Home
ขณะนั้นเป็นเวลาสิบเอ็ดโมงเช้าผมและเพื่อนๆกำลังเดินตามหลังซ่าโถไปตามขอบตลิ่งของห้วยแห้ง เราอยู่ห่างจากหน่วยพิทักษ์ป่าห้วยแม่กะสะไม่มากนัก "กระทินเจ๊ะ"เสียงซ่าโถไม่ดังไปกว่าเสียงกระซิบสักเท่าใด ผมเงยหน้าขึ้นอย่างงงๆแล้วมองตามซ่าโถไปที่กอไผ่ทางซ้ายมือ ในระยะไม่เกินสิบเมตรจากจุดที่เรายืนอยู่กระทิงขนาดโตเต็มที่ตัวหนึ่งกำลังยืนหันหลังให้เราอยู่ในกอไผ่ริมห้วยแห้งขณะเดียวกับที่ผมหันไปมอง กระทิงตัวนั้นก็หันหลังกลับมาทางที่เรายืนอยู่ เสียงมันชนต้นไผ่ดังโครม คราม ในระยะไม่กี่ก้าวตอนนั้นผมสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน ส่วนหัวของกระทิงตัวนั้นต้องสูงไม่ต่ำกว่าสองเมตร"หนีเร็ว... กระทินเจ๊ะ"ซ่าโถร้องเตือนมาอีกครั้งเพราะเห็นพวกเรายืนนิ่ง
ผมได้มีโอกาสได้เข้าไปเดินป่าในทุ่งใหญ่นเรศวรมาแล้วสองครั้ง ผมประทับใจกับความหลากหลายและความสมบูรณ์ที่ประกอบกันให้ทุ่งใหญ่เป็นผืนป่าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่ผมได้ผ่านพบมา หลายๆครั้งผมก็ อดไม่ได้ที่จะพร่ำรำพึงถึงป่าทุ่งใหญ่ฯกับเพื่อนๆที่ยังไม่เคยได้มีโอกาสได้เข้าไปสัมผัสแต่เมื่อเขาเหล่านั้นเริ่มบอกกับผมว่าอยากจะขอเข้าไปด้วยสักครั้ง ผมก็เริ่มจะลังเล ทุ่งใหญ่แท้ที่จริงแล้วไม่ได้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวประเภทสวยงาม ไม่มีน้ำตกไม่มีจุดชมวิวให้ดูพระอาทิตย์หรือทะเลหมอก ผมไม่แน่ใจว่าในสายตาของผู้อื่นแล้วทุ่งใหญ่จะมีอะไรอย่างที่เขาคาดหวังหรือไม่
ผมตื่นลืมตาขึ้น ถุงนอนที่ผมนอนอยู่เย็นเฉียบทั้งยังเปียกและเต็มไปด้วยน้ำค้าง นาฬิกาข้อมือของผมบอกเวลาหกนาฬิกาเศษและอุณหภูมิสิบองศา ทั้งๆที่เป็นกลางเดือนเมษายนที่กรุงเทพฯกำลังร้อนระอุ อุณหภูมิกลางป่าใหญ่ยังคงหนาวเย็นอย่างไม่น่าเชื่อ
ยามเช้าที่ทินวย หมอกลงจางๆอุณหภูมิ 10 ํC
ไม่น่าเชื่อว่าเป็นกลางเดือนเมษายน
การเดินทางที่ทุรกันดารยังเป็นปราการสำคัญที่ปกป้องทุ่งใหญ่จากการบุกรุก เราใช้เวลาเดินทางจากกรุงเทพฯมาถึงด่านทินวยซึ่งเป็นปากทางเข้าสู่ทุ่งใหญ่ถึงแปดชั่วโมงเต็ม การเดินทางในครั้งนี้มีด้วยกันทั้งหมดเกือบ20คน นำทีมโดยพี่หน่อยจากโครงการศึกษาธรรมชาติ สมาชิกส่วนใหญ่เป็นหน้าเก่าๆที่คุ้นเคยกันมาจากการเดินป่าในครั้งก่อนๆ แต่ในจำนวนนี้ก็มี น้องๆคนที่ ทำงานอยู่ที่เดียวกับผมซึ่งขอสมัครมาด้วย ทั้งสามคนนี้ยังไม่เคยมีโอกาสได้สัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิดอย่างนี้มาก่อน ครั้งนี้เป็นการเดินป่าจริงๆครั้งแรกของพวกเขา ซึ่งก็ทำให้ผมมีกังวลกับการคาดหวัง ของพวกเขาจากการเข้าป่าครั้งนี้อยู่พอสมควร เมื่อรวมพลกันได้เราก็เริ่มออกเดินทางโดยรถกระบะสองคันอีกครั้ง หนึ่งทางดินลูกรังที่ถูกตัดขึ้นเพื่อ บรรทุกแร่ออกจากเหมืองนำเราผ่านเข้าสู่ป่าลึกภูมิประเทศรอบๆ หน่วยทินวยเป็นลักษณะของป่าดิบชื้นต้นไม้ขนาดใหญ่ขึ้นแน่นขนัดจนแสงแดดแทบจะส่องไปไม่ถึงพื้นดิน
ทางเส้นนั้นพาเราไต่ระดับความสูงขึ้นเรื่อยๆป่ารอบข้างเริ่มเปลี่ยนแปลงไปเป็นลักษณะของป่าดิบเขาเราเดินทางผ่านหน่วยทิคองไปยังหน่วยซ่งไท้และห้วยดงวี่ ในช่วงที่ผ่านทางห้วยดงวี่รถทั้ง2คันต้องลุย น้ำไปตามลำห้วยกว่าร้อยเมตร ลำห้วยช่วงนั้นร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ใหญ่น้ำลึกแค่ครึ่งแข้ง
จากห้วยดงวี่ทางก็เริ่มวกวนขึ้นเขาสูงชันอีกครั้ง พอพ้นจากเขาสูงชันลักษณะของป่าก็เริ่มเปลี่ยนไปอีกครั้ง ป่าในช่วงนี้เริ่มเป็นป่าโปร่งสลับกับทุ่งหญ้าในทุ่งมีต้นปรงและต้นเป้งขึ้นอยู่กระจัดกระจายทั่วไป ต้นกระเจียวแทงยอดขึ้นมาออกดอกสีชมพูสดในบริเวณที่ไฟเพิ่งจะไหม้ไปเติมสีสันให้ดูสดชื่นขึ้นไม่น้อยความหลากหลายของทุ่งใหญ่ฯทำให้สัตว์ป่าสามารถมีชีวิตอยู่ได้อย่างอุดมสมบูรณ์ ทุ่งหญ้าป่าโปร่งที่ หลายๆคนมองว่าเป็นป่าเสื่อมโทรมกลับเป็นแหล่งอาหารที่สำคัญของสัตว์ประเภทกินพืช ไฟป่าที่เกิดขึ้นในทุ่งหญ้าทุกปีก็ไม่ได้เป็นสิ่งเลวร้ายเสมอไป เพราะเมื่อเกิดไฟป่าขึ้นแล้วก็ทำให้หญ้าแทงยอดระบัด ขึ้นมาเป็นอาหารให้สัตว์ป่าอีกครั้งมุมมองของสรรพสิ่งไม่ได้มีเพียงด้านเดียวมิใช่หรือ ประมาณบ่ายโมงของวันนั้นเราก็มาถึงลำห้วยทิคาดี้ซึ่งจะเป็นจุดที่เราจะเริ่มเดินเท้ากัน รวมเวลาที่เราใช้เดินทางด้วยรถยนต์ทั้งหมดราวๆ19ชั่วโมง! เราเริ่มทยอยยกเป้ขึ้นบ่าและเดินตัดทุ่งหญ้าไปทางซ้ายมือของถนน
การเดินทางป่าครั้งนี้เรามีพี่ฤทัยเป็นผู้ดูแล พี่ฤทัยมีลูกน้องชาวกะเหรี่ยงอีกหลายคนที่ทำหน้าที่หาบหามสัมภาระส่วนกลางให้กับพวกเรา หลังจากอาหารมื้อกลางวันที่เริ่มขึ้นเมื่อโมงเย็นแล้วพวกเราก็ได้พบสมาชิกสำคัญอีกคนหนึ่งในทีม เขาชื่อซ่าโถซ่าโถเป็นชาวกะเหรี่ยงบ้านจะแกอายุประมาณ50ป ีนับได้ว่าซ่าโถเป็นชาวทุ่งใหญ่โดยกำเนิดทีเดียว พื้นที่ๆเรากำลังจะเข้าไปนี้ไม่ค่อยจะมีผู้คนเหยียบย่างเข้าไปพักแต่ก็เปรียบเสมือนสวนหลังบ้านของซ่าโถเอง ซ่าโถจะนำทางให้กับพวกเรา พวกเราเริ่มแบกเป้ออกเดินทางกันอีกครั้งก็เมื่อเกือบห้าโมงเย็น เราเดินตัดผ่านทุ่งหญ้าที่เพิ่งจะถูกไฟไหม้ไปเพียงแค่การเดินทางสั้นๆเพียงไม่ถึงชั่วโมงเราก็มาถึงตอนหนึ่งของลำห้วยทิคาดี้ที่ไหลผ่านดงไม้ใหญ่ ลำห้วยมีน้ำลึกแค่เข่าแต่ก็ใสและเย็นเฉียบ
ที่พักแรมทาง บริเวณที่ห้วยทิคาดี้ไหลผ่านดงไม้หนาทึบ
สัมภาระถูกปลดวางกองไฟถูกก่อขึ้นอย่างรวดเร็วเพื่อหุงหาอาหารมื้อเย็น
ดูเหมือนการเดินทางอันยาวไกลจะสิ้นสุดลงสำหรับวันนี้
หลายครั้งระหว่างที่เดินป่าผมมักจะได้ยินคำถามว่า"ถึงหรือยังครับ""อีกนานมั๊ยกว่าจะถึง"สำหรับผมแล้วมันเป็นคำถามที่ยากที่จะตอบ ผมจะบอกได้อย่างไรล่ะว่าเราได้มาถึงจุดหมายปลายทางแล้วหรือยัง เพราะว่าสำหรับผมแล้วการเดินทางก็คือเป้าหมาย และการสิ้นสุดการเดินทางก็คือการเริ่มต้นของการเดินทางครั้งใหม่ ที่ห้วยทิคาดี้เราสิ้นสุดการเดินทางในวันนี้ แต่มันก็จะเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางในวันต่อไป ถึงแม้ว่าการก้าวเดินจะหยุดลงแต่การเดินทางก็ยังดำเนินต่อไป การเดินทางอย่างต่อเนื่องก็เป็นความจริงอย่างหนึ่งของชีวิตมิใช่หรือที่ย่อหน้านี้ผมจบตอนแรกของบันทึกการเดินทางในวารสารฉบับนี้ แต่ย่อหน้าต่อไปก็จะเป็นจุดเริ่มต้นของตอนที่สองในฉบับหน้าครับ
ตาเกิ้น
คุยกันรอบกองไฟ
เซ็นสมุดเยี่ยม
สมัครสมาชิก Thailand Outdoor ฟรี