Home

จัดของลงเป้ไปเดินป่า
อุปกรณ์คนกลางแจ้ง
เตาและตะเกียง
ถุงนอน
กล้องส่องทางไกล
บะหมี่กลางดง
มีดกล้องปืน
ไฟฉายตีกบ
จัดของขึ้นรถ
จัดของเดินป่า
GPS
เลือกซื้อเต็นท์
[ปืนคลาสสิก] [คาวบอยและลูกทุ่งตะวันตก] [แก๊งค์ปืนลม] [เตาและตะเกียง] [ชมรมธนู]

เคยว่ากันไปแล้วถึงการจัดของไปแค้มป์คาร์ ตอนนี้ถึงเวลาปลายฝนต้นหนาวเป็นเวลาที่ป่าสวยที่สุด ต้นไม้ใบหญ้า
เขียวขจี น้ำในลำห้วยไหลเย็นชุ่มฉ่ำ นับเป็นเวลาเหมาะที่สุดของปีที่จะแบกเป้ออกเดินป่ากัน ประกอบกับเพิ่งจะ
พาเพื่อนๆนักเที่ยวป่ามือใหม่ไปเดินป่ากันมาหมาดๆ ก็เลยนับเป็นฤกษ์งามยามดีที่จะเขียนเรื่องการจัดของลงเป้
ไปเดินป่าให้อ่านกันเสียที

การจัดของลงเป้ไปเดินป่าแน่นอนย่อมแตกต่างจากการจัดของขึ้นรถครับ น้ำหนักและปริมาณเป็นข้อจำกัดเรื่อง
ใหญ่สำหรับการเดินป่า อย่างที่คนเดินป่ามักจะพูดกันละครับว่าของที่หนักหนึ่งกิโลเมื่อเริ่มเดินจะเหมือนหนักสิบกิโล
เมื่อเดินไปได้สักสองสามชั่วโมง ดังนั้นของที่จะลงเป้ทุกชิ้นจะต้องเลือกเอาของใช้ที่มีน้ำหนักเบา,ไม่กินที่ และต้อง
แน่ใจว่าได้ใช้จริงๆ

ต้องออกตัวก่อนเหมือนเช่นเคยว่าผมไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องการเดินป่าแต่อย่างใด สิ่งที่กำลังจะเอามาบอกเล่า
กันนี้ก็ก็สะสมมาจากคำบอกเล่าแนะนำของผู้ชำนาญหลายๆคนที่เคยเที่ยวมาด้วยกัน บ้างก็เป็นบทเรียนที่เรียนรู้มา
จากการลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง เอาเป็นว่าถ้าใครเห็นว่าอะไรบกพร่องไปก็เขียนมาบอกกันก็แล้วกันครับ

อีกอย่างก็คือผมอาจจะกล่าวถึงสินค้าบางยี่ห้อ ซึ่งอาจจะมีทั้งติทั้งชมกันแบบตรงๆ ขอให้แน่ใจได้เลยว่าผมไม่ได้รับ
อามิสสินจ้างจากใครให้มาเขียนเชียร์ ถ้าท่านเจ้าของสินค้ามาอ่านแล้วเห็นคำติก็ขอให้ถือเสียว่าเป็นขอเสนอแนะ
จากลูกค้าก็แล้วกันนะครับ

มาว่าเรื่องของที่จะเอาไปกันเลยดีกว่า

รายการของที่จะต้องเอาที่ผมเขียนไว้เตือนตัวเองเวลาจัดของมีดังนี้ครับ
1) เต็นท์ หรือเปล
2) ถุงนอน
3) ฟลายชี๊ต
4) ผ้าปูพื้น (อันนี้ไม่จำเป็นนัก)
5) หม้อสนาม
6) กระติกน้ำ
7) ที่กรองน้ำ (อันนี้แล้วแต่เวลาและสถานที่)
8) ไฟฉาย
9) เทียน
10) ไฟแช็ค
11) เสื้อผ้า
12) หมวก
13) ถุงเท้ากันทาก (อันนี้ก็ไม่จำเป็นเสมอไป)
14) รองเท้าเดิน
15) รองเท้าแตะ
16) มีด
17) เชือก
18) แปรงสีฟัน ยาสีฟัน สบู่
19) ยาประจำตัว
20) กระดาษชำระ
21) ยากันแมลง

ลองดูรายละเอียดของแต่ละรายการได้เลยครับ

เครื่องนอน

เต้นท์

คนเที่ยวป่าใหม่ๆมักจะเริ่มจากการนอนเต็นท์ ผมเองก็เช่นกัน แต่การใช้เต็นท์ในการเดินป่านั้นต้องบอกไว้ก่อนว่ากิน
ที่ในเป้มากและน้ำหนักมากอีกด้วยเมื่อเทียบกับเปล แต่ถ้าจะนอนด้วยกันสักสองสามคนแล้วช่วยกันแบกก็ไม่เลวร้าย
ข้อเสียอีกอย่างก็คือมักจะมีปัญหาน้ำเข้าเต็นท์เวลาฝนตกหนักๆ แต่ถ้าเลือกเต็นท์ให้ดีกับเลือกจุดกางเต็นท์ให้เหมาะ
สมก็พอจะแก้ไขได้ แต่บางครั้งการตั้งแค้มป์ในป่าพื้นที่ๆเราจะเลือกกางเต้นท์ได้ก็มีจำกัดไม่เหมือนไปแค้มป์คาร์ใน
ที่กางเต้นท์ของอุทยานครับ

เต็นท์จะมีข้อดีตรงที่มีที่เก็บของมิดชิด นอนด้วยกันแล้วไม่ให้ความรู้สึกวังเวงเกรงกลัวจากอันตราย (ยกเว้นอันตราย
จากคนข้างๆ) ไม่เหมือนกับการนอนคนเดียวในเปลท่ามกลางความมืดมิด และสำหรับคุณสาวๆยังใช้เป็นที่เปลี่ยน
เสื้อผ้าอย่างมิดชิดได้อีกด้วย

ถ้าจะแบกเต็นท์ไปนอนในป่าแล้วละก็ขอแนะนำให้เลือกเต็นท์ให้เหมาะ ที่ว่าเหมาะก็คือต้องมีลักษณะดังนี้ครับ
1) กันน้ำสนิท คุณต้องลองนอนในเต็นท์ที่น้ำเข้าดูสักคืนครับแล้วจะรู้ว่าเรื่องนี้สำคัญแค่ไหน กางเต็นท์นอนใกล้ๆรถ
น้ำรั่วเข้ามาจริงๆยังพอหนีเข้าไปนอนในรถได้ แต่เวลาที่ไปเดินป่าไม่มีที่ให้หลบไปไหนนะครับ
2) น้ำหนักไม่มากเกินไป เต็นท์ที่จะแบกเข้าป่าไม่ควรแบกชนิดใหญ่โต น้ำหนักเบา ควรเป็นเต็นท์ที่นอนได้ 1-3 คน
เต็นท์ขนาดนี้เมื่อแบ่งกันแบกเข้าป่าแล้วก็จะมีน้ำหนักต่อคนไม่หนักไปกว่าการแบกเปลสัดเท่าไหร่
3) กางง่าย ถ้าจะให้ดีควรกางได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้สมอบก เวลาเดินมาเหนื่อยๆแล้วบางครั้งเจอฝนตกเสริมเข้าไป
อีก คุณไม่อยากจะมาเสียเวลาพิถีพิถันกางเต็นท์อยู่อีกหรอกครับ

เต้นท์รุ่นวอลรัสของซีบร้าเป็นเต้นท์ที่ออกแบบ(ลอกแบบ) มาดีรุ่นหนึ่งกันฝนได้ดีในขณะ
ที่ระบายอากาศได้ดีด้วย น้ำหนักไม่มากนัก นอนได้ 1-2คน (แต่ต้องสนิทสนมกันหน่อยนะ)

แล้วจะเขียนเรื่องการเลือกเต็นท์ให้อ่านกันอีกทีนะครับ

เปล

สำหรับคนเดินป่า เปลมุ้งเป็นเครื่องนอนที่เหมาะสมที่สุดครับ ถ้าคุณมีฟลายชี๊ตดีๆ และผูกเปลได้ดี คุณจะนอนได้
อย่างแห้งสบายไม่ว่าฝนจะตกหนักสักแค่ไหน น้ำหนักที่ต้องแบกก็น้อยกว่าการแบกเต็นท์ แถมตอนกลางวันยังอาศัย
เป็นที่นอนเล่นนั่งเล่นได้อีก

บางคนอาจยังไม่เคยเห็นเปลมุ้งมาก่อนเลยต้องขออธิบายเพิ่มสักหน่อย เปลมุ้งเป็นวิวัฒนาการเมื่อไม่เกินสิบปีมานี่
เอง โดยการเอามุ้งมาเย็บติดเข้ากับเปลสนามที่เป็นผ้าร่มเพื่อกันยุงและแมลงอื่นๆ แล้วมีซิบให้เปิดเข้าออกได้ ลองดู
ภาพประกอบน่าจะเข้าใจได้ดี

เปลที่ดีเป็นยังไง? คำถามนี้ตอบไม่ยาก ตอนนี้เปลที่ทำออกมาแล้วใช้งานได้ดีคือเปลมุ้งของ Zebra ที่ทำออกมาตั้ง
แต่ยุคแรกๆและพัฒนามาจนลงตัว ตัวเปลจะยาวประมาณ 2.5 เมตร นับว่าขนาดยาวกำลังดี บางคนอาจจะถามว่า
คนเราสูงแค่ 1.5 - 1.8 เมตรเองทำไมต้องใช้เปลยาวตั้ง 2.5เมตรให้มันหนักเปล่าๆ ต้องขยายความนิดครับว่าทางหัว
และท้ายของเปลจะถูกเชือกรูดเข้าหากันจึงต้องเหลือที่ไว้บ้าง เพื่อนผมบางคนถึงกับไปสั่งพิเศษให้ทำเปลยาว 2.7-2.8
เมตร โดยที่บอกว่านอนสบายกว่ามาก บางคนก็ไปสั่งพิเศษมีซิปทั้งสองข้างจะได้ขึ้นลงสะดวก, ทำซองใส่ของด้านข้าง
หรือทำซองใส่ของเช่นแว่นตาแขวนไว้ข้างบน ร้าน Zebra เขารับทำแบบสั่งพิเศษตามใจคนซื้อด้วยครับ ราคาเปลรุ่น
ปรกติของ Zebra ณ วันนี้ (ตุลาคม 2546) ประมาณ 600 บาทครับ

ขนาดของเปล(ชิ้นล่างสุด) เมื่อเก็บแล้วเล็กและเบากว่าเต้นท์ (ชิ้นบนสุด) ในภาพเป็น
เต้นท์ขนาดนอนสองคนซึ่งนับว่าเล็กมากแล้ว อันกลางที่เป็นลายพรางคือฟลายชี๊ตขนาด
4x3 เมตร

แดง รัสเซีย ที่จตุจักรก็ทำเปลมุ้งออกมาขายเช่นกัน คุณภาพใช้ได้ ราคาถูกกว่า (500 บาท) ติอย่างเดียวว่า เชือกที่ให้
สำหรับผูกกับต้นไม้ทั้งสองข้างสั้นไปสำหรับการใช้งาน ถ้าจะซื้อมาควรซื้อเชือกมาเปลี่ยนให้ยาวขึ้น

เปลที่ควรหลีกเลี่ยงคือเปลมุ้งที่มีท่ออลูมิเนียมค้ำหัวท้ายให้ เปลด้านล่างตึง แถมยังมีฟลายชีต (หลังคากันฝน) เย็บ
ติดกับมุ้งมาให้ด้วย ดูเผินๆ ก็น่าจะดีเพราะเปลด้านล่างเรียบน่าจะนอนสบายไม่ห่อตัว แถมยังไม่ต้องแบกฟลายชีต
ต่างหาก แม้แต่ผมเองก็ยังหลงซื้อมาใช้ในยุคแรกๆ แต่พอเอาไปใช้เข้าจริงๆถึงได้รู้ว่ามันใช้นอนไม่ได้เลย เพราะเปล
จะหมุนจนเราตกมาและทำให้มุ้งขาด ผมเห็นคนที่หลงผิดซื้อกันมาหลายคนแล้ว ไม่เคยมีใครนอนได้ซักคนเลย

พยายามจะหารูปเจ้าเปลมุ้งเจ้าปัญหาที่นอนแล้วหมุนมาให้ดูกัน ไม่มีรูปชัดๆเลยมีแค่รูปนี้
สังเกตดูว่าหัวท้ายเปลจะตึงเพราะมีเสาค้ำไว้ทางขวาง รูปนี้จากซ้ายไปขวา คุณ kcp, หนูเล
และผู้เขียน ยังเอาะๆกันอยู่ รูปเก่าแค่ไหนคิดเอาเองก็แล้วกัน

ถุงนอน
จำไว้เลยว่ากลางคืนในป่าอากาศเย็นเสมอ ผมเองเจ็บแล้วไม่ค่อยจำ เรามักจะเข้าป่าทุ่งใหญ่นเรศวรกันตอนสงกรานต์
กลางเดือนเมษาอย่างนั้นกรุงเทพร้อนแทบบ้า ตอนจัดของนึกไม่ออกว่าในป่าจะหนาวได้ยังไง จึงมักจะเอาถุงนอน
บางๆไป หรือเคยแม้กระทั่งไม่เอาถุงนอนไป พอไปจริงๆหนาวจนนอนไม่ได้ทุกที เพราะอากาศในทุ่งใหญ่ฯกลางคืน
อาจเย็นถึง 7-8 องศา ในเดือนเมษา !!! คราวหลังนี้เลยต้องเปิดแอร์จัดของค่อยได้บรรยากาศหน่อย

ถ้ารักจะเดินป่าจริงจัง ลงทุนกับถุงนอนดีๆ เพราะมันจะมีขนาดเล็ก น้ำหนักเบาและกันหนาวได้ดีมาก เอาไว้จะค้น
คว้าเรื่องถุงนอนมาคุยกันอีกที

ฟลายชีต คือผ้าที่เราเอามากางเป็นหลังคากันฝนกันแดด อาจทำเป็นที่นั่งกินข้าวรวมกันของคณะ และคนที่นอน
เปลก็จำเป็นต้องมีประจำตัว

ฟลายชีตสำหรับเปลที่ขายกันนั้นเป็นผ้าร่มบางๆ ขนาด 2 คูณ 3 เมตร บอกคำเดียวเลยว่าใช้ไม่ได้ เพราะผ้าร่มบางๆ
นั้นน้ำซึมได้ฝนตกนิดเดียวก็เริ่มหยด ขนาด 2 คูณ 3 ก็เล็กไปเวลาไปกางจริงๆแล้ว เปลจะถูกฝนสาดจนเปียก คนที่
ซื้อฟลายชีตแบบนี้มาใช้นอนเปียกกันมาแล้วทั้งนั้น

เท่าที่ลองใช้มาเจอที่ใช้งานได้ดีอยู่แค่สองแบบคือ หนึ่งผ้ากันน้ำขนาด 3คูณ 4 เมตร ซื้อได้ที่ร้านแดงรัสเซียจตุจักร
ราคาน่าจะอยู่ราวๆ 800 บาท แพงหน่อยแต่คุ้มซื้อไปได้เลย ที่บอกว่าเป็นผ้ากันน้ำก็เพราะผ้าแบบนี้มีการเคลือบสาร
P/U กันน้ำมาเหมือนกับผ้าที่ใช้เย็บเต็นท์ชั้นดีน้ำไม่มีซึม ขนาด 3 คูณ 4 บางคนอาจจะว่าทำไมต้องใหญ่โตขนาดนั้น
แต่จริงแล้วเป็นขนาดที่กำลังเหมาะ และใช้ได้สารพัดประโยชน์ ตอนกางเปลเราสามารถเลือกความยาวให้เหมาะกับ
ระยะของต้นไม้ได้ ตั้งแต่ สาม หรือสี่เมตร ซึ่งเป็นระยะปรกติที่เราจะผูกเปลได้ ฟลายชีตนี้ก็สามารถใช้เป็นที่นั่งกินข้าว
ของคณะเล็กๆ 4-5 คนได้อย่างสบาย พอจะนอนแล้วค่อยผูกเปล

ในภาพคือฟลายชี๊ตขนาด 3x4 เมตร เมื่อกางคลุมเปลแน่ใจได้ว่าไม่เปียกแน่ แถมยัง
นั่งกินข้าวนั่งคุยกันใต้เปลถ้าฝนตกได้อีก

ผมเองเวลากางเต็นท์ ผมจะกางฟลายชีตอันใหญ่นี้เป็นหลังคาก่อน เป็นที่กินข้าวและนั่งสังสรรค์ เวลาจะนอนค่อย
เอาเต็นท์ออกมากางแบบไม่ต้องคลุมฟลายชีตที่มากับเต็นท์ แบบนี้นอนสบายครับ ลมโกรก และไม่เปียกอย่างแน่นอน

กางฟลายชี๊ตอันใหญ่ไว้นั่งกินข้าวนั่งคุยกันจะนอนแล้วค่อยเอาเต้นท์มากางแบบ
ไม่ต้องคลุมฟลายชี๊ตของเต้นท์ แบบนี้ไม่เปียกแน่ ลมโกรกสบายด้วยครับ

เจ้าฟลายชีตอันนี้ดีมากเพราะพับเก็บแล้วเหลืออันไม่โตนักและยังไม่หนักมากอีกด้วย

อีกอันที่ใช้งานได้ดีคือพลาสติกใสเหมือนถุงพลาสติก ผืนยาวสัก4 -5เมตร เอามาคลุมเปลให้ยาวไปถึงต้นไม้ทั้งสอง
ข้าง รวมทั้งคลุมเชือกที่ผูกรอบต้นไม้ไว้ทั้งหมด แล้วเอาไม้มาพาดไว้ตรงหน้าเราให้ลมผ่าน ถึงกระนั้นก็ยังจะร้อนอบ
อ้าวหน่อยนะครับเพราะลมจะไม่ผ่าน  วิธีนี้แน่ใจได้ครับว่าฝนตกหนักอย่างไรก็ไม่เปียก เหมาะกับการเดินป่าในหน้าฝน
ลองดูภาพประกอบนะครับ

ผ้าปูพื้น
เวลาไปกันหลายๆคนก็คุ้มที่จะแบกเอาผ้าพลาสติกไปปูนั่งกันสักผืน เอาไว้เป็นที่นั่งกินข้าวหรือนอนเล่น บางครั้ง
คนนำทางหรือลูกหาบของเราจะอาศัยเป็นที่นอนด้วย (ผมเองก็นอนอยู่หลายครั้ง) ไม่นับเป็นของจำเป็น แต่ถ้ามีแรง
ก็แบกไปก็ดีครับ

เครื่องทำอาหาร
เวลาเดินป่ากันไกลจริงๆและต้องการลดน้ำหนัก หม้อสนามคนละใบและช้อนคนละคันก็พอให้เอาชีวิตรอดได้แล้ว
เป็นได้ทั้งหม้อข้าวหม้อแกง ฝานอกฝาในก็เอามาทำจานข้าวได้อีก แต่ถ้าเดินไม่ไกลมาก หรือไปกันหลายคนพอจะ
แบ่งกันแบกได้ก็เพิ่มอุปกรณอื่นๆไปได้เช่นกะทะเล็กๆสักใบ เรื่องนี้คงไม่ต้องพูดกันมากเดี๋ยวคุณหนูเลแกจะหาว่า
แย่งอาชีพ เอาเป็นว่าอ่านเพิ่มเติมได้ที่เรื่อง Something about pottery ของคุณหนูเลนะครับ

การหุงหาปรกติแล้วก็อาศัยก่อกองไฟจากฟืนในป่า แต่ถ้าไปหน้าฝนจะเอาเตาน้ำมันติดไปสักอันก็ดี เพราะถ้าฟืนเปียก
แล้วจะก่อไฟหุงหาได้ยากมาก อ่านเรื่องเตาน้ำมันเบนซิน, เตาน้ำมันก๊าด หรือเตาแก๊ส ที่คุณหนูเลแกเขียนไว้อย่าง
ละเอียดได้ครับ

หม้อสนามกับกองไฟคือความหรูหรากลางป่าดง แค่นี้ก็พอเอาตัวรอดแล้วครับ

เตา Primus ตัวเก่งนี้ขาดกระทัดรัดเหมาะสำหรับการแบกเข้าป่า คุณหนูเลแกอุตส่าห์
ซื้อมาฝากผมจากอเมริกาเพื่อให้ผมแบกเข้าป่าไปให้แกใช้ เพื่อนดีๆอย่างนี้หายากครับ

กระติกน้ำ
คนเราอดข้าวได้เจ็ดวันก็ไม่ถึงตาย อดน้ำสองสามวันก็เสร็จแล้ว กระติกน้ำเป็นอุปกรณ์สำคัญที่ควรมีประจำตัว ถ้าไม่
ได้คิดอะไรมากเอาขวดน้ำพลาสติกใส่เป้คนละขวดสองขวดก็ได้ แต่ควรจะมีน้ำติดตัวก่อนออกเดินอย่างน้อย 750-
1000ซีซี

ถ้าจะหากระติกใช้จริงๆจังๆสักใบ ผมแนะนำรุ่นในภาพนี้ คาดว่าเป็นกระติกของค่ายสังคมนิยม จีนหรือเกาหลี ออก
แบบมาดีมาก ก้นกระติกสามารถแปลงเป็นถ้วยกาแฟ หรือหม้อก็ได้ ตัวกระติกแข็งแรงทนทาน เมื่อก่อนนี้ผมเคยซื้อใบ
ละแค่ 140 บาท ตอนนี้ ขึ้นไปเกือบ 300 แล้ว แถมยังหาซื้อยากอีก แต่ถ้าเจอก็น่าจะซื้อไว้ครับ

เข็มขัดสนามกับกระติกน้ำแบบทหารไม่ต้องไปซื้อมาคาดให้มันหนักและเกะกะเปล่าๆนะครับ เราไม่จำเป็นต้องคาด
อะไรรุงรังรอบเอวแบบทหารเขาหรอกครับ

เวลาเดินป่าหน้าฝน การหาน้ำกินเป็นเรื่องไม่ยากเย็นจนเกินไป ตักน้ำใสๆในห้วยมาก็กินได้หรือถ้าจะให้แน่ใจก็ต้ม
เสียหน่อย แต่ถ้าหน้าแล้งนี่ซิ น้ำในป่าส่วนใหญ่จะแห้งผาก บางครั้งอาจเจอเพียงน้ำข้นคลั่กขอดติดก้นหนองเล็กๆ

ผมเองกับคุณหนูเล เคยเจอสภาพนี้กันมาหลายครั้ง ครั้งที่จำได้แม่นก็คือในป่าเขาใหญ่ลึกเลยเข้าไปจากทุ่งเขาแหลม
เราต้องขอดน้ำที่ขังอยู่ในปลักใบไม้ที่เต็มไปด้วยลูกอ๊อดมาต้มกินกัน ถึงแม้จะต้มแล้วน้ำนั้นก็ยังมีสีและกลิ่มที่ไม่น่า
กินอยู่ดี โชคดีที่รอดมาได้โดยไม่ป่วยกันไปทั้งสองคน

หลายปีหลังจากบทเรียนหลายครั้งนั้นที่ยังฝังใจทำให้ผมซื้อเครื่องกรองน้ำแบบพกพามาใช้ (ส่วนคุณหนูเลแกบอกว่า
ไม่เห็นต้องซื้อเลยเพราะเดินป่าทีไรก็ไปด้วยกันทุกที) เท่าที่ใช้งานมาก็นับว่าดีมาก อาจจะเปลืองแรงในการตะบันน้ำ
น่อยกว่าจะได้เต็มกระติก แต่ก็ได้น้ำที่ใสสะอาดมาก

เครื่องกรองน้ำที่ผมใช้อันนี้ซื้อมาจากร้าน Outdoor Shop ใกล้ The Mall บางกะปิ ราคาสามพันกว่าๆ ขนาดกระทัดรัด
ในสเป็ค บอกว่ากรองสิ่งแปลกปลอมได้ถึง 0.2 ไมครอน ซึ่งหมายถึงกรองเชื้อโรคได้เกือบทุกชนิดยกเว้น ไวรัส ซึ่งไม่
ค่อยจะแพร่ในน้ำ ถ้าสนใจเครื่องกรองน้ำลองไปดูที่ร้านนี้นะครับ มีหลายแบบให้เลือก คนขายก็มีความรู้เรื่องนี้ให้คำ
แนะนำได้อย่างดี

แสงสว่าง

ไฟฉาย คนเที่ยวป่าใหม่ๆเกือบทุกคนมักจะแบก ไฟฉายแม็กไลท์ดุ้นยาวใหญ่เข้าป่า แทบจะเรียกได้ว่าจะดูว่าคนไหน
เป็นนักเดินป่าตัวจริง ดูที่ไฟฉายก็พอได้

หลายปีมาแล้วพวกเราไปเดินป่ากันที่ปางห้าร้อยบ้านซับใต้ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินป่าขึ้นเขาที่โหดทรมานสังขารมากเส้น
หนึ่ง มีสมาชิกใหม่ท่านหนึ่งร่วมทางมาด้วย ในระหว่างทางแกก็คุยไปตลอดทางว่าเดินป่ามาแทบทั่วทุกดงดอยของ
เมืองไทย(แถมต่างประเทศอีกด้วย) จนผมเองต้องซูฮกว่าพี่แกท่าจะเจ๋งจริง

แต่พอจัดของลงเป้เตรียมเดินกันในตอนเช้าผมก็ต้องอมยิ้มว่าตูถูกคนขี้โม้หลอกเสียสนิท เพราะแกควักแม็กไลท์หก
ท่อนออกมาใส่เป้ แค่นี้ก็รู้แล้วครับว่าไม่เคยเดินป่า :)

เราไม่จำเป็นต้องใช้ไฟฉายใหญ่ๆ ห้าหกท่อน หรือไฟฉายแพงๆ แบบ ชัวร์ไฟร์ หรอกครับ ไฟฉายพวกนี้เขาเอาไว้ใช้แบบ
ยุทธวิธีคือฉายให้คนร้ายงงด้วยความสว่างหรือเอาไว้ตีหัวแทนกระบองซะมากกว่า ในป่าท่ามกลางความมืดมิดนั้นไฟ
ฉายเล็กๆ ใช้ถ่านแค่สองก้อนก็สว่างโร่แล้ว น้ำหนักเบากว่ากันมาก แถมยังใช้ได้หลายวันโดยไม่เปลืองถ่าน

ผมเองชอบใช้ไฟฉายกันน้ำอันเล็กๆแบบในภาพนี้ เพราะน้ำหนักเบาและสว่างมาก เวลาจะอาบน้ำตอนกลางคืนก็โยน
ลงไปน้ำได้เลย อีกอย่างที่น่าสนใจก็คือไฟฉายคาดหัวแบบเล็กๆก็ใช้งานสะดวกดี

ไฟฉายอันสีชมพูอันกลางเป็นไฟฉายดำน้ำใส่ถ่าน AA สี่ก้อนให้ความสว่างเหลือเฟือ มีขนาดเล็ก
และเบากว่ามากเมื่อเทียบกับ แม็กไลท์สองท่อนอันบน นี่ถ้าเป็นแม็กไลท์ขนาดหกท่อนที่ชอบพกกัน
จะใหญ่ขนาดไหนคิดเอาเอง ส่วนอันสีเขียวใส่ถ่าน AAA สองก้อน เล็กกระทัดรัดมาก ที่จริงถ้าไปแค่
1-2คืนใช้อันเล็กนี่ก็พอ

ถ้าอยากจะได้ไฟฉายสว่างๆเอาไปส่องสัตว์หรือส่องอะไรอย่างอื่นในตอนกลางคืน ผมแนะนำว่าเอาไฟฉายตีกบเลยดี
กว่าลองอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมดูนะครับ

ควรจะมีเทียนติดไปบ้างเอาไว้จุดเวลานั่งกินข้าว ถ้าไปกันหลายๆคนจะเอาตะเกียงแก๊สไปสักดวงก็พอได้

ไฟแช็ค เป็นอีกอย่างที่จะต้องมีติดตัวไว้เสมอครับ ถึงแม้คนอื่นในคณะจะพกไปแล้วก็ตาม เพราะเราไม่มีทางรู้เลย
ว่าจะต้องใช้เมื่อไหร่ ถ้าหากพลัดหลงกับพรรกพวกขึ้นมา ตอนนั้นไฟแช็คอันละห้าบาทนี้จะเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดที่เรามีอยู่

เสื้อผ้า
ไปเดินป่าไม่ต้องเอาเสื้อผ้าไปเยอะนะครับ ไม่ว่าจะไปกี่วันผมก็ขอบอกว่าสองชุดก็พอ คือ หนึ่งชุดเดิน และหนึ่งชุดนอน

ชุดเดินนั้นก็ควรเป็นเสื้อแขนยาวกางเกงขายาว เสื้อแขนยาวจะช่วยป้องกันแขนเราจากหนาม, ใบไม้คันๆ หรือแมลง
เนื้อผ้าของเสือไม่ควรหนาเกินไปเพื่อให้อากาศถ่ายเท เสื้อทหารแบบหนาๆไม่ต้องไปซื้อมาใส่นะครับ เดินไปสักชั่วโมง
ก็เหงื่อแตกจนแทบเป็นลมแล้ว

แฟชั่นโชว์ชุดเดินป่าที่กลางทุ่งใหญ่นเรศวร

กางเกงนั้นใช้กางเกงทหารก็ทนทานดี กางเกงทหารอย่างดีๆนั้นต่างจากกางเกงราคาถูกเพราะใช้ผ้าดีไม่หนามากแต่
ทนทานและแห้งง่าย กางเกงเดินป่าสมัยใหม่หลายๆยี่ห้อก็ใช้ผ้าสังเคราะที่บางและแห้งง่ายแต่อาจไม่ทนทางเท่ากาง
เกงทหาร ที่ไม่เหมาะเลยคือกางเกงยีนส์ เพราะจะหนักมากเมื่อเปียก และรูปทรงก็ทำให้ไม่คล่องตัวเมื่อต้องปีนป่าย

ชุดเดินนี้พอถึงที่พักแล้วก็แขวนผึ่งลมไว้ใส่ต่อพรุ่งนี้ ไม่ต้องกลัวครับ พอสองสามวันเข้ากลิ่นก็เหมือนๆกันหมดทุกคน
ละครับ

ส่วนชุดนอนก็ควรจะเป็นเสื้อแขนยาวกางเกงขายาวเช่นกัน เลือกเอาเสื้อยืดแขนยาวกับกางเกงวอร์มบางๆก็ดี เอาไว้
กันแมลงครับ สำหรับคุณผู้หญิง เสื้อแขนกุด สายเดี่ยวหรือกางเกงขาสั้น นั้นขอเถอะครับ ไม่ใช่ว่าตาเกิ้นไม่ชอบนะครับ
แต่กลัวว่ายุง, คุ่น หรือ แมลงอื่นมันจะมาไต่ตอมให้ผิวสวยๆลายเสียหมด

ชุดชั้นในเอาไปเยอะๆให้พอวันเลยครับ ข้างนอกเปียกไม่เป็นไร ขอข้างในแห้งไว้ก่อน

หมวกเป็นอีกอย่างที่ควรใส่เอาไว้เวลาเดิน เพราะจะช่วยกันแดด, กันหนามและ กันแมลงได้เป็นอย่างดี ผมเองเคยโดน
มาแล้วที่แม่เงา ขนาดใส่หมวกเดินมาทั้งวัน พอหยุดหุงข้าว ถอดหมวกปั๊ปต่อบินมาจากไหนไม่รู้ เล่นเอากลางกระหม่อม
เลย  เลือกซื้อหมวกที่มีปีกรอบด้านจะช่วยบังแดดได้ดีกว่าหมวกแก็ปครับ

ถ้าไปในถิ่นที่มีทาก ถุงเท้ากันทากก็เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบาได้ อย่างน้อยก็ไม่ต้องคอยถอดรองเท้า
ออกมาดูเรื่อยๆ ถ้าใครไม่เคยเห็นว่าถุงเท้ากันทากเป็นอย่างไรก็ขอบรรยายสักนิดว่าถุงเท้ากันทากนี้เป็นถุงยาวถึงเข่า
หรือยาวกว่า ทำด้วยผ้าเนื้อแน่นเช่นผ้าดิบ เอาไว้สวมระหว่างถุงเท้ากับรองเท้า ทากจะเจาะทะลุเข้าไปไม่ได้ แต่ก็ไม่
ได้หมายความว่าปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์นะครับ เพราะทากมันก็จะไต่สูงขึ้นมาเรื่อยๆต้องคอยจับโยนทิ้ง แถมยังมี
ทากบางพวกที่อยู่ตามใบไม้ซึ่งจะคอยจู่โจมเบื้องสูงอีกด้วย

ถ้าไม่เคยเห็นว่าถุงเท้ากันทากเป็นอย่างไร ดูได้จากในภาพนี้ครับ

รองเท้า

ในทริปเดินป่าครั้งล่าสุดนี้ มีสมาชิกใหม่สองท่านที่ไปเดินเป็นครั้งแรก เขาใส่รองเท้าเทนนิสไป ปรากฏว่าเดินไป
ลื่นไปตลอดทาง ทั้งนี้เพราะรองเท้าที่ใช้ได้ดีในป่านั้นคือรองเท้าที่มีดอกที่พื้นค่อนข้างหยาบเหมือนดอกยางมัด
เทอเรนของรถยนต์ยังไงอย่างนั้น  รองเท้าที่มีดอกละเอียดก็เหมือนยางเรเดียลจะลื่นมากเมื่อมีโคลนเข้าไปยึดในดอก

รองเท้าที่ผมใช้แล้วชอบใจมากคือยี่ห้อ Hi Tech เพราะราคาไม่แพงมาก น้ำหนักเบา ระบายอากาศและน้ำได้ดี ความ
ทนทานพอใช้ได้

อีกคู่ที่ใช้ได้ดีคือรองเท้าทหารจีน หาซื้อได้ที่จตุจักรในราคาแค่ร้อยกว่าบาท พื้นยางเกาะทางได้ดีมากแม้แต่บนหิน
ที่เปียกลื่น แต่รองเท้าทหารจีนนี้มีข้อด้อยที่พื้นนิ่มมาก ถ้าคนเมืองเท้าอ่อนอย่างเราๆท่านๆใส่เดินบนพื้นแข็งที่ขรุขระ
จะเมื่อยและเจ็บฝ่าเท้ามากถึงจะใส่แผ่นรองด้านในแล้วก็ช่วยได้แค่นิดหน่อย

ส่วนรองเท้าที่คุยว่ากันน้ำร้อยเปอร์เซ็นต์ก็ไม่ต้องเสียเงินซื้อมาใช้หรอกครับ เพราะถ้ากันน้ำเข้า มันก็กันน้ำออกด้วย
ในเวลาเดินป่ากันจริงๆน่ะบางครั้ง (ส่วนใหญ่) ที่เราจะต้องลุยน้ำ เช่นข้ามห้วยข้ามลำธารนั้นน้ำมักจะลึกกว่ารองเท้า
เราอยู่แล้ว ยังไงน้ำก็เข้ารองเท้าวันยังค่ำ

รองเท้าที่โฆษณาว่ากันน้ำนั้นไม่มีประโยชน์ในการเดินป่าครับ เพราะน้ำที่ต้องลุยส่วน
ใหญ่ลึกกว่าความสูงของรองเท้า เอารองเท้าที่น้ำออกง่ายและแห้งเร็วดีกว่า

นอกจากรองเท้าใส่เดินแล้ว ควรต้องมีรองเท้าแตะฟองน้ำติดไปอีกสักคู่เอาไว้ใส่เวลาอาบน้ำและเดินไปเดินมาเมื่อ
ถึงแค้มป์ 


เป้
ถ้ารักจะเดินป่าจริงๆ เป้เป็นอีกอย่างที่ควรลงทุนซื้อให้ดีๆ สำหรับการเดินป่าชนิดที่ต้องไปค้างแรมในป่าเป้จะต้อง
แบกได้สบายไม่เจ็บหลังและไม่กดที่ไหล่จนเกินไป

ถ้าจะให้แนะนำคร่าวๆก็คือ เป้ควรเป็นเป้โครงใน หมายถึงมีการเสริมโครงแข็ง(อาจเป็นโลหะหรือวัสดุสังเคราะห์) ไว้
ในตัวเป้ อันนี้จะแตกต่างไปจากเป้โครงนอกที่ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่ามีโครงโลหะให้เห็นอยู่ด้านนอก

เป้แบบโครงนอกนี้นอกจากจะเกะกะในตอนที่ต้องเดินมุดไปตามสุมทุมพุ่มไม้แล้ว ก็ยังจะกดหลังกดไหล่ให้เจ็บอีก
ด้วย ส่วนเป้ที่ไม่มีโครงเลยก็จะทำให้ของในเป้ย้วยลงไปทำให้น้ำหนักทิ้งลงที่ไหล่ ไม่มีการกระจายไปที่สะโพก

ในเรื่องขนาด ก็น่าจะอยู่ในราวๆ 30-45 ลิตร ผมเองถ้าไม่ต้องแบกกับข้าวสำหรับหลายวันนักก็จะใช้แค่ 30ลิตร ก็พอ
ที่จะใส่ของตามรายการที่ว่ามาแล้ว (ใช้เปลนะนครับ) ถ้าหลายวันและต้องแบกอาหารไปเองแล้วละก็ผมก็ใช้แค่ ขนาด
38ลิตรแค่นี้ก็จุจนหนักแบกแทบไม่ไหวแล้วครับ

เพื่อนบางคนก็ถามบอกว่าซื้อใหญ่ไว้ก่อนใส่ของน้อยไม่ได้หรือ ที่จริงก็ไม่มีใครห้ามครับ แต่ต้องบอกไว้ก่อนว่าเป้ใหญ่
อย่างขนาด 50ลิตรขึ้นไปนั้นจะมีมิติที่ค่อนข้างใหญ่ทำให้เกะกะในเวลาที่ต้องเดินป่าที่ต้องลอดต้องมุดตลอดเวลา

เป้ที่ใช้ในป่าไม่ควรมีขนาดใหญ่เกินไป ส่วนที่สูงที่สุดไม่ควรสูงเกินท้ายทอยเพื่อ
ให้ไม่เกะกะในยามที่ต้องมุดลอดไม้ในป่ารกๆ

วัสดุแลความประณีตก็มีความสำคัญมาก เป้ดีๆ จะใช้ผ้าอย่างดีมีการเคลือบสารกันน้ำด้านใน และมีความคงทนมาก
เป้ที่ทำเลียนแบบและใช้ยี่ห้อดังๆแต่ขายในราคา 400-500 บาทนั้นแนะนำว่าไม่ควรไปซื้อมาใช้ เพราะ การที่เป้ขาด
กลางทางนั้นเป็นเรื่องที่เลวร้ายไม่น้อยเลยทีเดียว

ท่าที่ใช้เป้มามากผมมาถูกใจเป้ยี่ห้อ Deuter ที่สุดทั้งในเรื่องของการออกแบบและความทนทาน ในภาพนี้เป็นรุ่น
Futara 42 ซึ่งผมว่าเป็นตัวอย่างของเป้โครงในที่ดีมากๆ ถ้าสังเกตดูจะเห็นว่ามีแผ่นโปร่งรองอยู่ที่หลังเพื่อให้ลม
ผ่านหลังได้ในตอนเดินทำให้ไม่ร้อน

เอาไว้จะเขียนเรื่องการเลือกเป้ให้อ่านกันโดยละเอียดอีกครั้งครับ


   มีด เป็นอีกอย่างที่จะต้องติดไป ในคณะควรมีมีดใหญ่อย่างน้อยหนึ่งเล่มเอาไว้ถางทาง ตัดไม้มาทำที่แขวนหม้อ
ผ่าฟืน ทำกับข้าว หรือแม้กระทั่งขุดหลุมถ่ายทุกข์ มีดที่เหมาะที่สุดสำหรับงานนี้คือมีดเหน็บพื้นบ้านเรานี่เอง ลอง
อ่านเรื่องมีดเหน็บที่อาจารย์สมพรเขียนไว้อย่างละเดียดได้นะครับ

,มีดทรงอีเหน็บคือมีดที่เหมาะกับการเดินป่าบ้านเราที่สุดครับ

มีดจากต่างประเทศที่ผมลองแล้วคิดว่าใช้ในป่าได้จริงจังก็มีเล่มนี้ละครับ Ontario SP5 น้ำหนักดีรูปแบบเรียบง่าย วัสดุดีทนทานไม่ต้องดูแลเอาใจใส่กันมากนัก

มีดพวกมีดคอมแบ็ท มีดโบวี่ หรือโดยเฉพาะอย่างยิ่งดาบปลายปืน (อย่าหัวเราะนะครับ ผมเห็นคนแบกดาบปลายปืน
ไปแค้มป์มาหลายคนแล้ว) นี่ไม่ต้องแบกไปให้หนักเลยครับ เพราะมันไม่มีประโยชน์ในป่า ฟันไม้ก็ไม่ได้ จะเอาไปขุด
หลุมก็เสียดาย ผมเองตอนเดินป่าครั้งแรกๆ ไปซื้อมีด K-BAR USMC เล่มสวยมาแบกเดินอยู่ห้าวันใช้ทำอะไรไม่ได้เลย
ยกเว้นต้องตัดใจเอามีดเล่มงามมาขุดหลุมตอนที่ปวดท้องหนักจนทนไม่ไหว :-)

มีดดาบปลายปืนแบบนี้เขาเอาไว้แทงคนครับ หาได้มีประโยชน์อย่างอื่นใน
การเดินป่าแต่อย่างใดไม่

นอกจากมีดใหญ่แล้วก็ควรจะหามีดพับอเนกประสงค์ติดเอวให้หยิบฉวยได้ง่ายสักเล่ม มีดนี้จะใช้ได้สารพัดประโยชน์
ลองอ่านดูในเรื่อง มีดคู่มือ กล้องคู่กาย ปืนคู่ใจนะครับ

ของอื่นๆที่ควรจะต้องมีติดไปก็คือ
- เชือก ควรใช้เชือกถักที่เหมือนกับเชือกเปล หรือเชือกร่ม (ลองดูภาพประกอบ) เชือกพวกนี้เหนียวมาก น้ำหนักเบา
 และผูกง่ายแกะง่าย ถ้านอนเปล อย่างน้อยที่สุด จะต้องมีเชือกเส้นยาวหนึ่งเส้นเอาไว้ขึงฟลายชีต ควรจะมีไปอย่าง
น้อยสองสามเส้นเพื่อไว้ทำราวตากผ้า ฯลฯ  เชือกฟางเป็นเชือกอีกอย่างที่ควรมีติดเป้ไว้ ใช้ได้สารพัดประโยชน์ครับ

- ของใช้ส่วนตัวเช่น แปรงสีฟัน ยาสีฟันและสบู่
- ยาประจำตัว อย่างน้อยน่าจะมี ยาแก้ปวด ยาแก้ท้องเสีย ยาใส่แผล ผ้าก็อสต์และพลาสเตอร์ปิดแผล
- กระดาษชำระ อันนี้ไม่ต้องบอกว่าเอาไว้ทำอะไร
-  ยากันแมลง อันนี้แนะนำให้ใช้ยี่ห้อ Off เจ้าเก่าครับ

Off กระป๋องซ้ายใช้กันแมลงได้ทุกชนิดตั้งแต่ยุงไปถึงทาก ส่วนบรันดีในกระป๋องขวา
กินมากๆแล้วไม่รู้ว่ายุงกัด

จัดของลงเป้

เมื่อมีของครบแล้ว การจัดของลงเป้ก็สำคัญ การเดินป่าเรื่องเปียกฝนเป็นเรื่องคาดเดาไม่ได้ หรือถ้าฝนไม่ตกคุณก็
อาจจะตกน้ำตกท่า ผมกับคุณหนูเลก็เคยมาแล้ว ที่เดินข้ามสะพานไม้ซุงแล้วพลาดท่าตกน้ำจนถุงนอนเปียกหมด
คืนนั้นต้องนอนหนาวแทบตาย

เพราะฉะนั้นของทุกอย่างที่จะใส่ในเป้จะต้องใส่ไว้ในถุงพลาสติดอีกชั้นหนึ่ง ที่ดีที่สุดก็คือถุงดำแบบถุงขยะนี่แหละ
โดยที่ควรจัดแยก เครื่องนอนหนึ่งถุง เสื้อผ้าหนึ่งถุง และอาหารอีกหนึ่งถุง และควรมีถุงเปล่าสำรองไปใส่เสื้อผ้าที่เปียก
อีกด้วย

การใส่ของในเป้ก็ควรจัดตามลำดับที่ใช้จะได้หยิบง่าย เครื่องนอนพวกเปลหรือเต็นท์ควรอยู่บนสุด เพราะสิ่งแรกที่เรา
มักจะทำเวลาเดินถึงที่หมายก็คือการจัดแค้มป์

อาหารที่เอาไปถ้าจะให้ดีควรตวงแบ่งกันไปเลย จัดล่วงหน้าไปเลยว่ามื้อไหนจะกินอะไร เช่นข้าวสารควรจะตวงใส่ถุง
พลาสติกใบเล็กให้มีปริมาณเท่ากับที่จะหุงในหม้อ จะได้แบ่งๆกันแบกได้  ไข่เป็นกับข้าวสารพัดประโยชน์แต่ค่อนข้าง
จะเอาไปยาก แต่วิธีที่ได้ผลก็คือเอาใส่ไปในถุงข้าวข้าวแล้วเอาใส่ในหม้ออีกที อย่างนี้ไม่แตกแน่

ว่ากันมาซะยาวเหยียดเพราะตั้งใจจะเขียนมานานแล้ว คิดว่าน่าครบแล้วสำหรับของที่จำเป็นจริงๆ ส่วนของอื่นใครมี
แรงเหลืออยากจะแบกไปเพิ่มก็ตามสบาย

หวังว่าคงจะเป็นประโยชน์กับนักเดินป่ามือใหม่กันบ้าง อ่านมาถึงตรงนี้แล้วอย่ามัวแต่นั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์กัน
เลยครับ จัดของลงเป้ไปเดินป่ากันดีกว่าครับ

ตาเกิ้น

22 ตุลาคม 2546

คุยกันรอบกองไฟ

เซ็นสมุดเยี่ยม

สมัครสมาชิก Thailand Outdoor ฟรี

กรุณาใส่ email และคลิ๊ก submit
Powered by YourMailinglistProvider.com