Home

เที่ยวเมืองน่าน
ชีวิตและการเดินทาง
หลวงพระบาง
กระทิง
เสี้ยวหนึ่งของอาดัง
ทุ่งใหญ่นเรศวร
คลองใหญ่
นครวัด
ให้หัวใจนำทาง
ปาย
เขาใหญ่โรงเรียนธรรมชาติ
ตะรุเตา
หมู่เกาะสุรินทร์
ทะเลตรัง ตอนที่ 1
ทะเลตรัง 2
ล่องใต้
ขี่ม้า
เงา
หมอบุญส่ง เลขะกุล
เกาะรอก
เที่ยวเมืองน่าน
ลอยละลิ่วบนผิวน้ำ
ตามล่าหาหอย
พาลูกไปเดินป่า
กระบี่ ตอนที่ 2
ค้นหา
เพื่อน
ความทรงจำ
จุดหมายทางปาย
แม่เงาแห่งความทรงจำ
โพนสะวัน
นอนบ้านเพื่อน
[ปืนคลาสสิก] [คาวบอยและลูกทุ่งตะวันตก] [แก๊งค์ปืนลม] [เตาและตะเกียง] [ชมรมธนู]

โดย สุภา   ธีรธัช

เมืองน่านเป็นเมืองชายแดนทางภาคเหนือเขตแดนไทยติดกับประเทศลาว  เป็นเมืองปิด  สมัยเมื่อ 50 ปีก่อน
มีถนนเข้าสู่เมืองสายเดียว  โดยผ่านทางจังหวัดแพร่ เมืองล้อมรอบด้วยภูเขาสูง ทางทิศเหนือมีภูเขาผีปันน้ำ
กำเนิดต้นน้ำน่าน ชาวบ้าน เรียกว่าขุนน่านหรือขุนน้ำน่าน  ยาวตลอดลงมาเป็นเขตกันระหว่างไทยกับลาว
น่านมีชื่ออีกชื่อหนึ่งเรียก นันทบุรี มีเจ้าครองนคร  ขึ้นกับกรุงรัตนโกสินทร์ จึงมีวัดวาอารามมากเฉพาะในเขต
เทศบาลมี 27 วัด  ล้วนแต่สวยงาม เช่น วัดภูมินทร์ มีพระพุทธรูป 4 องค์ หันหน้าออกสี่ทิศ ซึ่งสมัยหลายสิบปี
ก่อนกระทรวงการคลังเคยเอารูปโบสถ์พิมพ์ลงหลังธนบัตร  มีพระธาตุแช่แห้งสร้างสมัยสุโขทัยและวัดอื่น ๆ ที่
ประชาชนเคารพบูชา เมืองน่านเป็นเมืองโบราณ หาไม่มีที่ไหนแล้ว

เมืองน่านไม่มีใครรู้จักมากนัก  เพราะอยู่ไกลไปยาก ดังนั้นความเจริญของคนสมัยใหม่จึงยังไปไม่ถึง  เมื่อ 50 ปี
ก่อน ยิ่งสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2  คนเมืองน่านทอผ้าใช้กันเอง ผ้าพื้นเมืองผ้าฝ้ายก็ทอกันมาเรื่อย ๆ จนถึงทุกวันนี้
 ผ้าน้ำไหล เป็นลายผ้าฝ้ายลักษณะเหมือนกระแสน้ำไหล  ลายผ้าทอเป็นรูปช้างก็เป็นสัญลักษณ์ของเมืองน่าน 
ผ้าฝ้ายที่ทอจากน่านมีคุณภาพดีเยี่ยม  มีการทอผ้าเกือบทุกหมู่บ้านคุณภาพลดหลั่นกันไป

นอกจากผ้าฝ้าย ผ้าไหมแล้ว เครื่องเงิน ศิลปแบบลาว และศิลปของพวกชาวเขาเผ่าเย้า  ก็ยังคงรักษาไว้ ถ้าได้
เห็นจะทราบว่าแตกต่างไปจากเครื่องเงินของเชียงใหม่ พวกชาวเขาเผ่าเย้านิยมประดับกายด้วยเงิน กระดุมเป็น
เงิน ห่วงเงินคล้องคอ และลูกปัดทำด้วยเงิน  จนกระทั่งกำไลข้อเท้า  ปัจจุบันพวกชาวเขาเหล่านี้ลงมาอยู่ในเมือง
มากขึ้น  มาตั้งโรงงานมาเปิดร้านขายเครื่องเงิน  เช่นร้านชมพูภูคา  ควรแวะไปดู

อาหารการกินคนเมืองน่าน เหมือนคนภาคเหนือทั่วไป อาหารมีทั้งพม่า ไทยใหญ่ ลาว จีน  รสชาติยังไม่เพี้ยนไป
จากโบราณ เมืองน่านอยู่ห่างไกลทะเล อาหารทะเลเมื่อก่อนไม่รู้จัก  เคยเห็นแต่ปลาทูเค็ม คนที่นั่น รายได้น้อย
ต้องประหยัด  ของป่ามีมาก ผักก็ปลูกเอง อาหารจึงเป็นพวกผักส่วนใหญ่ เช่น แกงแค น้ำพริกอ่อง ผักนึ่ง  ปลา
ก็เป็นปลาน้ำจืดจากแม่น้ำ เนื้อควายเป็นของโปรด ชอบทำลาบลู่  ตลาดสดตอนเช้า มีอาหารนานาชนิด  ซึ่งเป็น
ที่แสดงออกถึงวัฒนธรรมทางด้านบริโภค

คนสมัยใหม่ชอบเที่ยวตามแหล่งธรรมชาติ  ขึ้นเขา เที่ยวน้ำตก  ล่องแก่ง  ศึกษาธรรมชาติ ที่น่านมีครบ แม่น้ำ
หลายสายยังไม่แห้ง  ถนนหนทางตัดเพิ่มทุกปี ใช้รถเก๋งก็เที่ยวป่าได้  รถตู้ก็ไปได้  แต่จะให้ดีต้องรถขับเคลื่อนสี่ล้อ
 เพราะบางแห่งเป็นเขาสูง

อุทยานแห่งชาติ มี 3 แห่ง และอยู่นอกเขตจังหวัดน่านอีก 2 แห่ง คนชอบแคมปิ้ง ใช้เวลาอย่างน้อยต้อง 5 คืนถึง
จะทั่ว ไปเที่ยวที่ไหนก็ได้โดยปลอดภัย

ไปน่าน มีทางเลือกการเดินทางหลายวิธี

วิธีแรกถ้าเป็นนักแคมปิ้ง ค่ำไหนนอนนั่น  เตรียมรถปิ๊กอัพหรือรถโฟร์วิลล์ให้พร้อม  ผู้โดยสารอย่ามาก  นั่งสบาย ๆ
ไม่เกิน 4 คนต่อคัน เตรียมรถให้พร้อม ข้าวสาร น้ำดื่ม  อาหารสะเบียงแห้งสดพร้อม แผนที่ทางหลวงเป็นสิ่งจำเป็น

ออกจากกรุงเทพฯ เช้าหน่อยประมาณ 6.00 น. เพราะสายแล้วรถจะมาก  จากกรุงเทพไปนครสวรรค์ จากนครสวรรค์
เลี้ยวขวาเข้าเส้นทางหมายเลข 117 ไปพิษณุโลก (ช่วงนี้มีทาง 4 เลนบางช่วงกำลังก่อสร้าง)  จากพิษณุโลกไปอุตรดิตถ์
มีถนนบายพาสไม่ต้องเข้าเมืองไปอุตรดิตถ์เส้นทางสาย 11  เลยทางแยกเข้าเมืองอุตรดิตถ์ไปเล็กน้อย กม.ที่ 100 
โดยประมาณจะมีถนนแยกขวามือไปอุทยานสักใหญ่ หรือไปเขื่อนสิริกิตต์  เส้นทาง 1046  อุทยานสักใหญ่คือต้นสัก
ใหญ่ ควรจะกินอาหารกลางวันที่เขื่อนสิริกิตต์ หรืออุทยานสักใหญ่  เพราะเดินทางมา 500 กม. แล้ว ช่วงทางระยะ
นั้นเป็นเส้นทางหมายเลข 1146

หลังอาหารกลางวัน ขับรถต่อจะมาบรรจบทางสาย 1047 เลี้ยวซ้ายไปจนถึง อำเภอน้ำปาด  ไปเรื่อยจนถึงอำเภอ
ฟากท่า,  อำเภอบ้านโคก  ต่อไปเลี้ยวซ้ายตามเส้นทาง 1063  ไปอำเภอนาน้อยเข้าเขตจังหวัดน่าน

เส้นทาง 1063 นี้ก่อนถึงอุทยานแห่งชาติศรีน่าน จะผ่านแก่งหลวงของแม่น้ำน่าน  เป็นแก่งที่ใหญ่ที่สุดของแม่น้ำน่าน
  สวยงาม หาดทรายกว้าง ในแม่น้ำตรงแก่งมีหินสีต่าง ๆ   สีเหลือง สีดำ สีชมพู  ลองไปดู จะกางเต้นท์ค้างคืนที่นี่ก็ได
หรือเดินทางต่อไปก่อนไปเลือกดูที่กางเต้นท์เหมาะ ๆ ก็ได้ เลยแก่งหลวงก็จะข้ามสะพานข้ามแม่น้ำน่าน และถึงอุทยาน
แห่งชาติศรีน่าน  อาจจะตัดสินใจพักกันที่นี่ก็ได้  ถ้าไม่ชอบก็ขับรถกลับไปแก่งหลวง  เวลามีพอ

แก่งหลวง

อุทยานแห่งชาติศรีน่าน อยู่บนฝั่งน้ำน่าน จุดที่สำคัญคือ ผาชู้ ไปหาดูก็แล้วกันว่าอุทยานแห่งนี้มีอะไร
ตื่นเช้าเสร็จจากอาหารเช้าแล้ว  เดินทางต่อ  อาหารเช้าลองสอบถามทางอุทยานก็ได้ว่ามีอะไรให้กินบ้าง เขา
มีร้านสวัสดิการ  เดินทางต่อไปยังอำเภอนาน้อย  ก่อนถึงนาน้อย มีสถานที่อีกแห่งหนึ่งอยู่ทางซ้ายมือ เรียก
ฮ่อมจ้อม (ร่องแคบ) เสาดิน เข้าไปแวะดูได้ พอถ่ายรูปกันเสร็จเดินทางต่อไปนาน้อย  และไปอำเภอสา  หรือ
เวียงสา  ระยะทางประมาณ 30 กม.

ถึงอำเภอสา ตรงสี่แยกกลางเมืองมีตลาดสอ ควรแวะเข้าไปดู อาจหาซื้อสะเบียงได้บ้าง  แล้วเดินทางต่อไป 
จุดหมายปลายทาง อุทยานแห่งชาติแม่จริม ตามเส้นทาง 1162 ผ่านอำเภอน้ำมวบ  ควรถามทางจากชาวบ้าน
ไปเรื่อย ๆ ถึงทางไปแม่จริม เพราะทางแยกมีมาก ระยะทางประมาณ 40 กม. จะถึงแม่จริมประมาณ 11.00 น.
เท่านั้น

อุทยานแม่จริม เป็นอุทยานที่มีธรรมชาติสวยงามมากที่สุดเท่าที่เคยเห็น แม่น้ำใสสะอาดในหน้าแล้ง  ไหล
คดเคี้ยวผ่านหน้าที่ทำการของอุทยาน  ชายหาดกว้างมีทั้งหาดทรายและหินกรวด  ตั้งเต้นท์ได้ และลงเล่นน้ำ
ได้สบาย  จุดที่อนุญาตให้ตั้งเต้นท์คือชายหาด  ที่ทำการอุทยานอยู่บนฝั่งเป็นตลิ่งเดินขึ้นไปประมาณ 10 เมตร
มีบ้านพัก 3 หลัง นอนได้หลังละ 10-20 คน เหมือนบ้านรับรอง ต้องจองล่วงหน้า  ราคาค่าเช่าไม่กำหนด แล้ว
แต่จะบริจาค  มีร้านสวัสดิการ ขายอาหารและเครื่องดื่ม  สงสัยว่าการเตรียมอาหารจะต้องบอกล่วงหน้า ไปมาก
คนเขาไม่มีของทำ ห้องน้ำส่วนกลางสะอาด เพราะใช้น้ำประปาภูเขา

แม่น้ำว้าเมื่อมองจากอุทยานแม่จริม

ลำน้ำว้าที่จุดกางเต๊นท์

นอกจากความร่มรื่นของอุทยานแล้ว ที่นี่มีชื่อเสียงระดับโลก คือ การล่องแก่ง  นับจากการล่องแบบมหาโหด
นอนค้างกลางป่า ก็มีการล่องแบบธรรมดา จากจุดหนึ่งมาหน้าที่ทำการ  หรือล่องจากที่ทำการไปขึ้นฝั่งอีกจุด
หนึ่ง  จะใช้แพไม้ไผ่ ใช้เรือชาวบ้าน หรือแพยางก็สุดแต่ความประสงค์  อุทยานมีเรือยาวบริการด้วยสอบถาม
แล้วล่องจากหน้าอุทยานไปถึงจุดหนึ่ง ค่าเช่าบริการ 3,000 บาท นั่งได้ประมาณ 10-12 คน

นอนค้างที่อุทยานแห่งชาติแม่จริมแล้ว  จะเดินทางต่อไป  ควรเข้าตัวเมืองน่าน เพื่อเตรียมสะเบียง และเติม
น้ำมันเชื้อเพลิงรถยนต์จะดีไหม  ใช้เวลาเพียง 1 ชม.เท่านั้น  สำหรับระยะทางประมาณ 30-40 กม. ใช้เส้นทาง
1168

ถ้าออกจากแม่จริมสายหน่อย สมมติว่าถึงอำเภอเมืองน่านประมาณ 10 นาฬิกา  และหาอาหารกลางวันตามร้าน
มีทั้งข้าวแกง  ก๋วยเตี๋ยว  สะเบียงก็จะมีที่ตลาดหน้าโรงแรมเทวราช  สะเบียงจะมีไส้อั่ว  ข้าวเหนียว  ปลาย่าง เป็ด
หมูพะโล้ ไข่พะโล่ น้ำพริกอ่อง น้ำพริกหนุ่ม หมูย่าง ฯลฯ  ในตลาดมีขาย ไปถึง  10 โมง ควรและเติมน้ำมันเสียก่อน
 ปั๊มเชลล์ มีแห่งเดียว อยู่ถนนไปทางด้านหลังโรงแรมเทวราช ทั้งนี้  เป็นเวลาคาบกับระหว่างตลาดเช้าและตลาดเย็น
กลัวตลาดเช้าของหมด ตลาดเย็นยังไม่เริ่ม

วิธีการเก็บสะเบียง ถ้ามีคูลเลอร์  น้ำแข็งซื้อเป็นแพ็ค อย่าแกะใส่ในคูลเลอร์ทั้ง แพ็ค  ของกินห่อใส่ถุงพลาสติกผูก
มัดให้แน่นอย่าให้น้ำเข้า นำเข้าใส่คูลเลอร์  จะเก็บได้นานไปถึงอ่านข้างหน้า น้ำแข็งละลายโยนทิ้ง  ซื้อแพ็คใหม่ใส่

ทานอาหารกลางวันแล้ว  เดินทางต่อไปจุดหมายปลายทาง คือ อุทยานแห่งชาติดอยภูคา   พอข้ามน้ำน่านตาม
ทางเดิมที่มาจากแม่จริม ลงหัวสะพานต้องเลี้ยวซ้ายทันทีไปตามเส้นทาง 1169 ไปบ้านหลักลาย  บ้านผักเฮือก 
เขตแดนฝายน้ำตาลและถึงบ่อเกลือ

ขอหมายเหตุสักนิด เส้นทางสายบ้านหลักลาย-ผักเฮือก และฝายน้ำตาลนี้เป็นทางยุทธศาสตร์ สมัยที่มีการรบกัน
ระหว่างรัฐบาลกับกองโจรคอมมินิสต์นั่น มีการรบกันอย่างรุนแรงบนถนนสายนี้ รัฐบาลพยายามสร้าง ถูกโจมตีหนัก
ทหาร ตำรวจข้าราชการเสียชีวิตที่นี่มาก

บ่อเกลือ มีบ่อเกลือสินเธาร์ เหมือนบ่อน้ำจืด  ชาวบ้านตักขึ้นมาลงกะทะเคี่ยวจนแห้งเป็นเกลือ อำเภอนี้เป็นชุมชน
เล็ก ๆ แต่เจริญ มีโรงเรียน โรงพยาบาลดีกว่าที่อื่น สมเด็จพระเทพฯ  ทรงโปรดมาก  จะเสด็จมาที่นี่บ่อยครั้ง  ตาม
ทางที่ผ่านมาแถวผักเฮือก  จะมีทางขึ้นไปยังดอยภูฟ้า  ซึ่งเป็นที่ประทับ เรียกว่า พระตำหนักภูฟ้า ไม่ทราบว่าคน
สามัญชนจะขึ้นไปได้หรือไม่

ลองสัมภาษณ์  คนต้มเกลือดูก็ได้ว่า  เขาเช่าเตาอย่างไร เคยพบหนุ่มสาวคู่หนึ่งนอนเฝ้าโรงเกลือ ขณะที่กำลัง
ช่วยกันใส่ฟืนกันอยู่ บอกว่าแต่งงานใหม่  มาเริ่มตั้งต้นชีวิตทำมาหากินกัน ถ้าจะให้ซึ้ง อ่านตำนานบนกระดาน
จารึกก็แล้วกัน ซื้อเกลืออุดหนุนเขาบ้าง

บนอุทยาน จะถึงแห่งแรกเป็นจุดชมดาว เป็นที่ตั้งแค้มป์ด้วย  มีศาลาที่ประทับคราวที่แล้วที่สมเด็จพระเทพฯ 
เสด็จฯครั้งแรก มีห้องน้ำสะอาด มีร้านสวัสดิการเปิดขายเป็นบางวันบางเวลา  ที่นี่คนพลุกพล่านไม่เหมาะกับการ
ตั้งเต้นท์ ต้องขับรถเลยไป 2-3 กม. จะถึงจุดชมวิวแรก  ทางขวามือ ทางรถวิ่งทางเดียว  เลี้ยวเข้าไปเล็กน้อย  จะมี
บ้านรับรองหลังใหญ่ทางซ้าย  เลยเข้าไปเป็นศาลาชมวิว  ห้องน้ำ และบริเวณที่กางเต้นท์  เลยลงไปก็เป็นทางไป
ที่ทำการตรงข้าม  ที่บริเวณกางเต้นท์  มีบังกาโล ชนิดนอน 2 คน ตีนโผล่ด้วย จะเช่าก็ได้  และยังมีบ้านรับรอง
หลังที่ 2 อีกหลังหนึ่ง

ที่กางเต้นท์จุดชมวิวแรกนี้เหมาะ  คนไม่ค่อยทราบกัน  ห้องน้ำก็สะดวก  ทางลงไปเป็นที่ทำการ และห้องอาหาร
ทางราชการ  เปิดบริการคนนอกด้วย ไปสอบถามดู ถ้าไม่อยากหุงหากินเอง

ถ้าไปหน้าหนาว  ตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงกุมภาพันธ์กลางคืนจะหนาวลมแรง ต้องการฟืน เนื่องจากคนขึ้นไปกัน
มาก  ฟืนหายาก ขอให้เจ้าหน้าที่เขาหาให้คงได้  ให้เงินเขาบ้าง  เจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่เป็นลูกจ้างชั่วคราวทางกรม
ป่าไม้ เป็นคนงานก็มาก จ้างคนงานให้หาฟืนให้ดีที่สุด อย่าจุดใต้ตำตอไปจ้างหัวหน้าอุทยานเข้าล่ะ

จากอุทยานฯ ดอยภูคา สอบถามเจ้าหน้าที่ดู  ควรเดินป่าไปตามบ้านชาวเขาต่าง ๆ ที่เขาพัฒนาอาชีพให้  ไปดู
น้ำตก  ไปดูถ้ำ (ถ้าชอบ)  เจ้าหน้าที่จะนำทางได้

ลงจากอุทยานลงอีกทางหนึ่ง ประมาณ 30 กม.  ลงมา อำเภอปัว อำเภอปัวเป็นอำเภอค่อนข้างใหญ่  มีตลาด
สดหาสะเบียงได้ และลงใต้มาท่าวังผาระยะทาง 16 กม. ก่อนออกจากอำเภอปัวมีปั๊มน้ำมันอยู่ทางซ้ายมือ  เพียง
ปั๊มเดียว  ควรเติมน้ำมันให้เต็มถัง

ถึง อ. ท่าวังผา  ทางขวามือเป็นที่ตั้งของที่ว่าการอำเภอเลี้ยวขวาเข้าไป  ละแวกนี้จะขายข้าวหลามกระบอกยาว ๆ
มีหลายเพิง คุณภาพเหมือนกัน  ใส่สังขยา ไส้ถั่วดำปน  ใส่ข้าวเหนียวปนงาขี้ม้อน  เลือกเอาตามชอบ  กระบอกละ
10 บาท ซื้อมาก ๆ เขาลดให้  จุดนี้เป็นจุดเริ่มทางสาย 1148 ท่าวังผา- เชียงคำ  อันสวยงาม ระยะทาง 120 กท.
ตามทางเลียบแม่น้ำขุนเขา สลับซับซ้อน  มองเป็นทะเลหมอกและก่อนถึงเชียงคำ  เมื่อลงจากเขาจะเห็นแต่ไกล
มีบึงขนาดใหญ่อยู่  นั่นคือ อุทยานแห่งชาติสะเกิน เป็นพื้นที่ของจังหวัดพะเยา

อุทยานแห่งชาติสะเกิน เป็นภาษาท้องถิ่นชาวเขา เป็นที่ราบ เดิมอาชีพชาวบ้านคือ ปลูกฝิ่น เป็นแหลงผลิต
ที่ใหญ่ที่สุด  อุดมสมบูรณ์ และพักที่อุทยานฯ สะเกิน  ร่มรื่น และเดินป่าได้ ขออนุญาตกางเต้นท์ริมบึงได้ก็วิเศษ

ความจริงก่อนถึงสะเกิน  คือ ก่อนขึ้นเขาสูง บ้านสองแคว ก็มีเส้นทางหลายทางออกไปยังดอยคำใต้ ทางเก่าเป็น
ทางยุทธศาสตร์  ไปพระธาตุดอกหมอกไปออกผาจิ ต้องเดินเท้า ซึ่งอันตราย  และไปออกบ้านหลวง

จากอุทยานแห่งชาติสะเกิน  มีทางต่อไปหลายทาง เพราะสิ้นสุดการแคมปิ้งอุทยานแห่งชาติแล้ว ถ้าคิดว่ามาจังหวัด
น่านยังไม่ได้สัมผัสเมืองน่าน เพื่อชมวัดวาอาราม  ก็ย้อนกลับมาท่าวังผา  และอำเภอเมือง ใช้เวลาประมาณ 3-4 ชม.
ระยะทางประมาณ 180 กม.

นอนค้างคืนที่โรงแรมเทวราช  สัก 1 คืน เช้าเข้าตลาดสด ซื้อของฝาก เช่น แหนม  ไส้อั่ว ฯลฯ ตอนเย็นก่อนนอน
แวะร้านขายผ้าทอเมืองน่าน และตอนที่มาจากอุทยานถึงอำเภอเมือง  ยังมีเวลาเที่ยวชมจัด  ชมร้านชมพูภูคา  ซื้อ
ของที่ระลึกซื้อของฝากให้

ถ้าไม่กลับน่าน ก็ออกจากอุทยานฯ ไปเชียงคำ  จะไปเชียงรายก็ได้ จะกลับ ก.ท. ก็มาทางพะเยา จากพะเยาถึง
กรุงเทพ  720 กม. ถ้าเห็นว่าไกล ควรแวะพักเขื่อนภูมิพลสักคืนหนึ่งก่อนเข้ากรุงเทพก็ได้

วิธีเดินทางไปน่าน ทางเลือกที่ 2

เดินทางโดยรถยนต์จะขับรถไปเอง หรือไปเป็นคณะโดยรถตู้  หรือรถทัวร์ ถ้าไปรถทัวร์จะไม่สะดวกไปถึงน่านหา
รถเช่าขับยาก ดังนั้นขอพูดถึงขับรถไปเอง

ออกจากกรุงเทพ 6.00 น. ไปนครสวรรค์  พิษณุโลก อุตรดิตถ์ เด่นชัย-แพร่ และถึงน่านระยะทาง 680 กม.  แวะเติม
น้ำมันที่นครสวรรค์ แพร่  อาหารกลางวันจะถึงพิษณุโลกประมาณ 11.00 น. ที่พิษณุโลกก็ได้ พิษณุโลกถ้าเข้าเมือง
จะเสียเวลารถติดมาก ควรไปถนนเลี่ยงเมือง และย้อนเข้ามาถนนสายพิษณุโลกวังทอง  หารับประทานตามร้านก่อน
เข้าเมือง ทานอาหารแล้วกลับไปทางเก่าถึงถนนแยกซ้ายไปเด่นชัย เส้นทางหมายเลข 11 ไปจนถึงเด่นชัยจากเด่นชัย
เลี้ยวขวาใช้เส้นทาง 101  ผ่านแพร่  จะไม่กินกลางที่พิษณุโลก มาที่แพร่ก็ได้  จากแพร่ก็ไปน่าน สำรวจดูน้ำมันรถด้วย 
ถ้าเหลือน้อยเติมที่แพร่  จากแพร่ไปประมาณ 8 กม. ถึงบ้านแม่หล่าย  สังเกตดูให้ดี ปัจจุบันทำทางบายพาสไปเข้า
ตลาดแม่หล่าย ที่อยากให้แวะ  คนช่างกิน ที่นี่มีข้าวซอยอร่อยพอ ๆ กับที่ร้านลำดวนฟ้าฮ่ามเชียงใหม่ มีทั้งไก่ หมู
เนื้อ เอ็นเนื้อ  ก๋วยเตี๋ยวแห้งน้ำ ถ้าทนได้ ไปกินข้าวกลาววันที่พิษณุโลก ไปกินที่แพร่ มาถึงแม่หล่ายจะปาเข้าไป
เพียงครึ่ง ทนหิวได้ที่นี่ดีกว่า

ทานกลาววันเสร็จ  ข้าง ๆ ร้านข้าวซอยขายขนมครก มีชื่อเสียงและขนมขบเคี้ยวอื่น ๆ  เดินทางต่อไปน่านขึ้นเขา
ตลอด ระยะทางแค่ 100 กม. วิ่งชั่วโมงครึ่งถึงสองชั่วโมง ทางก็ดี  แต่คดโค้งแซงยาก รถมีน้อย แต่ต้องระวังรถ
สวน  การขับต้องเชื่อสัญญาณบอกทางของกรมทางจะปลอดภัย

จะถึงประมาณ บ่าย 3 โมง เป็นอย่างช้า เก็บของเข้าโรงแรม  แล้วน่าจะเพียงชมวัดภูมินทร  พิพิธภัณฑ์สถาน 
เพราะอยู่ใกล้กัน และไม่ไกลจากโรงแรมเทวราชที่ขอแนะให้พัก แล้วเลยไปชมเครื่องเงินที่ร้านชมพูภูคา  สวยจริง ๆ
 ของพวกชาวเขาเผ่าเย้า  ระยะทางไม่ไกล ไปจากพิพิธภัณฑ์  ไปถนนที่จะไปพะเยาออกไปสัก 1 กม. จะเห็นร้าน
อยู่ขวามือ กลัวหลงทางถามเจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์หรือคนในวัดก็ได้ถึงทางไปพะเยา

กลับจากร้านชมพูภูคาก็คงจะต้องเข้าโรงแรม  เพื่ออาบน้ำพักชั่วครู่ ถึงเย็น  น่าจะทานอาหารเย็นที่โรงแรม  อาหารดี
เมืองน่านไม่มีเหลา มีแต่ร้านอาหารถึงสวนอาหาร เช่น ร้านสุริยา  อยู่ทางเหนือของโรงแรม คือ ออกจากโรงแรมไป
ทางซ้ายมือตามถนนหน้าโรงแรมไปเรื่อย ๆ จนเกือบสุดถนนสุมนเทวราช ทางขวามือจะเห็นชื่อร้านสุริยา  มีอาหาร
พื้นเมืองผสมอาหารตามสั่ง รสชาติพอใช้ได้ ร้านนี้อยู่บนฝั่งแม่น้ำน่าน วิวคงใช้ได้  ยังมีร้านอื่น ๆ อีก แต่จำชื่อ
ไม่ได้

หลังอาหารเย็นน่าจะไปเดินเล่นจากหน้าโรงแรมไปทางซ้ายเดินไป 20-300 เมตร ตามถนนสุมนเทวราช ซ้ายมือ
ร้านจางตระกูล  ร้านผ้าไหม ที่น่านมีหลายร้าน  ที่ร้านนี้จะคัดเอาของที่มีคุณภาพมาขาย ราคาก็ไม่แพงไม่แตกต่าง
จากร้านอื่น  จะมีของให้เลือกมากกว่า  ผ้านำไหลหมายถึง ผ้าฝ้ายทอผ้าตัดเสือชุดลายน้ำไหล เสื้อที่ตัดสำเร็จรูป
ผ้าคลุมเตียง ผ้าเช็ดมือ  ผ้าหม้อฮ่อม ฯลฯ เลือกดูเอาก็แล้วกัน

กลับโรงแรมพักผ่อนให้สะบาย  เมืองน่านไม่มีที่เที่ยวกลางคืนอย่างมากก็ลงมาฟังเพลงชั้นล่างของโรงแรม  หาเบียร์
ดื่ม หากาแฟดื่มเท่านั้น ร้านรวงปิดกันแต่หัวค่ำ อาจจะเดินไปตามถนนหลังโรงแรม  จะมีก๋วยเตี๋ยวผัดไทยบ้าง
ขนมหวานบ้าง  และแม่ค้าขายส้มเขียวหวาน

ไปน่านควรขยันตื่นแต่เช้า ตลาดสดแม่ค้าวางขายกันตั้งแต่ตี 3 ตี 4 พอ 7 โมงเช้าตลาดชักจะวาย ของกินสำเร็จรูป
ก็มีมาก  รวมทั้งผักสดราคาถูก ๆ จากตลาดซื้อของกินติดมือมากินอาหารเช้าที่ร้าน มิว มิว อยู่หน้าโรงแรม  หรือ
กลับไปทานที่โรงแรมก็ได้  ร้านมิว มิว มีอาหารเช้า เช่น ข้าวแกงต่าง ๆ ไข่ดาว หมูทอด แฮมไส้กรอก ของอร่อยสุด ๆ
ได้แก่ ขนมปังชุบไข่ทอด กาแฟโบราณ  ชาชง ชาร้อน ชาเย็น อร่อย  เอาอาหารจากตลาดมารับประทานเขาก็ไม่ว่า
มีน้ำใจ

สาย ๆ เดินทางจากน่าน เช็คเอาท์จากโรงแรมเทวราชเสียเลยไปแม่จริม ระยะทาง 30 กม. โดยประมาณ ผ่าน
พระธาตุแช่แห้ง เข้ากราบนมัสการ ของพรจากพระเจ้าทันใจแล้วเดินทางต่อขึ้นเขาเล็กน้อยจะถึงอุทยานแห่งชาติ
แม่จริม  ประมาณ 10-11 น. ต้องหารือกันว่าจะล่องแก่งหรือไม่ ที่นี้สวย  ลงเล่นน้ำได้หน้าแล้วน้ำแห้งใสสะอาด 
ถ้าเล่นน้ำล่องแก่ง เราจะมีเวลาไม่พอที่จะไป บ่อเกลือ ต้องกลับไปนอนเทวราช  ถ้าเช่นนั้นจะต้องไม่เช็คเอ้าท์ที่
โรงแรมเทวราช

ถ้าเอาแค่ชมวิวที่อุทยานฯ แม่จริม ก็เดินทางต่อไปยังอำเภอสันติสุข ห่างไปทางเหนือ 30 กม.  แหล่งลูกตาลอยู่ที่นี่
เขาทำลูกชิดเชื่อมแล้วขายด้วย ต้องแวะตลาดเข้าไปดู จาก อ.สันติสุข เดินทางต่อตามเส้นทาง 1257  ไปบ้าน
หลักลาย  แล้วเลี้ยวขวาไปบ้านผักเฮือก และอำเภอบ่อเกลือใต้  แวะดูเขาทำเกลือสินเธาว์ ทานอาหารกลางวันที่
บ่อเกลือ อาหารต้องเตรียมมารวมทั้งน้ำดื่มด้วย  พี่ให้เขาตลาดเช้าที่น่าน  ก็เพื่อหาซื้อสะเบียงเพื่ออาหารกลางวัน
ที่บ่อเกลือมีร้านขายก๋วยเตี๋ยวเป็นโรงเตี้ยมอยู่ร้านเคียว นายอำเภอก็มากินที่นี่  รสชาติอร่อย เผื่อวันที่เราไปเขา
ไม่ขายก็ยุ่ง

จากบ่อเกลือก็ขึ้นดอยภูคา ชมอุทยานแห่งชาติดอยภูคา  ดูต้นเต่าร้างยักษ์ริมทาง  และต้นชมพูราคา  ได้เวลาพอ
สมควร ก็เดินทางลงใบ  อำเภอปัว  เข้าพักที่โรงแรมป่าปัวภูคา

ลืมบอกไปว่า  จากบ้านสันติสุขมาบ้านผักเฮือกนั้น มีทางขึ้นภูฟ้าซึ่งเป็นพระตำหนักของสมเด็จพระเทพฯ  ไม่ทราบ
จะมีใครคิดจะขึ้นไปหรืออย่างไร  ต้องสอบถามหาข้อมูลเสียก่อน  ภูฟ้าเป็นเขาคนละลูกกับดอยภูคา แค่มองจาก
ภูคาจะไม่เห็นพระตำหนัก

ที่โรงแรมปาปัวภูคา เป็นโรงแรมริมทาง สร้างเป็นบ้านไม้สำหรับตึกหน้า  เราต้องจองตึกหน้า เห็นวิวสวยงาม 
มองไปข้างหน้าแหงนเห็นดอยภูคา อาหารที่โรงแรมอร่อย  สั่งได้ เราควรซื้อผักต่าง ๆ ที่ชอบจากตลาดน่านมา
 เช่น  ผักหวาน ผักกูด  ผักป๋วยเล้ง เพื่อให้เขาผัดไฟแดงน้ำมันหอย เราต้องซื้อไส้อั๋ว และกิมจิ (ผักกาดเขียวดอง)
ส่วนน้ำพริกอ่อง  น้ำพริกหนุ่ม  โรงแรมเขาทำอร่อย  ผักกาดเขียวแกงไก่ก็อร่อย  แถมแคบหมู อาหารเหนือล้วน ๆ
 ไม่เอาปลา เพราะคนไม่ชอบปลามีเยอะ

เย็น ๆ นั่งเล่นหน้าโรงแรมตรงเฉลียงก่อนอาหารเย็น  เรียกน้ำย่อยก่อนควรเตรียมไวน์ไป เบียร์โรงแรมมี วิสกี้ควร
เตรียมไป ของกินเล่นก็น่าจะเป็นแหนมบ้าง ไส้อั๋วบ้าง ถ้าหน้าหนาวตั้งแต่ปลายตุลาคมจนถึงกลางกุมภาพันธ์
 อากาศเย็นจะมีหมอกลงตอนค่ำและเช้า  ต้องเตรียมเสื้อกันหนาวกัน และผ้าพันคอ หมวกกันน้ำค้าง น่าจะพัก
ที่นี่ 2 คืน ถ้าไม่คิดเดินทางต่อไปเชียงราย  หรือถ้ามีเวลาไปเชียงรายก็ได้  แวะวกกลับมาทางลำปางแล้วต่อจาก
ลำปางก็เข้ากรุงเทพ เดินทางเป็นวงกลม หรือจะไปเชียงรายแล้วนอนที่โรงแรมพระตำหนักดอยตุงเสียก่อน
ค่อยเดินทางกลับ  เชียงราย-กรุงเทพ  ระยะทาง 850 กม.  จะไหวหรือเปล่าเท่านั้น  หรือถ้าไม่ไหวแวะค้างที่เขื่อน
ภูมิพลเสียคืนหนึ่งค่อยกลับกรุงเทพก็ได้ตามประสาคนว่างงาน

ถ้านอนปาปัวภูคา 1 คืน  เช็คเอาท์แล้วไปเที่ยวเส้นทางสายท่าวังผา เชียงคำ  แล้วกลับมาน่าน  นอนเทวราชอีก
คืนหนึ่งแล้ว กลับกรุงเทพก็ได้ ไม่เหนื่อย  ไม่ไปเชียงราย

การเดินทางโดยรถส่วนตัว ควรตรวจสภาพเครื่องยนต์ และยางรถให้ดี  สูบลมให้พอดี  เรื่องน้ำมันเชื้อเพลิงต้อง
สังเกตเกจ์วัดน้ำมันเสมอ น้ำมันยิ่งไปต่างจังหวัดยิ่งแพง

ระยะทาง
กท - นครสวรรค์ 230 กม.  ควรเติมน้ำมันและเข้าห้องน้ำ
นครสวรรค์ - พิษณุโลก   130 กม.
พิษณุโลก - แพร่ หรือเด่นชัย 150 กม. ควรเติมน้ำมันที่แพร่ให้เต็มถัง
แพร่ - น่าน  150 กม.
จะออกจากน่าน - แม่จริม ต้องเติมน้ำมันเต็มถังที่น่าน ตรวจน้ำมันเครื่อง ตรวจเติมน้ำ  เพราะแม่ จริมไม่มีปั๊มน้ำมัน
แม่จริม - บ่อเกลือ ไม่มีปั๊ม
บ่อเกลือ - ดอยภูคา ไม่มีปั๊ม
ดอยภูคา -  อ.ปัวมีปั๊มน้ำมันแห่งเดียว  เติมให้เต็มถัง
ปัว -  ท่าวังผา
ท่าวังผา - เชียงคำ  ระหว่างทาง 120 กม. ไม่มีปั๊ม เติมน้ำมันให้เต็มถังที่เชียงคำ
ถ้าจากเชียงคำไปเชียงรายและต่อไป  มีปั๊มตลอดไม่น่าห่วง

วิธีเลือกที่สาม  ที่จะไปน่าน

ออกจากกรุงเทพฯ โดยรถไฟ  รถกลางวันก็มี ถ้ารถด่วนจะมีขบวน 17.00 น. และ 18.00 น. 2 ขบวนทุกวัน รถด่วน
กลางคืน 10 ชม. ถึงสถานีเด่นชัยประมาณตี 3  ให้คุณบัญชา     บุษปาคม  จัดเอารถตู้มาจากเชียงใหม่  นั่งคันละ
ไม่ 7 คน สาเหตุที่ต้องเลือกรถตู้จากเชียงใหม่  เพราะคนของคุณบัญชาชำนาญทางรู้เส้นทาง และรู้แหล่งท่องเที่ยว
หลายแห่ง พาเที่ยวได้ตั้งแต่น่าน เชียงคำ เชียงของ พะเยา เชียงราย เชียงใหม่   คุณบัญชาเป็นคนกรุงเทพ แต่รู้
เรื่องการท่องเที่ยวเกือบทุกจังหวัด โทร 02-4650839

จากเด่นชัยจะถึงน่านประมาณ 6.00 น.  เข้าพักโรงแรม เที่ยวตลาดสด ทานอาหารเช้า แล้วชมวัดต่าง ๆ ตลอด
วันแรกชมเมืองน่านให้จุใจรวมชอบปิ้งด้วย

เช้าวันที่ 2 เดินทางไปแม่จริม อุทยานแห่งชาติแม่จริม  และไปบ่อเกลือ ดอยภูคา  อุทยานแห่งชาติภูคา  พัก
โรงแรมปาปัวภูคา

วันที่ 3 เดินทางไปท่าวังผา-เชียงคำ  ทางสายนี้สวยอยากให้ไปดูทะเลหมอก ระยะทาง 120 กม. จากท่าวังผาถึง
เชียงคำ  จากเชียงคำหลังจากแวะดูเมือง นมัสการพระเจ้านั่งดิน  พระพุทธรูปเกษรดอกไม้แล้วเดินทางไปเชียงของ
ทานอาหารกลางวันที่เชียงของ เดินทางต่อไปยังสามเหลี่ยมทองคำ (เรื่องอาหารกลางวันอาจทานกันที่เชียงคำถ้า
ออกจากปาปัวภูคาสาย ถึงเชียงของอาจะบ่าย)  และเชียงแสนแม่สาย พักที่แม่สาย  เที่ยวตลาดท่าขี้เหล็ก หรือนอน
บนดอยตุง

วันที่ 4 ลงมาเชียงราย เที่ยวเชียงราย แล้วเลยไปลำปางให้ทันรถด่วนกลับกรุงเทพ ประมาณ 18.00 น. (ต้องสอบ
ถามเวลาให้แน่นอน)

หมายเหตุ ถ้าเวลาเดินทางกระชั้นชิดเกินไปก็ขยายเวลาได้แล้วแต่จะตกลงกัน  หรือตัดบางรายการออก เพื่อร่น
ระยะเวลาเดินทางดินฟ้าอากาศที่น่าน  อากาศเย็นสบาย และหนาวถึงหนาวจัด ตั้งแต่ตุลาคมถึงมกราคมไปถึง
ต้นกุมภาพันธ์  ส่วนหน้าร้อนเริ่มมีนาคมถึงมิถุนายน ต้นมิถุนายนถึงกันยายน  มีฝนน้อยจนกระทั่งมากไม่น่า
เดินทางไปช่วงหน้าฝน

ทางเลือกไปน่านอันสุดท้าย ไปเครื่องบิน

เครื่องบินไปน่านมีเกือบทุกวัน  ส่วนมากจะแวะพิษณุโลก  จาก กท. 8.00 น. จะถึงน่านประมาณเที่ยง ปัจจุบัน
สายการบินไทยอินเตอร์ฯ จะบินอาทิตย์ละวันเดียว นอกนั้นจะเป็นเครื่องอาดามัน  มาตรฐานต่ำลง  แต่ค่าโดย
สารแพงขึ้นกว่ามาก  บินไปลงน่าน ให้รถมารับ เที่ยวน่านและทุกแห่งเหมือนทางรถยนต์  ตอนกลับจะไปขึ้น
เครื่องกลับที่เชียงราย เชียงใหม่  หรือจากน่านกลับกรุงเทพฯ ได้ทุกแห่ง ต้องวางแผนการเดินทางล่วงหน้าและ
สำรองที่นั่งเครื่องบินไว้

รถที่จะนำมาใช้ต้องเป็นรถตู้ถ้าไปหลายคน ต้องให้คุณบัญชา บุษปาคม  จัดให้ถึงจะสะดวก  ไปหลายคนรถ
เช่าที่น่านคงไม่มีพอ ไม่สะดวก รถทัวร์ขนาดใหญ่ไม่สามารถขึ้นเขาได้  เพราะทางแคบและชัน อย่างเช่น 
ดอยภูคารับรองขึ้นไม่ได้แน่

สุภา   ธีรธัช

5 สิงหาคม 2545

คุยกันรอบกองไฟ

เซ็นสมุดเยี่ยม

สมัครสมาชิก Thailand Outdoor ฟรี

กรุณาใส่ email และคลิ๊ก submit
Powered by YourMailinglistProvider.com