Home

คำถามจากเกาะรอก
ชีวิตและการเดินทาง
หลวงพระบาง
กระทิง
เสี้ยวหนึ่งของอาดัง
ทุ่งใหญ่นเรศวร
คลองใหญ่
นครวัด
ให้หัวใจนำทาง
ปาย
เขาใหญ่โรงเรียนธรรมชาติ
ตะรุเตา
หมู่เกาะสุรินทร์
ทะเลตรัง ตอนที่ 1
ทะเลตรัง 2
ล่องใต้
ขี่ม้า
เงา
หมอบุญส่ง เลขะกุล
เกาะรอก
เที่ยวเมืองน่าน
ลอยละลิ่วบนผิวน้ำ
ตามล่าหาหอย
พาลูกไปเดินป่า
กระบี่ ตอนที่ 2
ค้นหา
เพื่อน
ความทรงจำ
จุดหมายทางปาย
แม่เงาแห่งความทรงจำ
โพนสะวัน
นอนบ้านเพื่อน
[ปืนคลาสสิก] [คาวบอยและลูกทุ่งตะวันตก] [แก๊งค์ปืนลม] [เตาและตะเกียง] [ชมรมธนู]

ถ้าเราตื่นมาแล้วพบกับหาดทราย น้ำทะเล ท้องฟ้าแบบนี้ทุกๆวัน มันจะยังสวยอยู่หรือเปล่า ?
ผมตั้งกระทู้ถามตัวเองและเพื่อนๆที่เดินไปชมทิวทัศน์รอบเกาะรอก

ผมก็ให้คำตอบตัวเองไม่ได้ว่าความเบื่อมันจะเข้ามาบดบังภาพความเป็นจริงช้าเร็วแค่ไหน ผมมาแวะนอน
ค้างที่นี่แค่สองคืน

ยังไม่ทันที่จะเติมเต็มความอยาก ความโหยหาที่สั่งสมอยู่ในใจ ก็จวนจะถึงเวลาต้องกลับคืนสู่ชีวิตในเมือง
หลายครั้งที่ผมรู้สึกเบื่อการใช้ชีวิตอยู่ในห้องแคบๆ ทั้งๆที่มันสะดวกสบายกว่าชีวิตใครหลายๆคน
ความอยากมันมักจะรบกวนจิตใจให้มองหาสิ่งใหม่ๆ และมักจะมองข้ามความงามของสิ่งที่มีอยู่ใกล้ๆตัว

 ริมหาดที่เกาะลันตา

เนื่องจากติดธุระที่(ไม่ค่อยสำคัญแต่)ปฏิเสธไม่ได้ทำ
ให้ผมต้องเริ่มออกเดินทางช้าไปหนึ่งวัน  ในขณะที่
เพื่อนๆกลุ่มใหญ่ได้ล่วงหน้าไปถึงเกาะลันตาแล้ว

การเดินทางของผมเริ่มจากการนั่งหลับๆตื่นๆ บนรถ
ทัวร์กรุงเทพ-กระบี่สิบสองชั่วโมง ต่อด้วยรถตุ๊กตุ๊กไป
ท่าเรือเจ้าฟ้า รอเวลาเรือออกอยู่พักใหญ่ จากนั้นนั่ง
อบซาวน่าบนเรือไปเกาะลันตาอีกสองชั่วโมง ไปขึ้น
ที่ท่าศาลาด่าน ตบท้ายด้วยการนั่งกระบะโฟรวีลเข้า
ไปยังที่พักแถวคลองจากอีกเกือบชั่วโมง ได้สัมผัส
หลากหลายอรรถรส โดยเฉพาะบนเรือ

เริ่มแรกผมออกจะหงุดหงิดกับบรรดาไกด์ของรีสอร์ท
ต่างๆที่ขึ้นมาบนเรือเพื่อเสนอขายที่พักให้กับนักท่อง
เที่ยวซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ

ปริมาณไกด์ดูเหมือนจะมากเกินความจำเป็นทำให้สภาพบนเรือซึ่งคับแคบและร้อนอยู่แล้วกลับทวีความ
วุ่นวายขึ้นไปอีก

แต่พอนั่งไปสักพัก ความโกรธมันเริ่มจางไป สีสันอีกแบบของชีวิตมันก็เริ่มชัดเจนขึ้นมันเป็นงานที่เขาทำ
เพื่อเลี้ยงชีวิต ปัญหาที่ผมเจอในห้องทำงานติดแอร์เย็นฉ่ำมันคงเปรียบได้แค่เศษขี้ผงเมื่อมาเทียบกับ
ปัญหาในชีวิตจริงที่พวกเขาเจออยู่

ผมนึกถึงโฆษณาที่มีครูเคทเป็นpresenter ตอนที่คุณยายพยายามขายพวงกุญแจให้ฝรั่ง เห็นลีลาที่ไกด์
แต่ละคนใช้ดูแล้วก็เพลิดเพลินไปอีกแบบ พอเริ่มทำใจกับสภาพตรงหน้าความร้อนในใจมันก็ลดหายไปอีกโข

 เพื่อนๆ ที่มาก่อนหน้าได้มีเวลาสำรวจบางเสี้ยวของเกาะลันตา บางคนได้ไปดูจุดชมวิวในเขตอุทยาน
แห่งชาติหมู่เกาะลันตาซึ่งตั้งอยู่ใต้สุดของเกาะ บางคนได้ไปพายแคนูใกล้ๆชายหาด เจ้าของร้านอาหาร
ในเมืองที่ผมแวะกินข้าวเช้าบอกเราว่า "เกาะลันตาไม่มีอะไรหรอก" ผมว่ามันก็คงไม่มีอะไรถ้าคุณ"หวัง"
จะเจออะไรที่บนเกาะนี้มันไม่มี ผมเสียดายที่ไม่มีเวลาได้ทำความรู้จักกับเกาะลันตามากกว่านี้ ไม่มีโอกาส
พิสูจน์คำที่ว่า"ไม่มีอะไร" หรือบางทีอาจเป็นความไม่มีอะไรที่ทำให้ผมประทับใจในการเดินทางที่ผ่านๆมา
นึกเสียดายความพยายามที่อุตส่าห์เดินทางเกือบยี่สิบชั่วโมงมาถึงที่นี่ แต่มีโอกาสนั่งดูชายหาดไม่ถึง
ยี่สิบนาที แต่เป้าหมายต่อไปเป็นสิ่งที่ผมหวังจะได้กลับไปเยือนมากกว่า

 จากลันตา เรานั่งเรือตรงดิ่งไปยังเกาะรอก ผมมาเที่ยวเกาะรอก
คราวนี้เป็นครั้งที่สี่น่าจะได้ สองครั้งแรกมาแวะเล่นน้ำแค่ไม่กี่
ชั่วโมง เป็นทัวร์ทะเลตรังกับเพื่อนที่ทำงานเมื่อหลายปีก่อน ยัง
ประทับใจ หาดทรายสวยปิ๊ง ฟ้าเป็นฟ้า น้ำทะลใสสีเขียวมรกต
รอบๆเกาะรอกยังติดตามาจนทุกวันนี้ ครั้งล่าสุดมานอนผูกเปล
อยู่บนเกาะคืนนึงยังไม่ทันสะใจเลยหลอกล่อเพื่อนๆให้มาอีก
เกาะรอกอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา มีบ้านพักแค่
หลังเดียว นอกนั้นเป็นเต็นท์ของอุทยาน ความที่อยู่ไกล เสี่ยงต่อ
คลื่นลม และยังไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวก ทำให้นักท่องเที่ยว
มีไม่มากนัก และส่วนใหญ่จะมาเช้าเย็นกลับ เกาะรอกเลยยังคง
ความเงียบสงบ เป็นบ้านพักของปูเสฉวนตัวเล็กตัวน้อยกับลูก
ปลาตัวจิ๋วหลากหลายพันธุ์ สัตว์ใหญ่บนเกาะนี้คุณคงไม่อยาก
เห็นมันสักเท่าไร คนที่นี่เขาเรียกตัวแลน (ภาษากลาง .. เออ ...
ชื่อมันไม่ค่อยเป็นมงคลเท่าไร เออ... ไปคิดเอาเองแล้วกัน) โชค
ดีที่มันไม่ค่อยออกมาอวดโฉมแถวบ้านพักหรือชายหาด ไม่อย่าง
นั้นผมคงไม่กล้าผูกเปลนอนตอนกลางคืน

ภาพฝังใจจากทริปเมื่อเจ็ดปีที่แล้ว

 หาดหน้าที่พักบนเกาะรอก

มาเกาะรอกคราวนี้ ท้องฟ้าไม่ค่อยแจ่มใสนัก มีเมฆฝน
มาลอยขู่อยู่บางเวลาแต่โชคดีที่เราไม่ได้เจอฝนจังๆ จะมี
บ้างก็แค่ฝนปรอยๆ ตอนกินข้าวเช้าอยู่บนเกาะถึงฟ้าจะไม่
สวยอย่างที่เคยเห็น แต่เช้านี้มีรุ้งกินน้ำจางๆมาประดับ
อยู่ที่ขอบฟ้าเหมือนเป็นรางวัลปลอบใจแทนฟ้าสีครามที่
หายไป

พอสายหน่อยเราก็ออกตระเวนดำน้ำ(snorkel)ดูปะการัง
รอบๆ เกาะรอก สภาพทั่วๆไปน่าจะเรียกว่าสมบูรณ์ทีเดียว
น้ำใส ทัศนวิสัยใต้น้ำดีมาก มีสีสันของชีวิตใต้น้ำให้ชื่นชม
พอสมควรแต่ถ้าคุณแบกความคาดหวังที่จะเห็นภาพ
ความงดงามแปลกตาเหมือนที่อื่นๆ ลงไปในน้ำคุณก็อาจ
จะต้องลากเอาความผิดหวังกลับขึ้นมาบนเรือแล้วบอกว่า
ไม่สวยเท่าไรหรือแค่เฉยๆการเดินทางหลายๆครั้งสอนให้
ผมรู้ว่า สภาพอากาศ จังหวะเวลา ผู้คนรอบข้างอาจมีผล
ทำให้ภาพตรงหน้าแปรเปลี่ยนไป ไม่นับภาพภายในใจที่
เรามักวาดไว้เอง

หลังจากตระเวนเที่ยวจนรอบทั้งรอกนอก รอกในเรือของเราก็วกกลับมาส่งพวกเราที่หน้าเกาะแล้วให้เรา
ว่ายน้ำขึ้นหาดหน้าที่พักผมมีความสุขกับการลอยตัวผ่านกอปะการังใกล้ชายหาด บางช่วงน้ำตื้นจนเกือบ
จะติดพุงได้เห็นครอบครัวปลากระเบนนอนพรางตัวอยู่บนผิวทรายแวะทักทายปลาการ์ตูนในกอดอกใม้
ทะเล และยังได้เจอลูกปลาสิงโตตัวจิ๋ว ตัวโตไม่ถึงฝ่ามือถึงแม้จะไม่มีดาราตัวใหญ่มาสร้างสีสันแถวนี้แต่
ประมาณได้ว่าแถบนี้เป็นโรงเรียนอนุบาลสำหรับตัวเล็กตัวน้อย รอเวลาให้มันเติบโต พร้อมที่จะออกไปใช้
ชีวิตในทะเลลึกต่อไป

 โปรแกรมสุดท้ายของวันเป็นการเดินไปดูจุดชมวิวบนเกาะรอก
โดยเดินจากบ้านพัก ไต่ขึ้นเขา ไปถึงจุดชมวิวแล้วอ้อมวกกลับ
ลงมาอีกทางไม่รู้เป็นอะไรการเดินทางของเรามักจะมีเรื่องให้
ต้องป่ายปีนอยู่ทุกครั้งมากบ้าง น้อยบ้าง บางครั้งก็ค่อนไป
ทางวิบากบางครั้งก็เดินทอดน่องสบายๆแต่รางวัลของการ
เดินทางมักจะเป็นความประทับใจที่คุ้มค่าเหนื่อยเราใช้เวลา
เดินชั่วโมงกว่า รวมเวลาที่แวะถ่ายรูป พักกินน้ำชื่นชมพระ
อาทิตย์ตกที่ริมหาดกว่าจะกลับมาถึงที่พักก็จวนเจียนได้เวลา
ทานข้าว หมดไปอีกหนึ่งวัน

มองจากจุดชมวิว

หน้าเกาะเชือก กับเรือนักท่องเที่ยวกลุ่มอื่น

 มุมสวยริมชายหาด ขาดแต่สาวงามไปนั่งบนชิงช้า

วันรุ่งขึ้นเราออกเดินทางออกจากเกาะรอกตั้งแต่เช้า
เพื่อแวะระหว่างทางเข้าถ้ำมรกต ดำน้ำที่เกาะม้าและ
เกาะเชือกปะการังอ่อนสีสวยยังคงอวดโฉมให้กองทัพ
นักท่องเที่ยวแวะเวียนเข้ามาชมไม่รู้เบื่อช่วยเติมสีสัน
ให้กับการเดินทางของเรา ระหว่างทางกลับไปท่าเรือ
ปากเมงจ้าของเรือบอกให้พวกเราอาบน้ำบนเรือได้เลย
จะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปหาที่อาบน้ำบนฝั่ง  พูดถึงเรือ
คงจะต้องบอกว่าทริปนี้เราได้เรือที่สมบูรณ์เพียบพร้อม
มากเรือใหญ่จุได้สี่สิบคนสบายๆ ขณะที่เราไปกันแค่
ยี่สิบคน(ความจริงข้างเรือเขียนว่ารับได้แปดสิบ แต่จาก
ประสบการณ์ใช้ตัวเลขที่ว่าหารสอง น่าจะเหมาะกว่า)
บนเรือมีห้องน้ำสะอาดสอ้านสองห้องมีฝักบัวและน้ำจืด
ให้ล้างตัวอยู่ท้ายเรือ มีถังน้ำแข็งไว้แช่น้ำดื่มคนเรือก็ด
ูเหมือนจะรักเรือของเขามากหมั่นใช้น้ำจืดล้างพื้นเรือ
เวลาเราขึ้นจากทะเลแล้วยังคอยจัดเก็บข้าวของบนเรือ
ไม่ให้เกะกะต่างจากคนเรือในหลายๆทริปที่ผมเคยเห็น
ซึ่งจะมักปล่อยปละละเลยจนบางครั้งต้องจอดซ่อมเรือ
กันกลางทะเลเพราะเครื่องยนต์ขาดการดูแล

ในที่สุดเราก็กลับมาถึงท่าเรือปากเมงว่ารถตู้เข้าเมืองตรังแวะซื้อหมูย่างของฝากขึ้นชื่อและแวะกินข้าวมื้อ
อะไรก็ไม่รู้ตอนบ่ายสี่โมงที่ร้านโกชัยก่อนจะเดินทางกลับกรุงเทพฯ

หลังจากกลับมาถึงกรุงเทพ พี่สาวที่แสนน่ารักคนหนี่งอุตส่าห์เก็บคำถามของผมไปคิดอยู่สองคืนแล้วให้
คำตอบกลับมาว่าคนที่จะมีความสุขอยู่กับธรรมชาติแบบบนเกาะได้ทุกๆวัน เขาคงจะต้องมองเห็นหาด
ทราย ท้องฟ้า ผืนน้ำรอบๆตัวมีความงามแตกต่างกันออกไปในแต่ละวัน ...

อืม ... จริงๆแล้วธรรมชาติมันก็เปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล ไม่มีสักวันที่ทุกสิ่งทุกอย่างจะคงที่เหมือนเมื่อ
วานคำตอบนี้ทำให้ผมนึกถึงหนังสือของ ติช นัท ฮันห์ จนต้องกลับไปรื้อออกจากตู้มาดูอีกรอบ ท่านเขียน
ว่า "ทุกวันเมื่อเราตื่นขึ้นมาในตอนเช้า เราจะมีเวลายี่สิบสี่ชั่วโมงใหม่เอี่ยมรอเราอยู่ ช่างเป็นของขวัญที่มี
ค่าเสียนี่กระไร" **

แต่เอ...ทำใมผมมักจะตื่นขึ้นมาพบกับห้องสี่เหลี่ยมที่ดูเหมือนๆเดิมทุกๆวัน บางทีพรุ่งนี้เช้าผมจะลอง
มองหาของขวัญที่ว่านั่นดูอีกที

** จากหนังสือ สันติภาพทุกย่างก้าว เขียนโดย ติช นัท ฮันห์
แปลโดย ประชา หุตานุวัตร, สุภาพร พงศ์พฤกษ์

kcp  07/04/2002

คุยกันรอบกองไฟ

เซ็นสมุดเยี่ยม

สมัครสมาชิก Thailand Outdoor ฟรี

กรุณาใส่ email และคลิ๊ก submit
Powered by YourMailinglistProvider.com