นวันหนึ่งหลังจากเลิกเรียน ผมรีบออกมายืนอยู่นอกประตูโรงเรียนทางด้านถนนอังรีดูนังต์ ใจเต้น มือสั่น ไม่แน่ใจว่าจะเอายังไงดี จนกระทั่งมีสาวคนหนึ่งเดินออกประตูมา ผมจึงตัดความลังเล ทำใจให้กล้าแล้วเดินเข้าไปหา “ผมเดินไปเป็นเพื่อนนะ” ท่องอยู่ตั้งนานแต่ก็พูดออกมาได้แค่นี้  สาวคนนั้นทำหน้างงปนตกใจ เราเป็นเพื่อนนักเรียนห้องเดียวกัน เจอกันอยู่ทุกวันแต่เขาคงนึกไม่ถึงว่าจะมาเจอผมตรงนี้ ผมรู้มาว่าทุกเย็นเธอจะเดินไปหาน้องสาวที่โรงเรียนมาแตร์เพื่อจะกลับบ้านด้วยกันจึงได้ออกมาดักรออยู่ เธอไม่ได้ปฏิเสธและผมก็ได้เดินไปด้วย  “ผมถือกระเป๋าให้นะ”  หลังจากนั้นผมก็มาดักรอที่เดิมหลังเลิกเรียนทุกเย็น ระยะทางจากโรงเรียนเตรียมฯ ไปยังโรงเรียนมาแตร์ก็ไม่ได้ใกล้นัก แต่ทุกครั้งที่เดินไปผมก็อยากจะให้ทางนั้นไกลขึ้นอีกเล็กน้อยก็ยังดี เมื่อมามองย้อนไป มันเป็นเรื่องเฉิ่มมาก แต่ผมก็ดีใจที่ได้ทำลงไป เพราะโดยที่ไม่ได้คาดคิด วันนั้นเป็นจุดเริ่มต้นที่กลายมาเป็นชีวิตคู่ที่เต็มไปด้วยความสุข, รอยยิ้ม, อ้อมกอดอบอุ่น,​ ลูกที่น่ารัก และสิ่งงดงามอีกมากมาย วันนี้เมื่อ 25...
video

นามิเบีย แอฟริกาที่เราเที่ยวเองได้

กลับจากทริปนี้แล้ว ผมบอกตัวเองว่า สำหรับผมแล้ว แอฟริกาไม่ได้เป็นแค่ทวีปแต่เสมือนเป็นอีกโลกหนึ่งที่ผมไม่เคยรู้จักมาก่อน ทั้งภูมิประเทศ,​ ภูมิอากาศ, สัตว์ป่า, ผู้คน,​ ความเชื่อ,​วัฒนธรรม ฯลฯ ล้วนแตกต่างไปจากบ้านเรา และต่างไปจากอเมริกาหรือยุโรปที่เราอาจจะคุ้นเคยไปอย่างสิ้นเชิง ผมฝันอยากไปแอฟริกามาตั้งแต่เด็ก แต่แอฟริกาของผมถูกจำกัดอยู่แค่จินตนาการจากหนังสือเที่ยวป่ายุคก่อน เพราะการเดินทางไปแอฟริกาส่วนใหญ่จะต้องพึ่งพาทัวร์ ที่ทั้งแพงและจำกัดอิสรภาพในการเดินทางของเรา จนกระทั่งเพื่อนต่างชาติคนหนึ่งมาเล่าให้ผมฟังถึงนามิเบีย นามิเบียเป็นหนึ่งประเทศในแอฟริกาที่เราสามารถเที่ยวด้วยตัวเองได้ พาครอบครัวเที่ยวได้ เพราะมีความปลอดภัยมากกว่าประเทศแอฟริกาอื่นๆ และมีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับนักท่องเที่ยวที่ไปเองมากพอ ไปแล้วติดใจเลย ต้องไปอีกแน่นอน ให้ผมพาคุณไปเที่ยวด้วย VDO 3 ตอนนี้ก่อนนะครับ ในตอนที่...
video

New Zealand in Camper Van

การเดินทางเที่ยวนิวซีแลนด์ด้วยรถ  Camper Van การเที่ยวกับครอบครัวที่สนุกสนานที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต

“มนุษย์เดินช้าที่ หิมาลัย” ตอนที่ 2

"Trekking in the NEPAL HIMALAYA" ตอนที่ 2 : "นมัสเต LUKLA" เช้าวันถัดมา เราตื่นตี 3 ครึ่ง เพื่อลงมาขึ้นรถหน้าโรงแรมตอนตี 4 เพราะเรามีไฟล์บินเครื่องบินเล็กจากเมืองกาฐมัณฑุไปลงที่ลุกลา เราแบกเป้ใบเขื่องของเราลงมาแบบสบายๆ เราเรียกเด็กที่ดูแลหน้าฟร้อนด้วยเสียงเบาจนเกือบจะกระซิบให้เค้าช่วยเรียกแท็กซี่ที่บอกไว้เมื่อวานให้เราหน่อย เด็กหนุ่มกระเด้งตัวออกมาจากโซฟาและรีบเดินออกไปเรียกรถให้เราด้วยความกระตือรือล้น เรารออยู่เพียง 5 นาที ก็มีแท็กซี่ป๋องแป๋งคันจิ๋วสีเหลืองอ่อนที่คิดว่าอดีตเคยเป็นสีขาวมาก่อน มาจอดเทียบประตูโรงแรม เด็กหนุ่มหน้าฟร้อนยังคงช่วยเรายกกระเป๋าขึ้นรถจนเรียบร้อย...

เรื่องแปลกที่กลางป่า ตอนที่ 1 เขาฟ้าผ่า

ผมเป็นคนที่มีความสุขมากเวลาที่ได้อยู่ในป่าครับ มีเวลาหลบไปได้เมื่อไหร่เป็นต้องหนีไปนอนในป่าไม่ว่าจะเป็นชายป่าหรือป่าลึกแค่ไหนถ้ามีโอกาสมีใครชวนผมไปหมด จากการที่เข้าป่ามาในช่วงเวลาหลายสิบปีนี้ มีหลายครั้งที่ได้พบเจอเรื่องแปลกๆที่ไม่สามารถอธิบายได้ เพื่อนๆหลายคนอยากจะให้ผมเขียนเล่าเรื่องมานาน มาวันนี้ลงมือซะที เร่ิมจากเรื่องแรกกันเลยครับ ขอบอกเลยครับว่า ทุกเรื่องที่จะเล่านี้เป็นเรื่องผมเองก็ไม่ได้ปักใจเชื่อยังสงสัยว่าคืออะไรที่เจอมาเองจริงๆครับ ร่วมสิบปีมาแล้ว ตอนที่เพื่อนในกลุ่ม ThailandOutdoor เพิ่งจะรวมตัวกันได้ใหม่ๆ หลายคนอยากจะออกไปทดลองเดินป่า จึงมีการวางแผนว่าจะพาน้องใหม่หลายคนไปเดินป่ากันที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ช่วงนั้นบังเอิญว่าเจ้าหน้าที่เขาใหญ่ที่ผมรู้จักคุ้นเคยล้วนแต่ย้ายหน่วยหรือขาดการติดต่อหาตัวกันไม่เจอ (สมัยนั้นผู้คนยังไม่ได้มีโทรศัพท์มือถือกันเหมือนทุกวันนี้นะครับ) จึงมี “ตุ๊ง” น้องในกลุ่มคนหนึ่งเป็นธุระให้โดยที่ไปติดต่อเจ้าหน้าที่กลุ่มหนึ่งที่เราไม่รู้จักมาก่อนมานำทางให้ โดยมีเป้าหมายกันอยู่ที่ “เขาฟ้าผ่า” ซึ่งเป็นยอดเขาอยู่ทางตะวันตก เราเดินทางไปกันในเดือนพฤศจิกายน 2549 เราออกเดินทางจากบริเวณใกล้ๆที่ทำการ...

Canoe Camping แม่น้ำเงา

Canoe Camping ที่แม่น้ำเงา การเดินทางของเราครั้งนี้ เริ่มมาจาก พี่งบและพี่บี พี่ชายที่ฉันรักและเคารพ ทั้ง2เปิดหัวเรื่องกลางวงสนทนาที่เราจัดขึ้นช่วงบ่ายของเกือบทุกวันในร้าน Thailand Outdoor "ต่ายต้องไปที่นี่ให้ได้ ยังไงก็ต้องไป"  "พี่ว่าเป็นแม่น้ำที่สวยที่สุดในเมืองไทยแล้ว" "อากาศดีมาก คนที่นั่นน่ารักมาก" 'จุดกางเต๊นที่นั่นสวยที่สุดแล้วจริงๆ" "น้ำในแม่่เงาใสจนเหมือนเรือลอยได้เลยนะ" ฉันหันซ้ายที ขวาที ไปตามเสียงที่บรรยายแม่เงาจากพี่ๆ แบบตาไม่กะพริบ ภาพแม่เงาค่อยๆ ลอยขึ้นมาในหัวใจ "ไปคะ" และนั่นคือคำตอบสั้นๆ จากฉัน ถึงการเริ่มต้นของทริปนี้ เช้าวันนัดหมาย...

รกร้างแต่ไม่ว่างเปล่า

พื้นที่ตรงนั้นถูกขนาบข้างไปด้วยโรงแรมหรู หากแต่ภาพที่ผมมองเห็นนั้นแตกต่างกันอย่างมาก พื้นที่ๆหลายคนอาจจะเรียกว่าที่รกร้าง เต็มไปด้วยต้นตาลและต้นมะพร้าวที่ยืนต้นตระหง่าน บอกให้รู้ว่าพวกมันอยู่มานานนับสิบๆปี พี่สาวท่านหนึ่งที่กำลังเดินเก็บบางอย่างจากพื้นหันมายิ้มกับผม รอยยิ้มที่ใสและจริงใจนั้นทำให้ผมกล้าที่จะเดินเข้าไปคุย เมื่อถามว่าพี่เขาเก็บอะไรก็ได้คำตอบที่น่าทึ่ง “เก็บเม็ดตาล เอาไปเพาะ พอมันขึ้นมาก็ไปขายเป็นจาวตาล” พี่ผู้ขายอีกคนเดินแบกกระสอบยิ้มมาแต่ไกล แล้วก็เสริมขึ้น “ลูกตาลออกเยอะมาก เก็บสดขายก็ได้ เก็บไม่ทันมันตกลงมาก ก็เก็บไปขายได้ เขาเอาไปทำขนมตาล บางส่วนก็เอาไปเลี้ยงวัว ลูกตาลนี่วัวกินแล้วอ้วนดี”เมื่อผมถามว่าที่ตรงนี้ใครเป็นเจ้าของ คำตอบก็เป็นตามที่ผมคาด “อ้อ คนกรุงเทพมาซื้อไว้หมดแล้ว เห็นว่าเขาจะสร้างคอนโด เจ้าของเดิมเขาขายย้ายไปปลูกบ้านอยู่บนที่ดอน เชิงเขาโน่นกันหมดแล้ว ที่มันแพงมาก ใครจะนั่งทับเงินอยู่ไหวละ”หาดทรายข้างหน้านั้นเป็นหาดที่ยังคงเป็นธรรมชาติ ลาดลงไปจากป่ามะพร้าวดงตาล...
- Advertisement -

POPULAR POSTS

MY FAVORITES

I'M SOCIAL

0FansLike
11,229FollowersFollow
65,987FollowersFollow
26,300SubscribersSubscribe