|
ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีอิเลคโทรนิคพัฒนาเหนือศาสตร์อื่นหลายเท่าตัว สมัยเพยาว์ศรียังเป็นนักเรียน (หาก เป็นสมัยนี้ต้องเรียกว่านักศึกษาเพราะเรียนระดับปริญญา) ในตำราเทคโนโลยีสารสนเทศเมื่อหลายสิบปีก่อน นัก
วิทยาศาสตร์ผู้หนึ่งจำชื่อไม่ได้เพราะนานจัดกล่าวไว้ว่า หากวิวัฒนาการของอุตสาหกรรมรถยนต์เท่าเทียมกับ คอมพิวเตอร์ รถโรลสรอยส์สนนราคาไม่กี่สิบเหรียญ มีอัตราการใช้เชื้อเพลิงไม่ต่ำกว่า 200 กิโลเมตรต่อลิตร วิ่ง
กันเป็นสิบๆปีกว่าจะต้องบำรุงรักษา
เมื่อปี ค.ศ. 1981 หรือ พ.ศ. 2524 บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล บิซิเนส แมชชีน (International Business Machines
Corporation) หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ ไอ บี เอ็ม นำเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดตั้งโต๊ะใช้ชื่อว่าคอมพิวเตอร์ส่วนตัว
Personal Computer ออกสู่ตลาด ใช้ซีพียูชนิด 8086 หลังจากนั้นไม่นานเปลี่ยนเป็น 8088 วิ่งที่ความถี่ 4.77 เม็กกะเฮิรตซ์ มีหน่วยความจำ 64,000 อักขระ หรือ กิโลไบต์ เครื่องละสามแสนบาท สาเหตุที่จำได้ไม่ลืมว่าก็เพราะ
ตัวเองทุบกระปุกออมสินเงินยังไม่พอ ต้องกระเสือกกระสนขอเงินจากพ่อแม่ไปซื้อกับเขาเหมือนกัน
ปัจจุบันโทรศัพท์มือถือขนาดเครื่องเล็กเกือบเท่ากลักไม้ขีดไฟ มีหน่วยความจำ หลายสิบล้านอักขระ หรือ Megabyte คอมพิวเตอร์ปัจจุบันมีหน่วยความจำสูงสุดเป็นกิกกะไบต์ Gigabyte หรือ พันล้านอักขระ ความถี่ของซีพียูจากเดิม
วัดเป็นหน่วยล้านรอบต่อวินาที หรือ Megahertz สมัยนี้วัดความเร็วใช้หน่วยเป็นกิกกะเฮิรตซ์ Gigahertz หรือพัน ล้านรอบต่อวินาที สนนราคานะหรือเพียงสองหมื่นกว่าบาทก็ซื้อหาได้แล้ว ร้านค้าบางเจ้าแถมเครื่องพิมพ์และอุปกรณ
์ติดต่อทางโทรศัพท์ที่เรียกว่าโมเด็ม (Modem) ไว้เปิดดูอินเตอร์เน็ต หรือแชตกับสาว ให้อีกด้วยแน่ะ
สิบกว่าปีที่แล้ว เพยาว์ศรีได้มีโอกาสใช้เครื่องจีพีเอสเป็นของบริษัทที่ปรึกษาก่อสร้าง ขนาดเท่ากับหนังสือนวนิยาย ปกแข็ง รับดาวเทียมได้แค่ 6 ดวง จับสัญญาณที่ละดวง กว่าจะรับข้อมูลครบสามดวงเพื่อคำนวณพิกัดต้องยืนตาก
แดดหัวแดง ราคาหรือประมาณสี่แสนบาท ความแม่นยำโดยเฉลี่ยประมาณ 1/4 สนามฟุตบอล สมัยนี้จีพีเอสตัวเท่า ฝ่ามือรับสัญญาณดาวเทียมได้พร้อมๆกัน 12 ดวง ความแม่นยำมีรัศมีต่ำกว่า 10 เมตร ราคาหมื่นต้นๆ ถูกกว่า
โทรศัพท์มือถือบางรุ่นเสียอีก
ด้วยราคาย่อมเยา และประสิทธิภาพคับแก้วของอุปกรณ์จีพีเอส ไม่น่าแปลกใจหากมันจะกลายเป็นเครื่องมืออำนวย ความสะดวก และในบางกรณีเป็นอุปกรณ์ช่วยชีวิต เป็นที่แพร่หลายในหมู่ผู้บริโภคไม่ว่าคุณจะเป็นนักนิยมธรรมชาติ
ท่องเที่ยวในป่าเขาลำเนาไพร นักดาราศาสตร์ทั้งมือเก๋าหรือสมัครเล่นตั้งแกนกล้องดูดาว ชาวประมงหรือนักเดินเรือ เดินทางกลางทะเลไกลโพ้น แม้กระทั่งนักธุรกิจกายาเฒ่าแต่ใจวัยโจ๋เช่น คุณป๋าเฉลิมพล ท่านบรรณาธิการ Outer Way
ต้องการหาบ้านกิ๊กที่ตัวเองแอบชอบแต่เขาไม่สนใจ ตราบใดคุณมีความจำเป็นต้องเดินทางคุณคือนักเดินทาง นั่น หมายความว่าจีพีเอสสามารถเป็นเพื่อนร่วมทางที่ดีของคุณ
จีพีเอส ปัจจัยที่หกของนักเดินทาง จีพีเอส (GPS หรือ Global Positioning System) ชื่อภาษาไทยบัญญัติโดยคณะกรรมการบัญญัติศัพท์เทคโนโลยีสาร
สนเทศ ราชบัณฑิตยสถาน เมื่อเดือนพฤษภาคม 2541 ไว้ว่า "ระบบกำหนดตำแหน่งบนโลก" ชื่อเต็มของระบบนี้คือ NAVSTAR Global Positioning System สังเกตคำว่า NAVSTAR สะกดด้วยตัวอักษรใหญ่ เพราะเป็นอักษรย่อมาจาก
Navigation Satellite Timing and Ranging ภาคของคำว่าดาวเทียมสำหรับนำร่องเนี่ย เราส่วนใหญ่พอเข้าใจ แต่ ภาคที่เกี่ยวกับการจัดบันทึกเวลาและระยะทางนี่หลายท่านอาจกังขา จายเย็นๆรอสักเดี๋ยว เพยาว์ศรีจะเล่าให้ฟัง
ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนในโลก ระบบจีพีเอสที่คุณใช้มีเพียงหนึ่งแท้แน่นอนครับ เป็นของขวัญก้อนโตที่รัฐบาลสหรัฐอเมริกา
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระทรวงกลาโหมซึ่งทั่วโลกรู้จักกันในนาม เพนตากอน (Pentagon) เป็นชื่ออาคารกองบัญชาการทรง
ห้าเหลี่ยมซึ่งมอบให้แก่ประชากรโลก ที่ต้องบอกว่าเป็นของขวัญก็เพราะว่า กลาโหม'เมกาเขาเป็นผู้ออกแบบระบบ, สร้าง
ดาวเทียม, ยิงจรวดขนดาวเทียมขึ้นไปบนอวกาศ, ดูแลบำรุงรักษา, ปรับปรุง, เปลี่ยนแปลง, พัฒนา ใช้เงินได้มาจากภาษี
ของคนอเมริกัน โดยขณะที่ยอมเปิดให้ทั่วโลกมาร่วมใช้ได้อย่างเสรีไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายสักกะตังค์แดงเดียวครับกระผม ฟังดูแล้วคล้ายๆโครงการแจกฟรีหมื่นล้านช่วยชาวไทยของเรามั๊ยเนี่ย
โครงการเอื้ออาทร ของทั่นนายกฯ เอ๊ยประทานโทษ โครงการแนฟสตาร์ จีพีเอส ของเพนตากอนที่ว่านี้ไม่ได้เพิ่งเกิดนะ ครับ ชาตะมานานแล้วตั้งแต่ปี ค.ศ. 1973 หรือ พ.ศ. 2516 โน่นแน่ะ ก่อนเครื่องคอมพิวเตอร์พีซีจะคลอดออกตลาด
เสียอีก ดาวเทียมดวงแรกขี่บนหัวจรวดเดลต้าทะยานขึ้นสู่อวกาศในปี ค.ศ. 1978 (พ.ศ. 2521) แน่นอนครับรัฐบาล สหรัฐอเมริกาไม่ใช่สภากาชาดที่จู่ๆจะลุกขึ้นมาเสียเงินเป็นหมื่นล้านเหรียญเพื่อผลประโยชน์ชนชาติอื่น แรกเริ่มเดิมที
จุดมุ่งหมายหลักของระบบจีพีเอสคือการทหาร ควบคุมการเคลื่อนทัพและยุทธปัจจัย ไปจนถึงชี้ทิศและนำร่องอาวุธ เช่นปืนใหญ่และจรวดนำวิถี มาเปิดให้พลเรือนได้ใช้ก็เมื่อปีค.ศ. 1980 หรือ พ.ศ. 2523 แรกก็กลัวๆกล้าๆครับ ไม่แน่
ใจว่าจะมีใครนำระบบของตัวเองไปใช้ในทางผิด เช่น ติดกับยานพาหนะ อาทิ รถ เรือ หรือเครื่องบินพร้อมหัวรบมา ถล่มบ้านเมือง จึงดำเนินแผนนโยบายที่เรียกเป็นภาษาต่างด้าวว่า Selective Availability ลดประสิทธิภาพ เช่น ปิด
สัญญาณดาวเทียมจีพีเอสไม่สามารถรับได้ในบางภูมิภาคที่เห็นว่าไม่น่าไว้วางใจ, ลดความแม่นยำ, และตัดสัญญาณ
สื่อสารระหว่างเครื่องรับกับดาวเทียมหากเคลื่อนที่เกินความเร็วที่กำหนด นโยบาย SA ที่ว่านี้ถูกยกเลิกเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2543 และยังไม่มีแผนว่าจะนำมาใช้อีกในอนาคตอันใกล้นี้ ปัจจุบันประชากรโลกเช่นเราท่านสามารถ
ใช้ประสิทธิภาพเต็มพิกัดของระบบจีพีเอสได้ครับผม ไชโย้
โครงสร้างของจีพีเอสมีองค์ประกอบอยู่ด้วยกันสามส่วน 1. ส่วนอวกาศ 2. ส่วนควบคุม และ 3. ส่วนผู้ใช้ ส่วนอวกาศ
ก็คือดาวเทียมซึ่งปัจจุบันมีด้วยกันทั้งสิ้น 24 ดวง ใช้งานจริง 21 ดวง ที่เหลืออีก 3 ดวงเป็นอะไหล่เผื่อดวงอื่นเสีย
ดาวเทียมที่ว่านี้ไม่ได้ส่งขึ้นครั้งเดียวหมดครับ แต่ค่อยๆทะยอยกันขึ้นไป ดวงที่ 24 ประจำการเมื่อปี ค.ศ. 1994 (พ.ศ. 2537) ตำราไม่ได้ระบุว่าขึ้นไปอยู่บนอวกาศด้วยจรวดหรือยานกระสวยอวกาศ แต่ที่แน่ๆไม่ได้ใช้บั้งไฟ เอาว่า
มันขึ้นไปอยู่เหนือโลกเป็นที่เรียบร้อย คอยบอกทิศทางให้กับบอกอเฉลิมพลไปบ้านน้องหนูได้ก็แล้วกัน ดวงเทียม จีพีเอสแต่ละดวงมีอายุการใช้งานประมาณ 10 ปี โคจรในระดับสูง (High Orbit) ที่ 20,100 กิโลเมตร หมุนรอบโลก
ใช้เวลา 12 ชั่วโมง ดาวเทียมใช้กระแสไฟฟ้าจากแผ่นพลังงานแสงอาทิตย์ และทุกดวงมีนาฬิกาปรมาณู 4 เรือน
|