Home

การเก็บรักษาฟิล์มและภาพถ่าย
ถ่ายถาพ
ศิลปะการมองแบบเซน
Zone
Leica M6
การเก็บรักษาภาพถ่าย
ภาพถ่าย
Headbanger
[ปืนคลาสสิก] [คาวบอยและลูกทุ่งตะวันตก] [แก๊งค์ปืนลม] [เตาและตะเกียง] [ชมรมธนู]

นักถ่ายภาพทั้งหลายได้ลงทุนไปในอุปกรณ์ถ่ายภาพต่างๆเป็นจำนวนเงินไม่น้อย อีกทั้งหลาย
ท่านยังทุ่มเทเวลาเพื่อออกไปท่องเที่ยวถ่ายภาพอย่างมากมาย โดยหวังที่จะบันทึกความทรงจำ
เอาไว้ลงบนแผ่นฟิล์มให้ได้มากที่สุด และหวังว่าความทรงจำจากเทคโนโลยีขั้นสูงนี้จะไม่เลือน
หายไปตามกาลเวลา แต่น่าเสียดายความจริงหาเป็นเช่นนั้นไม่ สิ่งเหล่านี้ล้วนมีอายุการใช้งาน
ของมันทั้งสิ้น และย่อมสูญเสียไปตามกาลเวลา นักถ่ายภาพทั้งหลายคงจะต้องยอมรับความจริง
ในข้อนี้ แต่จะทำอย่างไรเล่าเพื่อไม่ให้ฟิล์มหรือภาพถ่ายมีอายุการใช้งานที่สั้นอย่างไม่น่าจะเป็น
และบทความต่อไปนี้จะทำให้คุณรับรู้ความเป็นจริงบางด้าน ตลอดจนข้อควรปฏิบัติบางอย่าง

มีรายละเอียดบางอย่างที่ควรรู้ก่อนคือ พลาสติก PVC เป็นอันตรายต่อฟิล์ม และภาพถ่าย โดย
จะสังเกตว่าพลาสติกชนิดนี้จะมีกลิ่นพลาสติกค่อนข้างฉุน และพวกตู้หรือลิ้นชักที่ทำจากไม้
หรือไม้อัดนั้นจะมีไอระเหยที่ทำให้ฟิล์มและภาพถ่ายมีอายุสั้นลง

ฟิล์มสไลด์

บริษัท Kodak และ Fuji ได้ผลิตฟิล์มสไลด์สีที่ใช้กระบวนการล้างแบบ E-6 ออกมาหลายตัว
ซึ่งฟิล์มบางตัวจะให้สีสันและความคมชัดเทียบเท่าหรือเหนือกว่าฟิล์มสไลด์ Kodachrome
เลยทีเดียว และอายุความคงทนของฟิล์มแบบ E-6 เหล่านี้ (โดยเก็บไว้ในสภาพแวดล้อมแบบ
เดียวกัน) อาจจะมากกว่าฟิล์มสไลด์ Kodachrome ด้วยซ้ำ คือประมาณ 200 ปี อายุความคง
ทนนี้นับถึงเมื่อ Emulsion ชั้นที่มีความคงทนน้อยที่สุดซีดลง 20 % (การซีดลง 20 % นี้เป็น
ปริมาณที่ตาคนเราเริ่มสามารถเห็นความแตกต่างของฟิล์มได้) แต่ทั้งนี้ยังไม่ได้พิจารณาถึง
การซีดเหลืองของEmulsion ดังนั้นน่าจะกล่าวได้ว่า ฟิล์มสไลด์แบบ E-6 ในปัจจุบันนี้มีอายุ
ความคงทนใกล้เคียงกับฟิล์มสไลด์ Kodachrome เลยทีเดียว

ที่ผ่านมานั้นเราพูดถึงอายุความคงทนของฟิล์มสไลด์ที่เก็บไว้ในที่มืด ในสภาพแวดล้อมที่ดีเท่า
นั้น ซึ่งในความเป็นจริงอาจจะไม่ได้เป็นเช่นนั้น ถ้าเราฉายภาพสไลด์ผ่านทางเครื่องฉายสไลด์
จะพบว่าระยะเวลาจาก 100 ปีจะเหลือเพียง 100 นาทีเท่านั้นเอง การซีดลงของฟิล์มสไลด์
Kodachrome นั้นสามารถสังเกตเห็นได้เพียงแค่ฉายผ่านเครื่องฉายสไลด์เป็นเวลา 1 ชั่วโมง
เท่านั้น แต่ถ้าเป็นฟิล์มสไลด์ Fujichrome Velvia แล้วจะใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง หรือถ้า
เป็นฟิล์มสไลด์ Kodak Ektachrome จะเป็นเวลาประมาณ 3 ชั่วโมง

เพื่อที่จะยืดอายุความคงทนของฟิล์มสไลด์ อย่าฉายสไลด์เป็นเวลานานกว่าที่คุณจำเป็นจริงๆ
หรือถ้าเกิดหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็ควรจะดุปสไลด์ไว้เพื่อฉายโดยเฉพาะ และควรเก็บฟิล์มสไลด์ต้น
ฉบับไว้ในที่มืด หรืออย่างน้อยก็ในที่ซึ่งไม่สว่างเกินไป และใช้แฟ้มเก็บสไลด์ที่ผลิตมาได้
มาตรฐาน(ซึ่งจะกล่าวถึงต่อไป) และควรเก็บไว้ในที่มีอุณหภูมิต่ำ ถึงกระนั้นก็ตาม ถ้าฟิล์ม
สไลด์ของคุณเกิดเสียหาย มีรอยขีดข่วน หรือสีสันซีดจาง คุณก็ยังสามารถแก้ไขฟิล์มสไลด์
ของคุณให้เหมือนเดิม กระทั่งดีกว่าเดิมได้ โดยการใช้เทคโนโลยีระบบดิจิตอลซึ่งยังไม่แพร่
หลายนักในเมืองไทย แต่นั่นก็หมายถึงราคาที่คุณต้องจ่ายอีกมิใช่น้อย

ฟิล์มเนกาทีฟสี

อายุความคงทนของฟิล์มเนกาทีฟสีนั้นน้อยกว่าของฟิล์มสไลด์ ในทางทฤษฎีมีอยู่ว่า ควรจะ
ปริ้นฟิล์มเนกาทีฟสีเพียงครั้งเดียวแล้วก็เก็บฟิล์มไว้เลย แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าภาพปริ้นนั้นก็มี
อายุความคงทนไม่มากเช่นเดียวกัน ซึ่งก็ทำให้เราต้องปริ้นฟิล์มเนกาทีฟสีอยู่เรื่อยๆ อายุความ
คงทนของฟิล์มเนกาทีฟสีนั้นประมาณ 25 - 50 ปี(โดยเก็บไว้ในสภาพแวดล้อมแบบเดียวกัน)
อายุความคงทน 50 ปีนั้นถือว่ามีความเป็นไปได้เพราะการซีดของ Emulsion นั้นสามารถถูก
แก้ไขได้ในระดับหนึ่งในกระบวนการปริ้นภาพ

การเก็บรักษาฟิล์มเนกาทีฟสีก็เช่นเดียวกับการเก็บฟิล์มสไลด์ คือควรเก็บไว้ในที่มืด อุณหภูมิ
และความชื้นที่พอเหมาะ

ภาพถ่าย

เป็นความจริงที่ว่า ภาพสีที่เก็บไว้ในที่มืดจะมีอายุความคงทนกว่าภาพสีที่นำมาแขวนหรือตั้ง
โชว์ไว้ แต่โดยทั่วไปแล้วใครเหล่าจะเก็บภาพสีไว้ในที่มืด และภาพสีที่ปริ้นด้วยกระบวนการ
Ilfochrome (หรือที่เรียกกันว่า Cibachrome)จะมีอายุความคงทนนานกว่าภาพสีทั่วๆไป แต่
ราคาก็แพงกว่ามากเช่นกัน

ส่วนการโชว์ภาพสีนั้น ภาพสีควรมีกระจกหรือแผ่นอะครีลิคปิดอยู่เพื่อป้องกันรังสี UV ซึ่งเป็น
อันตรายต่อภาพสี และไม่ควรให้กระจกหรือแผ่นอะครีลิคสัมผัสกับผิวกระดาษของภาพสีโดย
เด็ดขาด

แสงอาทิตย์โดยตรง หรือแสงไฟฟลูออเรสเซนต์นั้น จะทำให้อายุความคงทนของภาพสีลดลง
เพราะแสงเหล่านี้มีรังสี UV มากนั่นเอง และอย่าแขวนภาพสีไว้ในที่ซึ่งมีความชื้น และ
อุณหภูมิสูง

กระบวนการปริ้นภาพสีทั้งหลายก็ทำให้อายุความคงทนของภาพสีแตกต่างกันไปด้วย
โดยกระบวนการที่ถือว่าดีต่ออายุความคงทนนั้นก็คือ กระบวนการ Dye Transfer และ
Ilfochrome ซึ่งมีค่าใช้จ่ายที่แพงมาก การปริ้นภาพสีด้วยกระดาษอัดภาพ Fujicolor Super
FA Type3 น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีเนื่องจากค่าใช้จ่ายถูกกว่าสองกระบวนการแรกพอสมควร
อีกทั้งยังให้ภาพสีที่มีอายุความคงทนเทียบเท่ากระบวนการ Ilfochrome เลยทีเดียว

การเก็บรักษาฟิล์มและภาพถ่าย

ฟิล์มและภาพถ่ายนั้น ถ้าเป็นไปได้ควรจะเก็บไว้ในที่ซึ่งมีความชื้นน้อย (ความชื้นสัมพัทธ์น้อย
กว่า 40 %) มีอุณหภูมิที่พอเหมาะ (ประมาณ 10 - 25 (C) และมีแสงน้อย และควรเลือกใช้
ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการเก็บภาพที่ได้มาตรฐานซึ่งผลิตมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ เช่น แฟ้มใส่ฟิล์ม
อัลบั้มใส่รูป เป็นต้น โดยมีข้อที่ควรพิจารณาดังนี้

กรด กรดที่มีอยู่ในกระดาษ ,พลาสติก ,หมึก หรือกาวจะทำให้ภาพปริ้นหรือฟิล์มมีสีซีดเหลือง
ได้ นอกจากนี้กรดยังสามารถระเหยไปทำอันตรายภาพหรือฟิล์มอื่นๆได้ด้วย ดังนั้นควรตรวจ
สอบก่อนว่าผลิตภัณฑ์ที่คุณจะใช้นั้น มีความเป็นกรดอยู่หรือไม่ โดยใช้ปากกาทดสอบความ
เป็นกรดของ Light Impressions

PVC และPVA พลาสติกที่ทำจากสารเหล่านี้จะทำให้ภาพหรือฟิล์มซีดเหลืองได้ เนื่องจากมัน
มีส่วนประกอบของก๊าซ Chlorine Halogen ซึ่งเป็นก๊าซกัดกร่อน พลาสติกที่ปลอดภัยคือ
พลาสติกที่ทำจาก Polyethylene , Polyester , Polypropylene , Mylar D และTri-Acetate

อัลบั้มแบบแม่เหล็ก (Magnetic Album) เป็นแบบที่นิยมแพร่หลายในปัจจุบันมาก(ในเมือง
ไทยก็เช่นกัน) เป็นอัลบั้มที่ใช้แว๊กเคลือบไว้บนกระดาษ ซึ่งจะทำให้ภาพปริ้นติดอยู่บนกระดาษ
ได้ แล้วมีแผ่นพลาสติกคุมป้องกันไว้อีกชั้นหนึ่ง ในขณะที่พลาสติกอาจจะปลอดภัยสำหรับภาพ
แต่แว๊กนั้นจะทำให้ภาพซีดเหลืองได้ ดังนั้นจึงไม่ควรใช้อัลบั้มแบบนี้อย่างยิ่ง

แนวโน้มในอนาคตและแหล่งข้อมูล

เทคโนโลยีดิจิตอลพัฒนาไปมาก วิธีหนึ่งที่จะเก็บรักษาฟิล์มต้นฉบับของเราได้ก็คือ ใช้เครื่อง
ฟิล์มสแกนเนอร์ แล้วนำไฟล์ที่ได้เก็บไว้ในแผ่น CD-ROM โดยมีเรื่องที่ต้องพิจารณาเกี่ยวกับ
ความละเอียดของเครื่องสแกนเนอร์(Optical Resolution) ดังนี้

1. ความละเอียดระดับ 2700 dpi จะสามารถนำมาพิมพ์ภาพออกทางเครื่องพิมพ์ Inkjet ได้
ขนาดประมาณ 8.5"x11" โดยคุณภาพยังดีอยู่ (Inkjet ต้องการความละเอียดไม่ต่ำกว่า 260 dpi
ในการพิมพ์เพื่อให้ได้คุณภาพที่ดี) ที่ความละเอียดระดับนี้คุณจะได้ไฟล์ภาพ 24 bit ขนาด
ประมาณ 28 Mb

ฟิล์มสแกนเนอร์ที่สแกนได้ละเอียดขณะนี้ก็คือ Nikon Coolscan LS30 และ LS2000 Canon
CanoScan 2710 และ Minolta Dimage Scan Speed ราคาประมาณ 3-5 หมื่นบาท

2. ความละเอียดระดับ 4000 dpi เห็นมีของ Polaroid 4000 ราคาประมาณ 6 หมื่นบาท ว่ากัน
ว่าสำหรับฟิล์มขนาด 135 นั้นความละเอียดระดับ4000-5000 dpi ถือว่ามากที่สุดที่จะบันทึก
รายละเอียดของฟิล์มแล้ว มันจึงเหมาะที่จะใช้สแกนฟิล์ม และตกแต่งแก้ไขภาพ จากนั้นนำ
ไฟล์ที่ได้ไปบันทึกกลับเป็นฟิล์มอีกครั้งหนึ่ง แต่ระดับผู้ใช้ทั่วไปคงไม่มีกำลังเงินมากขนาดนั้น

จะเห็นว่าค่าใช้จ่ายในทางเลือกเหล่านี้ก็ยังสูงอยู่ดี แม้จะมีแนวโน้มที่ถูกลงเรื่อยๆ แต่ก็ต้องยอม
รับว่ามันให้ความสะดวกดีทีเดียว ใช้พื้นที่เก็บน้อยกว่า สภาพแวดล้อมในการเก็บยืดหยุ่นกว่า
โดยเฉพาะภูมิประเทศแบบไทยๆ การใช้งานก็สะดวกและหลากหลาย(เช่น สร้าง Slide Show

ด้วยโปรแกรม Slide&Sound  หรือทำ Photo Album ด้วยโปรแกรม Ulead Photoimpact)

ปัญหาที่สำคัญของระบบดิจิตอลก็คือ ระบบ Color Management ที่ให้มากับ Window98 ยัง
ไม่ดีพอ แม้กระทั่งโปรแกรมที่แถมมากับ Adobe Photoshop คือ Adobe Gamma ก็ยังไม่ดี
พออีกเช่นกัน Color Management ก็คือการจัดการเกี่ยวกับสีที่จะทำให้คุณเปิดไฟล์รูปภาพ
ของคุณในเครื่องคอมพิวเตอร์ใดๆก็ได้(ที่ได้รับการ Calibrate ไว้อย่างดีแล้ว) โดยสีภาพยัง
เหมือนเดิม

ปัญหาอีกประการก็คือ กระดาษ Photo Inkjet รวมทั้งหมึกพิมพ์ที่มีขายกันยังไม่ทนทาน สี
ซีดจางเร็ว ประมาณ 3 เดือนก็ออกอาการแล้ว แต่แนวโน้มก็ดีขึ้นเรื่อยๆ มีการผลิตกระดาษ
หมึกพิมพ์ ที่ทนทานออกมาเรื่อยๆ รวมถึงกระดาษที่ใช้ในงานภาพขาวดำดีๆ ด้วย

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับอัลบั้มเก็บฟิล์มและภาพถ่าย รวมถึงอุปกรณ์อื่นๆ หาได้จาก
www.lightimpressionsdirect.com และรายละเอียดเกี่ยวกับ Digital Photography หาดูได้
จาก www.luminous-landscape.com


# เรียบเรียงจากนิตยสาร Outdoor Photographer และเอกสารของ Light Impressions                                                                  

โดย  คนกรุงเก่า

คุยกันรอบกองไฟ

เซ็นสมุดเยี่ยม

สมัครสมาชิก Thailand Outdoor ฟรี

กรุณาใส่ email และคลิ๊ก submit
Powered by YourMailinglistProvider.com