Home

เวลาและสายน้ำ
ให้หัวใจนำทาง
กาลเวลา
เวลาและสายน้ำ
ให้หัวใจนำทาง
[ปืนคลาสสิก] [คาวบอยและลูกทุ่งตะวันตก] [แก๊งค์ปืนลม] [เตาและตะเกียง] [ชมรมธนู]

ยามพระอาทิตย์ลับขุนเขาเหนืออ่างเก็บน้ำ

ภายในไม่กี่สัปดาห์หลังจากทริปสู่น้ำตกห้วยขมิ้น ผมก็กลับมาอยู่บนเส้นทางที่ขรุขระระหว่างเขื่อนศรีนครินทร์ไปสู่
น้ำตกห้วยขมิ้นอีกครั้ง ไม่ใช่ว่าผมติดใจกับความขรุขะของถนนแต่หากว่าเป็นเพราะจุดหมายในการเดินทางครั้งนี้
คือ "ไกรเกรียง" หมู่บ้านกระเหรี่ยงที่ซ่อนตัวอยู่เหนือสุดของอ่างเก็บน้ำอันกว้างใหญ่ตามคำชวนของหัวหน้า
ประวัติผู้ใจดี

เราออกเดินทางจากกรุงเทพล่าช้าไปนิดทำให้เรามาถึงน้ำตกห้วยขมิ้นเมื่อเวลาเที่ยงล่วงเลยผ่าน คุณทัศนัย, รองหัว
หน้าอุทยานเขื่อนศรีนครินทร์เป็นธุระในการติดต่อเช่าเรือจากชาวบ้านมาให้เรา

หลังจากพึ่งโรงอาหารสวัสดิการในมื้อกลางวันแล้ว คณะของเราก็เคลื่อนพลลงไปที่แพที่พักของอุทยานที่ตั้งอยู่ริม
อ่างเก็บน้ำ ที่นั่นเรือมารอเราอยู่แล้ว

เรือนแพของอุทยาน เปิดให้เป็นที่พักของนักท่องเที่ยวในราคาย่อมเยา บรรยากาศริมน้ำที่แสนสงบก็ชวนให้น่ามา
นอนพักใจจากความวุ่นวาย แต่ก็คงต้องเป็นคราวหน้าเพราะวันนี้เรายังต้องเดินทางอีกไกล

เรือที่ทางอุทยานติดต่อมาให้ ลำใหญ่กว่าที่เราวาดภาพไว้มาก มันสามารถบรรทุกพวกเราทั้งสิบห้าคนและเจ้า
หน้าที่ๆจะร่วมทางไปกับเราอีกสองคนได้อย่างหลวมๆ ขนาดที่ค่อนข้างใหญ่โตของมันทำให้หลายๆคนในคณะที่ว่าย
น้ำไม่เป็นคลายกังวลลงไปได้บ้าง

หลังจากขนของเสร็จเรือก็เริ่มเบนหัวออกสู่ทะเลสาบอันเวิ้งว้าง ผมเริ่มเปิด GPS หรือ Global Positioning System
ให้ทำงานเพื่อบันทึกเส้นทางของเราบนพื้นน้ำกว้าง

เรือลำนี้เป็นเรือเหล็กต่อด้วยความรู้แบบพื้นบ้านแท้ นอกจากน้ำหนักมหาศาลของมันแล้วตัวเรือยังถูกต่อขึ้นโดยไม่
ได้คำนึงถึงความลู่ลมใดๆทั้งสิ้น มันจึงเคลื่อนที่ไปอย่างเชื่องช้าด้วยความเร็วเพียง 15 กม./ชม.

เราแวะเติมน้ำมันกันที่บ้านนาสวนซึ่งอยู่มางฝั่งตะวันออกของอ่างเก็บน้ำ เมื่อได้คุยกับเจ้าของร้านผมก็พอจับความ
ได้ว่า บ้านปลายนาสวนนี้เป็นเป็นหมู่บ้านที่ถนนลาดยางจากอำเภอศรีสวัสดิ์มาสิ้นสุดลง จากจากนี้ไปยังมีทางลูกรัง
วนออกไปได้ถึงอำเภอบ่อพลอย เอาน่ะซักวันผมคงมีโอกาสได้มาสำรวจทางเส้นนี้

ถึงแม้ผมจะได้แวะเวียนผ่านมาที่เขื่อนศรีนครินทร์นี้หลายครั้งแล้ว แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ผมได้สัมผัสกับอ่างเก็บน้ำ
เหนือเขื่อน กว่าสามชั่วโมงบนผิวน้ำทำให้ผมได้รับรู้ถึงขนาดที่กว้างใหญ่ของมัน เมื่อนั่งคิดดูก็น่าตกใจที่ผืนป่า
ขนาดมหาศาลได้ถูกฝังอยู่ใต้แผ่นน้ำนี้ด้วยฝีมือมนุษย์ตัวกระจ่อยร่อยที่มีความต้องการอันไม่มีวันสิ้นสุด

ระหว่างที่นั่งคิดอะไรเพลินๆ เรือก็ชะลอความเร็วลง พี่ดาว, เจ้าหน้าที่อุทยานที่มากับเราชี้ให้เรามองดูที่ริมตลิ่งทาง
ขวามือ

ในพงหญ้าเตี้ยๆริมน้ำ ผมมองเห็นอะไรบ้างอย่างเคลื่อนไหวอยู่ เมื่อส่องด้วยกล้องสองตาผมจึงได้เห็นว่าสิ่งนั้นคือ
นกยูง สัตว์ปีกที่หาได้ยากนักในธรรมชาติของเมืองไทยยุคนี้ เพียงสองแหล่งที่ระบุว่ามีนกยูงอาศัยอยู่คือกลางป่าห้วย
ขาแข้งและป่าริมแม่น้ำสาละวินชายแดนพม่า ใครที่อยากจะได้เห็นตัวนกยูงก็จะต้องเดินป่าเข้าไปเสาะหาและซุ่มดู
กันเป็นวันๆ แต่หากวันนี้ผมโชคดีมากที่ได้เห็นนกยูงริมน้ำจากบนเรือโดยไม่ต้องลำบากลำบนอะไรเลย

นกยูงตัวผู้ตัวนั้นลำแพนโชว์หางงามเต็มที่ของมันอยู่ที่ริมฝั่ง หลังจากที่เฝ้ามองอยู่สักครู่หนึ่งเราจึงเริ่มสังเกตเห็นนก
ยูงตัวเมียอีกสองสามตัวในพงหญ้าใกล้ พี่ดาวบอกพวกเราว่าบริเวณนี้เป็นที่ๆนกยูงมักจะปรากฎตัวเป็นประจำ วันนี้
เรามาช้าไปนิดไม่อย่างนั้นก็คงจะได้เห็นนกยูงลงมาที่ริมน้ำเป็นฝูงใหญ่

หลังจากดูนกยูงกันจนเต็มอิ่ม เราก็เริ่มออกเดินทางต่อกันอีกครั้ง ท้องฟ้าเริ่มมืดลงตามลำดับ พี่ดาวบอกว่าวันนี้เรา
คงจะไปไม่ถึงไกรเกรียงเพราะทางน้ำที่เข้าสู่ไกรเกรียงค่อนข้างแคบและเต็มไปด้วยตอไม้ใต้น้ำทำให้ค่อนข้าง
อันตรายต่อการเดินเรือในยามค่ำมืด

เราหยุดพักกันที่สามประสบ ซึ่งเป็นหน่วยย่อยอีกแห่งหนึ่งของอุทยาน ที่นี่คือจุดพบกันของแม่น้ำแควใหญ่, ห้วยขา
แข้ง และห้วยแม่พลู เราแยกย้ายกันกางเต้นท์และผูกเปล ในแพและในอาคารก่อนที่จะมืดสนิท เสบียงที่พี่หน่อย
และพี่เปี๊ยกสุดยอดพ่อครัวทั้งสองเตรียมมาก็ถูกเตรียมเป็นอาหารค่ำท่ามกลางแสงตะเกียง  มันเป็นอาหารเย็น
แสนอร่อยท่ามกลางบรรยากาศของป่าดงที่หาซื้อไม่ได้แม้ในร้านอาหารราคาแพงที่ไหนในโลก

หลังอาหารเย็น วงสนทนาก็ตั้งขึ้นบนแพริมน้ำใต้แสงจันทร์แรมหนึ่งค่ำ หัวข้อสนทนาก็ไม่พ้นเรื่องราวของป่าดงพง
ไพรรอบๆตัว

พี่ดาวเล่าให้ฟังว่าครอบครัวของพี่ดาวปักหลักอยู่ที่ลำน้ำแควใหญ่นี้ตั้งแต่จำความได้ ในตอนนั้นสายน้ำแควใหญ่ยัง
เป็นสายน้ำเล็กๆไหลผ่านป่าใหญ่ที่ห้อมล้อมด้วยขุนเขา การเดินทางสู่โลกภายนอกทำได้ทางเดียวคือทางเรือซึ่งต้อง
ใช้เวลาหลายวัน ป่าสองข้างลำน้ำเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่สูงจนต้องแหงนมองคอตั้งบ่า ชาวบ้านมีความเป็นอยู่โดย
การพึ่งพาปัจจัยดำรงชีพจากธรรมชาติโดยไม่ต้องอาศัยเงินตรา  .... ฟังดูราวกับหมู่บ้านในนิทาน

เมื่อฟังเรื่องที่พี่ดาวเล่าผมก็พลันนึกถึงภาพขาวดำภาพขนาดใหญ่ภาพหนึ่งที่ติดอยู่ในอาคารบนสันเขื่อนศรีนครินทร์
ภาพนั้นเป็นภาพลำน้ำแควใหญ่ก่อนการสร้างเขื่อนที่ถ่ายจากทางอากาศที่เต็มไปด้วยป่าอันแสนจะอุดมสมบูรณ์ซึ่ง
แตกต่างจากสภาพพื้นน้ำเวิ้งว้างที่เห็นในวันนี้โดยสิ้นเชิง

เมื่อได้ยินพวกเราบนเสียดายที่ไม่มีโอกาสได้เห็นผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ในอดีต พี่ดาวก็บอกเราว่า ถ้าวิ่งเรือทวนน้ำ
ขึ้นไปตามลำน้ำแควใหญ่อีกไม่ไกลเราก็จะเข้าสู่เขตุรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร  พี่ดาวยังบอกเราอีกว่าถ้าเรา
มาเที่ยวอีกทีและขออนุญาติหัวหน้าได้ก็จะพาไปเที่ยวให้ถึง"แก่งน้ำโจน"ที่ซึ่งป่าริมลำน้ำที่นั่นยังคงสภาพ
ธรรมชาติดั่งเดิมอยู่อย่างไม่เปลี่ยนแปลง

พี่ดาวยังเล่าปัญหาในการดูแลพื้นที่กว้างใหญ่ของอุทยานให้เราฟังอีกด้วย ปัญหาการลักลอบล่าสัตว์ยังคงมีอยู่ตลอด
มา พี่ดาวบอกว่าถ้าเรามาที่นี่เมื่อสิบปีที่แล้วจะเห็นสัตว์ป่าลงมากินน้ำมากมาย แต่ทุกวันนี้ถูกลักลอบล่าไปจนพบ
เห็นได้ยากมาก เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่โล่งริมอ่างเก็บน้ำวิธีเดียวที่จะตรวจตราได้ทั่วถึงก็คือการใช้เรือ แต่
การวิ่งเรือขึ้นลงทั่วพื้นที่สักรอบหนึ่งต้องใช้น้ำมันถึงกว่าร้อยลิตร ซึ่งในยุคที่งบประมาณถูกตัดเช่นนี้การออกตรวจ
อย่างสม่ำเสมอก็แทบจะเป็นไปไม่ได้

จากการพูดคุยกับพี่ดาวและเจ้าหน้าที่อีกสี่คนที่เหลือทำให้เราได้ฟังปัญหาความขัดสนของพวกเขาจากรายได้และ
สวัสดิการณ์อันน้อยนิด พวกเขาคนล้วนมีครอบครัวที่ต้องดูแล แต่ทุกคนก็ยังเต็มใจทำงานของเขาเพราะความรัก
และหวงแหนธรรมชาติ

พวกเรายังบนเสียดายป่าที่จมอยู่ใต้น้ำกันไม่ขาดปาก มาหยุดกันก็ต่อเมื่อได้ยินคำพูดซื่อๆแต่ซ่อนคมจากพี่ดาว
"อะไรที่เกิดขึ้นมาแล้วเราก็คงกลับไปแก้ไขไม่ได้หรอกครับ ผมว่าเรามากังวลถึงอะไรที่ยังแก้ไข
ได้ดีกว่า อย่างเขื่อนน้ำโจนน่ะ ถ้ายอมให้เขาสร้างละก็ป่าหมดแน่ๆ"
จริงอยู่ที่ว่าบางครั้งคนเรามักจะ
ใช้เวลาที่มีน้อยนิดในชั่วชีวิตนี้ให้หมดไปกับการอาลัยอาวรณ์กับสิ่งที่สูญเสียไปแล้วมากกว่า การที่จะสร้างสรรสิ่ง
ทีดีให้เกิดขึ้น

ทุกวันนี้เขื่อนศรีนครินทร์นำไฟที่เหลือใช้ในเวลากลางคืนมาสูบน้ำย้อนกลับทำให้น้ำบริเวณ ไกรเกรียง ไหลย้อนกลับ
ขึ้นสู่ต้นน้ำ มนุษย์อาจทำให้สายน้ำไหลย้อนกลับได้ แต่เราก็ยังไม่สามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขความผิดพลาดที่
เคยทำไว้ได้

อากาศที่หนาวเย็นในคืนนั้นทำให้เรามีโอกาสได้ทดสอบถุงนอน Ultra Slim ของพี่หน่อยกันเป็นครั้งแรก ก่อนหลับ
ผมยังนึกถึงคำพูดต่างๆของพี่ดาว โดยเฉพาะเรื่องป่าริมแก่งน้ำโจน คงมีสักครั้งที่ผมจะได้เข้าไปเยี่ยมเยียน

บรรยากาศยามเช้าที่สามประสบ

เช้าวันรุ่งขึ้น หมอกหนาทึบปกคลุมขุนเขาเบื้องหน้าเราอยู่จนกระทั่งแสงแดดเริ่มสาดส่อง หลังจากอาหารเช้าแบบ
ง่ายๆ เราก็เริ่มออกเดินทางกันอีกครั้ง ลำน้ำช่วงต่อมานั้นเริ่มแคบลง ทิวทัศน์สองฝั่งน้ำยามเช้าสวยงามยิ่งนัก  เรือ
เราวิ่งฝ่าเข้าไปในละออกหมอกที่ลอยอ้อยอิ่งอยู่เหนือผิวน้ำและอากาศที่หนาวเย็น ยิ่งทำให้เรารู้สึกเหมือนกำลังเดิน
ทางเข้าไปสู่ดินแดนลึกลับในนิยายป่าดงมากกว่าที่จะอยู่ในโลกภูมิศาสตร์

อีกเกือบสองชั่วโมงต่อมาเราก็เห็นหมู่บ้านเล็กริมน้ำ "นั่นแหละครับ บ้านกระเหรี่ยงไกรเกรียง" พี่ดาวบอก

บรรยากาศที่หน้าหน่วยไกรเกรียง

เลยหมู่บ้านไปไม่ไกลนัก เราก็เข้าจอดเทียบชายฝั่งของหน่วยพิทักษ์ป่าไกรเกรียง ทันทีที่ขึ้นฝั่งได้พวกเราหลายคนที่
เป็นนักดูนกก็ตื่นเต้นกับนกหลายหลากชนิดที่บินวนเวียนกันมาเกาะให้ดูกันใกล้ๆ

ผมไม่ลืมที่จะสอบถามถึง"ไอ้เดี่ยว"มหิงษาโทนที่ออกจากป่ามาครอง"ฮาเร็มควาย"อยู่ในหมู่บ้านเป็นประจำ และก็
ได้รับคำยืนยันจากเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยว่าเรื่องที่ผมได้ยินมาเป็นเรื่องจริง แต่ไอ้เดี่ยวมักจะเดินเข้าไปในหมู่บ้าน
ในเวลากลางคืน นอกจากในยามหน้าแล้งที่น้ำหน้าที่ทำการลดต่ำลง ไอ้เดี่ยวก็จะเดินโชว์โฉมให้เห็นหน้าหน่วยเกือบ
ทุกวัน นอกจากไอ้เดี่ยวแล้วบางครั้งก็ยังมีช้าง,นกยูง และสัตว์อื่นๆออกมาให้เห็นกันอยู่เรื่อยๆ

หน่วยไกรเกรียงตั้งอยู่บริเวณรอยต่อระหว่างอุทยานเขื่อนศรีนครินทร์และเขตุรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ถ้าเรา
วิ่งทวนลำน้ำไปอีกไม่ไกลก็จะเข้าสู่ลำห้วยขาแข้งจึงไม่น่าแปลกใจที่เราจะพบเห็นสัตว์ป่าได้ง่ายๆที่นี่

เราพักผ่อนกันอยู่ที่ไกรเกรียงสองสามชั่วโมง วันหยุดที่จำกัดทำให้เราไม่สามารถพักค้างคืนที่นี่ได้ในครั้งนี้ แต่เมื่อเรือ
เริ่มออกเดินทางผมก็หันไปมองฝั่งแล้วกล่าวกับตัวเองในใจว่า "อีกไม่นานเราจะพบกันอีก.... ไกรเกรียง"

ขอขอบคุณ

หัวหน้า ประวัติ ผู้แนะนำให้เข้าไปเที่ยวที่ไกรเกรียง
รองหัวหน้า ทัศนัย ผู้เป็นธุระให้ในการเตรียมการ
พี่ดาว และเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ร่วมเดินทางไปกับเรา

ตาเกิ้น

มกราคม 2543

คุยกันรอบกองไฟ

เซ็นสมุดเยี่ยม

สมัครสมาชิก Thailand Outdoor ฟรี

กรุณาใส่ email และคลิ๊ก submit
Powered by YourMailinglistProvider.com