เลือกเรือไว้พายเที่ยว

ตาเกิ้น


พฤศจิกายน 2554

อุปกรณ์กลางแจ้ง

ตอนนี้หลายคนอยากจะมีเรือเอาไว้พายเที่ยวสักลำ ลองมาทำความเข้าใจกันสักนิดก่อนจะเสียสตางค์ รายละเอียดของเรือมีไม่น้อยไปกว่าการเลือกจักรยานเสือภูเขา/เสือหมอบ หรือธนู ศึกษาทำความเข้าใจสักนิดแล้วจะได้เลือกที่ถูกใจและพายได้สนุกครับ


เริ่มจากประเภทของเรือก่อน เรือแคนูและคายัคสำหรับท่านที่ไม่คุ้นเคย เรือทั้งสองประเภทนี้แม้จะดูคลายกันแต่หากมีความแตกต่างอยู่พอควร เรือคายัคที่เราคุ้นตานั้นเป็นเรือที่มีรากฐานมาจากชาวเอสกิโมที่ใช้เป็นพาหนะในการเดินทางและล่าสัตว์ในแถบขั้วโลก ผู้พายจะนั่งราบเหยียดขาไปกับพื้นเรือและใช้พายที่มีสองด้านซ้ายขวา เป็นเรือที่คล่องแคล่วว่องไว อาจจะมีขนาด หนึ่งหรือสองคน และสามารถบรรทุกสัมภาระได้ระดับหนึ่งแต่ไม่มากนัก

ส่วนเรือแคนูนั้นมาจากเรือดั้งเดิมของอินเดียนแดงในทวีปอเมริกาที่ออกแบบไว้บรรทุกคนและสัมภาระได้มากเพื่อเดินทางในลำน้ำและทะเลสาบใหญ่แบบย้ายบ้านกันได้เลย เป็นเรือเปิดที่คนพายจะนั่งอยู่บนที่นั่งและใช้พายที่มีข้างเดียว จริงๆแล้วรูปแบบของเรือและการพายของแคนูนั้นคล้ายเรือพายของไทยเรามากจะต่างกันก็ที่รูปทรงของเรือที่กว้างและใส่สัมภาระได้มากกว่า

ต่อมาเป็น Design ต่างๆของเรือครับ เรื่องมากไม่แพ้จักรยาน รายละเอียดของ Design ไม่แพ้ธนู

สัดส่วนใครคิดว่าไม่สำคัญ

เริ่มกันที่เบสิคของขนาดสักนิดครับ

ความยาวของเรือก็มีผลต่อนิสัยของเรือมากเลยครับ


โดยทั่วไปแล้ว เรือที่ยาวกว่าจะพายตรงและเร็วกว่า แต่ก็จะแลกมากับวงเลี้ยวกว้างทำให้ขาดความคล่องตัวในสายน้ำเล็กๆ เรือที่ยาวจะเหมาะมากกับการพายระยะไกลในน้ำนิ่ง ในขณะที่เรือสั้นจะคล่องตัวกว่าในการล่องแก่งในแม่น้ำ


ต่อไปคือความกว้างของตัวเรือ (ฺBeam)


จะวัดได้สามจุดคือ ที่กราบเรือ (Gunwale), จุดที่กว้างที่สุด หรือที่ระดับน้ำ(ซึ่งจะวัดที่ 4” สูงจากท้องเรือ สรุปง่ายๆว่าเรือที่แคบจะมีประสิทธิภาพการพายสูงพายได้เร็ว แต่เสถียรน้อยกว่าและบรรทุกน้ำหนักได้น้อยกว่า



สัดส่วนสุดท้ายคือ ความลึกของตัวเรือซึ่งอาจจะไม่มีผลต่อประสิทธิภาพการพายเท่าไรนัก



เรือที่ลึกก็จะสามารถบรรทุกน้ำหนักได้มากขึ้นและเหลือพื้นที่เหนือน้ำมากขึ้นทำให้พายในคลื่นได้ดี แต่ก็ต้องและมาด้วยน้ำหนักตัวเรือที่เพิ่มขึ้น และแรงปะทะของลมที่เพิ่มขึ้นไปด้วย


เรือที่กว้างน้อยกว่า 33" จะพายได้เร็วแต่โคลงเคลงวูบวาบ


เรือที่กว้างระหว่าง 34-37" จะเป็นลูกผสมที่ทำความเร็วได้ดีพอควร และมีความนิ่งพอสำหรับงานทั่วไป


เรือที่กว้างกว่า 38" จะให้ความนิ่งที่เหมาะกับกิจกรรมที่ต้องอยู่กับที่เช่นตกปลาหรือ ถ่ายภาพ แต่ก็จะพายได้ช้า

 

ต่อมาเป็น Design ต่างๆของเรือครับ เร่ิมจากท้องเรือหรือภาคตัดขวางของเรือกันก่อน


ท้องเรือแบบแบน Flat Bottom Hull


ท้องเรือแบบนี้ข้อดีคือจะรู้สึกว่าเรือเสถียรมากในตอนที่จอดนิ่ง บังคับเลี้ยวง่าย


แต่ข้อเสียก็คือจะไม่เสถียรในตอนที่เรือมีความเร็วแล้ว, วิ่งช้า, เสียการทรงตัวง่ายเมื่อบรรทุกน้ำหนักหรือมีคลื่น (นี่แหละครับทำให้เรือท้องแบนที่ทำขายกันถูกๆเวลาน้ำท่วมถึงคว่ำง่ายมาก) และไม่แข็งแรงบิดตัวหรือ หักพับงอได้ง่าย


ท้องเรือแบบโค้งกลม Round Bottom Hull


ท้องเรือแบบนี้จะพายได้เร็วและประสิทธิภาพสูง แต่จะโคลงเคลงไม่อยู่นิ่ง ไม่เหมาะนักสำหรับมือใหม่


ท้องเรือแบบโค้งเล็กน้อย Shallow Arc Hull



ท้องเรือแบบนี้พายได้ดีมากในสภาพน้ำเรียบ ให้ประสิทธิภาพสูง(พายน้อยไปไกล) ความเร็วสูง, ให้ความเสถียรในขณะเรือวิ่งดีกว่าแบบท้องแบนมาก


ข้อเสียย่อมมีครับ คือ พายได้ไม่ดีนักในน้ำเชี่ยว และ ความเสถียรในขณะเรือวิ่งเป็นรองเรือท้องวี


ท้องเรือแบบวี (Shallow Vee Hull)



ท้องเรือแบบนี้เป็นแบบที่ใช้งานได้หลากหลายที่สุด (แต่ไม่ใช่ดีที่สุดสำหรับทุกงาน) ข้อดีก็คือ แข็งแรงกว่าแบบอื่นๆ, พายในน้ำเชี่ยวได้ดี, พายตรงกว่าแบบอื่น


ข้อเสียก็คือ การสึกหรอจะเกิดขึ้นที่จุดท้องวี, ไม่เถียรนักเมื่อจอดน่ิง และพายสู้ท้องโค้งไม่ได้ในน้ำเรียบ

 

Design Factor ที่สำคัญอีกตัวคือ รูปทรงเรือทางด้านข้าง (Keel Line)





ลองสังเกตเส้นจากหัวเรือไปยังท้ายเรือ (Keel Line) นะครับ เส้นนี้จะมีตั้งแต่เป็นเส้นตรงจนโค้งมาก (ความโค้งนี้ศัพท์เรียกว่า Rocker ซึ่งมาจากขาของเก้าอี้โยกครับ)



ความโค้งนี้จะถูกแบ่งเป็นระดับ



ถ้าความโค้งน้อยกว่า 2" จะเรียกว่าโค้งเล็กน้อย (Slightly Rockered)

ถ้าความโค้งอยู่ระหว่าง 2-3" จะเรียกว่าโค้งปานกลาง (Moderately Rockered)

ถ้าความโค้งมากกว่า 3" จะเรียกว่าโค้งสุดๆ (Extremely Rockered)




เรือที่มีรูปทรง Slightly Rockered จะพายได้ตรงและเร็ว แต่จะบังคับเลี้ยวได้ยาก




เรือที่มีรูปทรง Moderately Rockered จะใช้งานได้หลากหลาย พายได้ตรง,เร็ว (แต่เป็นรองแบบ Slight Rockered) และเลี้ยวได้ดีพอควร




เรือที่มีรูปทรง Extremely Rockered จะเลี้ยวได้คล่องแคล่วแต่พายไม่ตรงและทำความเร็วได้ไม่ดี

 

อีกสัดส่วนที่มีผลอย่างมากต่อนิสัยของเรือคือรูปร่างทางด้านข้าง ซึ่งจะมองเห็นได้ชัดจากด้านบน


แบบแรกคือแบบสมมาตร คือมีรูปทรงทางหัวทางท้ายเหมือนกันและจุดที่กว้างที่สุดอยู่ที่ตรงกลางเรือ



ข้อดีของเรือทรงนี้คือควบคุมง่าย สามารถจะพายกลับหลังได้ถ้าต้องการพายคนเดียว แต่จะทำความเร็วได้ไม่ดีเท่าแบบ Swede-Form


แบบที่สองคือแบบไม่สมมาตร Swede-Form ที่มีจุดกว้างสุดอยู่ค่อนไปทางท้ายเรือ



เรือทรงนี้ทำความเร็วเดินหน้าได้ดีพายตรง แต่เสียประสิทธิภาพเมื่อพายกลับหลังและคลื่นซัดเข้าเรือได้ง่าย


แบบที่สามคือแบบไม่สมมาตร Fish-Form ที่มีจุดกว้างสุดอยู่ค่อนไปทางหัวเรือ



เรือทรงนี้จะมีการลอยที่ดีเมื่อหัวพุ่งลง (ตอนล่องแก่ง) และน้ำเข้าเรือน้อยเมื่อมีคลื่น แต่ก็จะพายไม่ค่อยไปหัวสายไปสายมา

 

มาถึงตรงนี้อาจจะมึนกันไปบ้าง แต่ก็คงพอเห็นภาพนะครับ ว่าไม่มีเรืออะไรจะพายดีที่สุดในโลก (เช่นเดียวกับที่ไม่มีธนูอะไรดีที่สุดในโลก หรือไม่มีจักรยานคันไหนจะดีไปหมดสำหรับทุกสถานการณ์) แต่จะต้องออกแบบมาให้เหมาะกับการใช้งานแต่ละแบบ


ทีนี้ขึ้นกับตัวเราแล้วครับว่าจะใช้เรือในแบบไหน เอาไปเล่นในทะเลสาบน้ำน่ิง ล่องตามแม่น้ำ หรือว่าล่องแก่งน้ำเชี่ยว พายเที่ยวสองสามชั่วโมงโดยไม่มีของที่ต้องขนไปมากมายหรือว่าจะพายไปแค้มป์สักสามสี่วันขนของไปให้เพียบ จะพายไปไกลๆหรือจะพายเล่นวนเวียนไปมา


เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้นลองมาดูการนำ Design Factor เหล่านี้มาใช้ในเรือแคนูและ Kayak หลายๆแบบดูครับ


เรือสำหรับการเดินทางไกล (Tripping) แน่นอน จะต้องเป็นเรือยาว , โค้งน้อยๆ (Slightly Rockered), ทรงเรือเป็นแบบไม่สมมาตร Swede-Form, ท้องเรือแบบ Shallow Vee Hull เพื่อให้พายได้ดีตรง และความเร็วสูง ตัวเรือไม่กว้างมากแต่ลึกเพื่อให้บรรทุกของได้มาก


อย่างเช่นเจ้า Mad River Expedition 186 ลำนี้ ที่ยาวถึง 18' 6"



อีกสุดขั้วหนึ่งก็คือเรือสำหรับเล่น White Water ที่ต้องการความคล่องตัว ไม่บรรทุกของ ไม่พายไกลๆ ก็จะเป็นเรือที่สั้น, โค้งสุดๆ (Extreme Rockered), ท้องเรือแบบ Shallow Arch เพื่อให้เลี้ยวได้คล่องแคล่ว ตัวเรือทรงไม่สมมาตรแบบ Fish-form เพื่อให้ลอยตัวดีในยามพุ่งหัวลงน้ำและไม่รับน้ำจากคลื่นมากนัก อย่างเช่นเรือ Caption ลำนี้ที่ยาวแค่ 14' และโค้งงอนเป็นกล้วยหอม



หรือถ้าจะเป็นคายัคก็จะเป็นทรงคล้ายๆกัน



ส่วนเรือสำหรับเดินทางแบบไม่ต้องขนของมากนักขอให้เรือเบาและพายเร็วบนน้ำเรียบก็จะเป็น เรือ Touring


เรือแบบนี้ก็จะต้องเป็นเรือยาว , โค้งน้อยๆ (Slightly Rockered), ทรงเรือเป็นแบบสมมาตร , ท้องเรือแบบ Shallow Arch Hull เพื่อให้พายได้ดีตรง และความเร็วสูงในน้ำเรียบ



ถ้าเป็นคายัคก็จะเป็นทรงนี้



ลำนี้สวยราวกับรถสปอร์ต



ถ้าเป็นเรือตกปลาก็ลำไม่ต้องยาวนัก จะได้เลี้ยวเข้าตามจุดลงเบ็ดได้คล่องแคล่ว, โค้งน้อยๆ (Slightly Rockered), ทรงเรือเป็นแบบสมมาตร , ท้องเรือแบบ Shallow Arch Hull และท้องเรือกว้างเพื่อให้ทรงตัวได้ดีเวลาอยู่นิ่ง


อย่างเช่น Mad River Angler 14 ลำนี้ที่ยาวเพียง 14' แต่กว้างถึง 37.25"


หรือ Mad River Duck Hunter 15 Edition ลำนี้ที่แสนจะงามจนผมต้องเดินวนดูอยู่สองวันเต็มๆ



แต่ถ้าจะใช้งานให้หลากหลายสักนิด พายในแม่น้ำบ้าง ล่องแก่งบ้าง พายน้ำนิ่งบ้าง ใส่ของไปแค้มปิ้ง


ผมเล็งลำนี้ไว้ครับ


Mad River Explorer 15 ขนาดกำลังคล่องตัว พายคนเดียวก็ยังได้ ขนไปไหนก็ไม่ลำบากจนเกินทน โค้งปานกลาง (Moderately Rockered), ทรงเรือเป็นแบบสมมาตร, ท้องเรือแบบ Shallow Vee Hull เพื่อให้พายได้ดีทั้งในน้ำเรียบและล่องแก่ง บรรทุกของได้พอควรพอสำหรับทริปไม่ยาวนักที่เรามักจะไปกัน

 

เลือกเรือให้เหมาะกับการใช้งาน

ที่เล่ามาทั้งหมดนี่ อยากจะบอกว่า จะซื้อเรือเลือกให้ถูกใจครับ เรือคายัคหรือแคนูดีๆลำหนึ่งถูกกว่า Mountain Bike ดีๆมากนัก แต่เอาไปพายแล้วแสนสุขสนุกสนานครับ