Land Rover: ลุงเชยจอมทรนง
ผมขอขยาย ความ Land Rover ลุงเชยจอมทรนง ก่อนเลยดีกว่า
คำกล่าวที่ว่า “สถานการณ์สร้างวีรบุรุษ” นั้นดูเหมือนจะเหมาะสมอย่างยิ่งกับรถแลนด์ โรเวอร์
ตำนานกำเนิดของ แลนด์ โรเวอร์ต่างไปจากรถขับเคลื่อนสี่ล้ออื่นๆในโลก และมันก็ไม่ได้เป็นอย่างที่หลายๆคนเข้าใจ
ขณะที่รถจี๊ปเกิดขึ้นมาจากความต้องการของกองทัพอเมริกันที่ต้องการเตรียมพร้อมต่อสงคราม หลังจากที่เรียนรู้มาจากสงครามโลกครั้งที่หนึ่งว่าพวกเขาต้องการยานยนต์ที่สามารถเคลื่อนที่ได้พื้นที่ทุรกันดารของสมรภูมิ ด้วยเงินรางวัลล่อตาทำให้บริษัทมากมายจึงเขามาแข่งขันกันออกแบบรถจี๊ป หลังจากการทดสอบอย่างเข้มข้น ต้นแบบจากบริษัทวิลลี่ก็ได้รับการคัดเลือก
และแล้วจี๊ปวิลลี่ก็กลายเป็นวีรบุรุษแห่งสมรภูมิสงครามโลกครั้งที่สอง
แลนด์ โรเวอร์ ในทางกลับกัน ถือกำเนิดขึ้นหลังสงคราม และไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในสงครามครั้งนั้นอย่างที่หลายๆคนเข้าใจเลย
ผู้เขียนขออนุญาตใช้ชื่อบทความว่าลุงเชยจอมทรนงเหมือนกับนักเขียน”นายสารถี.เขียนไว้ในหนังสือ”ป่าและทะเล”เพราะประทับใจในคำนี้มากและไม่สามารถหาคำอะไรมาอธิบายรถLand Rover ไ้ดีกว่านี้แล้ว
เหตุจากความขาดแคลน
ในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ประเทศอังกฤษที่ถูกถล่มอย่างหนักจากเยอรมัน และสู้ยิบตาด้วยกำลังคนและทรัพยากรทุกอย่างทีมีอยู่อยู่ในสภาพย่ำแย่ ทุกอย่างขาดแคลน วัสดุทุกอย่างต้องถูกแบ่งปันอย่างจำกัดจำเขี่ย
เศรษฐกิจย่ำแย่ ความขาดแคลนเกิดขึ้นทุกหย่อมหญ้า บริษัทรถยนต์ในอังกฤษเองก็ประสบปัญหากับกำลังผลิตเหลือเฟือในโรงงานที่ขยายไว้ใหญ่โตเพื่อผลิตยุทโธปกรณ์ในช่วงสงคราม แต่ก็ไม่สามารถผลิตรถออกขายได้เพราะขาดแคลนวัตถุดิบ
เหล็กคือปัญหาอันดับหนึ่ง เพราะเหล็กจำนวนมหาศาลถูกใช้ไปในการผลิตอาวุธในช่วงสงครามจนแทบจะหมดสิ้น เหล็กที่พอจะมี รัฐบาลอังกฤษก็แบ่งปันให้กับบริษัทรถยนต์ที่ผลิตรถยนต์เพื่อการส่งออก เพื่อที่จะช่วยกันหาเงินเข้าประเทศมาพัฒนาเศรษฐกิจที่ย่ำแย่
โรเวอร์นั้นไม่มีประวัติในการผลิตรถยนต์ส่งออกมาก่อนจึงอยู่ในสถานการณ์ที่แย่กว่าคนอื่นเพราะไม่ได้รับการปันส่วนเหล็ก ปัญหาอีกอย่างก็คือ การออกแบบรถยนต์ของโรเวอร์หยุดไปตั้งแต่สงคราม
บริษัทผลิตรถยนต์ Rover พยายามที่จะกลับมาผลิตรถอีกครั้ง โรงงานที่มีที่เมือง Solihull ก็ใหญ่โตเพราะเอาไว้สร้างรถถังและเครื่องบินในสมัยสงคราม แต่หากเหล็กกลับขาดแคลน รัฐบาลอังกฤษจะขายเหล็กให้กับบริษัทที่มีแผนจะผลิตสินค้าส่งออกทำเงินให้ไหลเข้าประเทศเท่านั้น (ไม่ใช่ขายบริษัทที่มีสัมปทานเอาเงินเข้ากระเป๋านะครับท่าน) บริษัท Rover ที่มีแต่แบบรถเก่าจึงไม่มีรถยนต์แบบไหนที่พอจะผลิตส่งออกขายต่างประเทศได้ ก็ได้แต่นั่งดูตาปริบๆ
“วีรบุรุษ คือคนที่สามารถเปลี่ยนแปลงปัญหาให้เป็นโอกาส”
บังเอิญว่า มอริส วิลค์ (Maurice Wilkes) หัวหน้าวิศวกรของโรเวอร์มีฟาร์มส่วนตัวอยู่ที่ เองเจลิเซ (Angelesey) และก็อาจเป็นการบังเอิญที่เขามีรถจิ๊ปวิลลี่เดนสงครามใช้งานอยู่ในฟาร์มหนึ่งคัน
ในช่วงหลังสงครามนั้น จี๊ปวิลลี่เหลือใช้สงครามจำนวนมากมายตกอยู่ในมือประชาชน รถนั้นใช้งานดีเหลือหลายแต่อะไหล่นี้ซิสุดแสนจะหายาก มอริสเองก็เจอปัญหานี้ แต่เมื่อเขามองหารถที่จะเอามาใช้ในฟาร์มแทนจี๊ป เขากลับพบว่าไม่มีรถชนิดนี้อยู่ในตลาดเลย และถ้าเขามีความต้องการ เจ้าของไร่นาคนอื่นๆก็น่าจะอยู่ในสถานะการณ์เดียวกัน
และนั้นก็คือจุดเริ่มต้นของปัญหาที่กลายเป็นโอกาส
มอริส นำเสนอความคิดที่จะสร้างรถคล้ายๆกับจี๊ปเพื่อใช้ในการเกษตรต่อบริษัท โดยที่พยายามใช้ชิ้นส่วนที่โรเวอร์มีอยู่แล้วและใช้เหล็กให้น้อยที่สุด โรเวอร์ไม่ได้ตื่นเต้นกับมันนักแต่ก็ไม่รู้จะทำอะไรที่ดีกว่านี้ เรียกได้ว่าดีกว่านั่งตบยุงไปวันๆ จึงตกลงที่จะออกผลิตรถแบบนี้ขึ้นมา “ชั่วคราว”จนกว่าจะออกแบบรถอื่นขึ้นมาได้ วันนั้นพวกเขาไม่รู้หรอกว่านั่นคือจุดเริ่มต้นของการผลิตรถ “ชั่วคราว” ที่ยาวนานที่สุดในโลกเพราะผลิตมาถึงวันนี้เป็นเวลา 60 ปีแล้วก็ยังไม่เลิก
แปลงวิกฤติเป็นโอกาส
เมื่อเห็นว่ามีช่องว่างของตลาดอยู่ มอริสจึงคิดรถชนิดนี้ขึ้นมาเอง โดยมองว่าเป็นรถเพื่อการเกษตร แบบอีแต๋นบ้านเรา(ตอนนั้นยังไม่มีใครคิดคำว่า SUV หรือรถตรวจการณ์ ขึ้นมาหรอกครับ) การออกแบบรถนั้นก็ทำกันโดยข้อจำกัดมากมาย โดยต้องมองหาของรอบๆตัวมาใช้ให้ได้ ได้เครื่อง เพลา และเกียร์ของรถ Rover P3 มาเป็นส่วนประกอบหลัก ตัวรถก็ออกแบบอิงเอา Jeep Willys เป็นแม่แบบ แต่ใช้เหล็กที่ขาดแคลนในส่วนที่จำเป็นต่อความแข็งแรงเท่านั้น ก็คือ Chassis และ โครงหน้า (Bulkhead) เท่านั้น ตัวถังที่เหลือก็ใช้อะลูมิเนียมแผ่นซึ่งมีเหลือมากมายการจากการเตรียมไว้สร้างเครื่องบินรบออกแบบให้เป็นเหลี่ยมเพื่อให้ผลิตได้ง่ายและถูกที่สุดซึ่งรูปทรงนี้ได้กลายมาเป็นรูปลักษณ์อมตะที่ถ่ายทอดมาจะถึง Land Rover ในพ.ศ.นี้ Chassis ก็ใช้เหล็กแผ่นมาเชื่อมขึ้นรูปเป็นกล่องเพื่อลดขั้นตอนและต้นทุนการผลิต ชิ้นส่วนที่ออกแบบใหม่จริงๆมีเพียงชิ้นเดียวก็คือ ชุด Transfer Box ที่ทำให้มีระบบขับสี่ตลอดเวลาแบบเลือก Hi และ Lo ได้
รถรุ่นนี้มามีชื่อเรียกเอาสิบปีหลังจากนั้น ว่า Series I ถึงแม้ในเวลาต่อมา Land Rover จะพัฒนารถรุ่นใหม่ๆขึ้นมาตลอดเวลากว่า 50 ปี ออกมาเป็น Series II, Series III จนกลายมาเป็น Defender ในปัจจุบัน แต่รูปลักษณ์ของเจ้า Land Rover Series I ก็ยังถูกถ่ายทอดมาราวกับเป็นยีนส์เด่นแห่งสายพันธุ์
นัยว่าการออกแบบนั้นได้สมบูรณ์ตั้งแต่แรกเริ่มจนคนรุ่นหลังแม้จะมีเทคโนโลยี่รุดหน้าก็ไม่สามารถทำให้ดีไปกว่าเดิมได้ แล้วจะไม่เรียกว่าเป็น “เกิดมาเป็นคลาสสิก”ได้อย่างไร
Prototype คันแรกของ Land Rover มีที่นั่งคนขับอยู่ตรงกลางและมีบังโคลนหน้าที่โค้งมน ออกแบบมาให้เป็นรถมที่ใช้งานในไร่ในนาอย่างแท้จริง
รถ Land Rover ชุดแรกถูกสร้างขึ้นมาในปี 1948 ไปเปิดตัวที่ Amsterdam Motor Show (ไม่รู้ยุคนั้นจะมี แหม่มนุ่งบิกินี่โชว์รถเหมือนยุคนี้หรือเปล่าน้า) ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจนผลิตส่งขายไม่ทัน
รถในรุ่นนี้มีความยาวช่วงล้อ 80นิ้ว ใช้เครื่องเบนซิน 1600 ซีซีแบบไซด์วาล์ว มีชุด Power Takeoff ให้ต่อเพลาไปขับเครื่องมือการเกษตรเช่นเครื่องสูบน้า เครื่องสีข้าวหรือเครื่องปั่นไฟได้ทั้งหน้ารถและหลังรถ
การกำเนิดของ Land Rover นั้น กล่าวได้ว่าคือการกำเนิดของรถขับเคลื่อนสี่ล้อเพื่อใช้งานทุรกันดารนอกวงการทหารเป็นครั้งแรก Land Rover ได้เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดรถ SUV ที่วิ่งกันเกลื่อนถนนในวันนี้
มันยากนักที่จะจินตนาการว่าโลกนี้จะเป็นอย่างไรถ้าไม่มีแลนด์ โรเวอร์เกิดขึ้นมา
ขวัญใจคนยาก
แลนด์โรเวอร์ Series ถูกผลิตออกมานับล้านคัน พวกมันถูกใช้งานในท้องถิ่นทุรกันดารไม่ว่าจะเป็นทุ่งโล่งและดงทึบแห่งแอฟริกา, ทะเลทรายแห่งตะวันออกกลาง หรือแม้กระทั่งป่าฝนดิบชื้นแห่งเอเชีย
ในบ้านเราแลนด์โรเวอร์ถูกใช้โดยหน่วยงานราชการไม่ว่าจะเป็นกรมทางหลวง, กรมชลประทาน, กรมอนามัย ฯ พวกมันเป็นด่านหน้าที่จะต้องบุกเบิกเข้าสู่ดงดิบและดอยสูงเพื่อนำความช่วยเหลือจากราชการสู่พี่น้องในชนบท จนมีคำกล่าวที่ว่า “ช้างสร้างแดนแลนด์สร้างชาติ”
หน่วยรบพิเศษ Desert Rat ของอังกฤษกับรถ LandRover ใน Africa
งานหลักของ Land Rover คือการทำงานในไร่ในนา และซ่อมบำรุงสาธารณูประโภคในถิ่นทุรกันดาร
รูปแบบดั้งเดิมของ Land Rover Series ถูกถ่ายทอดมาสู่ Land Rover Defender ที่เป็นรถรุ่นหลานในปัจจุบัน
Land Rover Defender รุ่นล่าสุด
Land Rover Defender คันงามในภาพยนต์ Lara Croft ภาคแรก
แม้จะผ่านการใช้งานอย่างหนักและได้รับการดูแลน้อยนิด ทุกวันนี้ยังมีพวกมันอีกมากมายที่ยังคงเพ่นพ่านอยู่บนถนน และทางเถื่อนกลางป่าเขาลำเนาไพร
Land Rover Series I คันนี้เป็นของท่านผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว ที่ยังวิ่งตรวจป่าอยู่เป็นประจำ ผู้เขียนได้ถ่ายภาพนี้ไว้เมื่อหลายปีก่อน
Land Rover Series II คันนี้เป็นรถยกที่จอดรอให้บริการอยู่ที่แยกมโนรมณ์ใกล้อุทัยธานี
ผู้เขียนถ่ายภาพไว้เมื่อหลายปีก่อน ปัจจุบันนี้ไม่เห็นอยู่ที่เดิมแล้ว
ตาเกิ้น
กันยายน 2551
Land Rover Never Die มันเพียงแค่นอนรออย่างสงบให้คนรักมาจุมพิตเพื่อชุบชีวิต รถ Land Series I (ซ้าย) และ Series III(ขวา) จอดอยู่ข้างถนน รอการนำมาบูรณะให้กลับคืนอีกครั้ง
ขอเขียนบทความนี้เพื่อเป็นการฉลองครอบรอบ 60 ปีของรถ Land Rover