พ่อ ในความทรงจำที่งดงาม

“ส่งไกลหมื่นลี้ ยังต้องมีวันลาจาก”


แต่หากทุกก้าวย่างบนนั้นทางเส้นนั้นเต็มไปด้วยความรื่นรมณ์


แม้จากกันแล้วก็ยังคงไว้ซึ่งความทรงจำที่งดงาม

ผมเป็นลูกชายคนเล็กที่เกิดมาช้ากว่าพี่ๆไปสักนิด ช้าเกินไปที่จะได้เข้าป่ากับพ่อในวันที่ป่าเมืองไทยยังสมบูรณ์


ผมจึงได้แต่นั่งรออยู่ที่บ้านเพื่อให้พ่อและเพื่อนๆพ่อที่ไปเที่ยวป่ากลับมาเล่าเรื่องราวที่น่าตื่นเต้นให้ฟัง ไม่ว่าจะเป็นการเที่ยวป่าเขาสอยดาว, ล่องแก่งแม่น้ำน่าน ฯลฯ


เมื่อพ่อกลับมา ผมขอได้เพียงจับปืนที่ออกจากป่า ทำหน้าที่เช็ดล้างสักนิดก็ยังดี


พ่อผมไม่เคยห้าม แต่กลับแนะนำให้ผมคุ้นเคยกับปืนตั้งแต่เด็ก


ถ้าลองนึกดู ว่าความทรงจำที่ประทับใจกับพ่อในวัยเด็ก มีอะไรบ้าง สิ่งที่จำได้ชัดเจนครั้งหนึ่ง ก็คือการที่พ่อสอนให้ผมยิงปืนเป็นครั้งแรกตอนอายุ 8ขวบ ด้วยปืนยาวซีแซดโมเดิล 2 ขนาด .22 ที่ท้องทุ่งบางกะปิใน ยุคสมัยที่ยังไม่มีบ้านคน


วันนั้นเป็นวันเริ่มต้นที่ผมรู้จักกับปืนยาว .22 ผมสนุกมากกับการยิงกระป๋องที่เป็นเป้า แม้จะผิดมากกว่าถูก


ตอนที่เก็บปืนกลับบ้านในวันนั้นพ่อย้ำกับผมว่า
"ถ้าอยากเล่นปืนให้มาบอกพ่อ พ่อจะให้ดูให้เล่นเสมอ แต่ห้ามแอบเล่นเด็ดขาด ถ้าพ่อรู้ว่า
แอบเล่นจะไม่ได้เล่นปืนอีกเลย" และนั้นก็เป็นคำที่ผมจำได้แม่นยำและยึดปฏิบัติโดยไม่ เคยผิดกฎมาอีก
12 ปีต่อมาจนมีปืนของตัวเอง ด้วยความที่กลัวว่าจะไม่ได้ยิงปืนอีก


ทุกครั้งที่หยิบปืนพ่อสอนผมเสมอว่าปืนจะเป็นอันตรายถ้าเราไม่รู้จักมันให้ถ่องแท้ การศึกษากลไกและทำความสะอาดปืนซีแซดกระบอกนั้นก็คือปฐมบทของการเรียนรู้เรื่องปืน


พ่อหลายคนมองว่าปืนนั้นอันตรายเกินกว่าเด็กเรียนรู้ แต่พ่อผมไม่เคยเห็นด้วย พ่อบอกว่าเด็กชายคนไหนล่ะที่จะไม่ชอบเล่นปืน มันย่อมจะอันตรายยิ่งกว่าถ้าเขาแอบไปเล่นปืนโดยที่ไม่ความเข้าใจถึงอันตราย

แม้จะไม่ทันยุคของการเข้าป่าล่าสัตว์ แต่แล้ววันหนึ่งผมก็โตพอที่จะเที่ยวป่ากับพ่อ


ในยุคเมื่อสามสิบกว่าปีก่อน ป่าเขาใหญ่ในสายตาของเด็กอายุ 10 ขวบ ดูช่างเป็นป่าที่ทึบทะมึนเร้นลับราวกับป่าในนิยายล่องไพรที่เด็กคนนั้นอ่านซ้ำไปซ้ำมาหลายตลบ ท่ามกลางอากาศที่หนาวเหน็บตอนเช้าวันหนึ่งของเดือนธันวาคม ผมและเพื่อนวัยเดียวกันอีกสองคนเดินตามพ่อและ “พรานนำทาง” ไปบนเส้นทางเล็กๆในป่าใหญ่

ออกจากบ้านไปไม่ไกลนกเงือกตัวใหญ่ที่มาเกาะให้เห็นทำ ความตื่นเต้นให้เราไม่น้อย เรื่องเล่าที่พ่อและเพื่อนๆต้องเหวี่ยงไม้กอล์ฟทิ้งวิ่งหนีเสือดำที่กระโจนลงมาจากต้นไม่้ในสนามกอล์ฟ บวกกับรอยเล็บที่ตะกุยต้นไม้ข้างทางไว้แบบสดๆ ทำให้เด็กชายที่พกมีดโบวี่เล่มโตของพ่อไว้ที่เข็มขัด วาดภาพตัวเองเป็น “คุณศักดิ์ สุริยันต์” แต่ขณะเดียวกันก็ปอดจนไม่ยอมเดินท้ายขบวน


เราแวะกินข้าวกลางวันที่น้ำตกกลางป่าลึกและเดินกันจนค่ำกว่าที่จะโผล่ออกมาที่น้ำตกเหวสุวัต เส้นทางเดินป่าสั้นๆเส้นนั้นกับเวลาเพียงแค่หนึ่งวัน กลับเป็นความทรงจำชั่วชีวิตที่มีผลมากมายกับวิธีที่เด็กชายคนนั้นเลือกที่จะใช้ชีวิตยามเติบโต


เราเที่ยวกันอีกนับครั้งไม่ถ้วน จนถือได้ว่าไม่มีจังหวัดไหนในภาคเหนือและภาคอีสานที่ ผมไม่เคยไปในวัยเด็ก


จากการเดินทาง เด็กชายซึมซับวิธีคิดมากมายไม่เพียงจากคำที่พ่อพร่ำสอนแต่จากเฝ้ามองการปฏิบัติของพ่อ เรื่องที่ชัดที่สุดก็คงจะเป็นวิธีที่พ่อดูแลมิตรภาพกับคนที่พ่อเรียกว่า “เพื่อน”

เท่าที่ผมจำความได้ พ่อไม่เคยซื้อรถใหม่ ไม่เคยใช้เงินกับอะไรที่ฟุ่มเฟือย (ปืนไม่นับเป็นของฟุ่มเฟือยระหว่างเรา) อะไรที่เสียและยังพอซ่อมได้เราก็จะลงมือซ่อมกัน จนผมได้ฝีมือในเชิงช่างจากการเป็นลูกมือพ่อ


พ่อไม่เคยไปเที่ยวต่างประเทศ เมื่อใครถามพ่อว่าไม่ไปเที่ยวต่างประเทศบ้างหรือ คำตอบที่ผมได้ยินมาตลอดก็คือ “เอาไว้ส่งลูกชายคนเล็กเรียนหนังสือเมืองนอกก่อน ตอนนั้นจะไปเยี่ยมเขา”


และพ่อก็ไปหาผมจริงๆ


ในฤดู summer ที่ร้อนไม่แพ้เมืองไทยของ Los Angles เราขับรถไปเที่ยว Yosemite National Park กัน นี่อาจจะเป็นครั้งแรกที่ผมเปลี่ยนหน้าที่มาเป็นคนพาพ่อเที่ยว


ถนนเส้นเล็กที่เปิดเฉพาะ ฤดู summer เส้นนั้นนั้นวิ่งผ่านทุ่งหญ้าที่งดงามทางตอนเหนือของ Yosemite National Park


เราตั้งแค้มป์กัน ย่างสเต๊กที่ซื้อมา แล้วนอนเต๊นท์ท่ามกลางดวงดาวและทุ่งหญ้า

ด้วยความไม่คาดหมาย ลูกเห็บก็ตกลงมากลางดึกท่วมเต๊นท์เราร่วมคืบ จนเราต้องนอนหนาวแช่น้ำแข็ง


จึงนับเป็นคืนแค้มป์ที่นอนหนาวอย่างอบอุ่นที่สุดในชีวิต

พ่อกับตาเกิ้นและจ่าน้อมที่ทุ่งสแลงหลวง

เดินป่ากับลูกหลานที่เมืองกาญจน์

ปู่กับหลานชายที่เขาสก

ไม่กี่วันก่อนหน้านี้พ่อบอกผมว่า


“พ่อไปรอก่อนนะ แล้วจะซื้อปืนไว้ให้อีก”


“ครับพ่อ ผมจะตามไปเป็นลูกพ่ออีก เราจะยิงปืนเที่ยวป่ากันให้สนุกเหมือนกับที่เคยมา”

“แม้ส่งไกลหมื่นลี้จนสุดทาง การลาจากก็ไม่เคยเป็นสิ่งง่าย”


แต่หากทุกก้าวย่างบนนั้นทางเส้นนั้นเต็มไปด้วยความรื่นรมณ์


เมื่อจากกันแล้วก็ยังคงไว้ซึ่งความทรงจำที่งดงาม





                                     ตลอดไป...................

พ่อ เรืออากาศตรีวิรัช หาริกุล นักเขียนกิติมศักดิ์ของ ThailandOutdoor Netzine ภายใต้นามปากกา สุภา ธีรธัช (นามปากกานี้มาจากชื่อลูกทั้งสามคน) ผู้เป็นต้นแบบในการดำเนินชีวิตของผม ได้ใช้ชีวิตของท่านอย่างสุขสมบูรณ์และได้ออกเดินทางจากไปในวันนี้


ลาก่อน จนกว่าเราจะพบกันอีกครับพ่อ

ธัชรวี หาริกุล - ตาเกิ้น


22 กรกฎาคม 2552