|
ระหว่างที่นั่งคิดอะไรเพลินๆ เรือก็ชะลอความเร็วลง พี่ดาว, เจ้าหน้าที่อุทยานที่มากับเราชี้ให้เรามองดูที่ริมตลิ่งทาง ขวามือ
ในพงหญ้าเตี้ยๆริมน้ำ ผมมองเห็นอะไรบ้างอย่างเคลื่อนไหวอยู่ เมื่อส่องด้วยกล้องสองตาผมจึงได้เห็นว่าสิ่งนั้นคือ
นกยูง สัตว์ปีกที่หาได้ยากนักในธรรมชาติของเมืองไทยยุคนี้ เพียงสองแหล่งที่ระบุว่ามีนกยูงอาศัยอยู่คือกลางป่าห้วย ขาแข้งและป่าริมแม่น้ำสาละวินชายแดนพม่า ใครที่อยากจะได้เห็นตัวนกยูงก็จะต้องเดินป่าเข้าไปเสาะหาและซุ่มดู
กันเป็นวันๆ แต่หากวันนี้ผมโชคดีมากที่ได้เห็นนกยูงริมน้ำจากบนเรือโดยไม่ต้องลำบากลำบนอะไรเลย
นกยูงตัวผู้ตัวนั้นลำแพนโชว์หางงามเต็มที่ของมันอยู่ที่ริมฝั่ง หลังจากที่เฝ้ามองอยู่สักครู่หนึ่งเราจึงเริ่มสังเกตเห็นนก
ยูงตัวเมียอีกสองสามตัวในพงหญ้าใกล้ พี่ดาวบอกพวกเราว่าบริเวณนี้เป็นที่ๆนกยูงมักจะปรากฎตัวเป็นประจำ วันนี้ เรามาช้าไปนิดไม่อย่างนั้นก็คงจะได้เห็นนกยูงลงมาที่ริมน้ำเป็นฝูงใหญ่
หลังจากดูนกยูงกันจนเต็มอิ่ม เราก็เริ่มออกเดินทางต่อกันอีกครั้ง ท้องฟ้าเริ่มมืดลงตามลำดับ พี่ดาวบอกว่าวันนี้เรา คงจะไปไม่ถึงไกรเกรียงเพราะทางน้ำที่เข้าสู่ไกรเกรียงค่อนข้างแคบและเต็มไปด้วยตอไม้ใต้น้ำทำให้ค่อนข้าง
อันตรายต่อการเดินเรือในยามค่ำมืด
เราหยุดพักกันที่สามประสบ ซึ่งเป็นหน่วยย่อยอีกแห่งหนึ่งของอุทยาน ที่นี่คือจุดพบกันของแม่น้ำแควใหญ่, ห้วยขา
แข้ง และห้วยแม่พลู เราแยกย้ายกันกางเต้นท์และผูกเปล ในแพและในอาคารก่อนที่จะมืดสนิท เสบียงที่พี่หน่อย และพี่เปี๊ยกสุดยอดพ่อครัวทั้งสองเตรียมมาก็ถูกเตรียมเป็นอาหารค่ำท่ามกลางแสงตะเกียง มันเป็นอาหารเย็น
แสนอร่อยท่ามกลางบรรยากาศของป่าดงที่หาซื้อไม่ได้แม้ในร้านอาหารราคาแพงที่ไหนในโลก
หลังอาหารเย็น วงสนทนาก็ตั้งขึ้นบนแพริมน้ำใต้แสงจันทร์แรมหนึ่งค่ำ หัวข้อสนทนาก็ไม่พ้นเรื่องราวของป่าดงพง ไพรรอบๆตัว
พี่ดาวเล่าให้ฟังว่าครอบครัวของพี่ดาวปักหลักอยู่ที่ลำน้ำแควใหญ่นี้ตั้งแต่จำความได้ ในตอนนั้นสายน้ำแควใหญ่ยัง เป็นสายน้ำเล็กๆไหลผ่านป่าใหญ่ที่ห้อมล้อมด้วยขุนเขา การเดินทางสู่โลกภายนอกทำได้ทางเดียวคือทางเรือซึ่งต้อง
ใช้เวลาหลายวัน ป่าสองข้างลำน้ำเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่สูงจนต้องแหงนมองคอตั้งบ่า ชาวบ้านมีความเป็นอยู่โดย การพึ่งพาปัจจัยดำรงชีพจากธรรมชาติโดยไม่ต้องอาศัยเงินตรา .... ฟังดูราวกับหมู่บ้านในนิทาน
เมื่อฟังเรื่องที่พี่ดาวเล่าผมก็พลันนึกถึงภาพขาวดำภาพขนาดใหญ่ภาพหนึ่งที่ติดอยู่ในอาคารบนสันเขื่อนศรีนครินทร์ ภาพนั้นเป็นภาพลำน้ำแควใหญ่ก่อนการสร้างเขื่อนที่ถ่ายจากทางอากาศที่เต็มไปด้วยป่าอันแสนจะอุดมสมบูรณ์ซึ่ง
แตกต่างจากสภาพพื้นน้ำเวิ้งว้างที่เห็นในวันนี้โดยสิ้นเชิง
เมื่อได้ยินพวกเราบนเสียดายที่ไม่มีโอกาสได้เห็นผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ในอดีต พี่ดาวก็บอกเราว่า ถ้าวิ่งเรือทวนน้ำ
ขึ้นไปตามลำน้ำแควใหญ่อีกไม่ไกลเราก็จะเข้าสู่เขตุรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร พี่ดาวยังบอกเราอีกว่าถ้าเรา
มาเที่ยวอีกทีและขออนุญาติหัวหน้าได้ก็จะพาไปเที่ยวให้ถึง"แก่งน้ำโจน"ที่ซึ่งป่าริมลำน้ำที่นั่นยังคงสภาพ ธรรมชาติดั่งเดิมอยู่อย่างไม่เปลี่ยนแปลง
พี่ดาวยังเล่าปัญหาในการดูแลพื้นที่กว้างใหญ่ของอุทยานให้เราฟังอีกด้วย ปัญหาการลักลอบล่าสัตว์ยังคงมีอยู่ตลอด
มา พี่ดาวบอกว่าถ้าเรามาที่นี่เมื่อสิบปีที่แล้วจะเห็นสัตว์ป่าลงมากินน้ำมากมาย แต่ทุกวันนี้ถูกลักลอบล่าไปจนพบ
เห็นได้ยากมาก เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่โล่งริมอ่างเก็บน้ำวิธีเดียวที่จะตรวจตราได้ทั่วถึงก็คือการใช้เรือ แต่
การวิ่งเรือขึ้นลงทั่วพื้นที่สักรอบหนึ่งต้องใช้น้ำมันถึงกว่าร้อยลิตร ซึ่งในยุคที่งบประมาณถูกตัดเช่นนี้การออกตรวจ อย่างสม่ำเสมอก็แทบจะเป็นไปไม่ได้
จากการพูดคุยกับพี่ดาวและเจ้าหน้าที่อีกสี่คนที่เหลือทำให้เราได้ฟังปัญหาความขัดสนของพวกเขาจากรายได้และ สวัสดิการณ์อันน้อยนิด พวกเขาคนล้วนมีครอบครัวที่ต้องดูแล แต่ทุกคนก็ยังเต็มใจทำงานของเขาเพราะความรัก
และหวงแหนธรรมชาติ
พวกเรายังบนเสียดายป่าที่จมอยู่ใต้น้ำกันไม่ขาดปาก มาหยุดกันก็ต่อเมื่อได้ยินคำพูดซื่อๆแต่ซ่อนคมจากพี่ดาว "อะไรที่เกิดขึ้นมาแล้วเราก็คงกลับไปแก้ไขไม่ได้หรอกครับ ผมว่าเรามากังวลถึงอะไรที่ยังแก้ไข
ได้ดีกว่า อย่างเขื่อนน้ำโจนน่ะ ถ้ายอมให้เขาสร้างละก็ป่าหมดแน่ๆ" จริงอยู่ที่ว่าบางครั้งคนเรามักจะ
ใช้เวลาที่มีน้อยนิดในชั่วชีวิตนี้ให้หมดไปกับการอาลัยอาวรณ์กับสิ่งที่สูญเสียไปแล้วมากกว่า การที่จะสร้างสรรสิ่ง ทีดีให้เกิดขึ้น
ทุกวันนี้เขื่อนศรีนครินทร์นำไฟที่เหลือใช้ในเวลากลางคืนมาสูบน้ำย้อนกลับทำให้น้ำบริเวณ ไกรเกรียง ไหลย้อนกลับ ขึ้นสู่ต้นน้ำ มนุษย์อาจทำให้สายน้ำไหลย้อนกลับได้ แต่เราก็ยังไม่สามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขความผิดพลาดที่
เคยทำไว้ได้
อากาศที่หนาวเย็นในคืนนั้นทำให้เรามีโอกาสได้ทดสอบถุงนอน Ultra Slim ของพี่หน่อยกันเป็นครั้งแรก ก่อนหลับ
ผมยังนึกถึงคำพูดต่างๆของพี่ดาว โดยเฉพาะเรื่องป่าริมแก่งน้ำโจน คงมีสักครั้งที่ผมจะได้เข้าไปเยี่ยมเยียน
|