|
หลังอาหารมือเที่ยงบนเรือผ่านไปแล้วประมาณครึ่งชั่วโมง เสียงพูดคุยเริ่มน้อยลง บางคนก็มองทะเลอย่างเหม่อลอย
ที่มาเป็นคู่ๆก็เอนศรีษะหนุนตักกันจนน่าอิจฉา ไม่นานนักทุกคนหันมาฟังเสียงเครื่องเรือกันแทน ผมเริ่มชักง่วง แต่
ไม่รู้จะไปเอนหนุนตักกับใครดี เลยต้องแข็งใจสู้กับความง่วงต่อไป เวลาผ่านไปนานพอสมควรจนกระทั่งเรือเข้า
มาใกล้เกาะกระดานซึ่งเป็นจุดชมประการังจุดแรกของการเดินทาง เกาะที่เห็นนี้ไม่มีหาดทราย มีแต่โขดหินเต็มไป
หมด ในที่สุดเรือก็ดับเครื่องยนต์และทอดสมอ แต่พวกเรายังงัวเงียกันอยู่เลยจึงไม่ค่อยมีใครกระตือรือร้นกัน เท่าใดนัก
ไหนๆมาแล้วก็ต้องลง ท้ายเรือเห็นมีคนโดดน้ำลงทะเลกันไปบ้างแล้ว กว่าผมจะลงได้ก็สาละวนอยู่กับเครื่องทรงที่
ค่อนข้างมากมาย ทั้งชูชีพ หน้ากาก และสน็อกเกิล ก็ดูวุ่นวายดี ก่อนลงไกด์ก็แนะนำวิธีใช้เอาอันนี้ใส่ปากอมไว้นะ
ต้องหายใจทางปากนะ ก็จำๆกันไว้ พวกเราว่ายน้ำดูประการังกันพักใหญ่ ก็ต้องขึ้นเรือเพื่อไปที่อื่นต่อ กว่าจะ
ทยอยขึ้นเรือได้เจ้าหน้าซึ่งแต่งชุดมนุษย์กบ 2-3 คน ต้องคอยไปต้อนนักท่องเที่ยวที่ว่ายไปไกลๆให้เข้ามาแนวเชือก
ส่วนตัวผมนั้นมนุษย์กบคนหนึ่งต้องว่ายไปลากมาที่เรือ เพราะคลื่นมันค่อยๆพัดพาออกไปไกลกว่าคนอื่น ตอนนั้น
คลื่นลูกเล็กๆมันซัดเข้าหน้าเข้าตาจนหายใจไม่ออก ตะเกียกตะกายพาตัวเองมาที่เรือก็รู้สึกว่าไม่คืบหน้าเอาเสียเลย
ถ้าไม่มีคนช่วยสงสัยแย่เหมือนกัน นึกชมเจ้าหน้าที่ว่าดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวได้ดีมาก มาถึงตอนนี้ ต้องบอกกันก่อนนะว่า "ผมว่ายน้ำไม่เป็น" รู้แล้วก็อย่าเอ็ดไปนะครับ....
|