Home ชีวิตและการเดินทาง

ชีวิตและการเดินทาง

จักรวาลที่ทับซ้อน

คุณเชื่อมั๊ยครับว่า Parallel Universe หรือจักรวาลที่ทับซ้อนกันอยู่มีจริง ผมเริ่มเชื่อนะ ตั้งแต่ปี 1954 นักฟิสิกส์จากมหาวิทยาลัย Princeton นำเสนอทฤษฎีแหกคอกที่ช็อคผู้คนว่า มีจักรวาลที่เหมือนกับที่เราอยู่นี้เปี๊ยบ ขนานอยู่ในกาลเวลา โดยที่แตกสาขาไปจากจักรวาลที่เรากำลังดำเนินชีวิตอยู่ หรือบางทีจักรวาลที่เราอยู่นี้ก็อาจจะแตกตัวออกมาจากจักรวาลอื่นด้วยเหตุการบางอย่างที่มีผลลัพธ์ที่แตกต่าง (Alternate Outcome) เช่นอาจจะมีจักรวาลเส้นขนานที่ไดโนเสาร์ยังมีอยู่ขณะที่มนุษย์สูญพันธุ์ไป หรือ จักรวาลที่เยอรมันชนะสงครามโลก ฟังดูประหลาดมาก ผมเริ่มมองเห็นจักรวาลเส้นขนานนี้ได้ลางๆ หลายคนอ่านแล้วอาจจะเอาเข้าไปโยงเข้าไปสู่เรื่องศาสนา หรืออาจจะไปถึงเรื่องของไสยศาสตร์ เรื่องเหนือธรรมชาติไปโน่น ผมไม่ถึงขนาดนั้นนะ แต่ผมคิดว่าผมเจอเครื่องมือที่ใช้เดินทางสู่ Parallel...

ความงดงามที่ซ่อนอยู่

เมื่อรถจอดสนิท ผมก็ต้องรีบเปิดประตูลงไปบิดตัวให้กระดูกและสำไส้กลับเข้าที่ เวลา 17 ปีที่ผ่านดูเหมือนว่าไม่ได้ทำให้การเดินทางสู่บ้านนาเกียนง่ายขึ้นเลย แต่ 17 ปีนั้นก็นานมากพอที่จะเปลี่ยนแปลงอะไรมากมาย หมออนามัยสหายเก่าผู้มีฉายาในทีวีภายหลังจากที่เราได้เดินทางด้วยกันว่า “หมอผีบ้า” ก็ย้ายไปอยู่ที่อื่นนานแล้ว เด็กหนุ่มผู้ช่วยหมอที่เคยไปด้วยกันก็กลายเป็นบาทหลวงที่โบสถ์ประจำหมู่บ้าน บ้านช่องที่เคยเป็นเรือไม้ไผ่ก็กลายเป็นบ้านที่สร้างใหม่อย่างมั่นคงแข็งแรง พะตี่นุเดินยิ้มร่าออกมาจากบ้าน “กินข้าวหรือยัง มากินข้าวกัน” โดยไม่ฟังคำตอบ พะตี่หันไปสั่งหลานสาวให้หุงข้าวทันที เรานั่งกินน้ำเย็นที่พะตี่ (ภาษากระเหรี่ยงแปลว่าลุง) รินให้ แล้วนั่งคุยกันที่ลานบ้าน ผมเอ่ยปากขอความช่วยเหลือหลายๆอย่างในการที่เราจะมาจัดกิจกรรมเดินป่าที่ผ่านสันเขาไม่ไกลจากบ้านแก พะตี่นุรับปากจัดการให้หมด แถมยังบอกว่าไม่มีปัญหา คนแถวนี้ญาติๆแกทั้งนั้น รวมทั้งกำนันที่อยู่บ้านใกล้ๆนี่ด้วย “นอนนี่สักคืนซิ จะรีบไปไหน” พะตี่ชวนด้วยรอยยิ้ม ทั้งหมดนี้ดูเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับคนที่รู้จักกันมานาน...

อินทรี อันดามัน

ความสุขอย่างหนึ่งของการไปภูเก็ต คือการที่จะได้มีโอกาสไปคารวะ และสนทนากับ สุภาพบุรุษกลางแจ้งที่ผมเคารพนับถือเป็นอย่างมาก พี่อดุลย์ "อินทรี อันดามัน" หนึ่งในนักเขียนของนิตยสาร "ชีวิตกลางแจ้ง" ที่เป็นตำนาน "อินทรี อันดามัน" คือผู้ที่ถ่ายทอดเรื่องราวการตกปลาในท้องทะเลลึกให้พวกเราผู้ที่ไม่เคยมีโอกาสได้ออกไปพบเจอได้สัมผัสผ่านตัวหนังสือในสำนวนที่งดงามหมดจด จนเสมือนเราอาจคิดไปว่าเราอยู่บนเรือด้วยเมื่อปลาใหญ่ตัวนั้นโฉบเหยื่อ พี่อดุลย์ผู้ที่เป็นหนึ่งใน Outdoors Man และผู้รักธรรมชาติในสัดส่วนลงตัวที่หาไม่ได้แล้วในคนยุคปัจจุบัน ทุกครั้งที่ได้พบกันผมก็ได้โอกาสดีที่จะได้ฟังเรื่องเล่าและรับความรู้มหาศาลที่สะสมมาจากการออกทะเลนับสิบๆปี ถ่ายทอดออกมาด้วยน้ำเสียงนุ่มและเรียบเรียงมาอย่างสละสลวยราวกับจะบันทึกลงไปเป็นบทความได้โดยทันที ทุกครั้งที่พบกันพี่อดุลย์จะพาพวกเราหลบออกไปจากความวุ่นวายของเมืองท่องเที่ยว ไปสู่มุมสงบ,​ ธรรมชาติที่งดงามและไม่มีใครรู้จักนอกจากชาวบ้านในพื้นที่ ภูเก็ตจึงเป็นทริปแห่งความสุขใจทุกครั้งเสมอมา ขอคารวะ "สุภาพบุรุษกลางแจ้ง" พี่อินทรี อันดามันครับ

เรื่องแปลกที่กลางป่า ตอน: กุยบุรี

ตอนหัวคำ่นั้น พวกเราตั้งวงล้อมกองไฟและวงอาหาร ยิ่งค่ำวงสนทนาก็ยิ่งออกรสขึ้นเรื่อยๆ วิสกี้แบบไทยๆ ถูกรินแจกจ่ายไปรอบวง พวกเราหลงรักป่ากุยบุรีตั้งแต่ครั้งแรกที่มานี้เลย เพราะเราเดินมาจากอุทยานเพียงไม่ไกล พอตั้งแค้มป์ก็ได้บรรยากาศเหมือนอยู่กลางป่าลึก “พี่ครับ ขอเหล้าผมสักแก้วได้มั๊ยครับ” พวกเราหันขวับไปมอง คุณหนอน สหายที่ขอตัวไปนอนเมื่อประมาณ 15 นาทีที่แล้วเพราะแกไม่ดื่มเหล้า แต่ตอนนี้กลับกระโดดลงจากเปลมาขอเหล้าดื่มด้วยสีหน้าแปลกสุดบรรยาย เสียงสนทนาในวงเงียบสนิท ผมรินวิสกี้ใส่จอกส่งให้ หนอนรับไปกระดกหมดแก้ว “มีอะไรหรือเปล่าครับหนอน” ผมเอ่ยถามเพราะสังเกตเห็นความผิดปรกติ “เมื่อกี้ผมนอนอยู่บนเปล ..” หนอนหยุดพูดกระทันเพราะน้าใจ เจ้าหน้าที่ผู้เป็นพรานเก่าในพื้นที่ขว้าแขนไว้ทันที “เดี๋ยวเช้าค่อยว่ากันดีกว่าครับคุณ” น้าใจบอก อ้าว ถ้าแบบนี้ไม่ต้องบอกก็พอเดาได้ซิ  ในไม่กี่นาทีนั้นวิสกี้ก็ถูกรินแย่งกันหมด ต่างคนต่างอยากจะเมาจะได้หลับสนิทๆหนีไปจากสิ่งที่เราพอจะเดาได้ว่าหนอนเพิ่งเจอมา ยกเว้นป็อปที่เคยมาแล้วหลายครั้ง...

คนที่ไม่เคยท้อ 

เรานั่งพักกันอยู่บนสันเขา ท่ามกลางแดดจ้าของเดือนมีนาคมที่ร้อนราวกับจะละลายทุกอย่างลงในพริบตา หุบเขาที่มองเห็นบางแห่งมีรอยถูกเผาไหม้เกรียม ผมและสหายอีก 5 คน มาอยู่กันที่นั้นด้วยความฝันร่วมกันว่าจะสร้างเส้นทางเดินป่าระยะไกลสักเส้นหนึ่งให้คนไทยได้เดินกันเหมือนกับที่มีในต่างประเทศ ความฝันของการสร้างเส้นทางนี้ไม่ใช่ชื่อเสียงของการพิชิตสิ่งใด แต่หากเราอยากให้คนในเมืองได้มาเห็นว่าต้นน้ำนั้นเป็นอย่างไรและได้เรียนรู้การใช้ชีวิตในธรรมชาติอย่างช่วยกันรักษาให้ยั่งยืน ที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้น เราอยากให้ชาวบ้านในพื้นที่ได้รายได้จากการนำทางและการจัดการเส้นทางนี้โดยไม่ต้องผ่านคนกลางเพื่อให้เขาได้รับประโยชน์ทางตรงจากการคงอยู่ของผืนป่า และหวังว่าทั้งหมดจะนำไปสู่การร่วมกันรักษาและร่วมกันใช้ประโยชน์จากป่าต้นน้ำผืนนี้ไว้ด้วยแรงกายแรงใจของทุกฝ่าย ระหว่างที่เราพักเหนื่อยหลบแดดอยู่ใต้ร่มไม้ คำถามที่ติดอยู่ในใจหลายๆคำถามจากสหายรุ่นน้องก็ทะยอยออกมา "แล้วถ้าทางอุทยานเขาไม่ให้เราเดินละครับ" "แล้วถ้าไม่มีคนมาเดินกับเราละครับ" "แล้าถ้าทำเสร็จแล้วชาวบ้านไม่สามารถดูแลจัดการกันเองต่อละค่ะ" "คนเขาจะเชื่อมั๊ยครับ ว่าเรามาช่วยเขาจริงๆไม่ได้หวังอะไรตอบแทน" คำถามที่ขาดคำตอบยังมีมากมาย อุปสรรค์ที่มองเห็นนั้นเรียงราย ผมไม่มีคำตอบอะไรที่จะดีไปกว่าที่จะบอกน้องว่า "เราลงมือทำกันดู ถ้าเราไม่สำเร็จ เราก็ทำกันใหม่อีก ที่สำคัญเราต้องไม่ท้อกันซะก่อน" "อย่าลืมนะว่า เราได้รู้จักคนหนึ่งที่ไม่เคยท้อ" พระองค์ท่านจะทรงเป็นแรงบันดาลใจให้เราตลอดไป เครดิตภาพจากหนังสือ "50 ฝน"

ทิเบต 4.0, วัด-วัง-เวอร์ อลังการ

    ทิเบต 1.0, วัด-วัง-เวอร์ อลังการ  ทิเบต ดินแดนในฝัน ดินแดนลี้ลับ มีความน่าอัศจรรย์ และความเป็นที่สุดของโลกอีกหลายอย่าง โดยเฉพาะคำว่า ที่ราบสูงทิเบต ดินแดนแห่งหลังคาโลก เป็นการท้าทายให้หลายคนต้องไปเยือนให้ได้สักครั้งหนึ่งในชีวิต รวมทั้งผมด้วยเช่นกัน เมื่อได้มีโอกาสแบกเป้กล้องท่องเที่ยวถ่ายรูปแล้ว เลยอดเอามาเล่าไม่ได้เกี่ยวกับความสวยงามตามธรรมชาติของภูมิประเทศ ผู้คนที่มีความเคารพศรัทธาในพระพุทธศาสนานิกายตันตรยานหรือวชิรยานอย่างยิ่ง ในอดีตทิเบตเคยมีวัดและอารามสงฆ์หลายพันแห่ง แต่หลังจากจีนเข้ามาปกครองแล้ว ปัจจุบันเหลือไม่ถึง 200 แห่ง และเหลือวัดที่สำคัญอีกไม่ถึง 10 วัด ที่ผู้มาเยือนทิเบตจะต้องไปชม...

เรื่องแปลกที่กลางป่า ตอนที่ 1 เขาฟ้าผ่า

ผมเป็นคนที่มีความสุขมากเวลาที่ได้อยู่ในป่าครับ มีเวลาหลบไปได้เมื่อไหร่เป็นต้องหนีไปนอนในป่าไม่ว่าจะเป็นชายป่าหรือป่าลึกแค่ไหนถ้ามีโอกาสมีใครชวนผมไปหมด จากการที่เข้าป่ามาในช่วงเวลาหลายสิบปีนี้ มีหลายครั้งที่ได้พบเจอเรื่องแปลกๆที่ไม่สามารถอธิบายได้ เพื่อนๆหลายคนอยากจะให้ผมเขียนเล่าเรื่องมานาน มาวันนี้ลงมือซะที เร่ิมจากเรื่องแรกกันเลยครับ ขอบอกเลยครับว่า ทุกเรื่องที่จะเล่านี้เป็นเรื่องผมเองก็ไม่ได้ปักใจเชื่อยังสงสัยว่าคืออะไรที่เจอมาเองจริงๆครับ ร่วมสิบปีมาแล้ว ตอนที่เพื่อนในกลุ่ม ThailandOutdoor เพิ่งจะรวมตัวกันได้ใหม่ๆ หลายคนอยากจะออกไปทดลองเดินป่า จึงมีการวางแผนว่าจะพาน้องใหม่หลายคนไปเดินป่ากันที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ช่วงนั้นบังเอิญว่าเจ้าหน้าที่เขาใหญ่ที่ผมรู้จักคุ้นเคยล้วนแต่ย้ายหน่วยหรือขาดการติดต่อหาตัวกันไม่เจอ (สมัยนั้นผู้คนยังไม่ได้มีโทรศัพท์มือถือกันเหมือนทุกวันนี้นะครับ) จึงมี “ตุ๊ง” น้องในกลุ่มคนหนึ่งเป็นธุระให้โดยที่ไปติดต่อเจ้าหน้าที่กลุ่มหนึ่งที่เราไม่รู้จักมาก่อนมานำทางให้ โดยมีเป้าหมายกันอยู่ที่ “เขาฟ้าผ่า” ซึ่งเป็นยอดเขาอยู่ทางตะวันตก เราเดินทางไปกันในเดือนพฤศจิกายน 2549 เราออกเดินทางจากบริเวณใกล้ๆที่ทำการ...

Canoe Camping แม่น้ำเงา

Canoe Camping ที่แม่น้ำเงา การเดินทางของเราครั้งนี้ เริ่มมาจาก พี่งบและพี่บี พี่ชายที่ฉันรักและเคารพ ทั้ง2เปิดหัวเรื่องกลางวงสนทนาที่เราจัดขึ้นช่วงบ่ายของเกือบทุกวันในร้าน Thailand Outdoor "ต่ายต้องไปที่นี่ให้ได้ ยังไงก็ต้องไป"  "พี่ว่าเป็นแม่น้ำที่สวยที่สุดในเมืองไทยแล้ว" "อากาศดีมาก คนที่นั่นน่ารักมาก" 'จุดกางเต๊นที่นั่นสวยที่สุดแล้วจริงๆ" "น้ำในแม่่เงาใสจนเหมือนเรือลอยได้เลยนะ" ฉันหันซ้ายที ขวาที ไปตามเสียงที่บรรยายแม่เงาจากพี่ๆ แบบตาไม่กะพริบ ภาพแม่เงาค่อยๆ ลอยขึ้นมาในหัวใจ "ไปคะ" และนั่นคือคำตอบสั้นๆ จากฉัน ถึงการเริ่มต้นของทริปนี้ เช้าวันนัดหมาย...

ไม่เพียงแต่เป็นสถานที่ แต่นี่คือความฝัน

ถนนเส้นนั้นวิ่งผ่านเข้าไปในช่องเขาที่แห้งแล้ง หลายคนเรียกพื้นที่นี้ว่าทะเลทรายเพราะมันเป็นเขตเงาฝนที่ถูก Mount Rainier บังความชุ่มชื่นจากชายฝั่งทะเลไม่ให้เข้าไปถึง ตลอดเส้นทางหลายสิบกิโลเมตรนั้นแทบจะไม่มีบ้านเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างใดๆเลย แต่สิ่งที่ทำให้ทิวทัศน์ของถนนสายนั้นงดงามก็คือแม่น้ำ Yakima ที่ทอดตัวคดเคี้ยวไปตามร่องเขา ทันใดที่รถเราข้ามเนินสูงและมุ่งหน้าลงสู่หุบเขาที่อยู่ข้าง หมู่อาคารหนึ่งก็ปรากฎขึ้นตรงหน้าท่ามกลางความเวิ้งว้าง “คุณต้องไปเห็นสักครั้งนะ มันเป็นที่ที่มหัศจรรย์มาก และเป็นฟลายช็อปที่มีการจัดการดีที่สุดแห่งหนึ่ง ” Marc Bale สหายผมที่ทำงานที่บริษัท Sage ผู้ผลิตคันเบ็ดฟลายที่ดีที่สุดยี่ห้อหนึ่งกล่าวถึงสถานที่กลางทะเลทรายแห่งนี้ Red’s Fly Shop เป็นแหล่งชุมนุมของคนชอบชีวิตกลางแจ้งที่สร้างขึ้นมาด้วยความบ้าบิ่นของคนหลายๆคนมารวมตัวกัน จากที่รกร้างว่างเปล่า กลางถนนที่ไม่มีชุมชนใดๆตลอดระยะทาง 50 กิโลเมตร...

“คินาบาลู” ภูเขาแห่งความตาย

Mt. Kinabalu “ภูเขาแห่งความตาย” ชื่อที่บ่งบอกถึงความน่ากลัวของภูเขาอันศักดิ์สิทธิ์ของชาว Saba แห่งนี้ ชื่อที่ได้ยินแล้วคงไม่ค่อยมีใครอยากเข้าใกล้ แต่ในความเป็นจริง ภูเขาที่ขึ้นชื่อว่าเป็นภูเขาแห่งความตายแห่งนี้ กลับมีผู้คนจากทั่วทุกมุมโลกแวะเวียนกันมาปีนป่ายไม่ขาดสาย ด้วยความสวยงามที่ติดอันดับโลกและการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวในแต่ล่ะวันไว้ไม่มากนัก ทำให้การเดินทางมายังภูเขาลูกนี้ต้องจองคิวกันยาวเหยียดร่วมครึ่งปี ภูเขาแห่งนี้ชื่อว่า “KINABALU” Mount Kinabalu หรือภาษามาเลย์ Gunung Kinabalu ตั้งอยู่บนเกาะบอร์เนียว ที่รัฐซาบาห์ (รัฐนี้มีเมืองหลวง คือ โกตา คินาบาลู) เป็นมรดกโลกแห่งแรกของประเทศมาเลเซียจากยูเนสโก มีความสูง 4,095.2...
- Advertisement -

POPULAR POSTS

MY FAVORITES

I'M SOCIAL

0FansLike
11,229FollowersFollow
65,987FollowersFollow
25,700SubscribersSubscribe