Home

เสี้ยวหนึ่งของอาดัง-ราวี Trip: คลื่นลม – ชีวิต
ชีวิตและการเดินทาง
หลวงพระบาง
กระทิง
เสี้ยวหนึ่งของอาดัง
ทุ่งใหญ่นเรศวร
คลองใหญ่
นครวัด
ให้หัวใจนำทาง
ปาย
เขาใหญ่โรงเรียนธรรมชาติ
ตะรุเตา
หมู่เกาะสุรินทร์
ทะเลตรัง ตอนที่ 1
ทะเลตรัง 2
ล่องใต้
ขี่ม้า
เงา
หมอบุญส่ง เลขะกุล
เกาะรอก
เที่ยวเมืองน่าน
ลอยละลิ่วบนผิวน้ำ
ตามล่าหาหอย
พาลูกไปเดินป่า
กระบี่ ตอนที่ 2
ค้นหา
เพื่อน
ความทรงจำ
จุดหมายทางปาย
แม่เงาแห่งความทรงจำ
โพนสะวัน
นอนบ้านเพื่อน
[ปืนคลาสสิก] [คาวบอยและลูกทุ่งตะวันตก] [แก๊งค์ปืนลม] [เตาและตะเกียง] [ชมรมธนู]

คลื่นลูกใหญ่ ลูกแล้วลูกเล่าโถมเข้าซัดสาดกราบซ้ายของเรืออย่างไม่หยุดยั้ง ในขณะเรือที่กำลังเดินทาง
เข้าสู่ "แหลมพันล้าน"ของเกาะตะรุเตา บางครั้งคลื่นแรงขนาดที่ทำให้เก้าอี้ที่พวกเรานั่งอยู่เลื่อนไถลเทไป
ยังอีกข้างของกราบเรือ

"แหลมพันล้าน" เป็นชื่อที่รู้จักกันดีในหมู่ชาวประมง เนื่องจากบริเวณท้องทะเลแถวนี้อุดมไปด้วยปลา
จำนวนมากมายหลายหลากชนิด เสมือนหนึ่งทรัพย์สมบัติใต้ท้องทะเลมูลค่านับ "พันล้าน" ในขณะเดียว
กันบริเวณนี้ก็เป็นจุดที่คลื่นลมแรงที่สุดของเส้นทางระหว่าง เกาะอาดังกับท่าเรือปากบารา จังหวัดสตูล

ผมและเพื่อนร่วมทางอีกเกือบ 30 ชีวิตกำลังเดินทางกลับจากหมู่เกาะอาดัง-ราวี หนึ่งในหมู่เกาะของ
อุทยานแห่งชาติตะรุเตาอันประกอบไปด้วยเกาะน้อยใหญ่จำนวน 51 เกาะ ด้วยความงดงามบริสุทธิ์และ
ผืนป่าบนแกาะอันอุดมสมบูรณ์ จึงทำให้อุทยานแห่งชาติตะรุเตานี้ได้รับยกย่องจากองค์การยูเนสโกให้
เป็นมรดกแห่งอาเซียน(ASEAN Heritage Parks and Reserves) (ข้อมูลจาก อสท. ฉบับ เมษายน 2542)

สำหรับผมแล้วการเดินทางมาครั้งนี้สุดแสนจะคุ้มค่ากับการเดินทางที่แสนจะยาวนานด้วยรถทัวร์ 14
ชั่วโมงจากขนส่งสายใต้ไปยังจังหวัดสตูลและนั่งโคลงเคลงบนเรือจากท่าเรือปากบาราไปยังหาดแหลมสน
บนเกาะอาดังอีก กว่า 4 ชั่วโมง ไม่ว่าจะความงดงามของปะการังน้ำตื้นที่เกาะยาง ความเงามันแวววาว
ของหาดหินบนเกาะหินงาม ความเงียบสงบของหาดสวยบนเกาะราวี และความสมบรูณ์ของผืนป่าบน
เกาะอาดังและเกาะราวีซึ่งพิสูจน์ได้จากการที่นกเงือกกรามช้างออกมาบินทักทายเราถึงบริเวณที่พวกเรา
กางเต๊นท์และผูกเปลนอนทุกเช้า

แต่ไม่มีงานเลี้ยงใดไม่เลิกรา หลังจากดื่มด่ำกับธรรมชาติและความสนุกสนานตลอด 5 วัน 4 คืนแล้ว พวก
เราก็ต้องรีบขึ้นเรือออกจากเกาะอาดังกันตั้งแต่เช้า เพื่อให้กลับมาให้ถึงท่ารถบขส.อำเภอละงูก่อนบ่าย 2
โมง การเดินทางขากลับนั้นไม่ได้สนุกสนานเหมือนขามาเท่าไร ข่าวพายุเข้าทะเลอันดามันจนทำให้นัก
ท่องเที่ยวต้องติดเกาะที่สิมิรันที่มาถึงหูพวกเราเมื่อวานทำให้พวกเราไม่ค่อยรู้สึกสบายใจเท่าไร แถมท้าย
ด้วยเรือ"วรวิทย์ 3" ที่ทำหน้าที่รับใช้พวกเราตระเวนเที่ยวตลอด 5 วัน ก็เกิดอาการพยศท่อไอเสียและท่อ
สูบน้ำแตก ต้องจอดซ่อมอยู่กลางทะเล หลังจากผ่านเกาะไข่ มาได้ไม่นาน ทำให้พวกเราส่วนใหญ่สลบ
ไสลจากอาการเมาเรือ

"คลื่นแรงจังเลยนะครับ" ผมยืนอยู่บนลังน้ำแข็งท้ายเรือคุยกับพี่ วิทย์ เจ้าของเรือ ซึ่งนั่งอยู่บนหลังคาเรือ
ในระหว่างที่ผมกำลังพันแผลที่นิ้วชี้ของพี่วิทย์ อันเนื่องมาจากการซ่อมท่อสูบน้ำของเรือ

"วันนี้ยังไม่แรงเท่าไหร่หรอกครับ เมื่อวานคลื่นแรงกว่านี้อีก ขนาดเรือยางที่ออกจากหาดมารับคนจากเรือ
ใหญ่ โดนคลื่นม้วนคว่ำไปเลย" พี่วิทย์ตอบกลับด้วยสำเนียงชาวเลใต้

"เมื่อวานเรือเที่ยวที่มาส่งคนที่เกาะตะรุเตา ต้องอ้อมไปจอดหลังเกาะแล้วให้คนนั่งรถต่ออีกทอดหนึ่ง" พี่
วิทย์กล่าวต่อ

"แล้ววันนี้เรือเราจะมีปัญหาไหมครับ เพราะได้ข่าวว่าพายุกำลังจะมา" ผมถามพี่วิทย์ เนื่องจากข่าวพายุ
เข้าฝั่งทะเลด้านอันดามันตั้งแต่เมื่อวาน

"คลื่นแค่นี้สบายมากครับ ถ้ารู้จักวิธีถือหางเสือแล้ว เรือไม่ล่มหรอกครับ อย่างตอนที่เครื่องเรือเสียเราต้อง
รู้จักหันหัวเรือไม่ให้ไปขวางคลื่น ข้อสำคัญคือคนที่นั่งบนเรือต้องไม่ตกใจเวลาเรือโคลง ถ้าเกิดกรูกันไปอยู่
ที่กราบเรือข้างใดข้างหนึ่ง เรือก็จะเอียงและล่ม" พี่วิทย์ตอบด้วยแววตาและน้ำเสียงที่มั่นใจ ทำให้ความ
กังวลที่อยู่ในใจผมเกี่ยวกับสภาพคลื่นลมหมดไป…
.
พี่วิทย์ขอตัวไปถือหางเสือเรือต่อหลังจากที่ผมพันแผลให้เสร็จ ทิ้งให้ผมนั่งครุ่นคิดถึงคำพูดของพี่วิทย์
และพยายามเปรียบเปรยกับสัจธรรมของชีวิตไปตามประสาคนที่คงอยู่ในอายุและสภาพที่เริ่มพยายาม
จะหาคำตอบให้กับตัวเองว่าชีวิตคืออะไร คำพูดของพี่วิทย์ทำให้ผมนึกถึงท่อนหนึ่งของอาขยานที่ผมท่อง
ในสมัยเด็กว่า "…สติเป็นหางเสือ ถือท้ายเรือไว้ให้เที่ยง…" สติคือหางเสือของนาวาชีวิต ส่วนกำลังกาย
และความตั้งใจของเราคงเหมือนเครื่องยนต์ที่ผลักดันให้เราสามารถฝ่าฟันกับคลื่นลมแห่งอุปสรรคปัญหา
ของชีวิต ในยามที่เราหมดแรงหมดกำลังใจกับอุปสรรคที่ผ่านเข้ามา ชีวิตเราก็คงจะลอยเท้งเต้งอยู่กลาง
คลื่นลมและเดินทางนั้นก็คงไม่ถึงจุดหมายที่ต้องการ แต่เมื่อไรก็ตามที่เรายังมีสติอยู่เราก็สามารถประคอง
ไม่ได้ทำให้นาวาชีวิตของเราล่มลงได้ แต่ถ้าเราขาดสติเมื่อไร ถึงแม้ยังจะมีกำลังกายและความตั้งใจที่จะ
ฝ่าฟันอุปสรรคชีวิตมากเพียงใด เราอาจจะแล่นเรือชีวิตขวางคลื่นและล่มลงได้….

ความคิดผมล่องลอยไปอยู่นานเท่าไรก็ไม่แน่ใจ เมื่อสังเกตุรอบตัวอีกครั้งเรือได้ผ่านคลื่นลมหน้าเกาะตะรุ
เตามาโดยสวัสดิภาพ ตอนนี้คลื่นลมสงบและการเดินทางของเรือ"วรวิทย์ 3" ใกล้จะถึงจุดหมายแล้ว แต่
สำหรับจุดหมาย,ระยะทาง,และสภาพคลื่นลมของเส้นทางเรือชีวิตของผมนั้นผมไม่อาจจะรู้ได้ ผมคงได้
แต่สัญญากับตัวเองไว้ว่าจะถือท้ายเรือลำนี้อย่างมีสติเสมอ

"จะไว้ใจสิ่งใดก็ไว้เถิด แต่อย่าเกิดไว้ใจในสิ่งห้า หนึ่งอย่าไว้ใจ
ทะเลทุกเวลา...."

หนูเล

คุยกันรอบกองไฟ

เซ็นสมุดเยี่ยม

สมัครสมาชิก Thailand Outdoor ฟรี

กรุณาใส่ email และคลิ๊ก submit
Powered by YourMailinglistProvider.com