|
ฝนที่ตั้งเค้าครึ้มทำให้เราเลือกที่จะตั้งแคมป์อยู่ในดงไม้ ฟลายชีตถูกกางขึ้นก่อนตามด้วยเต็นท์และเปล ตามรสนิยมของแต่ละคน ร้านอาหารสวัสดิการที่พึ่งถูกสร้างขึ้นหมาดๆทำให้ผมเลิกล้มความตั้งใจที่ขน
สเบียงที่เตรียมมาลงจากรถมาหุงหา
พอดีกับที่เราเสร็จธุระกับอาหารเย็นก็มีเสียงระฆังดังขึ้นไม่ห่างออกไปมากนัก เมื่อเห็นหน้างงๆของพวก เราเจ้าหน้าที่ในร้านสวัสดิการจึงรีบบอกเราว่าจะมีการฉายสไลด์ธรรมชาติให้ชม
ที่นี่คงจะเป็นที่ฉายสไลด์ที่สวยที่สุดในโลก เพราะมันเป็นลานหินพร้อมตั่งไม้ ใต้แสงจันทร์ แถมยังมีเสียง น้ำตกเป็นแบคกราวน์ซะด้วย ภาพสไลด์ที่ฉายก็เริ่มด้วยภาพแนะนำพื้นที่หลายๆแห่งของอุทยาน ตามด้วย
สไลด์รูปสัตว์และนกสวยๆอีกมาก คุณนงนุชเจ้าหน้าที่ผู้ซึ่งอยู่ที่อุทยานแห่งนี้ด้วยใจรักมากว่าเจ็ดปีแล้ว ทำหน้าที่เป็นผู้บรรยายอย่างออกรสชาติ หัวหน้าประวัติซึ่งเป็นหัวหน้าอุทยานแห่งนี้ก็มาร่วมด้วยการเล่า
เรื่องที่ได้พบเห็นจากการทำงานในอุทยานแห่งชาติหลายๆแห่งในเมืองไทย
จากการฟังผมพึ่งจะได้รู้ว่าอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินท์นี้มีพื้นที่กว้างใหญ่มากที่เดียว และที่ผมสนใจ
เป็นพิเศษก็คือพื้นที่ส่วนที่ติดต่อกับเขตุรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งทางตอนเหนือของเขื่อน หน่วย พิทักษ์ป่าตรงนั้นอยู่กับหมู่บ้านกะเหรี่ยงกลางดงลึกที่มีชื่อว่า บ้านไกรเกรียง...
ผมมองไปรอบๆภาพที่ผมเห็นก็นับว่าแปลกตาไปไม่น้อยเมื่อเทียบกับสิ่งที่เคยพบพานมา ในช่วงหลายปี ก่อนไม่ว่าผมจะไปพักแรมที่อุทยานแห่งชาติที่ไหนในช่วงวันหยุด ผมก็จะต้องเจอกับวงเหล้า วงไพ่ และ
เสียงร้องรำทำเพลงกันอย่างไม่เกรงใจชาวบ้านไม่เกรงใจธรรมชาติ
แต่วันนี้ ที่ห้วยขมิ้นกลับเปลี่ยนไป นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มานั่งดูสไลด์กันใต้แสงจันทร์ ที่เหลือกระจายกัน
อยู่ตามเต็นท์อย่างเงียบเชียบ บรรยากาศอย่างนี้แหละที่ผู้คนจะได้มีโอกาสสัมผัสความงามของธรรม ชาติด้วยจิตใจ
คืนนั้นผมนอนคิดอยู่บนเปลเงียบๆ เวลาได้เปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆไปมาก ทางสู่ห้วยขมิ้นเปลี่ยนไปมาก
จนไม่มีร่องรอยเดิมให้ผมจำได้อีกต่อไป ยังไม่ต้องพูดถึงการมาทางแพที่ใครๆก็มาได้ พื้นที่ตรวนี้มิได้ เป็นดงเถื่อนอย่างที่เคย มันกลายเป็นอุทยานที่มีลานโล่งสะอาดสะอ้านสำหรับกางเต้นท์ แถมด้วยร้าน
อาหารสวัสดิการที่แก้ปัญหาปากท้องลงไปอีกเปลาะหนึ่ง
ทั้งหมดนี้น่าจะหมายถึงความสะดวกสบายสำหรับนักเดินทาง ผู้คนจำนวนมากขึ้นคงได้มีโอกาสเข้ามา
สัมผัสความงามของน้ำตกห้วยขมิ้น หากแต่เมื่อเทียบกับครั้งก่อนแล้ว แม้ครั้งนี้ผมจะเข้ามาได้ถึงน้ำตก ห้วยขมิ้น ผมกลับรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างที่ขาดหายไป มันคงเป็นนความตื่นเต้นในการได้พบกับความดิบ เถื่อนเช่นครั้งอดีต
ผมหันกลับมามองตัวเอง ผมก็เปลี่ยนแปลงไปไม่น้อยกว่าเส้นทาง เมื่อมองไปรอบตัว สิบกว่าปีที่ผ่านมา ที่ผมได้ก้มหน้าก้มตาทำงาน ผมได้สะสมเครื่องไม้เครื่องมือที่ช่วยให้การเดินทางไว้ไม่น้อย ทั้งรถขับเคลื่อน
สี่ล้อสมรรถนะสูง, อุปกรณ์แคมป์, GPS นำทาง ฯ อีกทั้งการเดินทางที่ผ่านๆมาก็ทำให้ผมเรียนรู้มากขึ้น ผมเรียนรู้ว่าจะต้องเตรียมรถอย่างไรเพื่อเข้าสู่ป่า, กางเปลยังไงเพื่อจะได้ไม่ต้องเปียกยามฝนตก ,หุงหา
อาหารด้วยเครื่องสนาม ฯลฯ การรอนแรมในป่าดงไม่ใช่เรื่องลำบากอีกต่อไป
แต่ความเปลี่ยนแปลงอย่างอีกอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นพร้อมๆกันก็คือ แม้จะพร้อมด้วยอุปกรณ์แต่ผมกลับ
เข้าไปเยือนป่าดงน้อยครั้งลงว่าแต่ก่อนมาก ถ้านับถึงการเข้าสู่ดงหนาหญ้าแน่นจริงๆแล้วอาจไม่ถึงปีละ ครั้งด้วยซ้ำไป
"การงานรัดตัว" นั้นอาจเป็นคำแก้ตัวที่ผมบอกตัวเอง แต่แท้ที่จริงแล้ว อาจเป็นว่าจิตวินญาณแห่งการ
ผจญภัยของผมเริ่มจะดับมอดลง
ชีวิตต้องเป็นอย่างนี้ด้วยหรือ ยามเยาว์วัยเราเต็มไปด้วยความกระตือรือล้นอยากพบกับสิ่งใหม่ๆ ความ
กล้าที่จะออกไปผจญกับภัยอันตรายข้างหน้า แต่เราก็มักจะขาดทั้งปัจจัยและประสพการณ์ ครั้นเมื่อเพียบ พร้อมด้วยประสพการณ์และปัจจัย สิ่งที่เราเคยมีกลับหายไป
ผมกำลังจะยอมให้กาลเวลานั้นมาเปลี่ยนผมไปเพียงนี้เชียวหรือ?
ก่อนที่ผมจะหลับมีชื่อหนึ่งปรากฎขึ้นมาในความคิด .....บ้านไกรเกรียง.....
|