|
วันนั้นน้ำตกมีน้ำน้อยแล้ว ทำให้ผมเลือกหามุมได้อย่างสบาย ไม่ต้องกังวลกับละอองน้ำเหมือนที่เคยมา ตอนหน้าฝน พอเสร็จด้วยความขี้เกียจเดินกลับขึ้นไป ก็เลยนั่งปักหลักชมน้ำตกอยู่ตรงนั้นแหละ เห็น
นกประเภทกางเขนน้ำแว้บๆ อันเนื่องมาจากหางลายอันเด่นสะดุดตาของมันแต่ส่องดูไม่ทันว่าเป็นชนิด ไหน นอกจากนี้ยังมีนกสีเทาอีกตัวนึงที่ผมส่องดูตั้งนานก็ไม่รู้ว่ามันเป็นชนิดไหนแน่ อย่างว่าแหละครับ
คติผมคือดูนกสีสด หรือรูปร่างแปลกๆ เท่านั้น อิอิ เพราะมันจำแนกง่ายดีไงครับนั่งซักครู่ก็กัดฟันเดิน กลับขึ้นมาเพื่อไปกางเต็นท์ที่ผากล้วยไม้ หลังจากกางเสร็จก็เดินดูนกแถวๆ ลานนั่นแหละ ส่วนใหญ่จะ
เป็นในทิศทางย้อนแสงทำให้เห็นเป็นดำๆ ผมก็เลยเลิก ตั้งใจเก็บไว้ดูตอนเช้าท่าทางจะดีกว่า ก็เลยนั่งๆ นอนๆปล่อยใจล่องลอยไปตามเรื่อง พลันก็ได้ยินเสียงอันคุ้นเคยเหมือนนกกางเขนบ้านแถวบ้านผม
หันขวับไปก็พบกับ นกกางเขนดง (White-rumped Shama) ที่ผมเคยเห็นในรูปของเจ๊ KQ และใน กรงแถวๆ ออฟฟิศ อืม นี่ก็สวย เสียงก็เพราะ อิอิ อยากจะถ่ายรูปแต่สภาพแสงน้อยมาก แถมตัวมัน
ก็อยู่ในพงไม้ ก็เลยนั่งดูอยู่เฉยๆ คืนนั้นก็นอนฟังเสียงนกนานาชนิด ไปจนหลับ
ตื่นเช้ามาเพื่อมาพบกับอากาศอันค่อนข้างเย็น พร้อมกับมีเสียงเจื้อยแจ้วของนกนานาชนิดดังอยู่รอบตัว
ผมคว้า binoc, bird guide แล้วก็กล้องตัวเก่ง (ตัวเดียวนั่นแหละ) EOS 50 ติด 70-200L กะ 2x อิอิ ก็ไม่มีตังค์ซื้อเลนส์ยาวๆ แบบพี่สาวน้อยนี่ครับ ก็ต้องแก้ขัดอย่างนี้ไปก่อน กะว่าอาจจะฟลุ้คๆ ได้มาซัก
รูปสองรูปก็ยังดีนิ เดินอยู่ในลานนั่นแหละ
ตัวแรกก็เจ้ากางเขนดงตัวเดิม (มั้ง) เจื้อยแจ้วอยู่แถวๆ ที่ผมเจอมันเมื่อเย็นวาน พอจะถ่ายก็บินหายแว้บ
พลาดไปหนึ่งล่ะ ต่อไปเป็นนกสีเทาๆ ตัวอ้วนๆ พุงป่องน่ารักเชียว เกาะบนยอดไม้ เนื่องด้วยสีไม่สด และรูปร่างไม่แปลก ผมจึงหมดปัญญาจะจำแนก อิอิ แต่ก็ถ่ายเก็บไว้ แล้วจะเอามาถามเซียนๆ ว่ามันคือ
นกอะไรกันแน่ พอมองไปทางต้นไทรกลางลาน ก็เห็นจุดแดงๆ เด่นสะดุดตา เห็นได้แต่ไกล เฮ้ย นก พญาไฟใหญ่ (Scarlet Minivet) ที่อยู่หน้าปก Bird guide นี่หว่า ผมเลยรีบเดินไปทันที สีสดใสสวย
งามจริงๆ ครับ มาเป็นคู่ซะด้วย ตัวผู้สีแดง ตัวเมียสีเหลือง น่ารักจริงๆ แต่เค้าอยู่สูงเหลือเกิน หมด ปัญญาที่ผมจะถ่ายรูปเก็บไว้ได้ ก็เลยดูเฉยๆ
|