Home

รอยประทับใจ
หลวงพระบาง
อุโมงค์เวลา
River Of Joy
รอคอย
ที่สูง
ภาพสีเทา
ลาแล้วเมืองหลวง
รอยประทับใจ
[ปืนคลาสสิก] [คาวบอยและลูกทุ่งตะวันตก] [แก๊งค์ปืนลม] [เตาและตะเกียง]

เมื่อห้าปีผ่านความทรงจำอาจลบเลือนไป แต่หากมีเหตุการณ์บางอย่างที่ยังกระจ่างชัดอยู่ด้วยตัวมันเอง

impression4

ครั้งเมื่อผมกับพี่เต็มไปเยือนหลวงพระบางอันเป็นที่มาของเรื่องทั้งหกตอนที่ชื่อว่า "ภาพบันทึกจากหลวงพระบาง"
และเป็นส่วนหนึ่งของแรงบันดาลใจให้มี Thailand Outdoor Netzine เกิดขึ้นนั้น เราไปพักกันที่โรงแรมเล็กๆที่ชื่อ
"สายน้ำคาน"

ตามที่ชื่อบ่งบอก โรงแรมนี้ตั้งอยู่บนถนนรอบเมืองหันหน้าลงแม่น้ำคาน ตัวโรงแรมเป็นตึกแถวสองชั้นทาสีขาวสะอาด
เมื่อเราแรกก้าวเข้าสู่ประตูก็ได้พบกันรอยยิ้มของแม่หญิงคนหนึ่งที่ยืนอยู่หลังเคาเตอร์

impression3

เราตั้งใจจะเข้าพักที่โรงแรมนี้สี่ถึงห้าคืน ที่น่าแปลกใจเล็กน้อยก็คือโรงแรมให้เราลงชื่อโดยไม่ได้ขอดูเอกสารอะไรทั้ง
สิ้นรวมทั้งไม่ได้เก็บเงินมัดจำจากเราแม้แต่บาทเดียว

หลายวันผ่านพ้น เราใช้ชีวิตสี่ห้าวันนั้นไปกับแม่น้ำคาน เบยลาว วัดวาอารามและผู้คนที่น่าประทับใจของหลวงพระบาง
เราตัดสินใจกันว่า เพื่อให้ใช้เวลาอยู่ที่หลวงพระบางให้นานที่สุดเราจึงเลือกที่จะกลับทางเครื่องบินไปที่เวียงจันแล้วกลับ
สู่เมืองไทยทางหนองคาย

impression1

ที่ทำการสายการบินแอร์ลาวอยู่ อีกฝั่งหนึ่งของเมืองชนิดว่าต้องเดินกันเสียเมื่อย ดูเหมือนว่าการเดินทางโดยเครื่อง
บินจะเป็นที่นิยมอยู่ไม่น้อย เพราะมีผู้คนมาต่อคิวอยู่ในที่ทำการซึ่งเป็นเรือนไม้ชั้นเดียวเต็มไปหมด

หลังจากต่อคิวอยู่นานจนถึงตาเราเข้าไปซื้อตั๋ว จึงได้รู้จากพนักงานขายว่าราคาค่าตั๋วใบละ $55 และต้องจ่ายเป็น
ยูเอสดอลล่าร์เท่านั้น เทกระเป๋าออกมารวมกันนับได้เก้าสิบเหรียญเท่านั้นขาดไปอีกตั้งยี่สิบ ดูโพยกระดาษที่ลงที่นั่ง
ที่จองแล้วก็เห็นว่าเที่ยวบินวันที่ต้องกลับเหลืออีกไม่กี่ที่ ไม่ซื้อตอนนี้สงสัยไม่ได้กลับแน่

ขณะที่กำลังหันซ้ายหันขวาเลิ่กลั่กกันอยู่ ก็หันไปเห็นแม่หญิงผู้ที่เป็นพนักงานต้อนรับอยู่ที่โรงแรมสายน้ำคานอยู่ใน
ห้องนั้นด้วยพอดี

impression5

"มีเงินยูเอสดอลลาร์ให้แลกบ้างมั๊ยครับ" ผมเอ่ยปากขอความช่วยเหลือ

เธอนิ่งคิดชั่วเสี้ยววินาทีแล้วก็บอกรอเดี๋ยวพร้อมกับเดินออกประตูไปขึ้นจักรยานถีบออกไป ท่ามความงงของเราทั้ง
สองคน

เธอหายไปนานพอที่จะทำให้เราเริ่มสงสัยว่าเธอเข้าใจเราผิดไปหรือเปล่า  แต่แล้วเธอก็กลับมาพร้อมกับยื่นเงินยี่สิบ
ดอลล่าร์ให้ผม

"ผมขอแลกด้วยเงินไทยนะครับ" ผมกล่าวพร้อมกับหยิบกระเป๋าสตางค์

เธอส่ายหน้า "บ่ ต้องหรอก เอาไว้จ่ายพร้อมกับค่าโรงแรมเลยก็ได้"

impression2

เมื่อกลับมานั่งเขียนเรื่องหลวงพระบางลงใน Thailand Outdoor Netzine ในครั้งแรก ผมไม่ได้บันทึกเรื่องนี้เอาไว้
เพราะรู้สึกว่ามันเป็นเหตุการณ์เล็กๆที่ได้เพียงความรู้สึกดีๆที่เก็บไว้เป็นส่วนตัว แต่หากว่าหลายปีที่ผ่านมาเหตุการณ์
นี้ยังคงสร้างความรู้สึกที่ดีทุกครั้งที่นึกถึง

ยิ่งไปกว่านั้นหลายปีที่ผ่านมานี้ผมก็ได้พบกับผู้คนและเหตุการณ์มากมายที่มีลักษณะตรงข้ามจนรู้สึกได้ว่าเหตุการณ์
ที่แม่หญิงชาวลาวน้ำใจงามผู้ถีบจักรยานไปค่อนเมืองเพื่อเอาเงินที่อาจมากกว่ารายได้ต่อเดือนของเธอมาให้ชายไทย
แปลกหน้าสองคนที่เข้าพักที่โรงแรมโดยไม่ได้ลงชื่อหรือวางมัดจำได้หยิบยืมโดยมิได้หวังอะไรตอบแทนนั้น นับเป็น
การได้สัมผัสถึงความงดงามของจิตใจและความไว้วางใจกันระหว่างเพื่อนมนุษย์

หากเพียงสิ่งเล็กน้อยนี้ เป็นสิ่งที่พบพานได้ทั่วไป โลกใบนี้คงจะน่าอยู่ขึ้นอีกมาก

impression6

ห้าปีผ่านพ้น หลวงพระบางอาจเปลี่ยนแปลงไปด้วยอิทธิพลของ "วัฒนธรรม" ต่างชาติที่ถาโถมเข้าไปกับนักท่องเที่ยว
ที่หลังไหล ความใสซื่อจริงใจอันเปราะบางของชาวหลวงพระบางอาจต้องสูญเสียไปกับการเอารัดเอาเปรียบเพียง
ครั้งเดียวของผู้มาเยือน

แต่หากเสี้ยวหนึ่งของหลวงพระบางและผู้คนที่นั่นยังจะคงอยู่กับผมตลอดไป

impression8

ตาเกิ้น

เขียนจากความประทับใจในความทรงจำ
 12 พ.ย. 2547

คุยกันรอบกองไฟ

เซ็นสมุดเยี่ยม

สมัครสมาชิก Thailand Outdoor ฟรี

กรุณาใส่ email และคลิ๊ก submit
Powered by YourMailinglistProvider.com