|
เช่นเดียวกับทุกๆวัน ในเช้าวันที่หนาวเหน็บวันนั้นรถด่วนนครพิงค์กำลังทำหน้าที่ของมัน ซึ่งก็คือการพาผู้คน มากหน้าหลายตาขึ้นสู่ภาคเหนือโดยมีปลายทางที่เชียงใหม่ และก็เช่นเคย ในครั้งนี้ผมกับพี่เต็มเดินทางกันมา
เพียงสองคน ด้วยหน้าที่การงานที่รัดตัวทำให้เราไม่สามารถกำหนดวันหรือแม้กระทั่งจุดหมายของการเดินทาง ครั้งนี้ได้ล่วงหน้า แต่ในที่สุดเราก็ตกลงกันได้อย่างง่ายๆก่อนขึ้นรถไฟว่าเราจะไปเมืองปาย....
ในขบวนรถไฟเราย่อมมีเพื่อนร่วมเดินทางมากมาย ในจำนวนนี้มีคุณป้าคุณลุงสองท่านที่นั่งอยู่ติดกันและคุยกับ เรามาตั้งแต่เช้า ด้วยความประสบการณ์มากมายที่สองท่านสะสมไว้จากห้วงชีวิตที่ผ่านมา ทำให้เรารู้สึกว่าการ
สนทนานั้นให้แง่คิดต่อเราไม่น้อย
คุณป้าเล่าให้เราฟังว่าเป็นครูมาตลอดชีวิตการทำงาน ในช่วงเวลามที่ยาวนานย่อมมีการเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะ
การย้ายที่สอนไปทั่วเขตภาคเหนือ, เปลี่ยนงานบ้างเป็นบางครั้ง, เติบโตในการงานจากครูน้อยจนมาเป็นครูใหญ่ แต่ที่ไม่เคยเปลี่ยนก็คือ ทุกวันมีความตั้งใจอยู่เสมอว่าจะต้องสอนคนให้เป็นคนดี แม้วันนี้เกษียณแล้วหันไปทำ
การเกษตร แต่เวลาไปไร่ไปนาก็ยังเอาหนังสือไปแจกเด็กในละแวกนั้น และคอยสอนคอยถามเด็กๆถึงเรื่องที่อ่าน อยู่เสมอ ป้ากับลุงบอกว่า "ชั่วชีวิตนี้ ขอแค่ได้สอนให้เป็นคนดีสัก 10คนก็นับว่าคุ้มแล้วที่เกิดมา"
คุณป้ายังบอกเราอีกว่า "ทุกวันตื่นเช้ามาป้าจะต้องเป้าหมายไว้ให้ตัวเอง ใหญ่บ้างเล็กบ้างแต่ต้องมีเสมอ เพราะ มันเหมือนกับการกำหนดทางที่เราจะเดินไว้ไม่ให้เปะปะ และที่สำคัญพอบรรลุเป้าหมายที่ตั้ง เราก็จะเกิดความ
ภูมิใจ" ฟังดูง่ายๆแต่คิดไปแล้วมันช่างเป็นคำมั่นที่ยิ่งใหญ่เสียเหลือเกิน
พอรู้ว่าเราจะไปเมืองปาย คุณป้าถามเราว่าคิดไว้แล้วหรือยังว่าจะไปเที่ยวที่ไหนบ้างที่ปาย ผมคิดว่าคุณป้าคงจะ
งงกับคำตอบของเราที่ว่า ไม่ได้ตั้งใจไปเที่ยวที่ไหน แค่ไปนอนเล่นสักสองสามวัน แต่น่าแปลกใจคุณป้ากลับพยัก หน้าอย่างเข้าใจ "ดี ไปให้สมองตกตะกอน"
|