Home

ทริปถ่ายภาพนกอินทนนท์ ครั้งที่ 2/2544
Headbanger
เขาใหญ่ครั้งที่ 7
Intanon 3
อินทนนท์ 2
อินทนนท์
เขาสอยดาว
ไปตามไก่
ดูนกครั้งแรกที่เขาใหญ่
Cardinal
Owl
นกเขนเทาหางแดง
นกแต้วแล้วแดงมลายู
[ปืนคลาสสิก] [คาวบอยและลูกทุ่งตะวันตก] [แก๊งค์ปืนลม] [เตาและตะเกียง] [ชมรมธนู]

สวัสดีปีใหม่ครับพ่อแม่พี่น้องและผองเพื่อนทุกคน

เนื่องในโอกาศส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ผมเลยลางานสี่วันรวด เพื่อจะได้วันหยุดติดต่อกันทั้งหมดสิบวัน ตะลุยดอย
อินทนนท์อีกรอบ โดยมีจุดมุ่งหมายเหมือนเดิมคือบรรดานกน้อยนกใหญ่ทั้งหลาย

งานนี้มีเซอร์ไพรซ์ครับ โดยคู่หูประจำสองวันแรกของผมคือ พี่ชาช่า ซึ่งเป็นการช็อควงการเป็นอย่างยิ่งสำหรับการได้
วีซ่าออกไปเที่ยวของพี่แกในครั้งนี้ ด้วยใครๆ ก็รู้กันว่า ผบ. ทบ. ของพี่ชาช่านั้น ยิ่งใหญ่กว่าใครในใต้หล้า เป็นที่รัก
และเคารพอย่างยิ่งของคุณพี่แกอย่างหาใครเปรียบได้ แต่สุดท้าย พี่ชาช่าก็ไปกับผมจนได้

ออกจากบ้านพี่ชาช่าตอนสี่ทุ่มครึ่ง (หลังจากหลง ขับเลยไปหน่อย กว่าจะหาทางวนรถกลับมาได้ โห แทบแย่ครับ) ขับ
สบายๆ มาเรื่อยๆ แวะกินมาม่ากลางทาง แวะเข้าห้องน้ำมั่ง แวะเดินเล่นในปั๊มมั่ง มาจนถึงด่านอินทนนท์ตอนราวๆ ตีห้า
 อากาศไม่เป็นใจเลยครับ ฝนตกพรำๆ ตลอด หมอกลงหนาจัดจนทำให้การขับรถขึ้นดอยลำบากพอสมควร

เราไปถึงด่านสองตอนหกโมงนิดหน่อย นั่งรอ นอนรอ ยืนรอ จนเจ็ดโมงกว่าๆ ฟ้าก็ยังมืดสนิท ราวกับสามทุ่มยังไงยังงั้น
ฝนก็ยังตกอยู่นั่น หมอกก็ขาวโพลนไปหมด... ผมหันไปมองหน้าพี่ชาช่าว่าจะเอาไงดี อุตส่าห์ได้วีซ่ามาทั้งที ดันมาเจอ
อากาศปิดแบบนี้ซะได้...

พอเกือบๆ แปดโมง แสงแดดก็เริ่มส่องทะลุเมฆและหมอกลงมาได้บ้าง พร้อมๆ กับที่เสียงนกจ๊อกแจ๊กจอแจก็เริ่มดังขึ้นมา...
เราสองคนซึ่งประกอบกล้องเตรียมพร้อมอยู่แล้ว ก็เริ่มมีอะไรทำกันบ้าง

เวฟแรกที่เข้ามา ก็เป็นนกสุดโหลของที่นี่ละครับ นกมุ่นรกตาแดง (Grey-cheeked Fulvetta) มากันเป็นฝูงๆ
ไม่ได้มีความเกรงกลัวต่อผู้คนเลยแม้แต่น้อย ผมว่า ถ้ายืนนิ่งๆ เฉยๆ อาจจะมีบางตัวโฉบมาเกาะบนหัวคุณก็ได้นา

แล้วก็มีนกตัวใหญ่สองสามตัวโผล่ออกมา ผมถึงกับผงะ เพราะว่าโผล่มาใกล้มากครับ ห่างแค่ไม่ถึงสามเมตร ใกล้จนโฟกัส
ไม่ได้ ต้องยืนดูอยู่เฉยๆ จนกระทั่งพวกเค้าถอยออกไปไกลเกินกว่า 5 เมตรซึ่งเป็นระยะโฟกัสใกล้ที่สุดของเลนส์ผม จึง
เริ่มถ่ายภาพได้

นกกะรางหัวแดง (Chestnut-crowned Laughingthrush) ดาราประจำอีกตัวนึงของอินทนนท์ ใกล้มากๆ ครับ จน
แทบจะล้นเฟรม

พอเจ้ากะรางไปหมดแล้ว ก็มีเสียงแจ้วๆ คุ้นหูดังขึ้นมา พร้อมกับที่มีนกตัวเล็กๆ บินโฉบไปโฉบมาเข้ามาถึงบริเวณที่ผม
ยืนอยู่ อ้อ เจ้าตัวดี จับแมลงหัวสีเทา (Grey-headed Canary Flycatcher) นั่นเองครับ เจ้าตัวเล็กนี่ผมพลาด
โอกาศได้ภาพดีๆ มาหลายทีแล้ว คราวนี้มาเกาะเหน่งๆ ตรงหน้า เรื่องอะไรจะปล่อยให้ผ่านไปอีก ผมกดไปสามภาพ โดย
ที่พี่ชาช่ายืนงงเป็นไก่ตาแตก ว่า "ถ่ายอะไรฟะ?????" เพราะคุณพี่ท่านเห็นแต่แสงแฟลชแว้บๆๆ แต่ไม่เห็นตัวนก อิอิ

หลังจากนั้นก็มีนกทั่วๆ ไปของด่านสองออกมากันใหญ่ ที่ผมชอบมากก็คือ นกติ๊ดแก้มเหลือง แต่เนื่องจากคราวที่แล้วผมได้
ภาพดีๆ ของเค้าแล้ว คราวนี้ก็เลยยืนดูอยู่เฉยๆ ครับ อีกทั้งหมอกเริ่มเข้ามาปกคลุมบริเวณนั้นแล้ว ก็เลยไม่รู้จะถ่ายไปทำไม

รออยู่พักใหญ่ๆ อากาศก็ยังไม่ดีขึ้น เลยตัดสินใจลงมากินข้าวกันที่ร้านลุงแดง ก่อนจะลงมาก็กดเจ้านี่ล้างแค้นที่ไม่เคยได้
ภาพดีๆ ของเค้าเลยจากสองทริปที่ผ่านมา

นกอีแพรดคอขาว (White-throated Fantail) เจ้าถิ่นตรงด่านสองนั่นละ

ระหว่างที่กินข้าวอยู่ที่ร้านลุงแดง ผมก็สอบถามถึงข้อมูลนกต่างๆ จากลุงแดง ซึ่งเป็นสิ่งที่นักดูนกเกือบทุกคนยึดถือเป็น
ธรรมเนียมปฏิบัติ เพราะข้อมูลที่ลุงแดงมีอยู่นั้น เป็นข้อมูลล่าสุดสดๆ ใหม่ๆ ทั้งนั้นเลย เป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับ
บรรดาผู้รักนกทั้งหลาย

จากนั้น ผมก็ควงพี่ชาช่าขึ้นไปยอดดอย เพื่อไปดูลาดเลาของกระทาดงตัวอ้วน ที่ผมอยากเห็นมานานแล้ว แต่ก็คลาด
กันไปทุกที ครั้งนี้ก็เช่นกัน แต่ผมก็ได้เล็งจุดที่จะไปนั่งซุ่มเอาไว้แล้ว รวมกับทั้งเห็นตัวนกเอี้ยงถ้ำ ที่พี่หนุ่มยังโซน
เพิ่งถ่ายไปก่อนหน้านั้นอาทิตย์เดียว ซึ่งก็เป็นนิมิตรหมายอันดีว่า คงถูกที่แน่ๆ

หลังจากผิดหวังกับยอดดอย ผมพาพี่ชาช่ากลับมาที่ด่านสองอีกครั้ง ทั้งนี้เพราะได้รับข้อมูลจากพี่ๆ เจ้าหน้าที่ว่า เวลา
บ่ายๆ มักจะมีนกนิลตวาเล็กคู่นึงมาหากินแถวนั้นประจำทุกวัน พอไปถึงไม่นาน ก็มาจริงๆ ครับ โดยผมเห็นตัวเมียก่อน
แล้วจึงเห็นตัวผู้ตามมา

แต่ถ่ายมาได้แต่ตัวผู้ตัวเดียว แหะๆ ตัวเมียขี้อายเหลือเกินครับ ไม่เป็นไรครับ ตัวผู้สวยกว่าเห็นๆ

นกนิลตวาเล็ก (Small Niltava)

พอเจ้านิลตวาเล็กคู่นั้นไปแล้ว ด่านสองก็เงียบฉี่ ผมเลยกลับลงมาที่ร้านลุงแดง เพราะได้ข่าวมาอีกละ ว่ามีนกนิลตวา
อีกชนิดนึง มาเยี่ยมกระบะหนอนข้างบ้านลุงแดงอยู่เป็นประจำ หลังจากมานั่งกินข้าวรอได้แป๊บเดียว ก็มีเจ้าตัวนี้กระโดด
ขึ้นมา...

ถ่ายไปโชะๆๆ แล้วเอาภาพมานั่งดู ถึงรู้ว่า เป็นนกนิลตวาท้องสีส้มคอดำ (Rufous-bellied Niltava) ตัวเมียครับ

แล้วบ่ายวันนั้นก็ผ่านไป โดยที่มีฝนปรอยๆ อยู่เป็นระยะๆ หมอกก็ลงจัดขาวโพลนไปหมด ไม่สามารถถ่ายภาพอะไรได้อีก
ด้วยความเซ็งจัด พี่ชาช่าเลยชวนผมลงไปนอนในตัวเมือง เผื่อจะหาที่อื่นที่อาจจะอากาศดีกว่าได้ (จริงๆ แล้ว เพราะน้ำมัน
เย็นมากครับ เลยลงไปหาน้ำอุ่นๆ อาบ อิอิ) หลังจากลงไปถึงเชียงใหม่ ลุงแดงก็โทรศัพท์มาบอกว่า ไม่อยากได้อัญชัญหางดำ
เหรอ ออกทุกวันนา...

เรื่องอะไรผมจะไม่เอาละครับ เช้ามืดวันต่อมา ก็เลยบึ่งรถกลับขึ้นมาดอยอินทนนท์อีก แล้วก็ตามลุงแดงไปถึงลานกางเต๊นท์
พอลุงแดงชี้จุดให้ ผมงี้ เซ็งสุดๆ นึกว่าอยู่ที่ไหนไกล แหม อยู่ซะตรงใกล้ๆ กับที่ผมไปกางเต๊นท์บ่อยๆ นั่นเอง (จำตรงที่พวก
เราไปถ่ายภาพดาวกันเมื่อปีก่อนได้มั้ยครับ ตรงนั้นเลย ไม่น่าเชื่อ)

รอแค่แป๊บเดียว นกอัญชัญหางดำ (Black-tailed Crake) ก็ออกมาโชว์ตัวแบบง่ายๆ โดยไม่สนใจแม้แต่น้อยว่ามีคน
เฝ้าดูอยู่ ผิดกับเมื่อก่อนที่ผมเคยได้ยินเสียงร่ำลือถึงความเปรียวของนกชนิดนี้ ว่า ส่วนใหญ่จะเห็นแค่แว้บๆ แค่นั้น แต่นี่
เล่นออกมาเดินทอดน่องอย่างสบายใจให้เห็นกันง่ายๆ เป็นเวลานานๆ เลือกถ่ายสบายๆ แต่ไม่ง่ายเลย เพราะหมอกลง...

ถ่ายไปเพียบ เสียเกือบหมด มีไม่กี่ภาพที่พอดูได้ ภาพนี้เป็นภาพนึงครับ

แล้วเราก็กลับไปด่านสองอีกครั้ง คราวนี้เงียบกริบ มีแต่นกไม่กี่ตัวบินไปบินมา ผมเลยกดเจ้านี่มาเล่นๆ ครับ เพราะมา
เกาะนิ่งๆ อยู่ตั้งนานแน่ะ

นกปรอดภูเขา (Mountain Bulbul) หรือที่นักดูนกเรียกกันว่าปรอดลูกเจี๊ยบ เพราะเสียงร้องที่เหมือนเสียงลูกเจี๊ยบ
เหลือเกินของมันนั่นเอง

ช่วงที่ผมไปนั้น สถานีเรด้าห์ที่อยู่บนยอดดอย ได้เปิดให้นักท่องเที่ยวทั่วไปได้เข้าไปชมภายใน ซึ่งปีนี้นั้น นกเด็ดๆ ที่มัก
จะเจอภายในสถานีเรด้าห์ยังไม่มากัน มีเพียงข่าวซึ่งยืนยันได้จากภาพถ่ายของพี่หนุ่มวังโซนว่า มีนกเขนสีฟ้าท้ายสีน้ำตาล
(Blue-fronted Redstart) มาอยู่ในบริเวณนั้น ผมจึงไปนั่งรอ เผื่อจะโชคดีได้เห็น และถ่ายภาพมาได้มั่ง

แต่ก็แห้วครับ หลังจากนั้น ก็ไปมาอีกสองสามครั้ง แห้วตลอดจริงๆ

อย่างน้อย ก็ยังได้ยิงเจ้านี่มาตัวนึง ถึงจะเกาะสายไฟก็เหอะ นกกระเบื้องท้องแดง (Chestnut-bellied Rock-Thrush)

หลังจากรอแล้วรอเล่าเฝ้าแต่รอ เจ้าเขนสีฟ้าท้ายสีน้ำตาลก็ไม่โผล่ออกมาซักที มองดูเวลาแล้ว ก็เลยคิดว่าลงมากินข้าว แล้ว
พาพี่ชาช่าไปส่องของตายดีกว่า เนื่องจากพี่แกจะต้องกลับกรุงเทพในค่ำวันนั้น (เนื่องจากขอวีซ่าได้แค่สองวันแค่นั้น อิอิ)

ของตายที่ว่า ก็คือ River Chat กับ Plumbeous Redstart ซึ่งปีนี้ ก็เป็นอีกปีที่ถ่ายกันได้อย่างสบายๆ โดยมีทั่วไปแทบ
ทุกน้ำตก จุดที่ผมเลือกพาพี่ชาช่าไปนั่งรอ ก็คือที่น้ำตกวชิรธาร เพราะเดินไม่ไกลดี 5555

ไปนั่งรอตั้งสองชั่วโมง ไม่เห็นแม้แต่เงาของทั้งคู่ ผมจึงลองเดินไปดูตรงปลายน้ำ เพราะบริเวณนั้นไม่มีนักท่องเที่ยวเลย
แล้วก็พบกับทั้งคู่กำลังหากินอยู่ตรงนั้นจริงๆ จึงเรียกพี่ชาช่าให้ลงมาถ่าย ส่วนผมก็รีบไปเอากล้องมาถ่ายบ้างเหมือนกัน

ตัวนี้ชอบจริงๆ ครับ ประทับใจตั้งแต่ตอนที่เห็นครั้งแรกเมื่อต้นปี นกเขนน้ำหัวขาวท้ายแดง (White-capped Water-
Redstart หรือ River Chat)

กับเจ้านี่ที่ถ่ายไปแล้วเมื่อทริปที่แล้ว ครั้งนี้ตั้งใจว่าจะไม่ถ่ายแล้ว แต่ก็อดไม่ได้กับความน่ารัก เลยกดมาหน่อย

นกเขนเทาหางแดง (Plumbeous Redstart)

Headbanger
3 ม.ค. 2545

คุยกันรอบกองไฟ

เซ็นสมุดเยี่ยม

สมัครสมาชิก Thailand Outdoor ฟรี

กรุณาใส่ email และคลิ๊ก submit
Powered by YourMailinglistProvider.com