|
"พี่บอกหน่อยได้มั๊ยว่าตอนไหน หรือเรื่องอะไรที่ทำให้พี่มีความสุข เอาซักห้าอย่างนะ" คำถามนั้นเกิดขึ้นมาอย่าง ไม่มีปี่มีขลุ่ย และไม่เข้ากับบรรยากาศเป็นอย่างยิ่ง
ผมละความสนใจจากการแทะหมูปิ้งมันเยิ้ม และข้าวเหนียวคลุกฝุ่นที่ซื้อมาจากตลาด และเงยหน้าขึ้นมองคนถาม
ผมงงๆกับคำถาม และก็คิดอยู่ในใจว่ามาถามอะไรแบบนี้ในตอนนี้(วะ) มิน่าเล่าคนถามถึงได้ชื่อ "ดุ่ย" แต่ก็ยังตอบ ไปด้วยคำตอบที่พอจะนึกออก
"แช่น้ำในลำธารใสเย็น, อยู่กับครอบครัวอย่างพร้อมหน้า ............ฯลฯ แต่ว่าทำไมถึงถามล่ะ"
ดุ่ย "ก็เห็นพี่นั่งกินหมู กับข้าวเหนียวนั่น หน้าตามีความสุข ทั้งๆที่รถก็เขย่าและฝุ่นก็คลุ้งไปหมดแทบจะหายใจไม่ ออกอย่างนี้ ก็เลยต้องถามน่ะ"
นั่นนะซิ ผมไม่น่าจะทำหน้ามีความสุขอะไรนัก ถ้านึกถึงความเป็นมาของพวกเราในทริปนี้ เริ่มจากคำว่า "เขาบอกว่าต้นไม้เป็นต้นไม้เลยพี่ แต่ละต้นหลายคนโอบทั้งนั้น" คนชวนบอกเล่าถึงป่าเมืองลาวที่
คนรู้จักกันเข้าไปสำรวจเพื่อทำเขื่อน
แค่ประโยคนั้นก็พอแล้วที่จะสั่นคลอนนักเที่ยวใจอ่อนอย่างพวกเรา ผมหลับตาฝันเห็น หมู่บ้านเล็กๆ ที่ตั้งอยู่อย่าง สงบท่ามกลางป่าทึบเขียวขจีที่มี "ต้นไม้เป็นต้นไม้"
จากการเดินทางสู่นครพนมข้ามมาฝั่งลาว แผนการก็กลับตารปัต เพราะความไม่เข้าใจกันระหว่างคนแนะนำกับ คนนำทางทางฝั่งลาว ทำให้เราไม่มีรถขับเคลื่อนสี่ล้อที่จะพาเราเข้าไปยังจุดที่ตั้งใจ ลงเอยด้วยการเปลี่ยนแผน
เดินทางไปยังหลี่ผีและน้ำตกคอนพระเพ็งที่ลาวใต้สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของ "นักท่องเที่ยว"ที่มาเยือนลาวใต้
สิ่งที่เราพบเห็นช่างห่างไกลเหลือเกินกับฝันที่วาดไว้ก่อนเดินทางมา ถนนที่ยาวไกลก็เต็มไปด้วยฝุ่นแดง สองข้าง ถนนเป็นพื้นที่ๆแห้งแล้งพอกับอีสานบ้านเรา แถมต้นไม้โตที่สุดที่เราเห็นคือต้นหมากโตแค่น่อง(เด็ก)
|