|
วันนี้นับเป็นวันที่สี่แล้วที่เรามาอยู่ท่ามกลางพงไพร สี่วันอาจไม่ใช่เวลามากนักแต่มันก็เริ่มจะทำให้เรา ชินกับชีวิตเรียบง่ายในป่า มันเพียงพอที่จะทำให้เราเริ่มคิดได้ว่าจริงๆแล้วการดำรงค์อยู่อย่างเป็นสุข
ของเรานั้นแท้จริงแล้วเราต้องการสิ่งต่างๆเพียงน้อยนิด เช่นอาหาร เราไม่จำเป็นต้องเสพอาหารราคา แพงจำนวนมากมายเลย เพียงผักป่าสองสามกำมือน้ำพริกซักถ้วยกับข้าวสวยร้อนๆในยามที่จิตใจ
ปลอดโปร่งเช่นนี้ก็อิ่มอร่อยกันมาทุกมื้อ
ต่อมาคือเสื้อผ้า ความต้องการพื้นฐานคือแค่การห่อหุ้มร่างกาย แต่เหตุใดที่บ้านเราทุกคนกลับมีเสื้อผ้า
เต็มตู้ ใช่หรือไม่ว่าเป็นเพราะเราคิดว่าคนอื่นจะมองจะคิดอย่างไรกับเราโดยตัดสินจากเสื้อผ้าที่เรา สวมใส่มากกว่าสิ่งที่เราเป็น สี่วันมานี้เรามีเสื้อผ้ากันเพียงคนละสองสามชุด แต่ละคนขะมุกขะมอมแต่
หากว่าหลายวันมานี้เราเริ่มรู้จักกันมากขึ้น รู้จักกันโดยที่ไม่ใช่เพียงเปลือกนอก
นอกจากนี้ยังรวมไปถึงบ้านช่องใหญ่โตข้าวของเครื่องใช้รุงรังต่างๆ ที่นำความซับซ้อนมาสู่ชีวิตเรา มากขึ้นทุกทีๆ
ชีวิตในป่าเริ่มสอนให้รู้ว่าเรามีชีวิตอย่างเป็นสุขได้โดยไม่ต้องมีสิ่งของที่เคยคิดว่าจำเป็นเหล่านี้เลย ความเป็นอยู่อย่างง่ายๆโดยไม่ต้องครอบครองต่างหากที่จะนำมาซึ่งอิสรภาพทางจิตใจและความสุข สงบมาสู่เรา
อาหารเย็นวันนั้นพวกเราก็เอร็ดอร่อยไปกับอาหารง่ายจากการเอื้อเฟื้อของธรรมชาติ เคล้าด้วยเสียง ดนตรีกระเหรี่ยงขับกล่อมจาก เรนโบว์, ทูวา และเพื่อนๆกระเหรี่ยงคนอื่นๆ ด้วยความปลอดโปร่งของ
จิตใจท่ามกล่างบรรยากาศสวยงามของป่าดงทำให้ดอกกระเจียวปิ้งจิ้มน้ำพริกอร่อยกว่าอาหารบน เหลาไหนๆที่เคยชิมมา จนกระทั่งข้าวหมดหม้อไม่รู้ตัว
ผมปิดฉากคืนนั้นลงอย่างง่ายโดยการนอนเปลฟังเสียงน้ำในห้วยแม่กะสะไหลริน ดุจดั่งดนตรีจาก สวงสวรรค์ ..... นี่แหละสวรรค์บนดิน ..... ผมพูดกับตัวเองก่อนที่จะหลับไป
|