ย้ายที่กินข้าว: ล่านกดิน กินกุ้งเต้นที่บางบ่อ
ท่ามกลางเศรฐกิจโลกที่ปั่นป่วน การเมืองไทยที่ลากกันมาลากกันไปจนมองไม่เห็นทางออก ยังมีสถานที่ใกล้ตัวที่เรามองข้าม หากเพียงใช้เวลาสามสี่ชั่วโมงหลีกเร้นจากเมืองหลวงแสนศิวิไลซ์ เราอาจพบความจริงที่ว่าความวุ่นวายทั้งปวงล้วนเป็นเพียงสิ่งสมมุติ
ถนนลอยฟ้านามว่าบางนา-ตราด พาเราลอยละลิ่วลงไปที่กิโลเมตรที่ 25.5 ในเพียงชั่วเวลาลัดนิ้วมือราวกับขี่พรหมวิเศษ พอเลี้ยวซ้ายเข้าซอยไปสักพักเราก็เจอกับลำคลอง ที่ถนนเลียบคลองสายนั้นมีมิตรภาพรออยู่ ที่นั่นคือถิ่นร้านบ้านช่องของสหายของเรานามว่า"ตุลา"
คุณตุลามาเข้าร่วมก๊วนกับพวกเรามาพักใหญ่ เขากล่าวถึงดินแดนบ้านเดิมที่ชื่อว่า"บางบ่อ" อยู่หลายครั้ง โดยส่วนตัวแล้วผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าบางบ่ออยู่ส่วนในของประเทศ รู้แต่เพียงว่าเป็นแหล่งผลิตปลาสลิดชั้นนำ และเป็นที่ตั้งของโรงงานใหญ่จำนวนไม่น้อย จนกระทั่งก้าวลงจากรถผมจึงได้สัมผัสความเป็น"บางบ่อ"ที่ต่างจากไปจากมโนภาพที่วาดไว้ในใจ
แน่ละ บางบ่อ ย่อมมีบ่อ และส่วนใหญ่ล้วนเป็นบ่อปลาบ่อกุ้ง แต่ก็มีลำคลองน้ำใสไหลพาดผ่าน บ้านเรือนกระจายห่างกันพอตะโกนดังๆถึงแต่ให้ความรู้สึกถึงความโปร่งโล่งของชนบท
เมื่อได้ทักทายเจ้าของบ้านและญาติพี่น้องแล้วเราก็ไม่พูดพล่ามทำเพลงอะไรอีก นกดินหนึ่งลังใหญ่ และปืนอีกหลายกระบอกก็ถูกหอบออกไปตั้งหลักกันที่ริมบ่อปลาหลังบ้าน
นกกาน้ำ และนกน้ำสายพันธุ์อื่นๆ บินร่อนอยู่เหนือท้องฟ้า เจ้าของบ่อปลาบ่อกุ้งล้วนแล้วแต่อยากให้เรายิงพวกมัน เพราะนกเหล่านี้ล้วนแล้วแต่หาอาหารจากกุ้งปลาที่เขาเลี้ยงไว้ขาย
แม้จะเข้าใจ แต่พวกเราก็คงได้แต่ปฏิเสธ ด้วยพื้นฐานความคิดที่เรามีเกี่ยวกับการฆ่าสัตว์ที่ถูกปลูกฝังมาจนลงรากลึกในใจ อีกทั้งนกเหล่านี้ก็ไม่สามารถนำมาทำอาหารให้เป็นประโยชน์ได้
เกมส์เบาๆของวันนี้จึงจำกัดอยู่เพียงการยิงเป้าบินด้วยนกดินเผาที่เราหอบหิ้วกันมา ด้วยหวังเพียงว่าเสียงปืนที่กระหน่ำยิงจะขับไล่นกน้ำให้ไปหากินในแหล่งอื่น
เป้าสีส้มสดลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าที่สดใส เสียงปืนลูกซองคำราม เสียงเฮดังสนั่นพร้อมกับที่เห็นเป้าดินกระจายเป็นผุยผง หรืออาจเป็นเสียงโฮ่ฮาเมื่อเห็นเป้าดินร่อนไปโดยที่กระสุนปืนไม่ระคายผิว
เพียงแค่นี้ก็พอที่จะทำให้เรากลับเป็นเด็กชายแสนซนกลุ่มใหญ่อีกครั้ง
ขณะที่กำลังเพลิดเพลินกับเป้าดิน คุณตุลาเจ้าของบ้านก็นำกุ้งแช่น้ำปลาราดด้วยเครื่องปรุงรสเด็ดมาให้ชิมกันถึงที่ เนื้อกุ้งหวานด้วยความสด สดกว่านี้คงหากินไม่ได้อีกแล้ว
ท่ามกลางวงสนทนา ตุลาเล่าให้เราฟังว่าบางบ่อแต่เดิมนั้นอุดมสมบูรณ์นัก ในลำน้ำมีปลา แถมในนาก็ยังมีปลาอีก มีอุปกรณ์เพียงเบ็ดราวก็หาปลาดุกปลาช่อนมาเป็นเป็นอาหารได้แทบทุกวัน แต่ก็เฉกเช่นกับพื้นที่อันเคยอุดมสมบูณณ์อื่นๆของเมืองไทยที่"ความเจริญ" เข้ามาเยี่ยมเยียน ถนนเริ่มเข้ามาถึงหน้าบ้าน น้ำในคลองที่เคยใสเย็นเห็นปลาตะเพียนแหวกว่าย ก็กลายเป็นขุ่นคล้ำ ปลาในคลองที่เคยมีชุกชุมก็ห่างหายจนกระทั่งหาตัวไม่เจอ ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพียงสิบกว่าปีที่ผ่านมานี่เองมิใช่ตำนานประรำประราของคนรุ่นพ่อรุ่นปู่
แล้วก็มาถึงยุคของบ่อกุ้งเฟื่องฟู บ่อแรกที่ทำกำไรนับล้าน เพื่อนบ้านก็เอาตามกันทั้งบาง เพียงสามสี่ฤดูหลังจากนั้นธรรมชาติก็เสื่อโทรมจนกุ้งตายยกบ่อด้วยโรคติดเชื้อ ทิ้งไว้เพียงหนี้สินของคนเลี้ยงกุ้งให้เป็นบทเรียนอันเจ็บปวด
มาวันนี้ชาวบางบ่อนล้วนหวนกลับมาเลี้ยงปลาเป็นหลัก เลี้ยงกุ้งปนบ้าง แต่หากเลี้ยงบางๆแบบธรรมชาติไม่หนาแน่น ไม่ให้อาหารพิเศษ ไม่ใช้ยา ถึงไม่ทำเงินเป็นกอบเป็นกำแต่ก็มีกุ้งส่งขายทำรายได้ไม่ขาดมือ
แต่ความสมบูรณ์ตามธรรมชาติของปลาดุกปลาช่อน ปลาตะเพียนที่เป็นอาหารสมบูรณ์สะอาดจากธรรมชาตินั้นเล่า คงจะยากและใช้เวลานานที่จะกลับมา
เรื่องแบบนี้ไม่ใช้เรื่องแปลกใหม่ในบ้านเรา ไม่ว่าจะไปเยี่ยมเยือนที่ได้ผมก็ได้รับฟังเรื่องราวแบบเดียวกัน
ความสมบูรณ์ของธรรมชาติที่หดหาย จากการใช้ประโยชน์จากธรรมชาติอย่างรีบร้อน นโยบายของรัฐก็มุ่งเน้นการเพาะเลี้ยงทางอุตสาหกรรม ก็ยิ่งเร่งเร้าให้แหล่งอาหารที่ควรจะเป็นของส่วนกลางและได้รับการดูแลให้ดำรงค์อยู่กลับถูกทำลาย ยิ่งอนุรักษ์ก็ยิ่งหมด
ทุกวันนี้เราคงได้รับฟังเป็นเสียงเดียวกันจากทุกทิศทางของประเทศว่า ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ป่า ปลาน้ำจืด หรือปลาทะเลล้วนแล้วแต่หมดไปจากธรรมชาติ เมื่ออาหารสะอาดคุณภาพดีที่หล่อเลี้ยงชีวิตเหล่านี้หมดไปและถูกทดแทนด้วยอาหารจากฟาร์ม ชีวิตชนบทที่สงบสุขก็คงสูญหายไปพร้อมๆกัน
สายลมเย็น อาทิตย์สีแดงส้มตกลงหลังหมู่เมฆที่สุดสายตา เหลือไว้เพียงแสงสีสดที่ที่ขอบฟ้า
ความเงียบและอารมณ์เหงากลับมาเยี่ยมเยือนท้องทุ่งบางบ่ออีกครั้ง สายตาที่มองทอดไปสุดขอบฟ้าที่งดงาม
แสงแดดย่อมกลับมาอีกครั้งในวันรุ่ง มิตรภาพยังคงยั่งยืน
แต่หากความสมบูรณ์ของธรรมชาติและชีวิตสงบของชนบทเล่า เราจะทำอย่างไรจึงจะได้กลับคืนมา
เขียนจากความสนุกสนานและความทรงจำที่งดงาม ในทริปสั้นไปบางบ่อ ที่เราล้วนประทับใจในวันที่เสาร์ที่ 1 พ.ย. 2551
ขอขอบคุณ ตุลา เพื่อนผู้ต้อนรับเราเป็นอย่างดี และให้โอกาสเราได้สัมผัสบรรยากาศอันงดงามของบางบ่อ
ตาเกิ้น
หลังจากเรากลับมาไม่นาน คุณตุลาก็ได้เปิดสถานที่นี้ให้ผู้คนทั่วไปได้ชื่นชมบ้างโดยเปิดเป็นร้านอาหารรสเด็ดด้วยเมนูกุ้งสดๆท่ามกลางสายลมในทุ่งกว้าง ถ้าใครสนใจลองดูรายละเอียดที่นี่นะครับ