 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
|
 |
|
|
|
รถที่มาร่วมขบวนส่วนใหญ่เป็นบีเอ็ม มากันทุกรูปแบบ รุ่นทรหด, รุ่นเดินทางไกล และรุ่นสปอร์ต
|
|
|
|
แมงกะไซต์มากันสิบกว่าคัน เป็นรถบีเอ็มเกือบทั้งหมด ส่วนใหญ่จะเป็นรุ่นฝรั่งตั้งชื่อว่า Enduro มาจาก Endurance แปลว่า ทรหด ถ้าจะเปรียบเทียบก็คงเหมือนกับรถประเภท SUV (Sport/Utility Vehicle) เป็นมอไซต์ที่ไปได้ทุกสถาน
การณ์ว่างั้นเหอะ หากติดกระเป๋าเขาก็จะเรียกว่า Touring Enduro หมายถึงรถทรหดเดินทางไกล บีเอ็มฯที่เหลือได้แก่
รุ่นสปอร์ตความเร็วจี๊ด และมอไซต์เดินทางไกล หรือ Tourer สองรุ่นนี้ดูไม่ยาก รถสปอร์ตจะมีรัศมีล้อสั้น เพื่อความ
คล่องตัว คนขี่นั่งท่าคุดคู้เพื่อไม่ให้ต้านลม ส่วน Tourer จะเป็นรถขนาดหย่ายมีกระจกด้านหน้าสูงเท่าระดับสายตา
และมีกระบังลมข้างเรียกว่า Faring คนขี่นั่งหลังตรง ดูเห็นเป็นสง่า อ้อ มีกระเป๋าใส่สัมภารกอเป็นอุปกรณ์หลักด้วยครับ
ทั้งด้านข้างเรียกว่า Panniers เป็นพหูพจน์เพราะมีสองใบ ต้องเติมอักษรเอส และกระเป๋ากลาง Top Case ก็เดินทาง
ไกลนี่ อย่างน้อยก็ต้องมีเสื้อผ้าสำรอง ชุดนอน แปรงสีฟัน ยาสีฟัน แป้ง และถุงยาง กระเป๋ากลางจะมีเบาะหลังหรือเว้า โค้งให้คนซ้อนพิงได้
|
|
|
|
 |
|
|
|
บีเอ็ม Enduro รุ่นทรหดใช้ชื่อย่อว่า GS เปรียบเหมือนรถ SUV ไปได้ทุกหนแห่ง มากันเพียบ เป็นรุ่นที่ขายดีที่สุด เหตุผลเป็นเพราะขี่ง่ายและสมบุกสมบัน
|
|
|
|
 |
|
|
มอไซต์ชนิด Tourer ออกแบบเพื่อเดินทางไกล คนขี่นั่งหลังตรง มีกระจกบังลมหน้าสูงระดับสายตา มีกระบังลมข้าง และกระเป๋าสำภาระ
|
|
|
|
อ้อ คนซ้อนท้ายจักรยานยนต์ เขาไม่เรียก Passenger ครับ แต่ใช้คำว่า Pillion rider คำว่า Pillion อานหลังคนขี่ ดั้งเดิมหมายถึงอานบนหลังม้าครับผม
ถุงยาง??? ได้ยินเสียงอุทานร้องประท้วงมาอย่างฉันพลัน ฮ้า!!!! ไม่สุภาพแล้วคุณเพยาว์ศรี นี่ไทยแลนด์เอ้าท์ดอร์ ของตาเกิ้น เว็บไซต์สำหรับปัญญาชนคนรักชีวิตกลางแจ้งนะ ใช้วาจาสุภาพ สำรวมหน่อย ที่นี่ไม่ช่ายไฟกลางคืน
หรือนางนวล ดอทคอมอะไรประเภทนี้ ทำท่าจะถูกเซ็นเซอร์ จายเย็นๆ แล้วจะเล่าให้ฟังถึงสรรพคุณของถุงยางอนามัย เนี่ยมันมีประโยชน์หลากลายล้ำลึก นอกเหมือไปจากคุณสมบัติหลักป้องการการแตกตัวของเผ่าพันธุ์อย่างไรบ้าง
ยังมีมอไซต์นอกคอกอีก 5 คัน ยามาฮ่า สปอร์ตของคุณเจ เพิ่งเทออกจากขวดโหลดองเมื่อไม่กี่วันก่อน, ซูซูกิ สปอร์ต
ของคุณเก่ง ที่ปรึกษาด้านบริการแผนกมอไซค์ บาเซโลน่า, บูเอล (Buell) ร่างสปอร์ตเครื่องฮาเล่ย์ เดวิสสัน ของเจ้าเอก
เจ้าหน้าที่ฝ่ายขายแผนกมอไซค์ และสกู๊ตเตอร์ 2 คัน ล้อเล่นน่า สกู๊ตเตอร์ ซูซุกิ สกายเวฟ 650 ซีซี เนี่ยนะขี่เข้ากลุ่ม
กับมอไซต์มีความจุเครื่องกว่าหนึ่งลิตร จะไหวรื๊อ สายตาที่มองส่วนหนึ่งมาจากความเป็นห่วง ที่เหลือแฝงความเหยียด
หยามเล็กน้อย ไปนึกถึงรถเวสป้าใช้ส่งของ ที่ไหนได้อีกสามชั่วโมงต่อมา เพยาว์ศรีต้องกลืนน้ำลายตัวเองแทบไม่ทัน....
|
|
|
 |
|
|
เจ้าซูซูกิ เวฟคันนี้แหละที่ทำให้เพยาว์ศรีต้องกลืนน้ำลายตัวเอง เป็นมอไซต์ขนาดเล็กที่สุด ในกลุ่ม ขนาดเครื่องเพียง 650 ซีซี แต่เกาะติดกลุ่มได้เหนียวแน่น ความเป็นเล็กพริกขี้หนู ทำให้กลายเป็นพระเอกของก๊วน
|
|
|
|
 |
|
|
คุณเจ ผู้จัดการแผนกมอเตอร์ไซต์ Barcelona บนยามาฮ่าที่เพิ่งออกจากขวดโหลดอง ปิดท้ายขบวน ตามด้วยรถช่าง
|
|
|
|
ปิดท้ายขบวนด้วยรถยนต์ของเจ้าหน้าฝ่ายช่างของบีเอ็มฯ บาเซโลน่า ขนอุปกรณ์มาเต็มท้ายรถ ตามด้วยรถโตโยต้า ฟอร์จูนเน่อร์ของเพยาว์ศรี ขับโดยบรรณาธิการเฉลิมพล มือเก๋าขับเคลื่อนสี่ล้อ เคยท่องทั่วไทยกันมาแล้วหลายหมื่นลี้
ลากรถพ่วงสำหรับบรรทุกมอไซต์ได้สองคัน เผื่อสมาชิกทั่นใดหมดแรงหรือเจ็บป่วยจะได้ไม่ต้องฝืนสังขาร บอบอ
เฉลิมพลนี่แหละที่เป็นผู้แนะนำให้เพยาว์ศรีรู้จักเส้นทางนี้ พี่แกยังรับหน้าที่เป็นตากล้องประจำกลุ่ม ภาพประกอบทั้ง หมดนี้เป็นฝีมือป๋าจื้อ
อาจจะกล่าวได้ว่าการเดินทางครั้งนี้มีการวางแผนล่วงหน้า ละเอียดรอบคอบ มีการเตรียมตัว ตรวจสอบเส้นทาง และ วางตำแหน่งหน้าที่มาแล้วเป็นอย่างดี ต้องยกนิ้วให้กับคุณเจผู้จัดการของบาเซโลน่าสองนิ้วครับ เพราะถ้าเก็บเงินแล้ว
พี่แกไม่แล้วทำเช่นนี้ นิ้วที่ยกจะเหลือเพียงแค่นิ้วกลาง
|
|
|
ทริปนี้ เพยาว์ศรีใช้รถแมงกะไซต์บีเอ็มรุ่นทรหด R1150GS ติดจีพีเอสการ์มิน รุ่น 2610 ใช้ระบบแผนที่อิเลคโทรนิค MapSource ฉบับต้นแบบบนเครื่องคอมพิวเตอร์วางแผนเส้นทาง และโอนข้อมูล Route ลงบนจีพีเอส ผมถูกอุปโหลก
ให้เป็นผู้นำกลุ่ม ที่ชาวรถเครื่องมังค่าเขาเรียกว่า Road Marshall นำสมัครพรรคพวกไปรอบเขื่อนป่าสัก สู่จุดหมายคือ ร้านอาหารเหนือเขื่อนฯ บนถนนมิตรภาพขาออกมุ่งหน้าปากช่อง จากปั๊มเอสโซ่ แก่งคอยไปอีก 4 กม. มีป้ายโรงงาน
บริษัทปูนซิเมนต์ไทย ข้างหน้ามีสะพานข้ามแยก เลี้ยวซ้ายขี่ผ่านหน้าโรงงานแล้วเลี้ยวขวาทะลุออก ถนนสายแก่งคอย- แสลงพัน หมายเลข 3224
|
|
|
|
 |
|
|
|
สำหรับทริปนี้เพยาว์ศรีขี่บีเอ็มรุ่นทรหด R1150GS เพราะคล่องตัว ขี่ง่าย เหมาะสำหรับเส้นทางคดเคี้ยว
|
|
|
|
ขอแถมเกร็ดความรู้สักนิด อำเภอแก่งคอย เดิมทีมีนามว่า แร้งคอย ตำนานเล่าว่าเมื่อเวลาหลายโพ้น ผู้คนเดินทาง กลับจากดงพญาไฟจับไข้ป่าหนาวสั่นกันทั่วหน้า พอมาถึงแก่งคอยก็คงอยู่ในสภาพใกล้ทูตเต็มที ล้มตายกันเป็นเบือ
เก็บศพไม่ทันจนนกแร้งยึดถือเป็นที่หากิน เวลาผ่านพ้นมา ชื่อดงพญาเย็นคงฟังแล้วดุเดือดเกินไปเลยเปลี่ยนมา เป็นดงพญาเย็น ว่ากันตามความเป็นจริงแล้วปางก่อนพญาท่านร่มรื่นเพราะเป็นป่าดงดิบเต็มไปด้วยต้นไม้ สิงห์
สาราสัตว์ และความเย็นฉ่ำชุ่มชื้น ปัจจุบันกลายเป็นพญาไฟมีแต่ถนนคอนกรีต มิตรภาพ ร้อนแทบชัก นักบิดลง จากอานมอไซต์อาการไม่ต่างกับเป็นไข้มาเลเรียเมื่อร้อยปีมะโว้
ส่วนประวัติชื่อนกที่เรียกกันติดปากว่าอีแร้ง ยังค้นไม่พบว่าเริ่มในยุคใดและใครเป็นผู้นิยาม แต่ที่แน่ๆก็คือผู้คิดจะ
ต้องเป็นผู้ชายที่กลัวเมีย ไม่กล้าด่ามาดามซึ่งๆหน้า เลยใช้แร้งมากระแทกชิ่ง ให้ฉายาคู่ชีวิตว่าเป็นอีแก่แร้งทึ้ง หรือ
ไม่ก็อีแร้งแก่เหนียงยาน ทำราวกับว่าผู้ชายนั้นยั่งยืนไม่รู้จักแก่ ผู้หญิงเท่านั้นชราเหี่ยวเฉา หากพบข้อมูลเพิ่มเติม สัญญาว่าจะแจ้งให้สมาชิกไทยแลนด์เอาท์ดอร์เป็นกลุ่มแรก
จากแยกหลังโรงงานปูนซิเมนต์ไทยตำบลบ้านป่า และถนน 3224 ไปจนถึงแยกแสลงพัน ระยะทางประมาณ 37 กม. ตัดผ่านหุบเขา สภาพถนนใหม่ พื้นเรียบ ผิวจราจรสีดำสาก ไม่ลื่น มีโค้งอนุบาลประปราย จราจร ณ วันเดินทางน้อย
นิดแทบไม่มีรถวิ่งผ่าน ผมให้เพื่อนร่วมทางใช้ความเร็วได้ตามความถนัด เพื่ออุ่นสมองเตรียมตัวรับโค้งระดับ มหาวิทยาลัยช่วงรอบเขื่อน และเปิดโอกาสให้เขาปรับตัวเข้าหากันในช่วงคดเคี้ยว ซึ่งวิธีการขี่จะต่างกัน ทางตรงเ
ปิดโอกาสให้เรารวมกลุ่มปรับความเร็วเข้าหากัน ผู้ขี่รถคันหน้าจะต้องคอยสังเกตคันที่ตามมา หากมองกระจกมอง หลังแล้วไม่เห็นแสดงว่าขี่เกินความเร็วเฉลี่ยของกลุ่มต้องชะลอ
หากไม่มีสิ่งกีดขวางมอไซต์จะอยู่ในตำแหน่งทแยงสลับไม่ขี่ตามกันเป็นเส้นตรง เพราะหากคันหน้ามีความจำเป็น ต้องหยุดกะทันหันคันหลังจะได้ไม่จูบบั้นท้ายเพื่อนที่อยู่ข้างหน้า รถนำขบวนจะอยู่ติดกับเส้นกึ่งกลางถนน ทัศนะ
วิสัยมุมมองกว้างสุดมองเห็นถนนได้ทั้งสองฝั่ง คันที่สองจะอยู่ตำแหน่งเจ็ด-แปดนาฬิกา หรือด้านหลังซ้าย คันที่สาม
จะอยู่หลังคันที่หนึ่ง ตำแหน่งสี่-ห้านาฬิกาหรือหลังขวาของคันที่สอง สลับกันเช่นนี้ทั้งขบวน สามารถจับกลุ่มได้ ใกล้กันโดยปลอดภัย
|
|
|
|
 |
|
|
มอไซต์ขนาดใหญ่เวลาเดินทางเป็นขบวนไม่ขี่ตามหลังกันเป็นเส้นตรง เพราะหากคันหน้าเบรกกระทันหัน คันหลังจะจิ้มท้ายเพื่อนที่อยู่ข้างหน้า แต่จะขี่ทะแยงสองแถวสลับด้าน
|
|
|
|
แต่ในสภาพถนนคดเคี้ยว เราจะเปิดระยะให้ห่างจากกัน เหตุผลก็เพราะรถมอไซต์ต่างรุ่นหลากมิติมีคุณสมบัติการเข้า โค้งต่างกัน มอไซต์ชนิด Tourer สำหรับเดินทางไกลจะใหญ่และหนัก ใช้ระยะเบรกก่อนเข้าโค้งยาว ความสูงใต้ท้อง
รถเตี้ย ทำให้เทเข้าโค้งได้น้อย และใช้ความเร็วต่ำขณะเข้าโค้ง รถเอ็นดูโร่ทรหดจะสูง ขณะที่รถสปอร์ตยอดซิ่งถึงแม้ ว่าจะเตี้ยแต่ระบบช่วงล่างจะแข็งหนึบให้ตัวน้อย องศาเทโค้งมากกว่า น้ำหนักรถเบาและรัศมีล้อแคบทำให้คล่องตัว
สามารถเข้าโค้งด้วยความเร็วสูงกว่า
ประการที่สอง นักบิดแต่ละคนเข้าโค้งใช้แนวบนถนนคนละเส้น ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของรถ ความถนัดและความ
ชำนาญ ของผู้ขี่ แปลกๆดีนิ ฟังต่อซิแล้วจะเข้าใจ เปรียบเทียบกับรถยนต์ที่มีล้อสองข้างซ้ายและขวา เลี้ยวโดยการ หันสองล้อหน้าเข้าหาโค้งแนวล้อขนานไปกับถนน ใช้พื้นที่ในเลนเพียงเท่ากับความกว้างของรถ
มอไซต์เปลี่ยนทิศทางโดยการเทหรือเอียงเข้าหาโค้ง มอไซต์จะเลี้ยวตัดจากด้านนอกสุดของโค้งและใช้พื้นที่เต็ม ช่องทาง ติ๊ต่างโค้งหักซ้าย มอไซต์จะเข้าจุดเลี้ยวจากฝั่งขวาของเลน แล้วเทซ้ายเข้าหายอดของโค้งที่เรียกว่า Apex
รถเดินทางไกลเทมากไม่ได้ ตำแหน่งของรถ ณ จุดเลี้ยวยิ่งต้องห่างจากยอดโค้งอีกฝั่งหนึ่งของเลนติดเส้นกึ่งกลาง
ถนน ถ้าเป็นรถสปอร์ตหรือทรหดพับได้มากกว่า ก็จะไม่ต้องออกไปไกลมาก รัศมีเลี้ยวสั้นกว่าทำให้เข้าโค้งได้เร็วกว่า
ผู้ขับรถยนต์บางคนไม่เข้าใจถึงจุดนี้ หลายคราที่เพยาวศรีกำลังจะเข้าโค้งขวา รถอยู่ฝั่งซ้ายของเลน คุณพี่ถือโอกาส ออกขวาแซงกลางโค้ง เกือบชนกันมาแล้ว
เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เข้าได้หลายทางครับ ถ้าคุณมีเวลาไม่มากหรือชอบเดินทางใช้ความเร็วบนถนนสี่ช่อง มาจากกอทอมอ
เมืองที่คนตกท่อ (จากเพลงที่แอ๊ด คาราบาว) ก่อนถึงจังหวัดสระบุรี บนถนนพหลโยธิน หมายเลข 1 เลี้ยวซ้ายเข้าถนน เลี่ยงเมือง ถึงแยกพุแคเลี้ยวขวาเข้าถนนสาย 21 มุ่งหน้าชัยบาดาล ขับไปอีกประมาณ 25 กิโลเมตรจะถึงแยกดีลัง
เลี้ยวขวาเข้าถนน 3017 ไปอีก 16 กม.ผ่านตัวอำเภอพัฒนานิคม ก็จะถึงสี่แยกหน้าทางเข้าเขื่อนป่าสัก
เส้นทางที่กล่าวมานี้ อยู่บนแมงกะไซต์บอกได้เลยว่าร้อนเป็นนรก ถนนตรงแน่วน่าเบื่อ ปริมาณรถก็แยะ มาวิ่งบนทาง
หลวงชลบทบริโภคบรรยากาศกับผมดีก่า ร่มรื่นไปด้วยต้นไม้เขียวชอุ่มสองข้างทาง ขับรถเปิดหน้าต่างขี่มอไซต์รับ อากาศธรรมชาติ ลมเย็นพัดผ่านจากหุบเขาช่วยลดความระอุจากพื้นถนน จราจรไม่คับคั่งทำให้คุณหย่อนอารมณ์
ระหว่างขับขี่ได้ เชยกลิ่นขจรที่หอมหวานของต้นอ้อย เมื่อเหมันต์มาเยือนผืนไร่อ้อยจะเปลี่ยนสภาพกลายเป็นทุ่งทาน ตะวัน ดอกสีเหลืองบานสะพรั่งสุดสายตา สลับกับไร่องุ่น มีสินค้าให้คุณกินผลและดื่มน้ำองุ่นสด เส้นทางจะกลายเป็น
หนึ่งในจุดมุ่งหมายของการเดินทางไม่ใช่เพียงวิถีทางสู่จุดหมาย
ขอแทรกคำเตือนสักหน่อย ขณะคุณใช้เส้นทางหลวงชนบทบริเวณแก่งคอยไปจนถึงปากช่อง หากเป็นฤดูเก็บเกี่ยว
อ้อยใช้ความระวังให้มาก กระดูกสันหลังของชาติท่านขนถ่ายต้นอ้อยสู่โรงงานน้ำตาล ใช้ยานพาหนะทั้งรถบรรทุก หรือไม่ก็รถไถลากรถพ่วง จะเป็นยานประเภทใดก็ตามบอกได้เลยว่าพี่เขายักษ์ทั้งนั้น มหึมาทั้งสามมิติเลย ทั้งกว้าง
ทั้งสูง และทั้งยาว นอกเหนือไปจากนั้นต้นอ้อยไม่มีผ้าคลุมหรือผูกมัด แต่จะวางซ้อนกันเฉยๆ ดังนั้นมีโอกาสถูกลม พัดหลุดร่วงลงถนน ครั้งหนึ่งเพยาว์ศรีขี่ออกจากบ้านที่วังม่วงตามหลังรถลากขนอ้อยสูงกว่า 3 เมตร ถนนช่วงนั้นมี
ลมกระโชกต้นอ้อยยาวประมาณ 2 เมตรกว่าๆ ถูกพัดหลุดตกลงกลางถนน ยังดีที่ผมทิ้งระยะห่างเลยสามารถชะลอ ความเร็วแล้วหักหลบทัน แต่เจ้าเด็กวัยรุ่นขี่ฮอนด้าดรีมพี่แกฝันกลางวันไม่ทันได้ดู ชนต้นอ้อยเข้าเต็มรัก โชคดีที่
น้องเขาไม่ได้มาเร็ว เลยแค่รถล้มหัวเข่าถลอก
คำแนะนำจากเพยาวศรีคือ หนึ่ง ต้นอ้อยและใบที่ตกอยู่บนผิวจราจรสามารถทำให้รถเสียการทรงตัวได้ ดังนั้น ทิ้ง
ระยะห่างทั้งด้านหน้ารถเรากรณีขี่ตามหลัง และด้านข้างกรณีแซง สอง คำนึงเสมอว่ารถขนอ้อยจะยาวและมีส่วนยื่น ออกจากกระบะมากกว่ารถบรรทุกอื่นๆ สาม เมื่อมีรถอ้อยสวนทางมา ให้หลบชิดซ้ายเพราะถ้าอ้อยปลิวตกมาในเลน
ขณะเข้าใกล้ คุณอาจไม่มีโอกาสหลบครับผม
ฝอยมากไปหน่อยจำไม่ได้ว่าอยู่ไหนแล้วเนี่ย อ้อ ขี่มาจากโรงงานปูนซิเมนต์ไทย แก่งคอยใช้ถนน 3224 ถึงแยก
แสลงพันเลี้ยวซ้ายเข้าถนน 2089 มุ่งหน้าอำเภอวังม่วง ถึงสามแยกกลางอำเภอวังม่วงเลี้ยวซ้ายเข้าถนน 3017 วิ่งไปเรื่อยๆ 10 กม. ก็จะถึงสี่แยกหน้าทางเข้าเขื่อนฯ
ถ้าคุณหันหน้าเข้าหาทางเข้าเขื่อนป่าสักฯทางทิศตะวันออก ถนนด้านซ้ายมือทางทิศเหนือจะพาคุณไปรอบเขื่อน ฝั่งตะวันตก สมาชิกหลายท่านถามถึงสภาพเส้นทางรอบเขื่อน ผมอุปมากับเส้นทางไปแม่ฮ่องสอนเพียงแต่ไม่มี
ภูเขา จำนวนโค้งต่อระยะทางใกล้เคียงกัน จากทางเข้าเขื่อนไปถึงตลาดปลาเป็นระยะทาง 60 กม. ผมใช้เวลาขี่ ล้วน 1 ชั่วโมงเต็มๆไม่นับเวลาจอดรถเสพทัศนียภาพที่สวยงามตระการตา สภาพถนนเกือบตลอดเส้นทางลาดยาง
ผิวถนนเรียบแต่คดเคี้ยว สวรรค์สำหรับรถสองล้อว่างั้นเหอะ ไม่ว่าจะขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ หรือกล้ามเนื้อ
ฝั่งซ้ายมือของถนนเป็นชุมชนเกษตรกรรมและปศุสัตว์ ดังนั้นอยากแปลกใจหากพบแฟมมีลี่วัวใช้ผิวจราจรเป็นลาน
อาบแดดนอนเคี้ยวเอื้อง หรือมีนางสาวแต๋นวิ่งจากไหล่ทางขึ้นบนถนน ด้านขวาของถนนเป็นอ่างเก็บน้ำ ในฤดูน้ำ หลาก ระดับน้ำในอ่างจะสูงขึ้นมาเกือบถึงขอบถนนในบางพื้นที่ หน้าปลอดฝนน้ำในอ่างจะขอด ไหล่ทางถนนฝั่ง
ตะวันออกกลายเป็นตลิ่งมีหญ้าขึ้นเขียวชอุ่ม ชาวบ้านจะนำวัวมาเล็มหญ้า บ้างก็ขับรถลงจากถนนมาจอดริมน้ำ ปักกลดพักผ่อนหย่อนกายหรือไม่ก็ตกปลา เป็นบรรยากาศที่สงบ ทัศนียภาพน่าจดจำและบันทึก ระลึกถึงผู้ให้กำเนิด
และมอบอภิมหาโครงการนี้แก่ปวงชนชาวไทย พระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช มหาราช เพราะถ้าไม่มีในหลวงก้อไม่ มีเขื่อนป่าสัก ถ้าไม่มีเขื่อนป่าสักเมืองเทวดาก้อจะกลายเป็นเมืองบาดาล จบข่าว
ดูจากภาพถ่ายดาวเทียมในเว็บไซต์ของ Google Earth ใช้พิกัดตำแหน่ง สภต. โคกสลุงซึ่งอยู่ประมาณกึ่งกลางเขื่อน เป็นดัชนี N14.98818 E101.02418 จะเห็นได้ชัดเจนว่าอ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อนป่าสักขนาดมหึมาประมาณ 14,520
ตารางกิโลเมตร ป่าสักชลสิทธิ์เป็นเขื่อนดินที่ยาวที่สุดในแผ่นดินสยาม โครงการใช้เวลาก่อสร้าง 5 ปี เริ่มต้นในปี 2537
มาลุล่วงเมื่อปี 2542 พื้นที่ลุ่มน้ำครอบคลุมจังหวัดลพบุรีทางทิศเหนือ และสระบุรีทางทิศใต้ แหล่งต้นน้ำอยู่จังหวัด เลย ลำน้ำมีความยาว 513 กิโลเมตร ไหลผ่านจังหวัดเพชรบูรณ์ ลพบุรี สระบุรี และมาบรรจบกับแม่น้ำเจ้าพระยาที่
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ในวันที่ 25 พฤศจิกายน 2542 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จทรงพระราชดำเนินเปิดเขื่อนและพระราชทานนาม
ว่า "เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์" หมายถึง "เขื่อนแม่น้ำป่าสักที่เก็บกักน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ"
ครึ่งหนึ่งของเส้นทางรอบเขื่อนระหว่างทางเข้าเขื่อนป่าสัก อำเภอพัฒนานิคมและตลาดปลา อำเภอชัยบาดาล จังหวัด ลพบุรี เรามาถึงอำเภอโคกสลุง ถนนช่วงนี้อยู่บนสันเขื่อนสูงจากระดับพื้นที่อำเภอกว่า 20 เมตร ผิวถนนเป็นหินคลุก
เวลาขี่ผ่านต้องลดความเร็ว
จากทิศเหนือ ตะวันออก จรดทิศใต้ ทำมุม 180 องศา คือพื้นที่ลุ่มน้ำเขื่อนป่าสัก มันอลังการ กว้างใหญ่ไพศาล จน
ขนาดสมาชิกหลายรายเปรียบเทียบราวกับยืนอยู่บนชายหาดแล้วทอดสายตามองท้องทะเล ทางรถไฟสายตะวันออก เฉียงเหนือจากชุมทางแก่งคอย มุ่งหน้าสถานีแก่งเสือเต้น, เลาะแนวเขื่อนด้านทิศตะวันตกที่เรากำลังเดินทางผ่าน
ไปสู่ชัยบาดาล, ขอนแก่น ไปสุดทางที่หนองคาย ความที่ถนนแนวเขื่อนด้านนี้คดเคี้ยว เราขี่ตัดทางรถไฟเส้นเดียว กันนี้ถึง 7 ครั้ง จนทำให้รู้สึกเหมือนเราขี่เป็นวงกลม
|
|
|
|
 |
|
|
|
เส้นทางรอบเขื่อนป่าสักด้านตะวันตกคดเคี้ยว ถนนวิ่งตัดกับทางรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือถึง 7 ครั้ง
|
|
|
|
นอกเหนือไปจากรถไฟสายอีสานทั่วไป เขื่อนป่าสักมีบริการนั่งรถไฟชมเขื่อน คุณขึ้นที่สถานีแก่งเสือเต้นหน้าเขื่อนฯ
ไฮไล้ท์ของการท่องเที่ยวบนขบวนรถไฟอยู่ช่วงเส้นทางที่ขบวนรถวิ่งอยู่สะพานยกระดับเหนือพื้นที่ลุ่มน้ำ ผ่านอำเภอ โคกสลุงที่นักบิดจอดชมวิวอยู่ ณ ขณะนี้
สูดบรรยากาศบนสันเขื่อนกันเต็มปอด แต่ท้องแห้งเริ่มร้องหาอาหาร เราเคลื่อนทัพขี่ต่ออีก 25 กม.มาถึงแยกตัดกับ ถนน 2256 จำอวดไก่เพื่อนร่วมทางที่แสนดี ประจำตำแหน่งรับหน้าที่ผู้ช่วย Road Marshall จอดรถบนไหล่ทาง
อำนวยการดูแลให้คณะขี่ข้ามแยกสู่ตลาดปลา
|
|
|
|
 |
|
|
|
มีบริการชมเขื่อนบนรถไฟ เริ่มต้นจากสถานีแก่งเสือเต้น หน้าเขื่อน
|
|
|
|
 |
|
|
|
High Light ของการชมเขื่อนบนขบวนรถไฟ คือช่วงสะพานข้ามพื้นที่ลุ่มน้ำ จนได้ชื่อว่าเป็นขบวนรถไฟลอยฟ้า
|
|
|
|
 |
|
|
|
เขื่อนป่าสักเป็นเขื่อนดินที่ใหญที่สุดในประเทศไทย
|
|
|
|
 |
|
|
|
ถนนหินคลุกบนสันเขื่อนบริเวณตำบลโคกสลุง เป็นจุดที่ทัศนียาภาพตระการตาที่สุด พื้นที่ลุ่มน้ำของเขื่อนป่าสัก กว้างใหญ่ไพศาล จนเพื่อนร่วมทางบางท่านเปรียบราวกับยืนอยู่บนชายหาด ทอดสายตามองท้องทะเล
|
|
|
|
 |
|
|
|
 |
|
|
สมาชิกชาวมดง่ามจอดรถเพื่อบริโภคบรรยากาศบนสันเขื่อนตำบลโคกสลุง ถึงแม้อากาศจะร้อน แต่ยังมีลมพัดให้พอทุเลาความอบอ้าว
|
|
|
|
 |
|
|
หนึ่งในสหายร่วมชีวิต เพื่อนร่วมทางของเพยาว์ศรี ศิลปินนักกีต้าร์ด้วยหัวใจ เจ้าของโรงงาน เครื่องปั้นดินเผาด้วยอาชีพ พ่อเลี้ยงเปิ้ลจากลำปาง กำลังอินกับบรรยากาศเขื่อนป่าสัก
|
|
|
|
 |
|
|
|
อีกหนึ่งสหาย คุณสมชาย เจ้าของบริษัท Ayuthaya Heritage ผู้ผลิตช้อมซ่อมโลหะ อันเลื่องชื่อ ศิลปินในคราบวิศวกร กำลังกลืนบรรยากาศ
|
|
|
|
เราหยุดพักรับประทานอาหารกลางวันที่ร้านชายเขื่อน (พิกัด N15 04.356 E101 03.938) ดำเนินการโดยน้องนพ และภรรยา (โทรศัพท์ 0 9084-5264, 0 9904-4997) เพยาว์ศรีผูกปิ่นโตกับร้านนี้มาแสนนาน จนเจ้านพและลูกชาย
คุ้นเคยกับก๊วนมอไซต์ฮอสเพาว์เวอร์เป็นอย่างดี จัดหาที่จอดรถพื้นระนาบ พร้อมนำผ้าชุบน้ำคลุมอานกันมิให้อวัยวะ พี่ๆนักบิดสุกเป็นยางมะตูมเพราะบางคันต้องจอดตากแดด อาหารสุดอร่อยเลื่องชื่อของร้านนี้ได้แก่ ปลาช่อนเผา
ทอดมันปลากราย ปลาคังลวกจิ้ม กุ้งแม่น้ำผัดผงกะหรี่ วัตถุดิบที่ใช้ปรุงอาหารสด ดิ้นแด่วๆอยู่เมื่อครู่นี้เอง แน่นอน ทั้งหมดเป็นผลผลิตจากแม่น้ำป่าสัก
|
|
|
|
 |
|
|
เพยาว์ศรีนำก๊วนมุ่งสู่ร้านอาหารชายเขื่อน ที่ตลาดปลา บนทางหลวง 2256 อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี ด้านเหนือของพื้นที่ลุ่มน้ำเขื่อนป่าสัก
|
|
|
|
 |
|
|
|
 |
|
|
|
ถ้ากีฬาทำฅนให้เป็นคน กิจกรรมขี่มอเตอร์ไซต์สามารถทำคนให้เป็นบุคคลตัวอย่างของสังคม จำอวดไก่ ดำเนินการดูแลพรรคพวกขี่ข้ามแยก เสนอตัวรับหน้าที่นี้ทุกครั้งที่เดินทางร่วมกัน
|
|
|
|
ทันใดนั้นแสงแดดที่ก่อนหน้าส่องจ้า มาครานี้หายเข้ากลีบเมฆ เงยหน้าสบกลุ่มเมฆินทร์สีดำทะมึนปกคลุมนภา บดบังแสงทินกรจนมืดมิด ราวกับเพลาผ่านไปจนพลบสายัณห์ เห็นทีไม่ได้การเรารีบแต่งองค์ทรงเครื่องไม่รีรอ ย่าง
กายจากร้านชายเขื่อน คร่อมครรไลเคลื่อนทัพมุ่งหน้าอุโมงค์ต้นไม้โดยฉับพลัน ระนาดโหมโรง เอ้า เชิด........
ขบวนลิเก เอ๊ย ขบวนสองล้อมอเตอร์ไซต์ใช้เส้นทาง 2256 ทิศตะวันออกสู่แยกท่าหลวง ลพบุรี เลี้ยวขวาเข้าถนน
2089 มุ่งหน้าอำเภอวังม่วง จังหวัดสระบุรี ที่แยกแสลงพันเราเลี้ยวซ้าย ผ่านอุโมงค์ต้นไม้ เป็นช่วงถนนตัดผ่าภูเขา ต้นกระถินยักษ์บนยอดเขาแทนที่จะเติบโตทะยานสูงขึ้นฟ้าเหมือนปกติ ไม้ทั้งสองฝั่งกลับโค้งเข้าหากัน กลายเป็น
อุโมงค์ธรรมชาติเป็นที่อัศจรรย์ต่อผู้เยือนยิ่งนัก จำได้เคยพบตำราบอกไว้ว่าเป็นปรากฏการณ์ปกติของพืชที่ดำรงชีพ
ด้วยขบวนการสังเคราะห์แสง แผ่กิ่งก้านเพื่อให้ใบรับแสงแดดได้มากที่สุด จู่ๆก็มีช่องว่างต้นไม้ก็เลยแห่กันงอกสาขา
โค้งเข้าหาพื้นที่ว่างเปล่า แผ่ใบปกคลุมจนแน่นหนา กลายเป็นอุโมงค์ที่เห็นอยู่ปัจจุบัน ธรรมด๊า ธรรมดาของต้นไม้ คนต่างหากที่ทำตัวดี๊ด๊าตื่นเต้นไปเอง
|
|
|
|
 |
|
|
อุโมงค์ต้นไม้อยู่บนเส้นทางสาย 2089 ระหว่างแยกอำเภอแสลงพันและอำเภอมวกเหล็ก เป็นช่วงถนน ตัดผ่าภูเขา ต้นไม้สองฝั่งโอบล้อมเส้นทาง หนึ่งในความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ
|
|
|
|
เส้นทางผ่านอุโมงค์มีทั้งโค้งทั้งลาดสวยจริงๆครับ ผ่านที่ไรจะต้องเห็นนักทัศนาจรจอดรถเก็บภาพประจำ ชะลอความ เร็วสักนิด พฤติกรรมของคนต่างถิ่นใช้ถนนเส้นนี้ยากแท้หยั่งถึงครับ บ้างก็มีมารยาทจอดชิดไหล่ทาง บ้างลืมนึกว่าอยู่
ในสวนหลังบ้านจอดเสียเกือบกลางถนน บ้างก็นึกว่าไปเที่ยวดรีมเวิลด์ยืนกลางถนนถ่ายรูป บางรายทำตัวเหมือนมี
ควายเดินตัดหน้า จู่ๆก็กระทืบเบรก เลี้ยวจอดเสียดื้อๆ ยิ่งหน้าฝนยิ่งต้องใช้ความระมัดระวัง ต้นไม้จะมีผลิตยาง และ ผลัดใบตลอดปี และเนื่องจากกิ่งก้านสาขาปกคลุมหนาแน่นเหนือถนน ทำให้มีวัสดุตกหล่นเต็มพื้นที่จราจร น้ำฝนผสม
กับยางและใบไม้ลื่นดีชะมัด
ถนนสาย 2089 บรรจบถนนมิตรภาพ หมายเลข 2 ที่อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี เรารีบบึ่งรถทำเวลาเพื่อหนีฝน
ผมขี่มอไซต์ทรหดรุ่น R1150GS ซิ่งนำหน้าด้วยความเร็วประมาณ 160 กม./ชม. เพยาว์ศรีเหลือบตาดูกระจกมอง หลังเห็นเจ้าสกู๊คเตอร์สกายเวฟ ที่ผมดูแคลนไล่หลังมาติดๆ ไม่ทิ้งช่วงแม้ถนนลาดขึ้นเขา มหัศจรรย์ยิ่งกว่าอุโมงค์
ต้นไม้หลายเท่าตัว ตามมาได้ไงเนี่ย ผมเลยถอนคันเร่งให้สกายเวฟตีคู่ข้างผม เขาเปิดกระจกบังลมบนหมวกพร้อม กับพยักพเยิด ใช้ภาษาใบ้ถามผม "เป็นไง ดูถูกช่ายไหม หนีพ้นหรือป่าว" ผมหัวร่อเสียรถสั่นไปทั้งคัน
พระพิรุณไม่รอให้เราถึงที่พักครับ สักตรู่เดียวท่านก็โปรยสายฝนจนแทบไม่เห็นเส้นทาง ทัศนวิสัยลดลงเหลือไม่เกิน
100 เมตร เพยาว์ศรียกแขนซ้ายขึ้นเหนือหัวแล้วชี้นิ้วไปที่ถังน้ำมัน เป็นสัญญาณหมายถึงให้เลี้ยวเข้าปั๊มเพื่อจอด หลบฝนและถือโอกาสเติมน้ำมัน นักบิดเป็นสัตว์สังคมชอบเดินทางเป็นกลุ่ม พอหยุดเมื่อไรเป็นเม้าท์แตกคุยราวกับ
ไม่ได้เจอกันหลายทศวรรษ หลังจากไล่กวดเพยาว์ศรีมาตั้งแต่มวกเหล็ก เจ้าสกายเวฟกลายเป็นพระเอกประจำกลุ่ม บีเอ็มขนาดความจุเครื่องและราคาทั้งใหญ่และแพงกว่าเท่าตัว กลายเป็นตัวรองโดยปริยาย สมัครพรรคพวกรุมล้อม
ลองคร่อม ขอขี่ เปิดดูช่องเก็บของใต้เบาะที่ใหญ่ขนาดวางหมวกได้ถึง 3 ใบ แถมประหยัดน้ำมันอีกต่างหาก รถ เพยาว์ศรีเติมน้ำมันไปแล้วสองครั้ง เจ้าสกายเวฟใช้น้ำมันไปเพียงแค่ครึ่งถัง
สนทนาจนใกล้จะหมดเรื่องคุย ฝนก็ยังไม่ยอมหยุด ยังโปรยปรายลงมาอยู่เรื่อยๆ เวลาก็บ่ายแก่ๆแล้วฟ้าก็เริ่มมืด พวกเราติดสินใจลุยฝนเพื่อเข้าที่พักก่อนพระอาทิตย์ตกดิน มอไซต์บีเอ็มชนิดเดินทางไกลบางรุ่นให้เพียงลำโพงกัน
น้ำแต่ต้องซื้อวิทยุต่างหาก ราคานั้นหรือแพงวิบัติ เจ้าของบางรายรับไม่ได้เลยใช้วิทยุติดรถยนต์ทั่วไปแทน ตัวเครื่อง
เก็บอยู่ในช่องกันน้ำ แต่รีโมทอยู่ข้างนอก ขณะเดียวกันรถบางคันเป็นชนิดสปอร์ตไม่มีกระเป๋าสัมภาระ ฝนตกโทรศัพท ์มือถือที่อยู่ติดตัวเปียกจะฝากเพื่อนก็เกรงใจและไม่สะดวก ทำไงล่ะ
หนุ่มน้อยและหนุ่มมากต่างเดินแถวเข้าร้านแสนสะดวกซื้อถุงยาง อย่าถามผมว่าทำไมต้องซื้อคนละกล่องทั้งๆที่ใช้ก ันคนละชิ้นเดียว ผมไม่รู้คำตอบจริงๆ รู้แต่เพียงประพฤติกรรมเช่นนี้เป็นนิจสิน พวกที่ติดวิทยุใช้ถุงครอบรีโมท พวก
ที่ไม่มีกระเป๋าก็จับมือถือยัดใส่ถุง วิธีการนี้ใช้กันมาตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่สองแล้วครับ ทหารนาวิกโยธินใช้
ถุงยางรัดปากกระบอกกันน้ำทะเลเข้าลำกล้องก่อนยกพลขึ้นบก พอถึงฝั่งก็ยิงทะลุถุงยางได้เลยไม่ต้องเสียเวลาถอด ใช้วัสดุอื่นๆเช่นกระดาษหรือไม้ก๊อกอุดหากไม่ถอดออกก่อนยิงสามารถทำให้ลำกล้องระเบิดได้ครับ
การเดินทางครั้งนี้ลงเอยเหมือนกับทุกๆครั้งที่ผ่านมา พรรคพวกขี่ร่วมกันมาหลายร้อยลี้ ดูแลซึ่งกันและกันตลอดการ
เดินทาง เสียสละเพื่อส่วนรวมกันมาสองวันหนึ่งคืน สุดท้ายเราได้คนแปลกหน้าเป็นเพื่อนที่รู้ใจ กลายเป็นสหายคู่ชีวิต
ในขณะที่กิจกรรมอื่นๆ เช่นกีฬา สิ้นสุดลงเมื่อคุณเดินออกจากสนาม กิจกรรมขี่มอเตอรไซต์คือวิธีชีวิตที่ติดตัวคุณ ตลอดเวลา คุณสามารถขี่รถมอไซต์ไปทำงาน หรือเพื่อสันทนาการ อีกนัยหนึ่งเป็นปัจจัยที่ห้า คุณตีกอล์ฟระหว่าง
เวลางานไม่ได้หากไม่แวบ สามารถให้ความบันเทิง ท่องเที่ยวสัมผัสกับธรรมชาติโดยแท้จริง ผ่านโสตประสาททั้งห้า
รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ไม่ใช่นั่งอยู่ในรถติดแอร์ เปิดวิทยุ ชมวิวผ่านกระจก เหมือนนั่งดูวีดีโออยู่ในบ้าน และทำให้
คุณมีความรู้สึกติดดิน รู้ร้อนรู้หนาว หล่อหลอมนิสัยให้คุณรู้จักเสียสละ คุณขี่จักรยานยนต์คันร่วมล้านบาทแต่ต้อง ตากแดด ทนฝนเหมือนกับยาจก วนิพกที่เดินอยู่ข้างถนน
ท่านละเคยลองเพิ่มรสชาติชีวิต เปิดโลกทัศน์ของคุณด้วยมอเตอร์ไซต์แล้วหรือยัง
พบกันอีกครั้งในบทความชุด ขี่สองล้อ ห้อแดนสยาม ตอนต่อไปให้ชื่อว่า "กินลม ชมบึงฉวาก" ครับผม
|
|
|
เพยาว์ศรี มิถุนายน 2549
|
|
|
|
ขอบพระคุณ: * คุณวิชัย แสงหิรัญวัฒนาผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไป บริษัท ESRI (Thailand) ตัวแทนผู้เดียวในประเทศไทยสินค้า Garmin โทรศัพท์ 01-443-8168
Email: wichai.s@cdg.co.th * เฉลิมพล (จื้อ) เจริญราษฎร์ที่ปรึกษาการท่องเที่ยว, บรรณาธิการนิตยสารท่องเที่ยว โทรศัพท์ 04-771-0531, 04-139-1077
Email: chalermphon.j@hotmail.com * คุณปกาศิต (เจ) จันทร์คุณานุเคราะห์ผู้จัดการแผนกจักรยานยนต์ BMW Motorrad Barcelona โทรศัพท์ 01-925-6815 Email: Jcb349@yahoo.com
* คุณมงคล ทัศนปัญญาWorld Bike ถนนรามอินทรา กม. 8 โทรศัพท์ 02-946-4117-9 * คุณนพรัตน์ คำมีร้านอาหารชายเขื่อน ตลาดปลา ทล. 2256, ชัยบาดาล
ชัยบาดาล, ลพบุรี 15230 โทรศัพท์ 09-084-5264, 09-904-4997
|
|