|
เมืองน่านเป็นเมืองชายแดนทางภาคเหนือเขตแดนไทยติดกับประเทศลาว เป็นเมืองปิด สมัยเมื่อ 50 ปีก่อน มีถนนเข้าสู่เมืองสายเดียว โดยผ่านทางจังหวัดแพร่ เมืองล้อมรอบด้วยภูเขาสูง ทางทิศเหนือมีภูเขาผีปันน้ำ
กำเนิดต้นน้ำน่าน ชาวบ้าน เรียกว่าขุนน่านหรือขุนน้ำน่าน ยาวตลอดลงมาเป็นเขตกันระหว่างไทยกับลาว
น่านมีชื่ออีกชื่อหนึ่งเรียก นันทบุรี มีเจ้าครองนคร ขึ้นกับกรุงรัตนโกสินทร์ จึงมีวัดวาอารามมากเฉพาะในเขต
เทศบาลมี 27 วัด ล้วนแต่สวยงาม เช่น วัดภูมินทร์ มีพระพุทธรูป 4 องค์ หันหน้าออกสี่ทิศ ซึ่งสมัยหลายสิบปี
ก่อนกระทรวงการคลังเคยเอารูปโบสถ์พิมพ์ลงหลังธนบัตร มีพระธาตุแช่แห้งสร้างสมัยสุโขทัยและวัดอื่น ๆ ที่ ประชาชนเคารพบูชา เมืองน่านเป็นเมืองโบราณ หาไม่มีที่ไหนแล้ว
เมืองน่านไม่มีใครรู้จักมากนัก เพราะอยู่ไกลไปยาก ดังนั้นความเจริญของคนสมัยใหม่จึงยังไปไม่ถึง เมื่อ 50 ปี
ก่อน ยิ่งสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 คนเมืองน่านทอผ้าใช้กันเอง ผ้าพื้นเมืองผ้าฝ้ายก็ทอกันมาเรื่อย ๆ จนถึงทุกวันนี้
ผ้าน้ำไหล เป็นลายผ้าฝ้ายลักษณะเหมือนกระแสน้ำไหล ลายผ้าทอเป็นรูปช้างก็เป็นสัญลักษณ์ของเมืองน่าน ผ้าฝ้ายที่ทอจากน่านมีคุณภาพดีเยี่ยม มีการทอผ้าเกือบทุกหมู่บ้านคุณภาพลดหลั่นกันไป
นอกจากผ้าฝ้าย ผ้าไหมแล้ว เครื่องเงิน ศิลปแบบลาว และศิลปของพวกชาวเขาเผ่าเย้า ก็ยังคงรักษาไว้ ถ้าได้ เห็นจะทราบว่าแตกต่างไปจากเครื่องเงินของเชียงใหม่ พวกชาวเขาเผ่าเย้านิยมประดับกายด้วยเงิน กระดุมเป็น
เงิน ห่วงเงินคล้องคอ และลูกปัดทำด้วยเงิน จนกระทั่งกำไลข้อเท้า ปัจจุบันพวกชาวเขาเหล่านี้ลงมาอยู่ในเมือง มากขึ้น มาตั้งโรงงานมาเปิดร้านขายเครื่องเงิน เช่นร้านชมพูภูคา ควรแวะไปดู
อาหารการกินคนเมืองน่าน เหมือนคนภาคเหนือทั่วไป อาหารมีทั้งพม่า ไทยใหญ่ ลาว จีน รสชาติยังไม่เพี้ยนไป
จากโบราณ เมืองน่านอยู่ห่างไกลทะเล อาหารทะเลเมื่อก่อนไม่รู้จัก เคยเห็นแต่ปลาทูเค็ม คนที่นั่น รายได้น้อย
ต้องประหยัด ของป่ามีมาก ผักก็ปลูกเอง อาหารจึงเป็นพวกผักส่วนใหญ่ เช่น แกงแค น้ำพริกอ่อง ผักนึ่ง ปลา
ก็เป็นปลาน้ำจืดจากแม่น้ำ เนื้อควายเป็นของโปรด ชอบทำลาบลู่ ตลาดสดตอนเช้า มีอาหารนานาชนิด ซึ่งเป็น ที่แสดงออกถึงวัฒนธรรมทางด้านบริโภค
คนสมัยใหม่ชอบเที่ยวตามแหล่งธรรมชาติ ขึ้นเขา เที่ยวน้ำตก ล่องแก่ง ศึกษาธรรมชาติ ที่น่านมีครบ แม่น้ำ
หลายสายยังไม่แห้ง ถนนหนทางตัดเพิ่มทุกปี ใช้รถเก๋งก็เที่ยวป่าได้ รถตู้ก็ไปได้ แต่จะให้ดีต้องรถขับเคลื่อนสี่ล้อ เพราะบางแห่งเป็นเขาสูง
อุทยานแห่งชาติ มี 3 แห่ง และอยู่นอกเขตจังหวัดน่านอีก 2 แห่ง คนชอบแคมปิ้ง ใช้เวลาอย่างน้อยต้อง 5 คืนถึง จะทั่ว ไปเที่ยวที่ไหนก็ได้โดยปลอดภัย
ไปน่าน มีทางเลือกการเดินทางหลายวิธี
วิธีแรกถ้าเป็นนักแคมปิ้ง ค่ำไหนนอนนั่น เตรียมรถปิ๊กอัพหรือรถโฟร์วิลล์ให้พร้อม ผู้โดยสารอย่ามาก นั่งสบาย ๆ
ไม่เกิน 4 คนต่อคัน เตรียมรถให้พร้อม ข้าวสาร น้ำดื่ม อาหารสะเบียงแห้งสดพร้อม แผนที่ทางหลวงเป็นสิ่งจำเป็น
ออกจากกรุงเทพฯ เช้าหน่อยประมาณ 6.00 น. เพราะสายแล้วรถจะมาก จากกรุงเทพไปนครสวรรค์ จากนครสวรรค์
เลี้ยวขวาเข้าเส้นทางหมายเลข 117 ไปพิษณุโลก (ช่วงนี้มีทาง 4 เลนบางช่วงกำลังก่อสร้าง) จากพิษณุโลกไปอุตรดิตถ์
มีถนนบายพาสไม่ต้องเข้าเมืองไปอุตรดิตถ์เส้นทางสาย 11 เลยทางแยกเข้าเมืองอุตรดิตถ์ไปเล็กน้อย กม.ที่ 100
โดยประมาณจะมีถนนแยกขวามือไปอุทยานสักใหญ่ หรือไปเขื่อนสิริกิตต์ เส้นทาง 1046 อุทยานสักใหญ่คือต้นสัก
ใหญ่ ควรจะกินอาหารกลางวันที่เขื่อนสิริกิตต์ หรืออุทยานสักใหญ่ เพราะเดินทางมา 500 กม. แล้ว ช่วงทางระยะ นั้นเป็นเส้นทางหมายเลข 1146
หลังอาหารกลางวัน ขับรถต่อจะมาบรรจบทางสาย 1047 เลี้ยวซ้ายไปจนถึง อำเภอน้ำปาด ไปเรื่อยจนถึงอำเภอ ฟากท่า, อำเภอบ้านโคก ต่อไปเลี้ยวซ้ายตามเส้นทาง 1063 ไปอำเภอนาน้อยเข้าเขตจังหวัดน่าน
เส้นทาง 1063 นี้ก่อนถึงอุทยานแห่งชาติศรีน่าน จะผ่านแก่งหลวงของแม่น้ำน่าน เป็นแก่งที่ใหญ่ที่สุดของแม่น้ำน่าน
สวยงาม หาดทรายกว้าง ในแม่น้ำตรงแก่งมีหินสีต่าง ๆ สีเหลือง สีดำ สีชมพู ลองไปดู จะกางเต้นท์ค้างคืนที่นี่ก็ได
หรือเดินทางต่อไปก่อนไปเลือกดูที่กางเต้นท์เหมาะ ๆ ก็ได้ เลยแก่งหลวงก็จะข้ามสะพานข้ามแม่น้ำน่าน และถึงอุทยาน แห่งชาติศรีน่าน อาจจะตัดสินใจพักกันที่นี่ก็ได้ ถ้าไม่ชอบก็ขับรถกลับไปแก่งหลวง เวลามีพอ
|