|
ผมได้รู้จักกระทิงจากการบรรยายของหนังสือเรื่องป่าหลายเล่มที่อ่านมาตั้งแต่เด็ก หนังสือเหล่านั้นได้ กล่าวถึง ความแข็งแรงสง่างามของกระทิง ซึ่งก็ทำให้ผมเกิดความฝันที่จะได้พบเห็นและถ่ายภาพกระทิง
ในป่าสักครั้งหนึ่ง แต่เมื่อผมเติบโตขึ้นและเริ่มนิยมการเดินทางเข้าสู่ป่าดง ผมก็เริ่มรู้ว่าความฝันของผม ที่จะได้เห็นฝูงกระทิง ในป่านั้นคงจะเป็นไปได้ยากเต็มทีเพราะป่าดงที่เคยพบเห็นหรืออ่านในหนังสือตอน
เด็กได้ถูกทำลายย่อยยับ กลายเป็นไร่เป็นเมืองไปหมดแล้ว แต่ผมก็ไม่ได้ยอมทิ้งความฝันนั้นไปโดยง่าย นับสิบครั้งที่ผมไปนั่งเฝ้ารอกระทิงโป่งหนองผักชีทั้งๆที่รู้ว่า
ครั้งสุดท้ายที่มีคนถ่ายภาพกระทิง ได้ที่นั่นเป็นเวลาร่วมสิบปีมาแล้ว ผมยังเดินทางเข้าไปอีกหลายป่าทีมี ข่าวคราว การพบเห็นกระทิงฝูงไม่ว่าจะเป็นคลองอีเฒ่าที่เขาใหญ่ ห้วยขาแข้ง และทุ่งใหญ่นเรศวร แต่ก็
ไม่พบ สาเหตุของความล้มเหลวอย่างหนึ่งก็คงจะเป็นเพราะเวลาที่ผมมีจำกัด จนผมเริ่มจะยอมรับว่าของ หายากสองสิ่ง คือกระทิงและวันหยุดของผมคงจะไม่มีโอกาสได้เจอกันเป็นแน่
จนกระทั่งวันหนึ่ง พี่หน่อย (คุณขจิต สุนทรทอง) ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าส่งข่าวมาว่า มีฝูงกระทิง มาปรากฏตัวอยู่ในแปลงปลูกป่าของมูลนิธิในเขตอำเภอปักธงชัยและมักจะไม่ออกจากพื้นที่
ไปไหน โอกาสที่จะได้เห็น มีสูงมาก ข่าวนี้เป็นที่น่าตื่นเต้นของผมมาก ไม่กี่วันหลังจากนั้นผมและเพื่อนอีก สี่ห้าคนก็พร้อมที่จะเดินทาง
เราเดินทางผ่านแปดริ้ว, ปราจีนบุรี แล้วมุ่งไปตามถนนกบินทร์บุรี-ปักธงชัย ด้วยเวลาแค่สี่ชั่วโมงเราก็มา ถึงชุมชน ก.ม.79 ซึ่งเป็นทางแยกเข้าสู่พื้นที่ปลูกป่า หลังจากที่เลี้ยวเข้าไปผมก็เริ่มไม่แน่ใจว่าข่าวที่ได้รับ
มาจะถูกต้อง ทั้งนี้ก็เพราะ ถนนเส้นนั้นเป็นถนนลาดยางอย่างดีสองข้างทางก็เป็นไร่ข้าวโพดที่พึ่งปลูก ใหม่ทำให้ดูราบโล่งไปหมด ผมนึกภาพไม่ออก จริงๆว่าฝูงกระทิงจะมาเดินอยู่แถวนี้ได้ยังไง
สี่กิโลเมตรสุดท้ายเป็นถนนดินที่ไต่วนขึ้นสู่ยอดเขา ทางไม่ได้ยากลำบากจนเกินไป เพียงไม่นานเราก็มาถึง หน่วยปลูกป่า เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ ซึ่งรับรู้ล่วงหน้าถึงการเดินทางมาของพวกเราจากพี่หน่อยเตรียมรับพวก เราอยู่แล้ว
พวกเราพักกันที่กระท่อมเล็กๆบนยอดเขา ซึ่งมีชื่อเรียกว่ากระท่อมช้างป่า กระท่อมนี้ปลูกอยู่ริมหน้าผาทำ ให้เรา สามารถมองเห็นได้กว้างไกลเบื้องหน้าเป็นพื้นที่ปลูกป่าที่มีต้นไม้เล็กปลูกอยู่เต็มพื้นที่ ไกลไปเป็นที่
ราบซึ่งเป็นไร่ข้าวโพด สุดลูกหูลูกตา ทางด้านซ้ายมือเป็นเทือกเขา สลับซับซ้อนของอุทยานแห่งชาติเขา ใหญ่ซึ่งถูกปกคลุมด้วยป่าทึบแน่น
จากจุดที่เรายืนความจริงอย่างหนึ่งปรากฏต่อสายตาเรา เมฆฝนหน้าทึบปกคลุมอยู่เหนือป่าทึบทางด้านเขา ใหญ่ ่จนดำมืดฝนเริ่มตกแล้วในป่า แต่ในขณะที่ท้องฟ้าเหนือไร่นาข้างหน้ากลับปราศจากเมฆ ผมพลันนึก
ถึงคำพูดของข้าราชการ ระดับสูงคนหนึ่งที่เคยกล่าวไว้หลายปีก่อน ในระหว่างที่หลายฝ่ายกำลังปลุก จิตสำนึกในการรักษาป่าเพื่อป้องกันภัยแล้งว่า "ไม่เคยมีการวิจัยที่ไหนที่ยืนยันว่าป่าไม้มีความสัมพันธ์ กับ
ปริมาณฝนที่ตก ในหลายสิบปีที่ผ่านมาป่าไม้ลดลง แต่ก็ไม่ได้ทำให้ฝนตกน้อยลงแต่อย่างไร ดูกรุงเทพซิ ต้นไม้ก็ไม่ค่อยมีฝนก็ยังตกจนน้ำท่วม" นึกแล้วก็ทำให้สงสาร ประเทศไทยที่ได้คนโง่เขลาเบาปัญญาเช่นนี้
มาบริหารกรมที่มีหน้าที่ดูแลทรัพยากรน้ำของประเทศ
ขณะที่พี่นูญทำหน้าที่คอยเฝ้ามองกระทิงที่หน้าบ้านเราก็ต่างแยกย้ายกันหามุมส่วนตัว ผมจัดการจุดเตา
น้ำมันเบนซิน ที่เตรียมไปต้มถั่วเขียวไว้เป็นอาหารว่างยามบ่าย แต่เพียงชั่วถั่วเขียวไม่ทันสุก เสียงพี่นูญก็ ดังขึ้นมาก่อน
|