Home

อุโมงค์เวลา
หลวงพระบาง
อุโมงค์เวลา
River Of Joy
รอคอย
ที่สูง
ภาพสีเทา
ลาแล้วเมืองหลวง
รอยประทับใจ
[ปืนคลาสสิก] [คาวบอยและลูกทุ่งตะวันตก] [แก๊งค์ปืนลม] [เตาและตะเกียง] [ชมรมธนู]

มีหลายคนบอกว่าชีวิตก็เหมือนการเดินทาง ทั้งสองอย่างล้วนดำเนินไปพร้อมการเคลื่อนตัวไปข้างหน้า
ของกาลเวลา หลายสิ่งในชีวิตและในการเดินทางสามารถย้อนกลับมาได้ จะมีก็แต่เวลาเท่านั้นที่ไม่อาจ
ย้อนคืน

ผู้คนเมื่อเดินทางมาไกลบนเส้นทางของชีวิตมักจะเรียนรู้ถึงค่าของเวลา อีกทั้งรู้สึกชื่นชมกับสิ่งต่างๆที่เคย
พบเห็นในอดีต หลายคนร่ำร้องโหยหาที่จะกลับสัมผัสกับถึงสิ่งดีๆนั้นอีก

ใช่หรือไม่ว่าหากจะมีการเดินทางที่สามารถย้อนกาลเวลา หลายคนคงไม่รีรอ


รถจี๊ปคาริบเบียนสีดำพาผมกับพี่เต็มไปตามเส้นทางระหว่าง อ. เชียงแสนสู่ อ. เชียงของ เกือบทุกครั้งใน
การเดินทางที่ผ่านมาผมมักทำหน้าที่เป็นคนขับ สิ่งแวดล้อมข้างทางที่ผมมองเห็นจึงมักจะมีแค่เพียงหลัก
กิโลเมตร ในใจผมก็เพียงแต่คิดคำนวณแต่ว่าว่าอีกไกลแค่ไหนถึงจะถึงจุดหมาย

ครั้งนี้นับว่าโชคดีที่ผมได้เป็นผู้โดยสาร อีกทั้งรถคันนี้ซึ่งออกแบบมาให้ใช้งานในทางป่าจึงไม่สามารถทำ
ความเร็วได้มากนักบนถนนหลวงที่คดเคี้ยวไปตามสันเขา ผมมีโอกาสที่จะสังเกตสิ่งต่างๆรอบข้างได้อย่าง
ชัดเจน

หมอกยามเช้ายังปกคลุมหนทางข้างหน้า ถนนเส้นเล็กๆเส้นนี้ลัดเลาะไปตามริมฝั่งแม่น้ำโขง หลายช่วงของ
แม่น้ำโขงไม่ได้เป็นแม่น้ำกว้างใหญ่อย่างที่เราเคยเห็นจนคุ้นตา แต่หากเต็มไปด้วยเกาะแก่งโตรกหินสวยงาม
บางช่วงเราก็ผ่านไปในชุมชนซึ่งมีบ้านปลูกอยู่เรียงรายอยู่สองข้างทาง ชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเขาดูแปลก
ตาสำหรับคนที่ไม่ได้ออกจากเมืองใหญ่มานานหลายเดือนอย่างผม หลายครอบครัวจับกลุ่มกันก่อไฟผิงไล่
ความหนาวอยู่กลางลานบ้าน หลายคนเดินแบกจอบเสียมออกไปเริ่มชีวิตประจำวันของเขาในไร่นา ภาพเหล่า
นี้เป็นสิ่งที่ผมไม่ได้ผมเห็นบ่อยนักแม้กระทั่งในการเดินทางในช่วงหลังๆเพราะ"ความเจริญ" ดูเหมือนจะ
เข้าไปถึงทุกๆที่

แม่น้ำโขง

ดวงอาทิตย์ยามเช้าเพิ่งขึ้นพ้นทิวเขาข้างหน้าเรา ม่านหมอกที่ยังปกคลุมหนาทึบทำให้ดวงอาทิตย์เป็นดวง
กลมโตสีส้ม ส่องแสงเย็นตาน่าแปลกที่ว่าเมื่อเราเคลื่อนที่เข้าใกล้ทิวเขามากขึ้น ดูเหมือนว่าดวงอาทิตย์นั้นจะ
ยิ่งเคลื่อนที่ต่ำลงมาจนลับหายไปในทิวเขาอีกครั้งราวกับว่าเวลากำลังหมุนย้อนกลับ หรือว่าสายน้ำ ม่านหมอก
และทิวเขา กำลังทำหน้าที่ของมันในฐานะ เครื่องย้อนกาลเวลา


ผมรู้สึกเหมือนกำลังลอยอยู่ในอากาศ ลมที่พัดมากระทบตัวอย่างรุนแรงนอกจากจะทำให้ผมหนาวจนสั่นแล้ว
ยังบอกให้รู้ด้วยว่าผมกำลังเคลื่อนที่ไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว มองไปรอบๆตัว ผมมองเห็นแต่แสงระยิบระยับ
ผมอดคิดไปไม่ได้ว่าผมกำลังล่องลอยผ่านอุโมงค์กาลเวลาตามที่เคยเห็นในภาพยนต์วิทยาศาสตร์

เพียงแต่ว่า Time Machine ของผมนี้ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 1600CC 16V ที่แผดเสียงก้องคุ้งน้ำโขง ที่นี่
เขาเรียกมันว่า "เรือไว"

"เรือไว"

ปลายอีกข้างหนึ่งของอุโมงค์เวลา

เช่นเดียวกับในภาพยนต์  การเดินทางผ่านอุโมงค์แห่งกาลเวลามักจะยาวนานและทุกข์ทรมาน พื้นที่นั่งที่จำกัด
แค่พอดีตัว บวกกับเรือที่เคลื่อนไปด้วยความเร็วจนสูงกระแทกตัวลอยทุกครั้งที่ผ่านพบกับคลื่นทำให้ผมรู้สึกว่า
ตัวกำลังกลายเป็นก้อนกลมที่ถูกโยนไปมา เวลาดูเหมือนจะเคลื่อนที่ไปช้าๆราวกับหยุดนิ่ง ทุกครั้งที่ผมมอง
นาฬิกา เวลาก็ผ่านไปเพียงแค่สองสามนาทีเท่านั้น

แต่ในที่สุดเราก็มาถึงปลายอีกด้านของอุโมงค์เวลา เรือเข้าเทียบหาดทรายในเวลาที่ดวงอาทิตย์เริ่มอยู่ในมุมต่ำ
ทันทีที่ก้าวลงจากรถตุ๊กๆที่ริมแม่น้ำคาน ผมก็รู้สึกได้ทันทีว่าผมได้มาถึง"กาลเวลา" ที่แสวงหาแล้ว เมืองเล็กๆ
แห่งนี้ตั้งอยู่อย่างสงบริมแม่น้ำคานและแม่น้ำโขง ดูเหมือนว่า สายน้ำ ม่านหมอก และขุนเขา ที่ห้อมล้อมจะทำ
ให้กาลเวลาของที่นี่เคลื่อนไปช้ากว่าโลกภายนอกอยู่หลายสิบปี

ถนนอันสงบเงียบของเมืองหลวงพระบาง

โรงแรมสายน้ำคาน


หนึ่งทุ่มวันนั้นเรานั่งจิบ"เบยลาว" อยู่ที่ร้านอาหาร "วิวแคมโขง" อาหารจานเด็ดมื้อแรกในหลวงพระบาง
นี้เห็นจะเป็น "ไคแพน แจ่วบอง" ซึ่งก็คือสาหร่ายแม่น้ำทอดเป็นแผ่นจิ้มน้ำพริกคล้ายน้ำพริกเผากับข้าวนึ่ง
ร้อนๆ

บรรยากาศที่ร้านวิวแคมโขง

Cafe แบบฝรั่งเศษริมถนน

เราเริ่มพบว่าเวลาที่นี่เดินช้ากว่าโลกภายนอกจริงๆเพราะว่าหลังจากใช้เวลาชื่นชมบรรยากาศริมน้ำระหว่าง
กินข้าวเย็นเรายังเดินเล่นจนทั่วเมือง แถมด้วยการนั่งจิบกาแฟในร้านสวยริมถนนกันอีกพักใหญ่ แต่เมื่อเดิน
กลับที่พักเราพบว่าเราใช้เวลาไปแต่ 50นาทีเท่านั้น

คุณทำอะไรในกรุงเทพได้บ้างในเวลา 50นาที?

ตาเกิ้น
สิงหาคม 2542

คุยกันรอบกองไฟ

เซ็นสมุดเยี่ยม

สมัครสมาชิก Thailand Outdoor ฟรี

กรุณาใส่ email และคลิ๊ก submit
Powered by YourMailinglistProvider.com