|
นกเขนเทาหางแดง (Plumbeous Redstart)
นกตระกูล Redstart นั้นเป็นนกที่ผมชอบมากทีเดียว เนื่องจากรูปร่างหน้าตาที่น่ารัก ตัวอ้วนกลมกะปุ๊กลุ๊ก
และสีสันที่สวยงาม ประกอบกับทั้งการมองหาตัวเค้านั้นก็ใช่ว่าจะหาง่าย เพราะค่อนข้างจะขี้อายซักหน่อย
นกในตระกูลนี้ตัวแรกที่ผมเห็นก็คือ นกในดวงใจของหลายๆ คน นกเขนหัวขาวท้ายแดง (River Chat,
White-capped Water-redstart) โดยพบเจอกันอย่างไม่คาดฝันที่สวนบอนไซ ดอยอ่างขาง สีสันสวยงาม แม้จะไม่จัดจ้านอย่างที่ผมเคยจินตนาการไว้ และได้ทำให้ผมรู้ว่า นกในตระกูลนี้ไม่ได้ตัวเล็กอย่างที่ผม คิดเลย
ตัวที่สองก็พอที่โครงการหลวง ดอยอ่างขางเช่นกัน สีสันสวยงามเด่นสะดุดตาเหมือนกันอีก แม้จะไม่แดง จัดอย่าง River Chat ตัวนี้ก็คือ นกเขนท้องแดง (Daurian Redstart) ซึ่งผมว่าน่าจะเรียกว่านกเขนท้องส้ม
มากกว่า หากินตามต้นไม้ ป่าโปร่งๆ ในบริเวณโครงการหลวง
จากนั้น ผมก็ยังไม่มีโอกาศได้เดินทางขึ้นไปดูนกทางภาคเหนืออีกเลย ก็เลยไม่ได้พบนกตระกูลหางแดง
นี่อีก จนเมื่อวันหยุดวันปิยมหาราชที่ผ่านมา จึงได้ฉวยโอกาศนี้เดินทางไปดูนกและถ่ายภาพนกที่ดอย อินทนนท์อีกครั้ง โดยที่ไม่ได้ตั้งความหวังไว้กับนกในตระกูลนี้แต่อย่างใด
ก่อนออกเดินทาง ผมได้ทำการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับจุดดูนกของดอยอินทนนท์ และได้รับทราบมาว่า บริเวณกม. 23 ซึ่งเป็นทางไปบ้านผาหมอน จะมีลำธารและน้ำตกขนาดเล็กอยู่ ตรงนั้นจะมีนกสวยๆ ที่หา
กินตามลำธารอยู่พอสมควร โดยเฉพาะนกกางเขนน้ำหลังดำ (Black-backed Forktail) ซึ่งหาตัวได้ไม่ง่าย ผมจึงตั้งใจไว้ว่าจะต้องแบ่งเวลาไปนั่งเฝ้าดูบ้าง
เมื่อเดินทางไปถึงดอยอินทนนท์ ผมก็สอบถามลุงแดงถึงจุดดูนกจุดนี้ ลุงแดงบอกว่า ได้ข่าวว่ามีนักดูนก ไปเจอ นกเขนเทาหางแดง (Plumbeous Redstart) และนกกางเขนน้ำหลังเทา (Slaty-backed Forktail)
แบบง่ายๆ ตรงบริเวณนั้นนั่นเอง ผมก็เลยยิ่งเกิดอาการกระตือรือล้นขึ้นมาทันที หลังจากสอบถามถึงจุดที่ ลุงแดงคิดว่าเหมาะสมกับการซุ่มถ่ายภาพแล้ว ผมก็ขับรถลงไป
ทางไปบ้านผาหมอนตรง กม. 23 นั้น เป็นทางลูกรังเลาะไปตามลำธาร โดยตัวลำธารจะอยู่ลึกลงไปในหุบ ทางด้านซ้ายมือของถนน ตรงบริเวณหัวโค้งของถนนจะมีน้ำตกเล็กๆ ซึ่งมีลานหินขนาดใหญ่อยู่ ตรงบริเวณ
โตรกผาตรงนั้นนั่นเอง ซึ่งเป็นจุดที่ลุงแดงแนะนำให้ผมลองไปสำรวจดู หลังจากจอดรถแอบเข้าข้างทาง ผมก็เตรียมกล้อง เตรียมผ้าลายพราง เตรียมน้ำดื่ม เตรียมเก้าอี้เล็กๆ แล้วเดินลงไปยังลานหินใหญ่ที่เห็น
อยู่บื้องล่าง พอลงไปถึงลาน ผมก็มองเห็นเค้าอยู่ตรงก้อนหินตรงโตรกนั้น...
นกอะไรจะน่ารักได้ขนาดนั้น ตัวสีเทาออกฟ้าๆ อ้วนกลม หางสีน้ำตาลแดงเข้มตัดกันดูเด่น เค้าเกาะอยู่
บนก้อนหินข้างลำธาร กระดกหางขึ้นลงพร้อมกับที่หันไปทางซ้ายทีขวาที ท่าทางคล้ายกับ River Chat ที่ ผมเคยเห็น บางครั้งก็จะบินกระดุ๊กๆ ออกไปโฉบจับแมลง แล้วก็กลับมาเกาะที่ก้อนหินก้อนเดิม...
ผมมองดูนกตัวนั้นอย่างเพลิดเพลินซักพัก ก็พลันนึกได้ว่า เฮ้ย ตูมาถ่ายภาพนกนี่หว่า ก็เลยคว้ากล้องพลาง ก็นึกว่าจะถ่ายยังไงดี... ตอนนั้นผมใช้เลนส์ 500 มม. ต่อ TC 1.4X ซึ่งเมื่อใช้กับ EOS D30 จะได้ทางยาวโ
ฟกัสร่วมๆ 1200 มม. แต่จากระยะห่างเกือบสามสิบเมตรนั้น ทางยาวโฟกัสอย่างมโหฬารนี้แทบไม่ได้ช่วย อะไรขึ้นมาเลย...
ผมหยิบ TC 2X ขึ้นมาเปลี่ยนกับ TC 1.4X คราวนี้ได้ทางยาวโฟกัสเป็น 1600 มม. ซึ่งก็ยังคงได้นกตัวนิด
เดียวอยู่ดี แต่เพื่อความไม่ประมาทด้วยประการทั้งปวง ผมจึงกดไปก่อนสามสี่ภาพ แล้วนกก็บินลงไปใน ลำธาร...
ตรงที่นกลงไปนั้น เป็นก้อนหินเล็กๆ โผล่ขึ้นมากลางลำธารพอดี ทางด้านซ้ายของก้อนหินมีต้นไม้ใหญ่ขึ้น
อยู่ ผมเห็นว่าน่าจะมีโอกาศเข้าใกล้นกได้กว่านี้ จึงค่อยๆ ยกกล้องย่องเข้าไป โดยให้ต้นไม้บังตัวผมไว้จาก สายตาของนก พอเข้าใกล้ได้ในระยะราวๆ สิบห้าเมตร ผมก็ค่อยๆ นั่งลง วางกล้อง วัดแสงเตรียมไว้ก่อนโดย
ที่ยังไม่เห็นตัวนก ได้ความไวชัตเตอร์ 1/60 วินาที ซึ่งไม่สมควรอย่างยิ่งกับทางยาวโฟกัสขนาดนี้ ผมจึงเปิด ฟังก์ชั่นล๊อคกระจก แล้วก็ค่อยๆ เขยิบออกไปทางขวาอย่างช้าๆ และให้การเคลื่อนไหวต่อเนื่องที่สุด จนผม
เห็นตัวนกอย่างเต็มตา โล่งๆ ไม่มีอะไรมาขวาง...
ตุบ ตุบ ตุบ.... เสียงหัวใจผมเต้นโครมครามแทบจะดังกลบเสียงของน้ำตกที่กระแทกลงมาในโตรกนั้น เมื่อ
ผมเห็นว่านกก็เห็นผมเช่นกัน แต่ก็ยังคงยืนคุมเชิงอยู่แบบนั้น ไม่ได้มีทีท่าตื่นตกใจแต่ประการใด ผมค่อยๆ เล็งกล้องไปช้าๆ ที่นก โฟกัส ปิดแฟลช (เพื่อลดการตื่นตกใจของนก และแสงตอนนั้นเพียงพออยู่แล้ว) ....
จากนั้นก็ แชะ แชะ แชะ แชะ ผมกดไปทันทีสี่ภาพ ก่อนที่นกจะบินโผขึ้นจับแมลง และบินไปเกาะทางด้าน บนของน้ำตก...
และนี่คือภาพแรกจากจังหวะนั้นครับ
|