Home ชีวิตและการเดินทาง

ชีวิตและการเดินทาง

เรื่องแปลกที่กลางป่า ตอน: กุยบุรี

ตอนหัวคำ่นั้น พวกเราตั้งวงล้อมกองไฟและวงอาหาร ยิ่งค่ำวงสนทนาก็ยิ่งออกรสขึ้นเรื่อยๆ วิสกี้แบบไทยๆ ถูกรินแจกจ่ายไปรอบวง พวกเราหลงรักป่ากุยบุรีตั้งแต่ครั้งแรกที่มานี้เลย เพราะเราเดินมาจากอุทยานเพียงไม่ไกล พอตั้งแค้มป์ก็ได้บรรยากาศเหมือนอยู่กลางป่าลึก “พี่ครับ ขอเหล้าผมสักแก้วได้มั๊ยครับ” พวกเราหันขวับไปมอง คุณหนอน สหายที่ขอตัวไปนอนเมื่อประมาณ 15 นาทีที่แล้วเพราะแกไม่ดื่มเหล้า แต่ตอนนี้กลับกระโดดลงจากเปลมาขอเหล้าดื่มด้วยสีหน้าแปลกสุดบรรยาย เสียงสนทนาในวงเงียบสนิท ผมรินวิสกี้ใส่จอกส่งให้ หนอนรับไปกระดกหมดแก้ว “มีอะไรหรือเปล่าครับหนอน” ผมเอ่ยถามเพราะสังเกตเห็นความผิดปรกติ “เมื่อกี้ผมนอนอยู่บนเปล ..” หนอนหยุดพูดกระทันเพราะน้าใจ เจ้าหน้าที่ผู้เป็นพรานเก่าในพื้นที่ขว้าแขนไว้ทันที “เดี๋ยวเช้าค่อยว่ากันดีกว่าครับคุณ” น้าใจบอก อ้าว ถ้าแบบนี้ไม่ต้องบอกก็พอเดาได้ซิ  ในไม่กี่นาทีนั้นวิสกี้ก็ถูกรินแย่งกันหมด ต่างคนต่างอยากจะเมาจะได้หลับสนิทๆหนีไปจากสิ่งที่เราพอจะเดาได้ว่าหนอนเพิ่งเจอมา ยกเว้นป็อปที่เคยมาแล้วหลายครั้ง...

ความจริงที่มีหลายด้าน

เสียงเอะอะในแค้มป์ทำให้ผมตื่นขึ้นจากเปล แค้มป์ของเราครั้งนั้นตั้งอยู่ริมแม่น้ำสายงาม เราล่องแพไม้ไผ่ผ่านป่าใหญ่มาแล้วสองวันเต็มๆจนไม่แน่ใจว่าเรายังอยู่ในเขตไทยหรือประเทศเพื่อนบ้าน เมื่ออยู่กลางป่าลึกเช่นนี้เส้นแบ่งเขตก็ดูเหมือนจะเลือนลาง ผมเดินเข้าไปหากลุ่มคนที่มุงกันอยู่ที่ชายแค้มป์นั้น เมื่อเดินเข้าไปใกล้ผมก็เห็นได้ว่ามีสัตว์ตัวหนึ่งนอนอยู่กลางวง มันคือเก้งตัวผู้ขนาดย่อมๆที่มีรอยเลือดเปรอะอยู่ข้างลำตัว และกลางวงนั้นก็มีชายร่างสูงถือปืนกระบอกยาวนั่งอยู่ด้วย ใบหน้าของเขายิ้มอย่างที่ผมไม่สามารถเข้าใจ ผู้คนรอบข้างก็มองเขาอย่างชื่นชม เพื่อนรุ่นพี่ที่ผมเคารพเหมือนพี่ชายซึ่งเป็นผู้นำคณะของเราในครั้งนั้นบอกผมว่า ชายผู้ถือปืนนั้นชื่อพะโด่ทูเป็นพรานจากหมู่บ้านกระเหรี่ยงห้วยม่วงที่อยู่ใกล้บริเวณนี้ มาล่าสัตว์แล้วมาเจอคณะของเราซึ่งมีเพื่อนๆของเขาหลายคนร่วมอยู่ด้วยจึงแวะเข้ามาขอพักด้วย ผมกลับไปนอนด้วยภาพเก้งนอนตายที่ยังติดตา แม้ว่าผมจะเข้าใจได้ว่าเราเป็นมนุษย์ที่กินเนื้อสัตว์กันอยู่ทุกวันและเนื้อที่ผมกินก็มาจากสัตว์ที่ต้องถูกฆ่า แต่ผมก็เติบโตมาในรอยต่อของยุคสมัย ขณะที่พ่อพาพี่ชายคนโตเข้าป่าล่าสัตว์ ผมที่ยังเด็กเกินกว่าที่จะไปด้วยก็นั่งดูละคร “กฎแห่งกรรม” ที่พยายามเล่าเรื่องว่าสัตว์ก็ล้วนมีครอบครัวและรักชีวิต การล่าก็เป็นบาปและย่อมมีผลกรรมตามสนอง แต่ก็ได้อ่านนวนิยายเที่ยวป่าล่าสัตว์ไปด้วยพร้อมๆกัน เมื่อผมตื่นขึ้นมาอีกทีในรุ่งเช้า เก้งตัวนั้นถูกแปรสภาพไปหมดจนไม่มีอะไรเหลือให้เห็น นอกจากเศษขน ส่วนหนึ่งของเนื้อที่พะโด่ทูแบ่งให้ก็กลายเป็นอาหารของเราด้วยในวันต่อมา ผมพลันนึกถึงคำพูดของใครคนหนึ่งที่บอกว่า “บาปอยู่ที่คนทำ กรรมอยู่ที่คนกิน"   หลายปีต่อมา ต่างสถานที่และต่างเวลา เราเดินกันมาหลายวันในป่าสูง...

จักรวาลที่ทับซ้อน

คุณเชื่อมั๊ยครับว่า Parallel Universe หรือจักรวาลที่ทับซ้อนกันอยู่มีจริง ผมเริ่มเชื่อนะ ตั้งแต่ปี 1954 นักฟิสิกส์จากมหาวิทยาลัย Princeton นำเสนอทฤษฎีแหกคอกที่ช็อคผู้คนว่า มีจักรวาลที่เหมือนกับที่เราอยู่นี้เปี๊ยบ ขนานอยู่ในกาลเวลา โดยที่แตกสาขาไปจากจักรวาลที่เรากำลังดำเนินชีวิตอยู่ หรือบางทีจักรวาลที่เราอยู่นี้ก็อาจจะแตกตัวออกมาจากจักรวาลอื่นด้วยเหตุการบางอย่างที่มีผลลัพธ์ที่แตกต่าง (Alternate Outcome) เช่นอาจจะมีจักรวาลเส้นขนานที่ไดโนเสาร์ยังมีอยู่ขณะที่มนุษย์สูญพันธุ์ไป หรือ จักรวาลที่เยอรมันชนะสงครามโลก ฟังดูประหลาดมาก ผมเริ่มมองเห็นจักรวาลเส้นขนานนี้ได้ลางๆ หลายคนอ่านแล้วอาจจะเอาเข้าไปโยงเข้าไปสู่เรื่องศาสนา หรืออาจจะไปถึงเรื่องของไสยศาสตร์ เรื่องเหนือธรรมชาติไปโน่น ผมไม่ถึงขนาดนั้นนะ แต่ผมคิดว่าผมเจอเครื่องมือที่ใช้เดินทางสู่ Parallel...

เดินเล่นบนหลังช้าง ที่ “เขาช้างเผือก”

“เขาช้างเผือก ” เส้นทางเดินป่าระยะไกลและเส้นทางศึกษาธรรมชาติ อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี สถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ใหม่ แต่กำลังเป็นสถานที่ฮอตฮิตติดลมบน ของนักเดินป่ามือใหม่ และมือฉมังทั้งหลาย อีกทั้งยังขึ้นชื่อได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ไปยากที่สุดที่หนึ่งในขณะนี้อีกด้วย   อย่าเพิ่งตกอกตกใจกันไปว่าเขาช้างเผือกนั้นมีเส้นทางที่โหดร้ายอะไรมากมาย ที่ล่ำลือกันว่าไปยากนั้นเพราะทางอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิอนุญาติจำกัดให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปพักได้คืนล่ะไม่เกิน 60 คนเท่านั้น เนื่องด้วยพื้นที่ในการตั้งแค้มป์ด้านบนมีเพียงกระหยิบมือเดียว แต่พื้นที่กระหยิบมือเดียวนั้นก็อัดแน่นไปด้วยทัศนียภาพที่สวยบาดจิตบาดใจ ชนิดที่ต้องแย่งชิงกันอย่างดุเดือน นอกจากพื้นที่ในการตั้งแค้มป์จะจำกัดแล้วนั้น จำนวนวันเวลาที่ทางอุทยานเปิดให้นักท่องเที่ยวได้ยลโฉมงามๆ ของเขาช้างเผือกได้ ยิ่งจำกัดมากกว่า เพราะเขาช้างเผือกเปิดให้ท่องเที่ยวเข้าชมได้เพียงปีล่ะ 3 เดือนเท่านั้น!...

“ภาพมหัศจรรย์ ในวันที่ฝนเป็นใจ”

“วันนั้นเราออกเดินทางกันช่วงสายๆ เพื่อจะได้ถึงที่หมายไม่เย็นมากนัก ทุกคนต่างตื่นเต้นแม้ว่าเราจะคุ้นเคยกับบรรยากาศแบบนี้มานานแล้วก็ตาม” เช้าตรู่ของวันเดินทาง เรายืนมองของที่เตรียมไป Camping กองเท่าภูเขาที่กำลังถูกจับยัดเข้ารถทั้ง 3 คันเป็นที่เรียบร้อย เราเริ่มออกเดินทางแบบสบายอกสบายใจบรรยากาศในรถเต็มไปด้วยความสนุกสนานและเสียงหัวเราะ และเหมือนเช่นทุกครั้ง เรายังคงแวะซื้อของรายทางอยู่เป็นประจำ ซื้อแล้วซื้ออีก ซื้อจนมั่นใจว่าเราจะมีของกินสำหรับคืนนี้อย่างอิ่มหนำ จุดหมายปลายทางที่เราจะไปครั้งนี้อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากกรุงเทพมากนัก สถานที่ที่ใครหลายๆ คนเลือกสำหรับใช้ในวันหยุดพักผ่อน ที่นั่นคือ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ในขณะที่สวนผึ้งกำลังกลายเป็นฟาร์มแกะและสัตว์แปลกๆ มากมาย ยังมีสถานที่สวยงามและเงียบสงบหลบซ่อนตัวอยู่บนภูเขา “ห้วยคอกหมู” หรือชื่อที่เราเรียกกันเองว่า ดอยผ้าห่มเปียก...

วันปีใหม่ กับใส้อั่วป้านาง

ผมเดินออกมาจากบ้านก็พบกับอากาศยามเช้าเย็นสดชื่นและความเงียบสงบร่มรื่นใต้ต้นไม้ใหญ่ที่แผ่ปกคุลมระเบียงบ้าน บ้านหลังเล็กเชิงเขานี้เป็นบ้านที่พ่อผมซื้อไว้เมื่อเกือบสามสิบปีก่อน มันแทบจะเป็นประเพณีปฏิบัติของครอบครัวเราไปแล้วที่จะมาอยู่ที่นี่กันอย่างสงบๆในวันหยุดยาวสิ้นปีที่ผู้คนต่างออกไปเฉลิมฉลองกันและแหล่งท่องเที่ยวต่างๆก็คึกคักไปจนถึงแออัด ขณะที่ผมกำลังทำอาหารเช้าให้ลูกๆที่กำลังเพิ่งจะตื่นกันออกมา ก็มีรถกระบะคันหนึ่งมาจอดที่หน้าบ้าน คนที่เดินลงมาก็คือ ศรีไพร คนที่เข้ามาช่วยดูแลบ้านให้เป็นประจำตอนที่เราไม่ได้มากัน หลังจากทักทายกัน ศรีไพรก็เอ่ยคำถามที่ทำให้ผมแปลกใจขึ้นมา “คุณโทรไปสั่งใส้อั่วป้านางหรือครับ” ผมงงกับคำถามนั้น ชื่อ”ป้านาง” เป็นชื่อคุ้นหูที่ผมไม่ได้ยินมาหลายปี ป้านางเป็นแม่ค้าใส้อั่วแสนอร่อยในตลาดพร้าวที่พ่อผมติตใจรสชาดและต้องไปซื้อทุกครั้งที่มาบ้านนี้ “เปล่านี่ ผมไม่ได้โทรไปครับ” “ป้านางบอกว่าเมื่อวานมีคนโทรไปบอกว่าอยากจะสั่งใส้อั่ว บอกว่าโทรมาจากบ้านนี้ สัญญานไม่ค่อยดี แกโทรกลับก็ไม่ติด ก็เลยโทรมาที่หมู่บ้านแล้วฝากผมมาบอก” ศรีไพรบอกผมด้วยหน้าซื่อๆ ผมขับรถออกไปยังตลาดพร้าวด้วยความสงสัย บวกกับกังวลว่าเมื่อมีคนสั่งให้ป้านางทำใส่อั่วแล้วถ้าไม่ไปเอาแกก็น่าจะแย่ และแน่นอนผมก็อยากลิ้มลองใส้อั่วแสนอร่อยที่ไม่ได้ทานมานานหลายปี เมืองพร้าวยังคงสงบเงียบน่าอยู่เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลงแม้ผมจะไม่ได้แวะเวียนเข้ามาหลายปี ชีวิตยังคงไม่เร่งรีบ ผู้คนยังคงยิ้มแย้มและเป็นมิตร ผมยังพอจำได้ว่าแผงของป้านางในตลาดอยู่ตรงไหน “ป้านางมาขายตอนเช้ามืด ตอนนี้แกกลับไปบ้านแล้วละ มาอีกทีตอนเช้าพรุ่งนี้ซิ” แม่ค้าแผงข้างๆบอก เมื่อผมถามหาป้านาง “ตามไปที่บ้านก็ได้...

Canoe Camping แม่น้ำเงา

Canoe Camping ที่แม่น้ำเงา การเดินทางของเราครั้งนี้ เริ่มมาจาก พี่งบและพี่บี พี่ชายที่ฉันรักและเคารพ ทั้ง2เปิดหัวเรื่องกลางวงสนทนาที่เราจัดขึ้นช่วงบ่ายของเกือบทุกวันในร้าน Thailand Outdoor "ต่ายต้องไปที่นี่ให้ได้ ยังไงก็ต้องไป"  "พี่ว่าเป็นแม่น้ำที่สวยที่สุดในเมืองไทยแล้ว" "อากาศดีมาก คนที่นั่นน่ารักมาก" 'จุดกางเต๊นที่นั่นสวยที่สุดแล้วจริงๆ" "น้ำในแม่่เงาใสจนเหมือนเรือลอยได้เลยนะ" ฉันหันซ้ายที ขวาที ไปตามเสียงที่บรรยายแม่เงาจากพี่ๆ แบบตาไม่กะพริบ ภาพแม่เงาค่อยๆ ลอยขึ้นมาในหัวใจ "ไปคะ" และนั่นคือคำตอบสั้นๆ จากฉัน ถึงการเริ่มต้นของทริปนี้ เช้าวันนัดหมาย...

ความงดงามที่ซ่อนอยู่

เมื่อรถจอดสนิท ผมก็ต้องรีบเปิดประตูลงไปบิดตัวให้กระดูกและสำไส้กลับเข้าที่ เวลา 17 ปีที่ผ่านดูเหมือนว่าไม่ได้ทำให้การเดินทางสู่บ้านนาเกียนง่ายขึ้นเลย แต่ 17 ปีนั้นก็นานมากพอที่จะเปลี่ยนแปลงอะไรมากมาย หมออนามัยสหายเก่าผู้มีฉายาในทีวีภายหลังจากที่เราได้เดินทางด้วยกันว่า “หมอผีบ้า” ก็ย้ายไปอยู่ที่อื่นนานแล้ว เด็กหนุ่มผู้ช่วยหมอที่เคยไปด้วยกันก็กลายเป็นบาทหลวงที่โบสถ์ประจำหมู่บ้าน บ้านช่องที่เคยเป็นเรือไม้ไผ่ก็กลายเป็นบ้านที่สร้างใหม่อย่างมั่นคงแข็งแรง พะตี่นุเดินยิ้มร่าออกมาจากบ้าน “กินข้าวหรือยัง มากินข้าวกัน” โดยไม่ฟังคำตอบ พะตี่หันไปสั่งหลานสาวให้หุงข้าวทันที เรานั่งกินน้ำเย็นที่พะตี่ (ภาษากระเหรี่ยงแปลว่าลุง) รินให้ แล้วนั่งคุยกันที่ลานบ้าน ผมเอ่ยปากขอความช่วยเหลือหลายๆอย่างในการที่เราจะมาจัดกิจกรรมเดินป่าที่ผ่านสันเขาไม่ไกลจากบ้านแก พะตี่นุรับปากจัดการให้หมด แถมยังบอกว่าไม่มีปัญหา คนแถวนี้ญาติๆแกทั้งนั้น รวมทั้งกำนันที่อยู่บ้านใกล้ๆนี่ด้วย “นอนนี่สักคืนซิ จะรีบไปไหน” พะตี่ชวนด้วยรอยยิ้ม ทั้งหมดนี้ดูเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับคนที่รู้จักกันมานาน...

ไม่เพียงแต่เป็นสถานที่ แต่นี่คือความฝัน

ถนนเส้นนั้นวิ่งผ่านเข้าไปในช่องเขาที่แห้งแล้ง หลายคนเรียกพื้นที่นี้ว่าทะเลทรายเพราะมันเป็นเขตเงาฝนที่ถูก Mount Rainier บังความชุ่มชื่นจากชายฝั่งทะเลไม่ให้เข้าไปถึง ตลอดเส้นทางหลายสิบกิโลเมตรนั้นแทบจะไม่มีบ้านเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างใดๆเลย แต่สิ่งที่ทำให้ทิวทัศน์ของถนนสายนั้นงดงามก็คือแม่น้ำ Yakima ที่ทอดตัวคดเคี้ยวไปตามร่องเขา ทันใดที่รถเราข้ามเนินสูงและมุ่งหน้าลงสู่หุบเขาที่อยู่ข้าง หมู่อาคารหนึ่งก็ปรากฎขึ้นตรงหน้าท่ามกลางความเวิ้งว้าง “คุณต้องไปเห็นสักครั้งนะ มันเป็นที่ที่มหัศจรรย์มาก และเป็นฟลายช็อปที่มีการจัดการดีที่สุดแห่งหนึ่ง ” Marc Bale สหายผมที่ทำงานที่บริษัท Sage ผู้ผลิตคันเบ็ดฟลายที่ดีที่สุดยี่ห้อหนึ่งกล่าวถึงสถานที่กลางทะเลทรายแห่งนี้ Red’s Fly Shop เป็นแหล่งชุมนุมของคนชอบชีวิตกลางแจ้งที่สร้างขึ้นมาด้วยความบ้าบิ่นของคนหลายๆคนมารวมตัวกัน จากที่รกร้างว่างเปล่า กลางถนนที่ไม่มีชุมชนใดๆตลอดระยะทาง 50 กิโลเมตร...

อินทรี อันดามัน

ความสุขอย่างหนึ่งของการไปภูเก็ต คือการที่จะได้มีโอกาสไปคารวะ และสนทนากับ สุภาพบุรุษกลางแจ้งที่ผมเคารพนับถือเป็นอย่างมาก พี่อดุลย์ "อินทรี อันดามัน" หนึ่งในนักเขียนของนิตยสาร "ชีวิตกลางแจ้ง" ที่เป็นตำนาน "อินทรี อันดามัน" คือผู้ที่ถ่ายทอดเรื่องราวการตกปลาในท้องทะเลลึกให้พวกเราผู้ที่ไม่เคยมีโอกาสได้ออกไปพบเจอได้สัมผัสผ่านตัวหนังสือในสำนวนที่งดงามหมดจด จนเสมือนเราอาจคิดไปว่าเราอยู่บนเรือด้วยเมื่อปลาใหญ่ตัวนั้นโฉบเหยื่อ พี่อดุลย์ผู้ที่เป็นหนึ่งใน Outdoors Man และผู้รักธรรมชาติในสัดส่วนลงตัวที่หาไม่ได้แล้วในคนยุคปัจจุบัน ทุกครั้งที่ได้พบกันผมก็ได้โอกาสดีที่จะได้ฟังเรื่องเล่าและรับความรู้มหาศาลที่สะสมมาจากการออกทะเลนับสิบๆปี ถ่ายทอดออกมาด้วยน้ำเสียงนุ่มและเรียบเรียงมาอย่างสละสลวยราวกับจะบันทึกลงไปเป็นบทความได้โดยทันที ทุกครั้งที่พบกันพี่อดุลย์จะพาพวกเราหลบออกไปจากความวุ่นวายของเมืองท่องเที่ยว ไปสู่มุมสงบ,​ ธรรมชาติที่งดงามและไม่มีใครรู้จักนอกจากชาวบ้านในพื้นที่ ภูเก็ตจึงเป็นทริปแห่งความสุขใจทุกครั้งเสมอมา ขอคารวะ "สุภาพบุรุษกลางแจ้ง" พี่อินทรี อันดามันครับ
- Advertisement -

POPULAR POSTS

MY FAVORITES

I'M SOCIAL

0FansLike
11,229FollowersFollow
65,987FollowersFollow
17,801SubscribersSubscribe