Coleman บริษัทกลางแจ้ง

“Let’s Play Outside”

 

ThailandOutdoor Shop เป็นตัวแทนในประเทศไทยของสินค้าคุณภาพจาก Coleman ลองเชิญเข้าไปชมสินค้าโคลแมนได้ที่นี่เลยครับ

กลับไป
หน้าแรกhttp://www.thailandoutdoor.com/OutdoorShop/OutdoorShop.html

Arc Lantern

ตะเกียงที่นักสะสม

Coleman หมายปอง

ตราสินค้า Coleman ที่มีรูปตะเกียงเพื่อบอกจุดกำเนิดของบริษัทฯ

ถ้ามาตรวัดความสำเร็จของผู้ผลิตเตาและตะเกียงแคมปิ้ง วัดกันด้วยจำนวนเตาและตะเกียงที่ผลิตออกจำหน่ายแล้วละก้อ บริษัท Coleman ถือไ้ด้ว่าเป็นบริษัทอันดับ 1 ของโลกครับ เพราะในช่วง 1 ศตวรรษที่ผ่านมาตะเกียงและเตาสนาม Coleman ได้มากมาย model ถูกผลิต-จำหน่ายออกขายไปทั่วโลกเป็นจำนวนหลายสิบล้านหน่วย

และถ้ามาตรวัดความสำเร็จของบริษัทผลิตอุปกรณ์กลางแจ้ง โดยรวมถึงความรุ่งโรจน์ของบริษัทในปัจจุบันแล้ว อันนี้ก็ต้องยกให้ Coleman เช่นกันครับ ในขณะที่ผู้ผลิตตะเกียงเจ้าพายุยักษ์ใหญ่ รายอื่นต้องม้วนเสื่อเลิกกิจการ หรือลดขนาดโรงงานลงเพื่อทำตะเกียงเจ้าพายุขายในตลาดเฉพาะเจาะจง ( Niche Market) ให้แก่นักสะสมหรือกลุ่มคนที่ต้องการแสงสว่างในที่ที่ไม่มีไฟฟ้า แต่ Coleman ก็ได้ผันจากธุรกิจทำตะเกียง-เตามาเป็นยักษ์ใหญ่แห่งธุรกิจผลิตอุปกรณ์ Outdoor Camping ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น กระติกน้ำ เตาปิกนิก เต๊นท์ เรือ!! รองเท้า!! ฯลฯ .. จนแทบจะไม่เหลือคราบของผู้ผลิตตะเกียงรายใหญ่ของโลกในอดึตเลยครับ ยกเว้นสัญญลักษณ์ตะเกียงที่คงอยู่ในตราสินค้า เพื่อบอกที่มาของ

บริษัทฯ  ส่วนท่านที่อยากรู้ว่า Coleman ในปัจจุบันทำมาค้าขายอะไรบ้างก็ลองเข้าไปดูที่ http://www.coleman.com ได้เลยครับ

Sunshine of The Night

ตำนานของ Coleman เริ่มต้นเมื่อคุณ W.C. Coleman อดีตพนักงานขายเครื่องพิมพ์ดีด เกิดไปหลงใหลในโคมไฟ

"Efficient Lamp" คุณ Coleman ชายหนุ่มสายตาสั้นแต่วิสัยทัศน์กว้างไกลคนนี้จึงได้เริ่มธุรกิจจำหน่ายและให้บริการซ่อมตะเกียงเจ้าพายุในปี ค.ศ. 1900 และก่อตั้งบริษัท Hydro-Carbon Light  ขึ้นในปี ค.ศ.1905 และผลจากการสั่งสมความรู้ประสบการณ์ในการซ่อมบำรุงตะเกียงและมุ่งมั่นที่จะประดิษฐ์ตะเกียงเจ้าพายุเอง  โคมไฟตั้งโต๊ะ Coleman รุ่น Air-O-Lite Lamp ดวงแรกก็ออกวางจำหน่ายในอีกสิบเอ็ดปีต่อมา (ค.ศ. 1911)

คุณ W.C. Coleman ผู้ก่อตั้งบริษัท Coleman

โฉมหน้าของ Coleman Air-O-Lite Lamp ที่เริ่มวางจำหน่ายในปี

.ศ.1911 (model A)

บริษัทได้ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น Coleman Lamp และในปี ค.ศ. 1919  และหลังจากนั้น Coleman ได้สยายปีกของตนส่งตะเกียงข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกไปบุกตลาดยุโรป


ตะเกียง Coleman ที่ผลิตและจำหน่ายในสหรัฐอเมริกานั้นเป็นตะเกียงน้ำมันเบนซินครับ อาจเป็นเพราะน้ำมันเบนซินนั้นเป็นเชื้อเพลิงที่แพร่หลายกว่าในสหรัฐฯ อย่างไรก็ตามในช่วงปี ค.ศ. 193x ทาง Coleman ก็ได้หันมาเริ่มสายการผลิตตะเกียงน้ำมันก๊าด (ผลพวงจากตลาดยุโรป) โดยตะเกียงน้ำมันก๊าดเกือบทั้งหมดจะถูกผลิตโดยบริษัท Coleman ประเทศแคนาดา เนื่องจากประเทศแคนาดานั้นรับอิทธิพลในการใช้ตะเกียงเจ้ายุน้ำมันก๊าดมาจากประเทศฝั่งยุโรป เนื่องจากการใช้น้ำมันก๊าดมีความปลอดภัยสูงกว่า (ไวไฟน้อยกว่า)

(ภาพซ้าย) โฆษณาตะเกียง Coleman ในนิตยสาร Weekly News of India

ในปี ค.ศ. 1929

ตะเกียง Coleman รุ่น 220 ใส้คู่พิมพ์นิยม (ซ้าย) คู่กับตะเกียง Coleman รุ่น 200 พิมพ์นิยมใส้เดียว (ขวา)

ตะเกียงเจ้าพายุพิมพ์นิยมของ Coleman นั้นได้แก่รุ่น 220 ซึ่งเริ่มผลิตตั้งแต่ปี ค.ศ. 1928 มาจนถึง ปี ค.ศ.1968 โดยสิ่งที่โดดเด่นของตะเกียง Coleman รุ่นนี้และอีกหลายต่อหลายรุ่น คือเป็นตะเกียงไส้คู่ครับ ว่ากันว่าจุดประสงค์ที่ทำไส้ตะเกียงแฝดนั้นอย่างแรกเป็นการกำจัดเงาของเสาส่งน้ำมัน (Generator) ที่อยู่ตรงกลาง และอย่างที่ 2 คือ เพื่อให้ความร้อนในการอุ่นน้ำมันในเสาส่งน้ำมันเพียงพอครับ ซึ่งตะเกียงเจ้าพายุใส้คู่นั้นถือได้ว่าเป็นเอกลักษณ์ของตะเกียง Coleman เลยก็ว่าได้ ดังนั้นถ้าท่านเห็นตะเกียงเจ้าพายุ 2 ใส้ให้เดาไว้ก่อนได้เลยว่าเป็นยี่ห้อ Coleman (ตะเกียงยี่ห้ออื่นที่เป็น 2 ใส้ก็มีครับ แต่ไม่ได้มีมากรุ่นเท่า Coleman)


อย่างไรก็ตาม ตะเกียงที่ Coleman ภาคภูมิใจที่สุดน่าจะได้แก่ตะเกียง Coleman ไส้เดียวรุ่น 200  ที่มีสายการผลิตมากมายหลายรุ่น และได้ถูกเลือกให้เป็นตะเกียงในตราสินค้าของ Coleman ปัจจุบัน และตะเกียงรุ่นนี้ยังถูกผลิตออกมาจำหน่ายในรุ่น Centennial ในการฉลองครบรอบ 100 ปีการก่อตั้งบริษัทฯอีกด้วย (เรื่องราวเกี่ยวกับตะเกียง Coleman 200 เขียนโดยคุณโก๋ อ่านได้ที่นี่ )

เตา Coleman Model1 เตาสนามตัวแรกของ Coleman และกลายเป็นแม่แบบของเตาน้ำมัน 2 หัวของ Coleman ในปัจจุบัน

From Lantern To Stove

หากจะนับจุดเริ่มต้นการเป็น Outdoor Company ของ Coleman แล้ว ปี ค.ศ. 1923 น่าจะเป็นตัวเลขที่เหมาะสม เพราะ Coleman ได้เปิดตัวเตาสนามออกวางจำหน่ายหลังจากที่สายธุรกิจตะเกียงนั้นมั่นคงแล้ว ผนวกกับความนิยมในการ”ออกแค๊มป์”ของชาวอเมริกันได้เริ่มเติบโตขึ้นอันเป็นผลพวงจากธุรกิจรถยนต์ ที่เติบโตสูงมาก เมื่ออเมริกันชนมีรถรถยนต์ในครอบครอง การออกเดินทางท่องเที่ยวแบบ”แค๊ป์คาร์” และอุตสาหกรรมอุปกรณ์แค๊มปิ้งก็เติบโตเป็นเงาตามตัวครับ

เตาสนามตัวแรกของ Coleman ได้แก่เตา Coleman Model 1 ซึ่งเป็นเตาฟู่สนามสองหัว (ข้อสังเกตุ บริษัท Coleman นั้นเป็นบริษัทที่ชอบอะไรเป็นคู่ๆมากครับ ตะเกียงสองใส้ เตาสนามสองหัว ฯลฯ)

อย่างไรก็ตาม เตาสนามในยุคแรก (ค.ศ. 1923-1941) จะเป็นเตาขนาดใหญ่ประเภทเตา Campcar ครับ สิ่งที่ผลักดันให้ Coleman หันมาเริ่มผลิตเตาแค๊มปิ้งขนาดพกพกนั้นมาจากความต้องการของกองทัพสหรัฐฯในการหาเตาประจำกายให้กับทหารของตนในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 (รายละเอียดอ่านได้จาก "เตาทหาร" ) โดยเตา Coleman GI Stove ได้สร้างชื่อเสียงให้กับ Coleman เป็นอันมาก ด้วยความทนทาน (แต่หนัก!) ภายหลังจบสงครามโลกแล้ว ทาง Coleman ก็ยังได้นำแบบ GI Stove มาผลิตเพื่อจำหน่ายให้ประชาชนใช้งานแค้มปิ้งในนาม “Pocket Stove” ครับ

ผลพวงจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้ทำให้ Coleman กลายเป็นเจ้าพ่อเตาแค๊มปิ้งพกพา “GI Stove”

แผ่นโฆษณาเตา Coleman Pocket Stove  หรือ GI Stove รุ่นขายประชาชน ที่ผลิตจำหน่ายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2

เตา Coleman Peak1 ทัพหน้าของเตาสนาม Coleman ยุคใหม่

ถึงแม้ว่า Coleman ได้ผลิตและจำหน่ายเตาสนามมากมายหลายรุ่น แต่เตาสนามตัวแรกที่สร้างชื่อเสียงให้กับ Coleman ว่าเป็น”เตาสนามยุคใหม่” ที่ออกแบบให้มีขนาดกระทัดรัดประสิทธิภาพสูงเพื่อนักแบกเป้เดินป่าและนักปีนเขาได้แก่เตา Coleman Peak1 โดยเตา Peak1 นี้เป็นการย่อขนาดและลดน้ำหนักของ GI Stove ลง แต่เพิ่มประสิทธิภาพในการให้ความร้อนสูงขึ้น ซึ่งเตา Peak1 นี้ถือเป็นเตาที่มีการออกแบบลงตัวดีมาก และเป็นต้นแบบของเตา eXponent ที่ผลิตจำหน่ายอยู่ในทุกวันนี้

Total “Outdoor Company”

  คุณสมบัติประการหนึ่งที่ทำให้ Coleman เป็นบริษัทที่มีอายุยืนเกิน 100 ปี และเจริญรุ่งเรืองมาโดยตลอด คือความสามารถในการอ่านใจอเมริกันชน และปรับ/ขยายผลิตภัณฑ์ให้รองรับความต้องการของลูกค้าครับ เมื่อระบบไฟฟ้ากระจายไปตามบ้านเรือนมากขึ้น Coleman ก็ปรับตะเกียงเจ้าพายุของตนให้เป็นแบบ Outdoor มากขึ้น และเมื่อกระแส Outdoor ของอเมริกันชนมาแรงมากในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 Coleman ก้อ Go Outdoor เต็มที่ครับ

  ผลิตภัณฑ์ Outdoor ที่แตกสายจาก ตะเกียง/เตาและกลายเป็นผลิตภัณฑ์สร้างชื่อเสียงและทำให้คนทั่วโลกรู้จัก Coleman คือกระติกน้ำแข็ง (Cooler) ครับ โดยกระติกน้ำแข็งรุ่นแรกที่ผลิตจำหน่ายในปี ค.ศ. 1954 นั้นเป็นเหล็กเคลือบกัลวาไนซ์ และได้เปลี่ยนเป็นวัสดุพลาสติกในเวลาต่อมา ความมุ่งมั่นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มคุณภาพการนอนกลางดินกินกลางทรายของชาวกลางแจ้งทำให้ยอดจำหน่ายกระติกน้ำแข็ง Coleman โตกระฉูด และ Coleman ได้เปลี่ยนคำนิยมของบริษัทจาก “แสงทิวาในยามราตรี”(Sunshine of the Night) มาเป็น “ไปเล่นนอกบ้านกันเถอะ” (Let’s Play Outside) นับแต่นั้นมา

กระติกน้ำแข็ง Coleman รุ่นแรกออกจำหน่ายในปี ค.ศ. 1954 และกลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำให้คนไทยรู้จักชื่อเสียง Coleman มากที่สุด

กระติก Coleman ยุคใหม่ สีสันสดใสพร้อมใส่เครื่องดื่มแช่เย็นให้ความชื่นใจแก่ชนกลางแจ้ง

บริษัท Coleman ได้ปรับตัวเองจากบริษัทผลิตตะเกียง&เตามาเป็นบริษัทอุปกรณ์กลางแจ้งอย่างเต็มรูปแบบ โดยผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายมีตั้งแต่ เป้ โต๊ะ-เก้าอี้สนาม เต๊นท์ เรือยาง! กระติกน้ำ เตา ตะเกียง รวมไปถึงเฟอร์นิเจอร์ Outdoor และอื่นๆอีกมากมาย

ทุกวันนี้แม้ว่า Coleman จะได้กลายเป็นบริษัท Outdoor Company ที่ผลิตผลิตภัณฑ์กลางแจ้งทุกแบบทุกประเภทจำหน่าย แต่ Coleman ก็ไม่เคยลืมที่มาของตนโดยยังคงผลิตตะเกียงเจ้าพายุทั้งแบบตะเกียงน้ำมันเบนซิน น้ำมันก๊าด และตะเกียงแก๊ส จำหน่ายอยู่ครับ แถมหันมาจับตลาดนักแคมปิ้งรุ่นใหม่ที่ชอบความสะดวกสบายด้วยตะเกียงหลอด LED ที่ปิดปุ๊บติดปั๊บ ไม่ต้องเติมน้ำมันและสูบลม ใช้งานได้ในห้องและในเต๊นท์โดยไม่ต้องกลัวปัญหาคาร์บอนได+มอนออกไซด์แต่อย่างใดครับ

ตะเกียงเจ้าพายุโฉมใหม่ของ Coleman ที่ใช้หลอด LED และแบตเตอรี่

Quad Lantern นวตกรรมตะเกียง Coleman ใหม่ล่าสุด ความสว่างสูงถึง 190 ลูเมนและใช้งานได้ยาวนานถึง 75 ชั่วโมงทีเดียว

หนูเล, เมษายน 2552

ฉลองครบรอบ 10 ปีเวปไซด์ Thailand Outdoor

และฉลองการเปิดตัวร้าน ThailandOutdoor Shop