|
ไฟในเตาฝืนข้างหน้าสว่างไสวท่ามกลางความมืดของยามค่ำคืนชวนให้เราแวะเข้าไปสู่ชุมชนเล็กของร้านค้าระหว่างทาง
ผมชวนเด็กๆนั่งลงที่เพิงหนึ่งด้วยรอยยิ้มในสายตาของคุณป้าเจ้าของร้าน
"หิวมั๊ยลูก" คุณป้าถามสามหนุ่มด้วยน้ำเสียงของญาติผู้ใหญ่มากกว่าคนที่เพียงต้องการจะขายของ
ไข่ปิ้ง และน้ำดื่มเย็นๆ ช่วยบรรเทาความหิวของเราลงไป
"เมื่อ กี้นี้ป้าเจอหมูป่า ข้างหลังร้านนี้ด้วยนะ" ประโยคนั้นทำให้ตาที่เริ่มหรี่ของสามหนุ่มเบิ่งโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ด้วยความที่ป้าเป็นชาวบ้านที่นี่และขายของบนภูกระดึงมาหลายสิบปี จึงมีเรื่องเล่าอีกหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง สัตว์ป่า ผู้คน หรือแม้กระทั่งเรื่องราวแปลกๆที่ไม่มีคำอธิบาย
มิตรภาพรอบวงไช่ปิ้งริมทางนั้นเปลี่ยนความคิดไม่ดีที่ผมเคยมีต่อร้านค้าริมทางเดินของภูกระดึงไปจนหมดสิ้น
เด็กชายคนนั้นนั่งลงพักที่แคร่ไม้ ผมเอ่ยถาม "เหนื่อยมั๊ยครับ" "เหนื่อยครับ" "จะมาอีกมั๊ย" ผมถาม "คิดดูก่อนครับ" เด็กชายตอบยิ้มๆ
จากรอยยิ้มและแววตาของเด็กชายที่กำลังจะกลายเป็นหนุ่มน้อย ผมพอจะบอกได้ว่าเขาต้องกลับมา อาจจะมากับ เพื่อนสักกลุ่มที่จะได้โอกาสพิสูจน์น้ำใจและคบกันไปจนแก่เฒ่า
หรืออาจจะมากับหญิงสาวสักคนเพื่อให้ภูกระดึงช่วยพิสูจน์รักแท้ เหมือนกับที่เคยทดสอบแม่และพ่อของเขามา
ส่วนผมเองยังจะต้องกลับมาตะเกียกตะกายปีนภูกระดึงอย่างน้อยอีกครั้งเพื่อพาลูกสาวคนเล็กมาเรียนรู้ชีวิตจาก
ภูกระดึง เมื่อเขาอายุ 12
การเดินทางขึ้นภูกระดึงแต่ละครั้งของผมล้วนแล้วแต่ให้ความรู้สึกที่แตกต่าง อาจเป็นเพราะภูกระดึงเปลี่ยนไป และ ที่แน่ๆก็เป็นเพราะผมเองที่แปรเปลี่ยน
ต้องใช้เวลาถึงสามคร้งและเวลาเกือบยี่สิบปีสำหรับผมที่จะเริ่มเรียนรู้ว่า มันอาจไม่ใช่วิวของป่าสน สายหมอก และ พระอาทิตย์ยามเย็นที่ทำให้หลายคนต้องกลับมาที่ภูกระดึงซ้ำแล้วซ้ำเล่า
แต่หากเป็นมิตรภาพบนเส้นทางยาวไกล
|