|
เมื่อปลายยอดไม้แห่งผืนป่า สัมผัสกับปลายฟ้าและเมฆฝนดำคล้ำ สายน้ำเย็นช่ำไหลเรื่อยมากระทบหิน เริ่มแรงขึ้น ๆ ในทุกขณะตามปริมาณของน้ำที่ผืนป่าซับไว้ ไอระเหยของป่าดิบชื้น จากฝนซึ่งเทลงมาตั้งแต่เช้าแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย
เปลวลมเย็นยะเยือกสาดสะท้านผ่านเข้ามากระทบขั้วหัวใจ จนพาลทำให้ใจเตลิดเปิดเปิง.... เสียงโหยหวนเพรียกหนึ่ง กังวานลั่นป่าวังน้ำเขียว ...
โอ๊ยยยยย !!! ....
ต้นเสียงโหยหวนนี้ ไม่ใกล้ไม่ไกล หากแต่ล้มฟุบคากอหวาย หนามคมกริบ พร้อมกับภาพอันหดหู่ สุดแสนถูลู่ถูกัง ปลาย ขาแหงนชี้ปลายยอดไม้ เหมือนเต่าถูกจับหงายกระดอง .. ตามแขนและลำตัวพรุนไปด้วยรูหนาม สภาพอันหมดสภาพ
เพราะมัวแต่เหม่อ เพ้อฝันไปตามกลิ่นไอฝน จนสะดุดรากไม้ลื่น ๆ โผเข้าใส่กอหนามอย่างสุดแรงปรารถนา ...ทั้งคนทั้งเป้ เหมือนราวกับถูกโจมตีจากเม่นมาทั้งฝูง ...
สภาพเนื้อตัวชุ่มเปียกไปด้วยเหงื่อและเม็ดฝน คลุกเคล้าไปด้วยดินชื้นแฉะ เปรอะเปื้อน มอมแมมราวกับถูกกระทิง เปลี่ยวไล่ขวิด แสบและปวดระบมเหมือนถูกฝูงผึ้ง ต่อ และแตนรุมกรูกันต่อยในคราวเดียว
... สิ้นเสียงโหยหวน ก็ตามด้วยเสียงหัวเราะดังลั่นไม่แพ้กัน ของผองเพื่อน ขณะช่วยพยุงผมขึ้นมาจากกอหนามและพื้นดิน
|