Home

ทะเลตรัง ตอนที่ 1
ชีวิตและการเดินทาง
หลวงพระบาง
กระทิง
เสี้ยวหนึ่งของอาดัง
ทุ่งใหญ่นเรศวร
คลองใหญ่
นครวัด
ให้หัวใจนำทาง
ปาย
เขาใหญ่โรงเรียนธรรมชาติ
ตะรุเตา
หมู่เกาะสุรินทร์
ทะเลตรัง ตอนที่ 1
ทะเลตรัง 2
ล่องใต้
ขี่ม้า
เงา
หมอบุญส่ง เลขะกุล
เกาะรอก
เที่ยวเมืองน่าน
ลอยละลิ่วบนผิวน้ำ
ตามล่าหาหอย
พาลูกไปเดินป่า
กระบี่ ตอนที่ 2
ค้นหา
เพื่อน
ความทรงจำ
จุดหมายทางปาย
แม่เงาแห่งความทรงจำ
โพนสะวัน
นอนบ้านเพื่อน
[ปืนคลาสสิก] [คาวบอยและลูกทุ่งตะวันตก] [แก๊งค์ปืนลม] [เตาและตะเกียง] [ชมรมธนู]

ปากเมง ประตูสู่ทะเลตรัง

4 เมษายน 2542
หลังจากที่ไปตระเวนถ่ายภาพชีวิตชาวประมงแถบบ้านฉางตั้งแต่เช้าซึ่งอยู่ห่างจากปากเมงรีสอร์ตที่ผมพักอยู่นั้นไม่
ไกลนัก ก็ได้เวลาต้องมาที่ท่าเรือตามเวลานัดหมายกับบริษัทตรังทราเวิล เพื่อสมทบกับนักท่องเที่ยวที่บริษัทจะรับมา
จากในเมือง โดยนัดไว้ว่าจะมาถึงที่ท่าเรือแห่งนี้ในเวลา 9.30 น.

ท่าเรือปากเมงเป็นท่าเรือขนาดเล็กเพื่อการท่องเที่ยวทะเลตรังโดยเฉพาะ แตกต่างจากท่าเทียบเรือที่จังหวัดอื่นที่มัก
จะใช้ท่าเรือประมงเป็นท่าเรือเพื่อการท่องเที่ยวไปในตัว จึงทำให้มีกิจกรรมต่างๆบริเวณท่าเรือเกิดขึ้นมากมาย  ท่า
เรือบางแห่งที่มีการควบคุมสภาพแวดล้อมไม่ดีพอก็จะทำให้เกิดความสกปรกและกลิ่นเน่าเสียตามมาแต่ท่าเรือปาก
เมงแห่งนี้แตกต่างจากท่าเรือที่กล่าวมาแล้วโดยสิ้นเชิง ภูมิทัศน์ที่นี่จึงดูเรียบร้อยสวยงามปราศจากกลิ่นเน่าเสียของ
ซากสัตว์ทะเลต่างๆ

เบื้องหน้าซึ่งห่างจากท่าเรือไปไม่ไกลนักก็เป็นภูเขาลูกเล็กตั้งตระหง่านอยู่กลางทะเล  ด้านขวามือก็ยังมีเขาลูกเล็กอีก
หลายลูกทอดเป็นระยะๆห่างออกไป ทำให้ท่าเรือแห่งนี้ดูแปลกตาและสวยงาม  แสงแดดอ่อนๆและอากาศที่สดชื่นใน
ยามเช้าของวันนี้ช่วยเสริมบรรยากาศแถวนี้ให้มีเสน่ห์ยิ่งขึ้น ผมเพลินอยู่กับการถ่ายภาพหลังจากที่ทานอาหารเช้าเสร็จ
เรียบร้อยแล้ว  วันนี้เป็นวันทำงานปกติจึงมีนักท่องเที่ยวค่อนข้างบางตาในบริเวณท่าเรือแห่งนี้ บ้างก็มีนักท่องเที่ยว
กลุ่มเล็กๆ 4-5 คน เช่าเหมาลำเรือหางยาวออกไปเที่ยวทะเลตรังกัน

 ขณะที่ผมเดินผ่านกลุ่มผู้ชาย 3-4 คน ที่นั่งอยู่สันเขื่อนริมทะเลข้างถนนนั้น   คนหนึ่งก็ทักผมและออกปากเชิญชวน
ด้วยภาษาที่ติดสำเนียงท้องถิ่น ให้เช่าเรือไปเที่ยวยังเกาะต่างๆซึ่งมีทั้งโปรแกรมเที่ยววันเดียวและประเภทค้างคืนที่เกาะ
  เค้าชี้ไปที่เรือหางยาวที่จอดเรียงเป็นตับราวๆสิบกว่าลำ บอกไม่ต้องกลัวร้อนเรือมีหลังคาและอุปกรณ์ดำน้ำพร้อม
รวมทั้งชูชีพด้วย ที่พักบนเกาะก็มีให้เลือกหลายราคาแถมยังแนะนำไห้ไปพักยังเกาะที่มีอาหารทะเลสดๆให้ทานด้วย

ผมคอยกรุ๊ปทัวร์ของบริษัทตรังทราเวิล . จนขณะนั้นเป็นเวลาเกือบสิบโมงแล้วก็ยังไม่เห็นวี่แววซึ่งเลยเวลานัดมามาก
แล้ว มีแต่รถตู้ของทัวร์บริษัทอื่นจอดส่งคนและเดินลงเรือไปจนหมดชุดแล้วชุดเล่า   แต่ชุดของเราทำไมยังไม่มา 
ประมาณสิบโมงเศษๆ ก็มีรถตู้ 2-3 คันมาจอด  ใช่แล้วเป็นคณะใหญ่ประมาณ 30คน   เมื่อตรวจเช็คทุกอย่างเสร็จ
พร้อมขนสัมภาระและเสบียงของบริษัททัวร์ขึ้นเรือเรียบร้อยแล้ว ราวสิบโมงครึ่งเรือจึงได้เวลาออกจากท่า

 ไกด์บอกว่าที่ล่าช้าเพราะต้องรอลูกทัวร์กลุ่มใหญ่ซึ่งมาเป็นคณะเกือบยี่สิบคน ของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่งซึ่ง
ท่องเที่ยวมาแล้วหลายจังหวัดและต่อด้วยโปรแกรมเที่ยวทะเลตรังซึ่งเป็นการรับช่วงต่อจากบริษัททัวร์รายอื่น นัก
ท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่นี้เท่าที่สังเกตและได้ฟังจากพูดที่คุยกันน่าจะเป็นการมาเที่ยวพร้อมกับอำลาคนที่ใกล้เกษียณอายุ
มากกว่า  ดูๆแล้วก็เป็นรุ่นอาวุโสด้วยกันทั้งนั้น  สนุกสนานครื้นเครงกันทั้งกลุ่มทันทีที่ลงเรือก็ดีเสียอีกที่ช่วยสร้าง
บรรยากาศบนเรือไม่ให้เงียบเหงา

ภาพ 1 เรือหางยาวหลายลำจอดรอรับนักท่องเที่ยวเพื่อไปยังเกาะต่างๆอย่างเป็นระเบียบที่ท่าเรือปากเมง   ข้างหน้า
ไกลโน้นเรือลำหนึ่งกำลังแล่นเข้ามาอย่างรวดเร็ว  เสียงดังก้องท้องน้ำทำลายความเงียบไปชั่วขณะ  ผมยกกล้องเล็งเมื่อ
เห็นเรือมาแต่ไกลและกดชัตเตอร์เมื่อเรือเข้ามาในตำแหน่งที่ต้องการ (เลนส์ 75-300 ม.ม. ความเร็วชัตเตอร์ 1/500)
คลิ๊กเม๊าส์ ที่ภาพเพื่อชมภาพที่ใหญ่ขึ้นได้ครับ

ภาพ 2 ฝั่งขวามือของเขาลูกแรก มีเรือจอดเรียงกันอีกชุดหนึ่ง เรือหางยางอีกลำหนึ่งกำลังแล่นเข้ามา  ได้จังหวะก็กด
ชัตเตอร์ (เลนส์ 75-300 ม.ม. ความเร็วชัตเตอร์ 1/500 ) คลิ๊กเม๊าส์ ที่ภาพเพื่อชมภาพที่ใหญ่ขึ้นได้ครับ

ภาพ 3 ด้านขวามือของท่าเรือดูคล้ายกับจะเป็นปากแม่น้ำ  นานๆจะมีเรือวิ่งผ่านไปมา  เรือ 4-5 ลำจอดนิ่งอยู่กลาง
ร่องน้ำเข้าใจว่าเป็นเรือท่องเที่ยวของบริษัททัวร์ที่จอดรอนักท่องเที่ยว ( เลนส์ 35-70 ม.ม.. ฟิลเตอร์ PL )
คลิ๊กเม๊าส์ ที่ภาพเพื่อชมภาพที่ใหญ่ขึ้นได้ครับ

ภาพ 4 มุมเดิมจากภาพที่ 3 แต่เป็นจังหวะที่มีเรือลำหนึ่งกำลังแล่นผ่าน  เห็นคลื่นชัดเข้าฝั่งเป็นระลอก (เลนส์75-300
ความเร็ว 1/250 ) คลิ๊กเม๊าส์ ที่ภาพเพื่อชมภาพที่ใหญ่ขึ้นได้ครับ

ภาพ 5 เรือท่องเที่ยวลำหนึ่งกำลังเทียบท่า   คงจะไปนอนค้างคืนที่เกาะต่างๆในเขตทะเลตรัง (เลนส์ 28 ม.ม.
ฟิลเตอร์ PL) คลิ๊กเม๊าส์ ที่ภาพเพื่อชมภาพที่ใหญ่ขึ้นได้ครับ

เกาะมุกด์...ถ้ำมรกต

ลงเรือชมวิวรับลมทะเลเพลินๆไม่นานก็มาถึงถ้ำมรกตซึ่งอยู่ใต้ภูเขากลางทะเลลูกหนึ่งที่มีชื่อว่าเกาะมุกด์  เมื่อเรือเข้า
มาใกล้ถ้ำไกด์ได้ให้ทุกคนใส่ชูขีพเพราะจะต้องลงน้ำกันทั้งหมด กัน บริเวณหน้าถ้ำมีเรือท่องเที่ยวของบริษัทอื่นจอดอยู่
2-3 ลำ บางกลุ่มก็กำลังลงจากเรือ บางกลุ่มก็กำลังว่ายน้ำเข้าถ้ำไป  กลุ่มของเราหลังจากที่ซักซ้อมทำความเข้าใจกัน
เล็กน้อยก็ทยอยลงน้ำ

ภาพ 6 เขามุกด์ ที่มีถ้ำมรกตอยู่ภายในเขานี้  ปากถ้ำอยู่ตรงบริเวณที่เรือ 2 ลำนั้นจอดอยู่ (เลนส์ 35-70 ม.ม.)
คลิ๊กเม๊าส์ ที่ภาพเพื่อชมภาพที่ใหญ่ขึ้นได้ครับ

ภาพ 7 บริเวณหน้าถ้ำมรกต  เรือท่องเที่ยวที่มาถึงต้องจอดรอถ่ายคนลงน้ำหน้าถ้ำทีละลำ โดยจะขยับเรือให้เข้าๆไป
ใกล้หน้าถ้ำให้มากที่สุดเพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวที่ไม่ต้องว่ายน้ำไกล(เลนส์ 20-35 ม.ม.ม) คลิ๊กเม๊าส์ ที่ภาพ
เพื่อชมภาพที่ใหญ่ขึ้นได้ครับ

ความชุลมุนเริ่มให้เห็นกันเมื่อได้หย่อนตัวลงน้ำ เสียงหัวเราะด้วยความตื่นเต้นและขบขันมีให้ได้ยินกันตลอดมันเป็น
อะไรที่พวกเราไม่เคยได้สัมผัสแบบนี้กันมาก่อนที่ทุกคนจะต้องลงทะเลกันหมด  ถ้าไม่ลงก็อดเห็นความสวยงามของ
ถ้ำมรกต    ขณะที่พวกเรามีแต่ความสนุกสนานแต่เจ้าหน้าที่ที่ดูแลลูกทัวร์ดูเหมือนจะมีงานหนักและเคร่งเครียดกัน
ทุกคน  เพราะต้องระวังความปลอดภัยของลูกทัวร์  เจ้าหน้าที่คนหนึ่งแต่งชุดมนุษย์กบโดดน้ำตูมลงเป็นคนแรกเมื่อ
เรือจอดทอดสมอ    และว่ายน้ำเข้าไปในถ้ำเพื่อเอาเชือกเส้นใหญ่ที่ผูกจากท้ายเรือไปโยงไว้กับก้อนหินภายในถ้ำจะได้
ให้ลูกทัวร์ได้เกาะตอนว่ายน้ำเข้าไปข้างในถ้ำ

กลุ่มผู้ใหญ่ประเภทเจ้าเนื้อที่เป็นผู้หญิงค่อนข้างลำบากหน่อย  กว่าจะลงน้ำกันได้ก็ทุลักทุเล  เพราะมัวแต่กลัวว่าจะจม
น้ำอยู่นั่นแหละ  บางคนทำเหมือนกับว่าชีวิตนี้ไม่เคยเจอน้ำทะเลกันมาก่อน   วิ๊ดๆว้ายๆกลัวน้ำยิ่งกว่าเด็กๆ    ขณะที่
พวกเรากำลังเตรียมตัวลงน้ำกันนั้นเจ้าหน้าที่เรือคนหนึ่งก็เดินถือถุงดำใบใหญ่ให้เอากล้องถ่ายรูปใส่รวมๆกันไว้ในถุง
มัดปากถุงแล้วใส่กล่องโฟมอีกทีหนึ่ง จากนั้นก็ว่ายน้ำพาลอยเข้าถ้ำไปล่วงหน้า เป็นอันว่าหมดปัญหาเรื่องกล้องเปียก
น้ำ  และเป็นที่แน่นอนว่าจะได้ภาพภายในถ้ำมรกตกลับไปฝากคนอื่นด้วย

ภาพ 8 ปากถ้ำเป็นหน้าผาสูงและดูใหญ่โต ทำให้เห็นคนตัวนิดเดียว
 (เลนส์ 75-300 ม.ม.ม) คลิ๊กเม๊าส์ ที่ภาพเพื่อชมภาพที่ใหญ่ขึ้นได้ครับ

ภาพ 9 ซูมเข้ามาใกล้ๆที่ปากถ้ำ  จะเห็นมืดๆเช่นเดียวกับถ้ำทั่วไป จึงต้องใช้ไฟฉายนำทาง   แต่ถ้าอยู่ในถ้ำมองออก
มาข้างนอกแล้วจะเห็นน้ำทะเลหน้าถ้ำเป็นสีเขียวมรกตสวยงามมาก คลิ๊กเม๊าส์ ที่ภาพเพื่อชมภาพที่ใหญ่ขึ้นได้ครับ

เมื่อทุกคนลงน้ำกันหมดแล้วก็จะต้องเกาะกันเป็นแถวรูปขบวนรถไฟ โดยคนอยู่ข้างหลังจะเกาะชูชีพคนอยู่ข้างหน้า
และทุกคนต้องใช้เท้าทำท่าแบบถีบจักรยานในน้ำเพื่อให้ขบวนแถวมันเคลื่อนตัวไปได้  เมื่อเข้าไปในถ้ำความมืดก็
ค่อยๆคืบคลานเข้ามาเยือน  เจ้าหน้าที่ที่อยู่หัวขบวนก็จะส่องไฟฉายนำทางและยังมีอีกคนหนึ่งคอยส่องผนังถ้ำเพื่อไม่ให้
ไปชนหินอันแหลมคมในทางโค้ง  ขณะที่ชุดพวกเรากำลังว่ายน้ำเข้าไปในถ้ำก็มีชุดทัวร์กลุ่มอื่นเกาะเป็นขบวนรถไฟ
เช่นกันว่ายสวนออกมาทางด้านขวา    ต่างฝ่ายก็ส่งเสียงโห่ร้องกรี๊ดกร๊าด เสียงสะท้อนกึกก้องกันสนั่นถ้ำ  เป็นความ
มันความสนุกสนานจากการว่ายน้ำเข้าถ้ำมรกตอันน่าประทับใจ

ว่ายมาได้สักพักใหญ่ก็เริ่มเห็นแสงข้างหน้า จนกระทั่งถึงปากถ้ำด้านในซึ่งมีภูเขาล้อมรอบ หน้าปากถ้ำมีแอ่งน้ำไม่
ใหญ่โตมากนักแต่ก็สามารถเล่นน้ำได้หมือนเป็นชายหาดเล็กๆที่มีหน้าผาโอบล้อมเป็นวงแคบๆ  เมื่อแหงนขึ้นไปก็จะ
เห็นท้องฟ้า  มันเป็นความแปลกประหลาดของธรรมชาติอย่างหนึ่งที่ทำให้สถานที่เล็กๆแห่งนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ทำ
ให้คนทั่วไปใฝ่ฝันอยากมาเที่ยวถ้ำมรกต และทะเลตรัง

เมื่อขึ้นถึงฝั่งต่างคนก็แยกย้ายกันเล่นน้ำที่ตรงนั้นเอง บางคนก็ขึ้นฝั่งแล้วนั่งขอนไม้ชมทิวทัศน์รอบๆ  คนที่ฝากกล้อง
ไว้ก็เดินไปเอากล้องที่กล่องโฟมซึ่งวางไว้ที่ชายหาดมาถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกัน  เสร็จแล้วก็ลงไปเล่นน้ำกันผมถ่ายภาพ
ไปได้ไม่มากนักแต่ก็ชอบมุมภาพบริเวณหน้าผาที่มีแสงส่องลงมากระทบกับต้นไม้เล็กๆที่กาะอยู่เต็มไปหมด เป็น
ความไฝ่ฝันอย่างหนึ่งที่ต้องการถ่ายภาพหน้าผาภายในถ้ำที่มีแสงแดดส่องมาแบบนี้ ซึ่งคนรู้จักกันที่มาเที่ยวต่างก็ออก
ปากถึงความสวยงามภายในถ้ำแห่งด้วยนี้กันทั้งนั้น แต่ก็น้อยคนที่จะได้ภาพดีๆกลับไป  ซึ่งเป็นเพราะมาเจอสภาพ
แสงที่อึมครึมและไม่เหมาะที่จะถ่ายภาพภายในถ้ำ

ภาพ 10 ในถ้ำจะมีหาดทรายเล็กๆพอเล่นน้ำได้   กลุ่มผู้สูงอายุกำลังถ่ายรูปกันก่อนลงเล่นน้ำ กลุ่มนี้แหละครับที่สร้าง
บรรยากาศครื้นเครงกันอยู่เป็นประจำ (เลนส์ 20-35 ม.ม. ฟิลเตอร์ PL) คลิ๊กเม๊าส์ ที่ภาพเพื่อชมภาพที่ใหญ่ขึ้นได้ครับ

ภาพ 11 ภายในถ้ำมรกตวันนี้มีแสงค่อนข้างดี   แสงแดดส่องลงมา
ที่ต้นไม้เล็กๆที่เกาะหน้าผาช่วยทำให้เด่นชัดขึ้น (เลนส์ 20-35 ม.ม.
ฟิลเตอร์ PL) คลิ๊กเม๊าส์ ที่ภาพเพื่อชมภาพที่ใหญ่ขึ้นได้ครับ

"ถ้ำมรกต"  ทำไมจึงเรียกชื่อนี้ ผมพบความจริงนี้ก็ตอนที่ว่ายน้ำออกจากถ้ำนั้นเอง  ขณะที่ขบวนแถวกำลังเกาะกลุ่ม
กันออกมาเกือบจะถึงปากถ้ำนั้น แสงจากภายนอกส่องผ่านใต้น้ำเข้ามาจนเห็นความใสของน้ำ เห็นขาของพวกเรากัน
เองเป็นเงาดำที่กำลังถีบจักรยานใต้น้ำกัน  น้ำทะเลบริเวณนั้นเห็นเป็นสีเขียวมรกต   สีมรกตสวยงามจริงๆ   คิดว่าจะ
เห็นแสงสวยเป็นสีเขียวแบบนี้ได้ก็เฉพาะวันที่มีแสงแดดจัดเท่านั้น

เมื่อขึ้นเรือมาแล้วพวกเราอาบน้ำจืดกันที่ท้ายเรือก่อนที่จะเดินทางต่อไป  ขณะนั้นเป็นเวลาบ่ายโมงกว่าแล้วเจ้าหน้าทีก็
เริ่มแจกจ่ายอาหารกล่องที่เตรียมมาจากบนฝั่งให้รับประทานกันบนเรือ  น่าเสียดายอาหารที่ดูไม่ค่อยจะถูกปากนัก
และขาดความอร่อยไปแยะ บางคนก็ทานเหลือจนน่าเสียดาย  ถ้าทำให้ดีกว่านี้ก็จะทำให้การทานอาหารบนเรือที่กำลัง
วิ่งรับลมทะเลอยู่นี้ได้รสชาดและได้บรรยากาศไม่น้อย

ภาพ 12 ลูกทัวร์ในคณะเดียวกันนี้กำลังจัดแถวเรียงหนึ่งเพื่อว่ายน้ำออกจากถ้ำหลังได้เวลาเล่นกันมาพอสมควรแล้ว
(เลนส์ 20-35 ม.ม. ฟิลเตอร์ PL) คลิ๊กเม๊าส์ ที่ภาพเพื่อชมภาพที่ใหญ่ขึ้นได้ครับ

ได้เวลาพักเที่ยงก่อนนะครับ ทานข้าวเสร็จแล้วก็จะพาไปเที่ยวเกาะเชือกกันต่อ  ต้องติดตามตอนต่อไป

พี่ใหญ่

ข้อมูลการถ่ายภาพ
ฟิล์ม..ฟิล์มสีโกดัก PRN 100
กล้อง...Nikon FE2
เลนส์...Nikon  AF 75-300 ม.ม., AF 35-70 ม.ม. และ Tokina AF 20-35 ม.ม. และ 28 ม.ม.(แมนนวล)

คุยกันรอบกองไฟ

เซ็นสมุดเยี่ยม

สมัครสมาชิก Thailand Outdoor ฟรี

กรุณาใส่ email และคลิ๊ก submit
Powered by YourMailinglistProvider.com