|
ปากเมง ประตูสู่ทะเลตรัง
4 เมษายน 2542
หลังจากที่ไปตระเวนถ่ายภาพชีวิตชาวประมงแถบบ้านฉางตั้งแต่เช้าซึ่งอยู่ห่างจากปากเมงรีสอร์ตที่ผมพักอยู่นั้นไม่
ไกลนัก ก็ได้เวลาต้องมาที่ท่าเรือตามเวลานัดหมายกับบริษัทตรังทราเวิล เพื่อสมทบกับนักท่องเที่ยวที่บริษัทจะรับมา จากในเมือง โดยนัดไว้ว่าจะมาถึงที่ท่าเรือแห่งนี้ในเวลา 9.30 น.
ท่าเรือปากเมงเป็นท่าเรือขนาดเล็กเพื่อการท่องเที่ยวทะเลตรังโดยเฉพาะ แตกต่างจากท่าเทียบเรือที่จังหวัดอื่นที่มัก
จะใช้ท่าเรือประมงเป็นท่าเรือเพื่อการท่องเที่ยวไปในตัว จึงทำให้มีกิจกรรมต่างๆบริเวณท่าเรือเกิดขึ้นมากมาย ท่า เรือบางแห่งที่มีการควบคุมสภาพแวดล้อมไม่ดีพอก็จะทำให้เกิดความสกปรกและกลิ่นเน่าเสียตามมาแต่ท่าเรือปาก
เมงแห่งนี้แตกต่างจากท่าเรือที่กล่าวมาแล้วโดยสิ้นเชิง ภูมิทัศน์ที่นี่จึงดูเรียบร้อยสวยงามปราศจากกลิ่นเน่าเสียของ ซากสัตว์ทะเลต่างๆ
เบื้องหน้าซึ่งห่างจากท่าเรือไปไม่ไกลนักก็เป็นภูเขาลูกเล็กตั้งตระหง่านอยู่กลางทะเล ด้านขวามือก็ยังมีเขาลูกเล็กอีก
หลายลูกทอดเป็นระยะๆห่างออกไป ทำให้ท่าเรือแห่งนี้ดูแปลกตาและสวยงาม แสงแดดอ่อนๆและอากาศที่สดชื่นใน
ยามเช้าของวันนี้ช่วยเสริมบรรยากาศแถวนี้ให้มีเสน่ห์ยิ่งขึ้น ผมเพลินอยู่กับการถ่ายภาพหลังจากที่ทานอาหารเช้าเสร็จ
เรียบร้อยแล้ว วันนี้เป็นวันทำงานปกติจึงมีนักท่องเที่ยวค่อนข้างบางตาในบริเวณท่าเรือแห่งนี้ บ้างก็มีนักท่องเที่ยว กลุ่มเล็กๆ 4-5 คน เช่าเหมาลำเรือหางยาวออกไปเที่ยวทะเลตรังกัน
ขณะที่ผมเดินผ่านกลุ่มผู้ชาย 3-4 คน ที่นั่งอยู่สันเขื่อนริมทะเลข้างถนนนั้น คนหนึ่งก็ทักผมและออกปากเชิญชวน
ด้วยภาษาที่ติดสำเนียงท้องถิ่น ให้เช่าเรือไปเที่ยวยังเกาะต่างๆซึ่งมีทั้งโปรแกรมเที่ยววันเดียวและประเภทค้างคืนที่เกาะ
เค้าชี้ไปที่เรือหางยาวที่จอดเรียงเป็นตับราวๆสิบกว่าลำ บอกไม่ต้องกลัวร้อนเรือมีหลังคาและอุปกรณ์ดำน้ำพร้อม
รวมทั้งชูชีพด้วย ที่พักบนเกาะก็มีให้เลือกหลายราคาแถมยังแนะนำไห้ไปพักยังเกาะที่มีอาหารทะเลสดๆให้ทานด้วย
ผมคอยกรุ๊ปทัวร์ของบริษัทตรังทราเวิล . จนขณะนั้นเป็นเวลาเกือบสิบโมงแล้วก็ยังไม่เห็นวี่แววซึ่งเลยเวลานัดมามาก
แล้ว มีแต่รถตู้ของทัวร์บริษัทอื่นจอดส่งคนและเดินลงเรือไปจนหมดชุดแล้วชุดเล่า แต่ชุดของเราทำไมยังไม่มา
ประมาณสิบโมงเศษๆ ก็มีรถตู้ 2-3 คันมาจอด ใช่แล้วเป็นคณะใหญ่ประมาณ 30คน เมื่อตรวจเช็คทุกอย่างเสร็จ พร้อมขนสัมภาระและเสบียงของบริษัททัวร์ขึ้นเรือเรียบร้อยแล้ว ราวสิบโมงครึ่งเรือจึงได้เวลาออกจากท่า
ไกด์บอกว่าที่ล่าช้าเพราะต้องรอลูกทัวร์กลุ่มใหญ่ซึ่งมาเป็นคณะเกือบยี่สิบคน ของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่งซึ่ง
ท่องเที่ยวมาแล้วหลายจังหวัดและต่อด้วยโปรแกรมเที่ยวทะเลตรังซึ่งเป็นการรับช่วงต่อจากบริษัททัวร์รายอื่น นัก
ท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่นี้เท่าที่สังเกตและได้ฟังจากพูดที่คุยกันน่าจะเป็นการมาเที่ยวพร้อมกับอำลาคนที่ใกล้เกษียณอายุ
มากกว่า ดูๆแล้วก็เป็นรุ่นอาวุโสด้วยกันทั้งนั้น สนุกสนานครื้นเครงกันทั้งกลุ่มทันทีที่ลงเรือก็ดีเสียอีกที่ช่วยสร้าง บรรยากาศบนเรือไม่ให้เงียบเหงา
|