Home

ภูกระดึง และมิตรภาพบนหนทาง
ชีวิตและการเดินทาง
หลวงพระบาง
กระทิง
เสี้ยวหนึ่งของอาดัง
ทุ่งใหญ่นเรศวร
คลองใหญ่
นครวัด
ให้หัวใจนำทาง
ปาย
เขาใหญ่โรงเรียนธรรมชาติ
ตะรุเตา
หมู่เกาะสุรินทร์
ทะเลตรัง ตอนที่ 1
ทะเลตรัง 2
ล่องใต้
ขี่ม้า
เงา
หมอบุญส่ง เลขะกุล
เกาะรอก
เที่ยวเมืองน่าน
ลอยละลิ่วบนผิวน้ำ
ตามล่าหาหอย
พาลูกไปเดินป่า
กระบี่ ตอนที่ 2
ค้นหา
เพื่อน
ความทรงจำ
จุดหมายทางปาย
แม่เงาแห่งความทรงจำ
โพนสะวัน
นอนบ้านเพื่อน
เสียงเพรียกแห่งวังน้ำเขียว
ตะลุยแดนเอสกิโม
บุกป่าน่าหนาว
วันพักผ่อน 6.3 ริกเตอร์
เหตุการณ์เมื่อตีสอง
ภูกระดึง
[ปืนคลาสสิก] [คาวบอยและลูกทุ่งตะวันตก] [แก๊งค์ปืนลม] [เตาและตะเกียง]

เส้นทางนั้นสูงชันและยาวไกล แต่หากผู้ใดได้มาเยือนก็อาจติดตาตรึงใจ มิลืมเลือน

Phukradung006

ภูกระดึงนั้นอาจเรียกได้ว่าเป็นยอดเขาในตำนานของนักเดินทาง โดยเฉพาะคนในวัยหนุ่มสาวที่จะต้องไปสักครั้ง
หนึ่งในชีวิต มนต์สเน่ห์ที่ถูกเล่าขานของภูกระดึงมีทั้งวิวที่สวยที่สุดแห่งหนึ่ง ด้วยทิวป่าสนที่ปกคลุมไปด้วยสายหมอก,
พระอาทิตย์ตกยามเย็น, น้ำตกที่ลอยประดับไปด้วยใบเมเปิลสีแดง รวมไปถึงตำนานการเดินขึ้นเขาที่สูงชันที่คนที่ได้
ไปมาแล้วสามารถเอามาเล่าต่ออย่างภาคภูมิใจ

หนทางสูงชันขื้นสู่ยอดภูยาว 5 กิโลเมตร ทำให้หลายคนถามตัวเองว่า "มาทำไม" แต่บางคนนั้นก็ต้องกลับมาอีก
ครั้งแล้วครั้งเล่า

จะเป็นเพราะความงามของภูกระดึงเพียงเช่นนั้นหรือ...........................

phukradung91-002

ผมเคยเดินขึ้นภูกระดึงมาแล้วสามครั้ง แต่ละครั้งล้วนแล้วแต่ให้ความรู้สึกที่แตกต่าง

ครั้งแรกเป็นการขึ้นไปกับเพื่อนในวัยเรียน เช่นเดียวกับนักเดินทางส่วนมากที่มาเยือนภูกระดึง การเดินทางในวัยนั้น
เต็มไปด้วยความต้องการที่จะพิชิตยอดเขาที่ทุกคนเล่าขาน

เราได้ถ่ายรูปกับป้ายผู้พิชิต ถ่ายรูปกับหน้าผายามอาทิตย์ตก ผจญกับความหนาวเย็น,ได้เขาไปเดินดูป่าและน้ำตก
ในป่าปิด และได้อยู่ท่ามกลางมิตรภาพของเพื่อนฝูง

ทุกอย่างดูตื่นตาตื่นใจไปเสียหมด

phukradung91-005

ครั้งที่สองห่างจากครั้งแรกหลายปี กว่าจะได้กลับไปภูกระดึงอีกครับ ผมก็พ้นชีวิตนักศึกษาและเริ่มทำงานไปแล้ว
เพื่อนร่วมทางในครั้งนี้มีทั้งเพื่อนร่วมงานที่รู้จักกันไม่นาน, เพื่อนเก่าที่เคยเที่ยวกันมา และหนึ่งในนั้นก็คือหญิงสาวผู้รู้ใจ

phukradung91-003

การเดินทางในครั้งนี้แตกต่างไปจากครั้งแรก เมื่อไปถึงผมรู้สึกว่าภูกระดึงเปลี่ยนไปมาก

 ทางขึ้นลงกลายเป็นบันไดปูน, ผู้คนแออัดยัดเยียดแย่งกันขึ้นลงจนแทบไม่มีที่ว่าง, มองไปทางใดก็ล้วนแต่มีสิ่ง
อำนวยความสะดวกไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ร้านขายน้ำ ขายไอศครีม ฯลฯ 

เมื่อเราไปเดินป่าสู่จุดชมวิวเราก็พบกับผู้คนจำนวนมากมายที่รอคิวเข้าไปถ่ายภาพ, เมื่อยามตื่นเช้าเสียงเพลงจาก
วิทยุในเต๊นท์รอบข้างก็ดังแว่วมาทำลายบรรยากาศ มันช่างต่างไปจากป่าดิบดงเถื่อนที่ผมอ่านในนิยายและฝันที่
จะไปถึง

ผมรู้สึกว่าภูกระดึงไม่ใช่ยอดเขาที่ท้าทายอีกต่อไป กลับกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ผู้คนต่างไปแย่งกันกินแย่งกัน
อยู่ ไม่ใช่ลำเนาเถื่อนที่เราจะปลดปล่อยตัวเองจากสังคมเพื่อไปหาธรรมชาติ

P1282577

เกือบสิบสี่ปีที่ผมไม่เคยกลับไปที่ภูกระดึงอีก ด้วยเหตุผลที่ว่าภูกระดึงไม่ใช่ป่าดิบดงทึบอันสงบเงียบที่ผมแสวงหา

แต่แล้วการเดินทางสู่ภูกระดึงครั้งล่าสุดก็เกิดขึ้นอย่างแตกต่างไปอีก

ผมกับลูกชายพูดคุยกันมาตลอดว่าเมื่อเขาโตขึ้นเราจะไปปีนป่ายภูเขาด้วยกัน เรากำหนดกันคร่าวๆว่าเมื่อเขาอายุสิบ
สองน่าจะเป็นเวลาที่เหมาะสม และเมื่อเวลานั้นมาถึงเขาก็เลือกที่จะไปภูกระดึง

เด็กชายสามคนในวัยเดียวกัน พ่อสามคนที่จะได้ปีนป่ายภูเขากับลูกชาย และนั่นก็คือคำนิยามของการเดินทางครั้งนี้

Phukradung016

ภูกระดึงเปลี่ยนไป นั่นเป็นสิ่งแรกที่ผมบอกตัวเองอีกครั้ง เมื่อขึ้นถึงหลังแป ทางเดินดูโล่งราวกับถนนที่ตัดไว้ให้รถวิ่ง
มีร้านให้เช่าจักรยานเพิ่มมาตรงนั้น ป่าบนหลังแปดูเหมือนจะโปร่งโล่งไปมาก หลายๆอย่างเปลี่ยนไป

P1282633

และดูเหมือนว่าภูกระดึงจะห่างไกลป่าธรรมชาติในอุดมคติของผมออกไปทุกที

สองสามวันนั้นเราเดินเที่ยวกันบนเส้นทางหลักของภูกระดึง เราเดินไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ผาหมากดูก และแน่นอน
ย่อมต้องไปดูพระอาทิตย์ตกที่ผาหล่มสัก

P1292700

ยามเย็นที่ผาหล่มสัก ผู้คนมากมายตามคาด คิวถ่ายภาพที่ก้อนหินปลายชะง่อนผายาวเหยียด

เพื่อหลบเลี่ยงจากความแออัด ผมผันตัวเองมานั่งอยู่ที่โขดหินด้านหลัง ขณะที่ลูกชายและเพื่อน ไปเข้าคิวถ่ายรูปบน
ก้อนหินยอดฮิตของผาหล่มสัก

เมื่อได้นั่งสงบมองภาพเบื้องหน้าด้วยสายตาของผู้สังเกตการณ์ นั่นก็เป็นครั้งแรกที่ผมได้มองภูกระดึงด้วยสายตา
ที่แตกต่าง

Phukradung010

เบื้องหน้าผมมีผู้คนมากมาย ส่วนใหญ่อยู่ในวัยหนุ่มสาว แต่หลายคนก็เป็นผู้ที่มากับลูกหลาน แม้ทุกคนจะอยากได้
มุมดีๆเพื่อถ่ายภาพยามพระอาทิตย์ตกดินบรรยากาศกลับเป็นไปด้วยความถ้อยทีถ้อยอาศัย ใบหน้าของทุกคนระบาย
แต้มไว้ด้วยรอยยิ้ม เสียงพูดคุยอย่างมีความสุขและเสียงหัวเราะของผู้คนเบื้องหน้าที่กำลังชื่นชมความงามที่กำลัง
ปรากฎในแสงสุดท้ายของวัน ทำให้บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยมิตรภาพ

P1292667

มีเพียงผมกระมังที่มีความขุ่นข้องอยู่ในใจ เพราะต้องการให้ภูกระดึงเป็นอย่างที่ผมอยากให้เป็น และนั่นก็เป็นปัญหา
ของผมเองมิใช่ใครอื่น

คนรุ่นหนุ่มสาวกลุ่มหนึ่งนั่งอยู่ใกล้ๆ พวกเขาหันมาส่งยิ้ม เราทำความรู้จักและพูดคุยกัน พวกเขามาภูกระดึงกันเป็น
ครั้งแรก ผมรู้สึกได้ว่าเขาตื่นเต้นกับทิวทัศน์ สนุกกันในหมู่เพื่อน มีความสุขกับบรรยากาศรอบข้างที่หาที่ไหนไม่ได้
ในแหล่งท่องเที่ยวอื่นของเมืองไทย

ความรู้สึกของพวกเขานั้นก็คือสิ่งที่ผมเคยได้รู้สึกในครั้งแรกของการมาภูกระดึง

และผมก็เริ่มเข้าใจ ภูกระดึงอาจมิใช่ป่าดิบดงทึบในอุดมคติที่ผมแสวงหา แต่มันเป็นดินแดนแห่งมิตรภาพ ไม่ว่าจะ
เป็นระหว่าง คู่รัก เพื่อน ญาติพี่น้อง หรือแม้กระทั่งคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน เป็นที่ๆผู้คนทุกวัยจะได้สัมผัสธรรมชาติ
และเส้นทางสูงชันและยาวไกลของภูกระดึงอาจจะทำให้เขาได้รู้จักคนข้างกายในมุมที่เขาไม่เคยพบเห็นในสังคมเมือง

เมื่อมาคิดดูบรรยากาศแห่งมิตรภาพนั้นไม่เคยเปลี่ยน ก้อนหิน, ต้นสน และที่ผาหล่มสักก็ไม่เคยเปลี่ยน
ความอึดอัดใจที่ผมมีต่อการมาภูกระดึงในสองครั้งหลังนี้เล่า

..........................................อาจเป็นผมเองที่เปลี่ยนไป

จากนั้นผมจึงได้หลุดออกจากความคิดและได้นั่งดื่มด่ำกับบรรยากาศแห่งมิตรภาพนั้น บนฉากหลังสีแดงสดของพระ
อาทิตย์ตกที่ผาหล่มสัก

phudradung0202

แสงดาวพร่าวพร่างเต็มท้องฟ้า สายลมเย็นพัดโฉยผ่านใบหน้า แสงเทียนรายเรียงเป็นสายตามทางเดิน

เทียนในขวดขุ่นเป็นนวตกรรมใหม่ แต่แสงดาวและลมเย็นยังคงเป็นเช่นเดิม

หลายคนบอกว่าการเดินทางมาภูกระดึงจะไม่สมบูรณ์ไปได้ถ้าหากไม่ได้ไปดูพระอาทิตย์ตกที่ผาหล่มสัก ซึ่งก็น่าจะจริง
และนั่นก็อาจเป็นเพราะประสบการณ์ในการเดินกลับสู่ที่พักในยามค่ำคืน

ด้วยวัยสิบสองลูกชายผมโตขึ้นเร็วมาก ขณะที่พ่อต้องทำงานนอกบ้านจนดึกดื่น ดูเหมือนว่าเวลาที่เราอยู่ด้วยกันจะน้อย
กว่าที่ควรเป็น แต่ละวันเรื่องคุยกันให้เป็นที่สนใจทั้งสองฝ่ายดูจะน้อยลงทุกที

ไฟฉายดวงเล็กที่ส่องทางทำให้เรารวมกลุ่มกันเดินไป คำถามหลากหลายเริ่มจะพรั่งพรูออกมาจากเด็กชายทั้งสาม
คนหนึ่งคือลูกชายผม อีกสองคนคือเพื่อนของเขาในวัยเดียวกัน

"ตอนพ่อมาภูกระดึงครั้งที่แล้วเห็นสัตว์อะไรบ้างครับ"
"เวลาเดินป่านี่พ่อกลัวเจอหมีหรือเจอช้างมากกว่ากันครับ"
"ไกลขนาดนี้แม่เดินไหวจริงๆเหรอครับ"
ฯลฯ
ขณะที่ตอบคำถาม ภาพเก่าและความหลังก็กลับมาสู่ความทรงจำอีกครั้ง


phukradung91-008

ในการเดินทางสู่ภูกระดึงในครั้งที่สองของผม  การมาถึงภูกระดึงและพบว่าสภาพหลายอย่างเปลี่ยนไปจากครั้งแรกมาก
ผู้คนแออัด ร้านค้ากระจายไปทั่วทำให้ผมไม่ค่อยจะประทับใจนัก แต่หากคืนสุดท้ายบนภูกระดึง ก็มีเหตุการณ์ในความ
ทรงจำเกิดขึ้น

เมื่อเราหันหลังกลับจากผาหล่มสักหลังพระอาทิตย์ตกบนเส้นทางเดียวกันนี้ ฝนก็เทลงมาอย่างหนักทั้งๆที่เป็นฤดูหนาว
เสื้อฝนที่ปรกติมีไว้ใส่คนเดียวถูกเอามาใช้คลุมกันฝนร่วมกันสำหรับแปดคน ไฟฉายสองกระบอกสำหรับส่องทางอันมืด
มิดตลอด 9 กิโลเมตร เสียงหัวเราะที่ดังเกือบตลอดทางที่หนาวเหน็บและเหนื่อยล้า เมื่อนั้นภูกระดึงก็ได้สร้างมิตรภาพ
และความทรงจำที่ยืนยงให้กับผู้ร่วมทาง

 เล่าขานกันว่าหนุ่มสาวหลายคู่มาพบรักที่นี่ หลายคู่ก็มาเรียนรู้ตัวตนที่แท้จริงจนต้องเลิกรา แต่หากคู่ไหนผ่านการ
ทดสอบของภูกระดึงไปได้ก็จะรักกันไปชั่วกาลนาน

และสำหรับผม ในครั้งนั้น ภูกระดึงก็ได้ทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์

เมื่อกลับมาถึงแคมป์กลางดึกท่ามกลางความเปียกปอน,หนาวเหน็บและอ่อนล้า เพื่อนคนหนึ่งลุกขึ้นหยิบขวานถาก
ไม้ฟืนที่เปียกชุ่มให้ถึงใส้ในที่แห้ง เราช่วยกันก่อไฟ ต้มมาม่าร้อนๆที่พวกเราทุกคนตักกินร่วมกันจากหม้อใบเดียวด้วย
มือที่หนาวสั่น

ภาพเพื่อนคนนั้นเหวี่ยงขวานสับฟืนยังติดตาผมอยู่แม้กระทั่งตอนที่เขียนบทความนี้ และเราก็ยังเป็นเพื่อนเดินป่าที่
ไว้ใจฝากชีวิตกันได้อยู่จนวันนี้

Phukradung017

ประสบการณ์ก็ถูกถ่ายทอดจากพ่อสู่ลูกบนเส้นทางสายนั้น

เส้นทางที่แคบแต่ยาวถึงเก้ากิโลเมตรดูเหมือนจะทำให้ช่องว่างของพ่อและลูกชายแคบลง

P1292749

ไฟในเตาฝืนข้างหน้าสว่างไสวท่ามกลางความมืดของยามค่ำคืนชวนให้เราแวะเข้าไปสู่ชุมชนเล็กของร้านค้าระหว่างทาง

ผมชวนเด็กๆนั่งลงที่เพิงหนึ่งด้วยรอยยิ้มในสายตาของคุณป้าเจ้าของร้าน

"หิวมั๊ยลูก" คุณป้าถามสามหนุ่มด้วยน้ำเสียงของญาติผู้ใหญ่มากกว่าคนที่เพียงต้องการจะขายของ

ไข่ปิ้ง และน้ำดื่มเย็นๆ ช่วยบรรเทาความหิวของเราลงไป
"เมื่อ กี้นี้ป้าเจอหมูป่า ข้างหลังร้านนี้ด้วยนะ" ประโยคนั้นทำให้ตาที่เริ่มหรี่ของสามหนุ่มเบิ่งโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ด้วยความที่ป้าเป็นชาวบ้านที่นี่และขายของบนภูกระดึงมาหลายสิบปี จึงมีเรื่องเล่าอีกหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง
สัตว์ป่า ผู้คน หรือแม้กระทั่งเรื่องราวแปลกๆที่ไม่มีคำอธิบาย

มิตรภาพรอบวงไช่ปิ้งริมทางนั้นเปลี่ยนความคิดไม่ดีที่ผมเคยมีต่อร้านค้าริมทางเดินของภูกระดึงไปจนหมดสิ้น
 

เด็กชายคนนั้นนั่งลงพักที่แคร่ไม้
ผมเอ่ยถาม  "เหนื่อยมั๊ยครับ"
"เหนื่อยครับ"
"จะมาอีกมั๊ย"  ผมถาม
"คิดดูก่อนครับ"  เด็กชายตอบยิ้มๆ

จากรอยยิ้มและแววตาของเด็กชายที่กำลังจะกลายเป็นหนุ่มน้อย ผมพอจะบอกได้ว่าเขาต้องกลับมา อาจจะมากับ
เพื่อนสักกลุ่มที่จะได้โอกาสพิสูจน์น้ำใจและคบกันไปจนแก่เฒ่า

หรืออาจจะมากับหญิงสาวสักคนเพื่อให้ภูกระดึงช่วยพิสูจน์รักแท้ เหมือนกับที่เคยทดสอบแม่และพ่อของเขามา

ส่วนผมเองยังจะต้องกลับมาตะเกียกตะกายปีนภูกระดึงอย่างน้อยอีกครั้งเพื่อพาลูกสาวคนเล็กมาเรียนรู้ชีวิตจาก
ภูกระดึง เมื่อเขาอายุ 12

การเดินทางขึ้นภูกระดึงแต่ละครั้งของผมล้วนแล้วแต่ให้ความรู้สึกที่แตกต่าง อาจเป็นเพราะภูกระดึงเปลี่ยนไป และ
ที่แน่ๆก็เป็นเพราะผมเองที่แปรเปลี่ยน

ต้องใช้เวลาถึงสามคร้งและเวลาเกือบยี่สิบปีสำหรับผมที่จะเริ่มเรียนรู้ว่า มันอาจไม่ใช่วิวของป่าสน สายหมอก และ
พระอาทิตย์ยามเย็นที่ทำให้หลายคนต้องกลับมาที่ภูกระดึงซ้ำแล้วซ้ำเล่า

แต่หากเป็นมิตรภาพบนเส้นทางยาวไกล

phukradung91-009

ตาเกิ้น

13 มกราคม 2551

คุยกันรอบกองไฟ

เซ็นสมุดเยี่ยม

สมัครสมาชิก Thailand Outdoor ฟรี

กรุณาใส่ email และคลิ๊ก submit
Powered by YourMailinglistProvider.com