Home

เสียงเพรียกแห่งวังน้ำเขียว
ชีวิตและการเดินทาง
หลวงพระบาง
กระทิง
เสี้ยวหนึ่งของอาดัง
ทุ่งใหญ่นเรศวร
คลองใหญ่
นครวัด
ให้หัวใจนำทาง
ปาย
เขาใหญ่โรงเรียนธรรมชาติ
ตะรุเตา
หมู่เกาะสุรินทร์
ทะเลตรัง ตอนที่ 1
ทะเลตรัง 2
ล่องใต้
ขี่ม้า
เงา
หมอบุญส่ง เลขะกุล
เกาะรอก
เที่ยวเมืองน่าน
ลอยละลิ่วบนผิวน้ำ
ตามล่าหาหอย
พาลูกไปเดินป่า
กระบี่ ตอนที่ 2
ค้นหา
เพื่อน
ความทรงจำ
จุดหมายทางปาย
แม่เงาแห่งความทรงจำ
โพนสะวัน
นอนบ้านเพื่อน
เสียงเพรียกแห่งวังน้ำเขียว
[ปืนคลาสสิก] [คาวบอยและลูกทุ่งตะวันตก] [แก๊งค์ปืนลม] [เตาและตะเกียง]

เมื่อปลายยอดไม้แห่งผืนป่า สัมผัสกับปลายฟ้าและเมฆฝนดำคล้ำ สายน้ำเย็นช่ำไหลเรื่อยมากระทบหิน เริ่มแรงขึ้น ๆ
ในทุกขณะตามปริมาณของน้ำที่ผืนป่าซับไว้ ไอระเหยของป่าดิบชื้น จากฝนซึ่งเทลงมาตั้งแต่เช้าแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย
เปลวลมเย็นยะเยือกสาดสะท้านผ่านเข้ามากระทบขั้วหัวใจ จนพาลทำให้ใจเตลิดเปิดเปิง.... เสียงโหยหวนเพรียกหนึ่ง
กังวานลั่นป่าวังน้ำเขียว ...

โอ๊ยยยยย !!! ....

ต้นเสียงโหยหวนนี้ ไม่ใกล้ไม่ไกล หากแต่ล้มฟุบคากอหวาย หนามคมกริบ พร้อมกับภาพอันหดหู่ สุดแสนถูลู่ถูกัง ปลาย
ขาแหงนชี้ปลายยอดไม้ เหมือนเต่าถูกจับหงายกระดอง .. ตามแขนและลำตัวพรุนไปด้วยรูหนาม สภาพอันหมดสภาพ
เพราะมัวแต่เหม่อ เพ้อฝันไปตามกลิ่นไอฝน จนสะดุดรากไม้ลื่น ๆ โผเข้าใส่กอหนามอย่างสุดแรงปรารถนา ...ทั้งคนทั้งเป้
เหมือนราวกับถูกโจมตีจากเม่นมาทั้งฝูง ...

สภาพเนื้อตัวชุ่มเปียกไปด้วยเหงื่อและเม็ดฝน คลุกเคล้าไปด้วยดินชื้นแฉะ เปรอะเปื้อน มอมแมมราวกับถูกกระทิง
เปลี่ยวไล่ขวิด แสบและปวดระบมเหมือนถูกฝูงผึ้ง ต่อ และแตนรุมกรูกันต่อยในคราวเดียว

... สิ้นเสียงโหยหวน ก็ตามด้วยเสียงหัวเราะดังลั่นไม่แพ้กัน ของผองเพื่อน ขณะช่วยพยุงผมขึ้นมาจากกอหนามและพื้นดิน

Huaynamsai April06 126

ด้วยบรรยากาศอันเป็นใจให้เหม่อลอย ฝนฟ้าครึ้มบนผืนป่าวังน้ำเขียวอันชุ่มฉ่ำ ยั่วยวนให้บรรดาอึ่ง เขียด ต่างเซ็งแซ่
ร้องเรียกคู่ ฝูงลิง ค่าง กู่ก้องร้องเรียกชู้ รอยช้างที่มากันเป็นคู่ จนแทบไม่น่าเชื่อเลยว่า

อีกฟากด้านหนึ่งของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่นี้ จะอุดมสมบูรณ์ เต็มไปด้วยทรัพยากรอันมีค่ายิ่งแห่งแผ่นดิน แทบไม่
น่าเชื่อเลยว่าป่ากลางฤดูร้อนในเดือนเมษายน จะหนาวเย็นยะเยือกด้วยเปลวละอองฝน ได้เพียงนี้


ผืนป่าดิบชื้นส่วนหนึ่งของดงพญาเย็นอันเป็นที่ลือเลื่องถึงความยิ่งใหญ่ ในยุคสมัยก่อน .. ป่าซึ่งอาภัพยิ่งนักจากการ
ถูกตัดขาด แบ่งกั้นผืนป่าเขาใหญ่ฝั่งด้านวังน้ำเขียว กับผืนป่าทับลาน .. ถนนสายยุทธ์

ศาสตร์ซึ่งตัดผ่าป่าเขาผืนใหญ่ จนแยกแตกเป็นเสี่ยง เพียงเพื่อใช้ขนอาวุธยุทธโธปกรณ์จากท่าเรืออู่ตะเภาแห่งชาย
ฝั่งภาคตะวันออก ผ่านขึ้นไปถึงปักธงชัย หมายลำเลียงสรรพวุธขึ้นไปสู่อุบลราชธานี และ

อุดรธานี ให้พวกทหาร G I จากแดนไกลใช้รบพุ่งทำลายล้างในสมัยสงครามเวียดนาม ใครจะเชื่อว่าจะเป็นถนนสาย
มรณะ ที่กลับมาสร้างหายนะให้แก่ผืนป่าใหญ่เสมือนหนึ่งกรรมที่ตามเราทัน

Huaynamsai April06 012

เป้ด๊อยเตอร์ รุ่นและขนาดต่าง ๆ กัน เรียงรายลัดเลาะขึ้นไปตามป่าเขากำแพง อัดแน่นด้วยสัม(ภาระ ) ตามกำลังและ
ตามอัตภาพของขาและหลังของแต่ละคนจะรับน้ำหนักได้ไหว .. สายรัดกระจาย

น้ำหนักถูกดึงกระชับเพื่อลดแรงกระแทกบริเวณหัวไหล่อันบอบบาง ตามหลังเป้ ดอยเก้อ กระสอบปุ๋ย ภูมิปัญญาท้อง
ถิ่นของชาวบ้านลูกหาบ บรรจุอัดแน่นแทบจะล้นปริไปด้วยเสบียงทั้งข้าว ปลา อาหารแห้ง หม้อ ถ้วย จาน ชาม สำหรับ
หาเลี้ยงชาวเมืองตลอดการเดินทาง

Huaynamsai April06 026

เหล่าชาวคนเมืองเท้าอ่อน กระย่องกระแย่งตามหลังพรานชาวบ้านผู้ชำนาญเส้นทาง ลัดเลาะเข้าไปจากชายป่ามุ่งสู่
ป่าลึก ไต่ขึ้นไปเขาสูงชัน หวังจุดหมายลำธารน้ำไหลใสเย็น.. ห้วยน้ำใส ..ซึ่งจะเป็นจุดพักค้างแรมคืนแรกในผืนป่าเขา
ใหญ่ แววตาของแต่ละคน ( โดยเฉพาะตาเกิ้น เวลาอยู่ในป่า ..ตาใสแป๋ว อย่าบอกใครเชียว ) ผิดจากสภาพอิดโรยยาม
เหน็ดเหนื่อยกับชีวิตเมืองหลวง เป็นแววตาที่บ่งบอกถึงความสดชื่น มีความสุข อิ่มเอิบเกินกว่าจะอธิบาย พรรณาเป็น
ตัวอักษร หรือคำบอกเล่าใด ๆ ยิ่งได้พบเจอหรือแม้นหนึ่งเพียงได้ยินเสียงน้ำไหลผ่านซู่ซ่าอยู่ใกล้ ๆ

" ก็เหมือนกับปลาได้น้ำ " พี่หนูเลเพ้อ เฉลยขึ้นมา ระหว่างมองจ้องลำน้ำใสไหลเย็นช่ำ สาดกระทบแก่งหิน และกำลัง
จ้องจะแก้ผ้ากระโจนลงน้ำ ตามไปอีกคน

Huaynamsai April06 146
Huaynamsai April06 082

ร่องรอยของสัตว์น้อยใหญ่สามารถพานพบเจอได้เป็นระยะ สร้างความตื่นเต้นได้ตลอดทางเดินในด่านสัตว์ ทั้งรอย
กีบเท้า ของเก้ง และกวาง มูลที่ถ่ายเรี่ยราดเป็นก้อน ๆ กลม ๆ เท่าลูกตะกร้อ กับดิน

โคลนแห้งกรังฉาบพาดผ่านโคนต้นไม้ใหญ่ บ่งชี้ความสูงของช้างที่ยืนถู รอยกีบอัดแน่นบนพื้นดินชื้นแฉะของกระทิง
บ่งชัดว่าจากไปไม่นานนัก หรือแม้แต่กระทั่งรอยอุ้งเล็บของหมีควาย ที่เคยปีนไต่ต้นไม้

สูงเพื่อหารังผึ้ง ... ก็เหมือนเข้าไปเยี่ยมบ้านเพื่อน ... เพื่อนผู้ซึ่งไม่อยากเห็นหน้าเรา ..เพราะถ้าเจอกันก็คงเผ่นป่าราบ
กันไปข้าง ..ไม่เขาก็เรา

Huaynamsai April06 018
Huaynamsai April06 158
Huaynamsai April06 156

โอ๊ยยยย !!! .... ( อีกละ )

สิ้นเสียงเพรียก โหยหวนอันคุ้นเคย ก็ตามด้วยเสียง ตึกตัก ๆ พรึ่บพรั่บ ๆ วิ่ง เผ่นป่าราบ ..หนีฝูงผึ้ง ต่อ และ แตน กัน
จ้าละหวั่น เวลาเผลอเดินผ่านจ๊ะเอ๋ รังของเหล่าเพื่อน ๆ เข้าให้ โดนกันไปคนละจึ๊ก

สองจึ๊ก ตามจุดต่าง ๆ ของร่างกายขึ้นกับโชคและบุญกรรมวาสนาพา ของแต่ละคนที่สร้างสมกันไว้นับแต่ชาติปางก่อน
( พี่หนูเลให้คำจำกัดความว่าเป็น Welcome Kiss จากน้องผึ้ง และน้องแตน )

Huaynamsai April06 271

มีดเหน็บเล่มเขื่อง คมกริบซึ่งผ่านการตีและชุบแข็งอย่างปราณีตพิถีพิถัน กำลังทำหน้าที่อย่างซื่อสัตย์ ฟันก้านไผ่และ
กิ่งหนามหวาย ฉับ ๆ ขาดโชะ ๆ ทะลวงเปิดทางใหม่เพื่อหลบเร้นจากรัง ผึ้ง ต่อ และแตน เฉกเช่นเดียวกับเพื่อนผู้น่ารัก ..

Huaynamsai April06 117
Huaynamsai April06 070
Huaynamsai April06 170
Huaynamsai April06 229

เจ้าตัวเล็ก.. ตะเกียงโคลแมน 229 ซึ่งคอยมอบแสงสว่างคุ้มกันภัยในยามสิ้นแสงอาทิตยา

เท้ายังคงก้าวเดินต่อไป บางก้าวไต่ขึ้นเนิน บ้างไถลลงเขา ลุยลำธาร ก้าวข้ามขอนไม้ กระโดดบ้าง ลื่นล้มบ้าง
หวังเพียงเพื่อให้พ้นหลุดจากความฉาบฉวยและเปลือกนอก จากกรงขังแห่งห้วงจิตสำนึก พันธนาการแห่งห้วงช่วงเวลา ..


ป่านั้นบอกอะไรแก่เรา .. ถึงได้ชอบเข้าไปกันนัก
สำหรับผม ..ป่าก็คือป่า ไม่ว่าเราจะเข้าไป .. หรือกลับออกมา ..
ตราบเท่าที่เวลา ชีวิตยังคงเกิด เจ็บ ล้ม แก่ ตาย กันไป
มันก็เป็นไปเช่นนั้นเรื่อยมา ยังคงอยู่อย่างนั้น ป่ายังคงเป็นป่า

Huaynamsai April06 257

แรงลมฝนพายุฤดูร้อนเริ่มกระหน่ำถาโถมเข้าใส่แนวป่าอันมืดครึ้ม เย็นยะเยือกและหนาวเหน็บ
ยอดไม้สั่นไหวลู่ตามแรงลม กิ่งและใบถูกพัดกระจาย บางลำต้นหักโค่นจากฟ้าผ่า
ลึกเข้าไปท้ายปลายห้วยน้ำใส แก่งหินยาวทอดผ่านกระแสน้ำเชี่ยวกราก
เสียงเพรียกหนึ่งแห่งป่าดิบชื้น ก้องระงมกระทบโสตประสาท
บอกถึงสิ่งที่ได้เรียนรู้ กลับกลายเป็นตัวเราเอง

Huaynamsai April06 202

เวลายังคงเคลื่อนผ่านไปช้า ๆ


รถกระบะคันน้อยวิ่งฝ่าลูกรังออกมาจากแนวชายป่า ทิ้งทิวเขายาวเหยียดและมืดครึ้มไว้เป็นฉากหลัง ท้ายกระบะอัด
แน่นไปด้วยเพื่อนร่วมชะตากรรมและเชื้อบ้าแบบเดียวกัน กับชีวิตที่กำลังก้าวกลับเข้าไป

สู่กรงขังเฉกเช่นเห็นที่เป็นอยู่ .. หากแต่เพียงใจเท่านั้นที่ยังคงเป็นอิสระ ทะยานโผบินโลดแล่นสู้ฟากฟ้า และหวังเพียง
ว่าสักวันคงได้ออกมาจากกรงนั้นอีกครา

TOONG

ห้วยน้ำใส เมษายน 2549

คุยกันรอบกองไฟ

เซ็นสมุดเยี่ยม

สมัครสมาชิก Thailand Outdoor ฟรี

กรุณาใส่ email และคลิ๊ก submit
Powered by YourMailinglistProvider.com