Home ชีวิตและการเดินทาง

ชีวิตและการเดินทาง

คนที่ไม่เคยท้อ 

เรานั่งพักกันอยู่บนสันเขา ท่ามกลางแดดจ้าของเดือนมีนาคมที่ร้อนราวกับจะละลายทุกอย่างลงในพริบตา หุบเขาที่มองเห็นบางแห่งมีรอยถูกเผาไหม้เกรียม ผมและสหายอีก 5 คน มาอยู่กันที่นั้นด้วยความฝันร่วมกันว่าจะสร้างเส้นทางเดินป่าระยะไกลสักเส้นหนึ่งให้คนไทยได้เดินกันเหมือนกับที่มีในต่างประเทศ ความฝันของการสร้างเส้นทางนี้ไม่ใช่ชื่อเสียงของการพิชิตสิ่งใด แต่หากเราอยากให้คนในเมืองได้มาเห็นว่าต้นน้ำนั้นเป็นอย่างไรและได้เรียนรู้การใช้ชีวิตในธรรมชาติอย่างช่วยกันรักษาให้ยั่งยืน ที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้น เราอยากให้ชาวบ้านในพื้นที่ได้รายได้จากการนำทางและการจัดการเส้นทางนี้โดยไม่ต้องผ่านคนกลางเพื่อให้เขาได้รับประโยชน์ทางตรงจากการคงอยู่ของผืนป่า และหวังว่าทั้งหมดจะนำไปสู่การร่วมกันรักษาและร่วมกันใช้ประโยชน์จากป่าต้นน้ำผืนนี้ไว้ด้วยแรงกายแรงใจของทุกฝ่าย ระหว่างที่เราพักเหนื่อยหลบแดดอยู่ใต้ร่มไม้ คำถามที่ติดอยู่ในใจหลายๆคำถามจากสหายรุ่นน้องก็ทะยอยออกมา "แล้วถ้าทางอุทยานเขาไม่ให้เราเดินละครับ" "แล้วถ้าไม่มีคนมาเดินกับเราละครับ" "แล้าถ้าทำเสร็จแล้วชาวบ้านไม่สามารถดูแลจัดการกันเองต่อละค่ะ" "คนเขาจะเชื่อมั๊ยครับ ว่าเรามาช่วยเขาจริงๆไม่ได้หวังอะไรตอบแทน" คำถามที่ขาดคำตอบยังมีมากมาย อุปสรรค์ที่มองเห็นนั้นเรียงราย ผมไม่มีคำตอบอะไรที่จะดีไปกว่าที่จะบอกน้องว่า "เราลงมือทำกันดู ถ้าเราไม่สำเร็จ เราก็ทำกันใหม่อีก ที่สำคัญเราต้องไม่ท้อกันซะก่อน" "อย่าลืมนะว่า เราได้รู้จักคนหนึ่งที่ไม่เคยท้อ" พระองค์ท่านจะทรงเป็นแรงบันดาลใจให้เราตลอดไป เครดิตภาพจากหนังสือ "50 ฝน"

ทิเบต 4.0, วัด-วัง-เวอร์ อลังการ

    ทิเบต 1.0, วัด-วัง-เวอร์ อลังการ  ทิเบต ดินแดนในฝัน ดินแดนลี้ลับ มีความน่าอัศจรรย์ และความเป็นที่สุดของโลกอีกหลายอย่าง โดยเฉพาะคำว่า ที่ราบสูงทิเบต ดินแดนแห่งหลังคาโลก เป็นการท้าทายให้หลายคนต้องไปเยือนให้ได้สักครั้งหนึ่งในชีวิต รวมทั้งผมด้วยเช่นกัน เมื่อได้มีโอกาสแบกเป้กล้องท่องเที่ยวถ่ายรูปแล้ว เลยอดเอามาเล่าไม่ได้เกี่ยวกับความสวยงามตามธรรมชาติของภูมิประเทศ ผู้คนที่มีความเคารพศรัทธาในพระพุทธศาสนานิกายตันตรยานหรือวชิรยานอย่างยิ่ง ในอดีตทิเบตเคยมีวัดและอารามสงฆ์หลายพันแห่ง แต่หลังจากจีนเข้ามาปกครองแล้ว ปัจจุบันเหลือไม่ถึง 200 แห่ง และเหลือวัดที่สำคัญอีกไม่ถึง 10 วัด ที่ผู้มาเยือนทิเบตจะต้องไปชม...

เรื่องแปลกที่กลางป่า ตอนที่ 1 เขาฟ้าผ่า

ผมเป็นคนที่มีความสุขมากเวลาที่ได้อยู่ในป่าครับ มีเวลาหลบไปได้เมื่อไหร่เป็นต้องหนีไปนอนในป่าไม่ว่าจะเป็นชายป่าหรือป่าลึกแค่ไหนถ้ามีโอกาสมีใครชวนผมไปหมด จากการที่เข้าป่ามาในช่วงเวลาหลายสิบปีนี้ มีหลายครั้งที่ได้พบเจอเรื่องแปลกๆที่ไม่สามารถอธิบายได้ เพื่อนๆหลายคนอยากจะให้ผมเขียนเล่าเรื่องมานาน มาวันนี้ลงมือซะที เร่ิมจากเรื่องแรกกันเลยครับ ขอบอกเลยครับว่า ทุกเรื่องที่จะเล่านี้เป็นเรื่องผมเองก็ไม่ได้ปักใจเชื่อยังสงสัยว่าคืออะไรที่เจอมาเองจริงๆครับ ร่วมสิบปีมาแล้ว ตอนที่เพื่อนในกลุ่ม ThailandOutdoor เพิ่งจะรวมตัวกันได้ใหม่ๆ หลายคนอยากจะออกไปทดลองเดินป่า จึงมีการวางแผนว่าจะพาน้องใหม่หลายคนไปเดินป่ากันที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ช่วงนั้นบังเอิญว่าเจ้าหน้าที่เขาใหญ่ที่ผมรู้จักคุ้นเคยล้วนแต่ย้ายหน่วยหรือขาดการติดต่อหาตัวกันไม่เจอ (สมัยนั้นผู้คนยังไม่ได้มีโทรศัพท์มือถือกันเหมือนทุกวันนี้นะครับ) จึงมี “ตุ๊ง” น้องในกลุ่มคนหนึ่งเป็นธุระให้โดยที่ไปติดต่อเจ้าหน้าที่กลุ่มหนึ่งที่เราไม่รู้จักมาก่อนมานำทางให้ โดยมีเป้าหมายกันอยู่ที่ “เขาฟ้าผ่า” ซึ่งเป็นยอดเขาอยู่ทางตะวันตก เราเดินทางไปกันในเดือนพฤศจิกายน 2549 เราออกเดินทางจากบริเวณใกล้ๆที่ทำการ...

Canoe Camping แม่น้ำเงา

Canoe Camping ที่แม่น้ำเงา การเดินทางของเราครั้งนี้ เริ่มมาจาก พี่งบและพี่บี พี่ชายที่ฉันรักและเคารพ ทั้ง2เปิดหัวเรื่องกลางวงสนทนาที่เราจัดขึ้นช่วงบ่ายของเกือบทุกวันในร้าน Thailand Outdoor "ต่ายต้องไปที่นี่ให้ได้ ยังไงก็ต้องไป"  "พี่ว่าเป็นแม่น้ำที่สวยที่สุดในเมืองไทยแล้ว" "อากาศดีมาก คนที่นั่นน่ารักมาก" 'จุดกางเต๊นที่นั่นสวยที่สุดแล้วจริงๆ" "น้ำในแม่่เงาใสจนเหมือนเรือลอยได้เลยนะ" ฉันหันซ้ายที ขวาที ไปตามเสียงที่บรรยายแม่เงาจากพี่ๆ แบบตาไม่กะพริบ ภาพแม่เงาค่อยๆ ลอยขึ้นมาในหัวใจ "ไปคะ" และนั่นคือคำตอบสั้นๆ จากฉัน ถึงการเริ่มต้นของทริปนี้ เช้าวันนัดหมาย...

ไม่เพียงแต่เป็นสถานที่ แต่นี่คือความฝัน

ถนนเส้นนั้นวิ่งผ่านเข้าไปในช่องเขาที่แห้งแล้ง หลายคนเรียกพื้นที่นี้ว่าทะเลทรายเพราะมันเป็นเขตเงาฝนที่ถูก Mount Rainier บังความชุ่มชื่นจากชายฝั่งทะเลไม่ให้เข้าไปถึง ตลอดเส้นทางหลายสิบกิโลเมตรนั้นแทบจะไม่มีบ้านเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างใดๆเลย แต่สิ่งที่ทำให้ทิวทัศน์ของถนนสายนั้นงดงามก็คือแม่น้ำ Yakima ที่ทอดตัวคดเคี้ยวไปตามร่องเขา ทันใดที่รถเราข้ามเนินสูงและมุ่งหน้าลงสู่หุบเขาที่อยู่ข้าง หมู่อาคารหนึ่งก็ปรากฎขึ้นตรงหน้าท่ามกลางความเวิ้งว้าง “คุณต้องไปเห็นสักครั้งนะ มันเป็นที่ที่มหัศจรรย์มาก และเป็นฟลายช็อปที่มีการจัดการดีที่สุดแห่งหนึ่ง ” Marc Bale สหายผมที่ทำงานที่บริษัท Sage ผู้ผลิตคันเบ็ดฟลายที่ดีที่สุดยี่ห้อหนึ่งกล่าวถึงสถานที่กลางทะเลทรายแห่งนี้ Red’s Fly Shop เป็นแหล่งชุมนุมของคนชอบชีวิตกลางแจ้งที่สร้างขึ้นมาด้วยความบ้าบิ่นของคนหลายๆคนมารวมตัวกัน จากที่รกร้างว่างเปล่า กลางถนนที่ไม่มีชุมชนใดๆตลอดระยะทาง 50 กิโลเมตร...

“คินาบาลู” ภูเขาแห่งความตาย

Mt. Kinabalu “ภูเขาแห่งความตาย” ชื่อที่บ่งบอกถึงความน่ากลัวของภูเขาอันศักดิ์สิทธิ์ของชาว Saba แห่งนี้ ชื่อที่ได้ยินแล้วคงไม่ค่อยมีใครอยากเข้าใกล้ แต่ในความเป็นจริง ภูเขาที่ขึ้นชื่อว่าเป็นภูเขาแห่งความตายแห่งนี้ กลับมีผู้คนจากทั่วทุกมุมโลกแวะเวียนกันมาปีนป่ายไม่ขาดสาย ด้วยความสวยงามที่ติดอันดับโลกและการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวในแต่ล่ะวันไว้ไม่มากนัก ทำให้การเดินทางมายังภูเขาลูกนี้ต้องจองคิวกันยาวเหยียดร่วมครึ่งปี ภูเขาแห่งนี้ชื่อว่า “KINABALU” Mount Kinabalu หรือภาษามาเลย์ Gunung Kinabalu ตั้งอยู่บนเกาะบอร์เนียว ที่รัฐซาบาห์ (รัฐนี้มีเมืองหลวง คือ โกตา คินาบาลู) เป็นมรดกโลกแห่งแรกของประเทศมาเลเซียจากยูเนสโก มีความสูง 4,095.2...

แคนูแค้มปิ้งลำน้ำน่าน

เรื่อง: ธัชรวี หาริกุล ภาพ: นัท สุมนเตมีย์ “ล่องแก่งแม่น้ำน่านที่พ่อเคยไปนะ สวยมาก สองข้างลำน้ำเป็นป่าตลอดทาง น้ำใสมองเห็นพื้นล่าง ปลาเยอะแยะหากินได้แทบทุกมื้อ ที่นอนก็เป็นหาดทรายสวย ตอนเช้าๆมีนกยูงลงมารำแพนให้เห็นเลย” ผมได้ยินเรื่องเล่าเกี่ยวกับการล่องแก่งแม่น้ำน่านมาตั้งแต่เด็กเป็นเวลาหลายสิบปีจนรู้สึกเหมือนกับว่าเป็นนิยายปรัมปะรา เท่าที่จำความได้ พ่อพาเพื่อนๆไปล่องแก่งที่น่านกันหลายครั้ง แต่ผมด้วยความที่เป็นลูกชายคนเล็กที่ห่างจากพี่ๆมากจึงเด็กเกินไปที่จะไปด้วย ทุกครั้งพี่ๆและลุงๆทั้งหลายกลับมาถึงก็จะมีเรื่องเล่ามากมายมาฝากเด็กน้อยที่นั่งคอยอยู่ที่บ้าน เมื่อผมโตขึ้น พื้นที่ป่าในจังหวัดน่านก็กลายเป็นพื้นที่อันตรายของความขัดแย้งทางการเมืองอยู่นับสิบปี หลังจากนั้นเมื่อถามพ่อเกี่ยวกับเส้นทางสายนี้ พ่อก็บอกว่าคนที่มีเรือพาเที่ยวได้ต่างก็เลิกรากันไปหมดแล้ว จนถึงตอนนี้ พ่อจากผมไปสองปีแล้ว ผมเองตระเวนไปทั่วสารทิศแต่กลับไม่เคยไปล่องน้ำน่าน ลำน้ำที่ฝังใจอยากไปมาแต่เด็ก หากแต่ว่าหลายสิบปีที่ผ่านมา ไม่เคยมีข่าวคราวของน้ำสายนี้ว่าเปลี่ยนแปลงไปเช่นใด เพื่อนๆพ่อที่เคยไปเที่ยวด้วยกันก็จากไปหมดแล้ว รุ่นที่เด็กหน่อยก็ไม่มีใครจำได้ว่าเดินทางไปที่ไหนอย่างไรบ้าง ดังนั้นการเดินทางครั้งนี้ของผม...

วันปีใหม่ กับใส้อั่วป้านาง

ผมเดินออกมาจากบ้านก็พบกับอากาศยามเช้าเย็นสดชื่นและความเงียบสงบร่มรื่นใต้ต้นไม้ใหญ่ที่แผ่ปกคุลมระเบียงบ้าน บ้านหลังเล็กเชิงเขานี้เป็นบ้านที่พ่อผมซื้อไว้เมื่อเกือบสามสิบปีก่อน มันแทบจะเป็นประเพณีปฏิบัติของครอบครัวเราไปแล้วที่จะมาอยู่ที่นี่กันอย่างสงบๆในวันหยุดยาวสิ้นปีที่ผู้คนต่างออกไปเฉลิมฉลองกันและแหล่งท่องเที่ยวต่างๆก็คึกคักไปจนถึงแออัด ขณะที่ผมกำลังทำอาหารเช้าให้ลูกๆที่กำลังเพิ่งจะตื่นกันออกมา ก็มีรถกระบะคันหนึ่งมาจอดที่หน้าบ้าน คนที่เดินลงมาก็คือ ศรีไพร คนที่เข้ามาช่วยดูแลบ้านให้เป็นประจำตอนที่เราไม่ได้มากัน หลังจากทักทายกัน ศรีไพรก็เอ่ยคำถามที่ทำให้ผมแปลกใจขึ้นมา “คุณโทรไปสั่งใส้อั่วป้านางหรือครับ” ผมงงกับคำถามนั้น ชื่อ”ป้านาง” เป็นชื่อคุ้นหูที่ผมไม่ได้ยินมาหลายปี ป้านางเป็นแม่ค้าใส้อั่วแสนอร่อยในตลาดพร้าวที่พ่อผมติตใจรสชาดและต้องไปซื้อทุกครั้งที่มาบ้านนี้ “เปล่านี่ ผมไม่ได้โทรไปครับ” “ป้านางบอกว่าเมื่อวานมีคนโทรไปบอกว่าอยากจะสั่งใส้อั่ว บอกว่าโทรมาจากบ้านนี้ สัญญานไม่ค่อยดี แกโทรกลับก็ไม่ติด ก็เลยโทรมาที่หมู่บ้านแล้วฝากผมมาบอก” ศรีไพรบอกผมด้วยหน้าซื่อๆ ผมขับรถออกไปยังตลาดพร้าวด้วยความสงสัย บวกกับกังวลว่าเมื่อมีคนสั่งให้ป้านางทำใส่อั่วแล้วถ้าไม่ไปเอาแกก็น่าจะแย่ และแน่นอนผมก็อยากลิ้มลองใส้อั่วแสนอร่อยที่ไม่ได้ทานมานานหลายปี เมืองพร้าวยังคงสงบเงียบน่าอยู่เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลงแม้ผมจะไม่ได้แวะเวียนเข้ามาหลายปี ชีวิตยังคงไม่เร่งรีบ ผู้คนยังคงยิ้มแย้มและเป็นมิตร ผมยังพอจำได้ว่าแผงของป้านางในตลาดอยู่ตรงไหน “ป้านางมาขายตอนเช้ามืด ตอนนี้แกกลับไปบ้านแล้วละ มาอีกทีตอนเช้าพรุ่งนี้ซิ” แม่ค้าแผงข้างๆบอก เมื่อผมถามหาป้านาง “ตามไปที่บ้านก็ได้...

ความจริงที่มีหลายด้าน

เสียงเอะอะในแค้มป์ทำให้ผมตื่นขึ้นจากเปล แค้มป์ของเราครั้งนั้นตั้งอยู่ริมแม่น้ำสายงาม เราล่องแพไม้ไผ่ผ่านป่าใหญ่มาแล้วสองวันเต็มๆจนไม่แน่ใจว่าเรายังอยู่ในเขตไทยหรือประเทศเพื่อนบ้าน เมื่ออยู่กลางป่าลึกเช่นนี้เส้นแบ่งเขตก็ดูเหมือนจะเลือนลาง ผมเดินเข้าไปหากลุ่มคนที่มุงกันอยู่ที่ชายแค้มป์นั้น เมื่อเดินเข้าไปใกล้ผมก็เห็นได้ว่ามีสัตว์ตัวหนึ่งนอนอยู่กลางวง มันคือเก้งตัวผู้ขนาดย่อมๆที่มีรอยเลือดเปรอะอยู่ข้างลำตัว และกลางวงนั้นก็มีชายร่างสูงถือปืนกระบอกยาวนั่งอยู่ด้วย ใบหน้าของเขายิ้มอย่างที่ผมไม่สามารถเข้าใจ ผู้คนรอบข้างก็มองเขาอย่างชื่นชม เพื่อนรุ่นพี่ที่ผมเคารพเหมือนพี่ชายซึ่งเป็นผู้นำคณะของเราในครั้งนั้นบอกผมว่า ชายผู้ถือปืนนั้นชื่อพะโด่ทูเป็นพรานจากหมู่บ้านกระเหรี่ยงห้วยม่วงที่อยู่ใกล้บริเวณนี้ มาล่าสัตว์แล้วมาเจอคณะของเราซึ่งมีเพื่อนๆของเขาหลายคนร่วมอยู่ด้วยจึงแวะเข้ามาขอพักด้วย ผมกลับไปนอนด้วยภาพเก้งนอนตายที่ยังติดตา แม้ว่าผมจะเข้าใจได้ว่าเราเป็นมนุษย์ที่กินเนื้อสัตว์กันอยู่ทุกวันและเนื้อที่ผมกินก็มาจากสัตว์ที่ต้องถูกฆ่า แต่ผมก็เติบโตมาในรอยต่อของยุคสมัย ขณะที่พ่อพาพี่ชายคนโตเข้าป่าล่าสัตว์ ผมที่ยังเด็กเกินกว่าที่จะไปด้วยก็นั่งดูละคร “กฎแห่งกรรม” ที่พยายามเล่าเรื่องว่าสัตว์ก็ล้วนมีครอบครัวและรักชีวิต การล่าก็เป็นบาปและย่อมมีผลกรรมตามสนอง แต่ก็ได้อ่านนวนิยายเที่ยวป่าล่าสัตว์ไปด้วยพร้อมๆกัน เมื่อผมตื่นขึ้นมาอีกทีในรุ่งเช้า เก้งตัวนั้นถูกแปรสภาพไปหมดจนไม่มีอะไรเหลือให้เห็น นอกจากเศษขน ส่วนหนึ่งของเนื้อที่พะโด่ทูแบ่งให้ก็กลายเป็นอาหารของเราด้วยในวันต่อมา ผมพลันนึกถึงคำพูดของใครคนหนึ่งที่บอกว่า “บาปอยู่ที่คนทำ กรรมอยู่ที่คนกิน"   หลายปีต่อมา ต่างสถานที่และต่างเวลา เราเดินกันมาหลายวันในป่าสูง...

มนุษย์เดินช้าที่ “หิมาลัย” ตอนที่ 9 – 10 (จบ)

"Trekking in the NEPAL HIMALAYA" ตอนที่ 9 : “ เรื่องนี้ไม่มีหักมุม” เช้าวันที่ 8 ของการเดินทาง เช้าวันที่เราตัดสินใจหันหลังกลับจาก Dole เราเดินคุยกันมาเรื่อยๆ ในใจยังคงเสียดายที่ไปไม่ถึงจุดหมายที่เราตั้งไว้ “พอรู้ว่าจะได้กลับบ้าน ดูกะต่ายผ่อนคลายขึ้นน่ะ เริ่มยิ้มได้แล้วด้วย” พี่ปั้นเปิดบทสนทนาใหม่ขึ้นมา “ไม่รู้ซิ หนูรู้สึกแปลกๆ มันร้อนลนอยากจะไปให้พ้นจากตรงนี้ รู้สึกไม่อยากขึ้นไปมากกว่านี้แล้ว มันหวิวๆ แปลกๆ หนูมองขึ้นไปแล้วหนูรู้สึกกลัว...
- Advertisement -

POPULAR POSTS

MY FAVORITES

I'M SOCIAL

0FansLike
11,229FollowersFollow
65,987FollowersFollow
18,072SubscribersSubscribe