Fly Fishing ที่หมู่บ้านในนิทาน
นัท สุมนเตมีย์
มีนาคม 2552
ขอยืมชื่อของพี่ตาเกิ้นมาตั้งหน่อยครับ จริงๆครับผมหลงรักดินแดนแห่งเข้าอย่างจังครับ
มันคือหมู่บ้านในนิทานจริงๆครับ ยังคงมีดินแดนห่างไกล ไกลนักแต่มีคนพักอาศัย...
ใครจำเนื้อเพลงได้ร้องตามไปด้วยนะครับ
เงาของแม่น้ำเงา ที่สะท้อนกับแสงยามเช้า
เพื่อนชาว Iceland ของผมคนหนึ่ง เขาเคยเป็น Guide ตก fly ที่ iceland ชีลี และรัสเซีย มาร่วม 10 ปี ได้ย้ายถิ่นฐานมาปักหลักสร้างโรงงานผลิดเหยื่อ fly ส่งขายต่างประเทศอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ ได้โทรศัพท์มาชวนให้ผมขึ้นไปช่วยถ่ายภาพ ดินแดนในฝันท่ีเขาเพียรพยายามค้นหามานานหลายปี จนกระทั่งวันหนึ่งเขาก็ค้นพบว่าท่ีแม่น้ำเงาแห่งนี้คือสวรรค์ของการตก fly fishing แห่งหนึ่งในโลก เปรียบเสมือนเพชรที่ยังไม่ได้ผ่านการเจียรนัยออกมา และอยากให้ผมได้ไปเห็นด้วยตาของตนเอง แล้วจะรู้ว่าไม่ต้องไปถึง New Zealand ก็สัมผัส ความงามของการเดินท่องน้ำตกปลาในลำธารได้
เมื่อเพื่อนของผมได้ไปเห็นครั้งแรก สิ่งที่เขาอุทานออกมาคือ It's trout water !
ความใสสะอาดของลำน้ำ บน land scape ที่งดงาม ผู้คนที่เปี่ยมไปด้วยอัธยาศัยและไมตรี ที่นี่คือดินแดนในฝันจริงๆ สภาพทางธรรมชาติที่งดงามนี้ถ้าหากปล่อยให้ถูกทำลายไปด้วย Mass travel industry หรือว่าการท่องเที่ยวแบบโป๊งชึ่งแล้วจะเป็นสิ่งที่น่าเสียดายมากที่สุด Fly fishing ในหลายๆพื้นที่ที่มีการจัดการที่ดีนั้นน่าจะนำมาดัดแปลงใช้ในการจัดการพื้นที่โดยมุ่งเน้นถึงประโยชน์ของชุมชนเป็นตัวตั้ง โดยจำกัดปริมาณและจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในแต่ละปี น่าจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ในหลายๆพื้นที่อย่างเช่นมองโกเลีย นั้นถ้าคุณอยากจะไปตกปลา Taimen นั้นอาจจะต้องใช้เวลาจองทัวร์ล่วงหน้า
fly fishing นั้นเป็นหนึ่งในการท่องเที่ยวที่ได้รับการพิสูจน์ในหลายๆพื้นที่แล้วจากทั่วโลกว่า นักเดินทางที่เข้าไปนั้นส่วนใหญ่เป็นสุภาพบุรุษ ที่เคารพและให้เกียรติกับธรรมชาติ ผู้คน และแม้กระทั่งปลาที่เขาตก อาจจะไม่เป็นการพูดเกินเลยไปว่า และเขารักปลาทุกตัวที่ตกขึ้นมาได้ แม้กระทั่งการปล่อยและปลดปลานั้นก็จะพยายามให้ปลาบาดเจ็บน้อยที่สุด
อัตราการสูญเสียของปลาในผืนน้ำที่จำกัดให้ตกเพื่อเกมกีฬาได้ด้วย Fly นั้นจึงมีน้อยมาก
สังเกตุได้จากการจัดการการตกปลาใน อลาสก้า ปลาในบริเวณปลายน้ำจะมีกฏเกณฑ์และข้อจำกัดน้อยมากและจะมีกฏเกณฑ์มากขึ้นจนไปถึงต้นน้ำในบางพื้นที่ ที่อนุญาติให้ใช้อุปกรณ์ Fly เพียงอย่างเดียวเท่านั้น
ที่สำคัญคือการตกฟลายนั้นจะไม่มีการเก็บหรือขังปลาที่ตกได้เป็นพวงๆแล้วนำมาถ่ายภาพกองไว้ให้ดูน่าอุจาดตาเป็นอันขาด หลังจากถ่ายภาพซึ่งนักตกปลาควรจะต้องลงไปถ่ายภาพในน้ำ เพื่อหลีกเลี่ยงการนำปลาขึ้นมาจากน้ำ เพราะการที่ปลามาดิ้นบนบกนั้น มีความเสี่ยงสูงต่อการบาดเจ็บหรือตายของปลาได้ ภาพที่เราเห็นส่วนใหญ่นักตกฟลายจึงมักจะต้องกระโดดลงไปถ่ายภาพกับปลาในน้ำ เรียกว่าเปียกก็ต้องยอม ดีกว่าให้ปลาตาย เพราะว่าคุณค่าของปลาที่มีชีวิตตัวหนึ่งเมื่อวัดในเชิงเศรษฐกิจแล้วมีคุณค่ามากกว่าปลาที่ตายแล้วนับร้อยๆเท่า
it's not how many fish you caught but how you catch the fish?..
เป็นคำที่ผมเคยอ่านเจอที่ไหนมาก็ไม่รู้ แต่เป็นคำที่ผมชอบมาก
สิ่งที่ผมสนใจและอยากจะเข้าไปร่วมในการเดินทางในครั้งนี้ส่วนหนึ่งก็คืออยากจะไปดูว่าสุดท้ายแล้วชาวบ้านจะได้อะไรแค่ไหนอย่างไร ... บ็อบบี้ ไกด์ของเราเป็นชาวแม่สะเรียงที่เข้าออกหมู่บ้านเหล่านี้ตกปลามากว่า 5 ปีแล้วบอกกับเราว่าอยากจะให้ชาวบ้านนั้นได้รับประโยชน์มากที่สุดเท่าที่ทำได้ ไม่ว่าจะเป็นการออกระเบียบเกี่ยวกับการตกปลา ค่าใช้จ่ายของคนที่จะเข้ามาตกปลา การฝึกอาชีพให้ชาวบ้านเป็นคนนำทางไปตกปลา แม้กระทั่งการฝึกให้ชาวบ้านนั้นใช้อุปกรณ์ fly เพื่อให้สามารถเป็น Fly guide ซึ่งเป็นอาชีพที่มีรายได้ค่อนข้างดีในต่างประเทศ
แต่สิ่งที่ผมเป็นห่วงอีกเรื่องหนึ่งก็คือ แล้วการเปลี่ยนแปลงนั้นจะมาสู่หมู่บ้านนี้อย่างไร ชาวบ้านจะรับมือไหว หรือไม่ ...
คำตอบที่ดีก็คือถ้าทุกคนยังมีความศรัทธา ในองค์พระผู้เป็นเจ้าอย่างในทุกวันนี้ ผมเชื่อว่าแม้ภายนอกอาจจะดูเปลี่ยนแปลงไป แต่ภายในนั้นผมหวังว่าน่าจะยังคงอยู่
ส่วนวิถึชีวิตแบบดั้งเดิมนั้นควรจะให้ดำรงอยู่เช่นเดิม ชาวบ้านเคยจับปลาอยู่อย่างไร ก็คงให้จับอย่างนั้น เพราะปลาในแม่น้ำนั้นเป็นของเขาไม่ใช่ของใคร หากแต่สิ่งที่จะต้องทำความเข้าใจก็คือปลาบางชนิดนั้น ถ้าหากจับกินหมดฝูงแล้วก็หมดไป แต่ถ้าปลาฝูงนั้นยังคงอยู่
เขาจะมีมรดกที่มอบไว้ให้กับลูกหลานไปได้นานแสนนาน
ที่สำคัญที่สุดที่ผมเป็นห่วงเพียงอย่างเดียวก็คือ การผสานผลประโยชน์ระหว่างระบบธุรกิจกับชาวบ้านนั้น ถ้าธุรกิจนั้นเอาเปรียบชาวบ้านมากเกินไป นั้นก็เป็นสิ่งที่ไม่ชอบธรรม
ชาวบ้านคือเจ้าของทรัพยากรนี้ หากแต่คนที่เข้ามานั้นต้องเป็นแค่ตัวเชื่อมประสานและช่วยจัดการ เท่านั้น
นักล่าพื้นเมืองกับปลาสะแงะ ตัวงาม
สำหรับปลาที่เป็นปลาเกมหลักในลำน้ำสายนี้ ก็คือปลาพลวง หรือ Thai mahseer นั่นเอง ปลาชนิดนี้เป็นที่ใฝ่ฝันของนักตกปลาจากทั่วทุกมุมโลก โดยเฉพาะการตกด้วยอุปกรณ์ Fly fishing คุณ Ian เพื่อนนักตกปลาที่มาจากแคนาดา และเดินตกปลาในลำธารสายนี้ บอกกับผมว่า Mahseer นั้นมีลักษณะนิสัยคล้ายกับ Trout มาก เป็นปลาที่มีการเลือกกินเหยื่อที่หลากหลาย ตั้งแต่ แมลงน้ำ แมลงบนบกที่ตกไปในน้ำ ไปจนถึงปลาตัวเล็กๆ และแถมด้วยลูกไม้บางชนิดที่ตกลงมาในน้ำอีกด้วย
นอกจากนี้ยังเป็นปลาที่มีสายตาดี แข็งแรง อาศัยอยู่ร่วมกันเป็นฝูง ขี้ระแวง และวิธีการตกปลาชนิดนี้เท่าที่สังเกตุดูนั้นไม่ต่างจาก trout เลย ภาพนี้เป็นปลาตัวแรกที่ได้ด้วยเหยื่อ Dry fly ครับ
เนื่องจากปลาชนิดนี้อาศัยอยู่ในน้ำที่ไหล ทำให้มันแข็งแรงมากทีเดียว
เราออกไปตกปลากันดีกว่าครับ หลายๆคนคงสงสัยว่าทำไมเวลาตกฟลายต้องลงไปยืนในน้ำ มันเท่หรือไงนะ ผมเดาเอานะครับว่าถ้ายืนริมฝั่งนั้นมันจะ back cast ได้ไม่สะดวก อีกทั้งสายที่กองอยู่บนพื้นนั้นก็จะเกะกะไปหมด การลงไปยืนในน้ำทำให้การควบคุมสายทำได้ง่ายกว่าครับ
อุปกรณ์ที่ใช้ในการตก Fly นั้นก็คือ คันและรอกที่ออกแบบมาอย่างเรียบง่าย ครับ คันเบ็ด สาย และรอก นั้นจะต้องสมดุลย์กัน ในการตกฟลายนั้นจะใช้เบอร์ของสายเป็นตัวกำหนดขนาดของรอก คัน และเหยื่อที่เราจะใช้ครับ สายฟลายนั้นจะเป็นตัวหลักในการ presentation เหยื่อให้ลอยน้ำ ค่อยๆจม หรือจมลงอย่างเร็ว
อุปกรณ์ที่เราใช้ในทริพนี้เป็นอุปกรณ์มาตรฐานที่ใช้ตก trout ในลำธารคือประมาณเบอร์ 5 และ 6
ส่วนใหญ่แล้วเราจะ set up คันไว้สองถึงสามชุดด้วยกัน อาจจะเป็นสายลอยชุดหนึ่ง สายจมอีกชุดหนึ่ง และอาจจะมีชุดใหญ่ไว้อีกชุดหนึ่งที่ใช้สำหรับเหยื่อขนาดใหญ่
เหยื่อฟลาย อาจจะทำเลียนแบบแมลง ลูกปลา หนู หรืออาจจะไม่ได้เลียนแบบอะไรเลยก็ได้แต่สามารถเรียกร้องความสนใจของปลาได้ ในกล่องนี้จะเป็น Nymph และ Dry files
มาเที่ยวนี้ Jon นำ Flies มาเกือบสามร้อยตัว สมกับที่เป็นเจ้าของบริษัทผลิตเหยื่อฟลาย
การ presentation เหยื่อฟลายให้ดูคล้ายเหยื่อในธรรมชาติมากที่สุดคือ Key ของการตกฟลาย ไม่ใช่แค่การ Cast สายออกไปให้ไกลๆเท่านั้น
Jon กำลังสอนเรื่องเหยื่อฟลายให้กับ Bobby
ปลาพลวง ตัวแรกของ Jon
มาดูภาพใต้น้ำของปลาพลวงกันดีกว่าครับ ปลาพลวงนั้นเป็นปลาในกลุ่ม Carp ที่มีความงดงามมากที่สุดชนิดหนึ่งครับ เมื่อโตเต็มที่ สามารถใหญ่ได้มากกว่า 10 กิโลกรัม Bobby ยืนยันว่าปลาขนาดเกือบๆยี่สิบกิโลกรัมนั้นมีในแม่น้ำสายนี้อย่างแน่นอน ปลาพลวงเป็นปลาที่กินอาหารหลากหลายชนิดมาก ไม่ว่าจะเป็นลูกไม้ แมลง ไปจนถึงปลาตัวเล็กๆ จากการเฝ้าสังเกตุดูพฤติกรรมตลอดช่วงสองวันที่เราตกปลากัน ผมรู้สึกว่าปลาพลวงนั้นถ้าอยู่ในอารมณ์ที่อยากจะล่าเหยื่อพวกลูกปลาจะไปอาศัยหลบหลังซอกหินอยู่ในบริเวณแก่งที่มีน้ำไหลแรง แต่ถ้าฝูงไหนที่ไปอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ริมน้ำนั้นก็จะมุ่งความสนใจไปที่ลูกไม้ที่ตกลงมาในน้ำ ส่วนปลาที่มาออกันอยู่ใน Pool หรือบริเวณวังน้ำนั้นอาจจะพักผ่อนจากการว่ายทวนน้ำ ปลาในกลุ่มนี้อาจจะขี้เกียจว่ายน้ำไล่เหยื่อ อาจจะจับแมลงกินเป็นของหวานบ้างเล็กน้อยเหยื่อจะพวก dry fly จะใช้ได้ผลดี
ปลาพลวงตัวแรกของ Ian
ปลาพลวงตัวแรกในชีวิตของผม (รู้สีกไหมครับว่าดูไม่ต่างจากรูปสมัยเด็กเลย ใครหลายคนบอกไว้ว่าบางคนอายุอาจจะมากขึ้น ใบหน้าอาจจะยับลง พุงอาจจะออกมากขึ้น แต่ข้างในของชายคนนั้นก็ยังเป็นเด็กเหมือนเดิม)
วิธีการปล่อยปลานั้น Jon ให้คำแนะนำว่านอกจากจะปลดปลาในน้ำให้ปลาบอบช้ำน้อยที่สุดแล้ว วิธีการที่ดีมากที่สุดคือการให้ oxygen เพิ่มกับปลาโดยวิธีง่ายๆคือหันหัวปลาไปทางน้ำที่ไหลมาให้น้ำผ่านเหงือกของปลา และค่อยประคองปลาเอาไว้ เมื่อปลาเริ่มฟื้นตัวและแข็งแรงขึ้น ปลาจะว่ายน้ำออกไปเอง
ปลาอีกชนิดที่น่าสนใจในลำน้ำนี้ก็คือปลาสะนากครับ ในบางพื้นที่เรียกว่าบักหาว
หลายๆคนขนานนามว่าเป็นแซลมอน หรือ ว่า trout เมืองไทยครับ รูปร่างหน้าตาของเขาก็เหมือนเอาหัวปลากุเรา มาใส่ตัวปลาเทร้าต์ ยิ่งตัวเล็กๆบางตัวที่ลายชัดๆลายเหมือนกับลูกเรยโบว์เทร้าต์มากๆ ตัวโตเต็มวัยบางตัวมีปากงุ้มลงมาคล้ายตะขอด้วย
สิ่งที่แตกต่างจากปลาในตระกูล Salmonid อย่างชัดเจนก็คือเกล็ดขนาดใหญ่ครับ
และที่สุดเซอร์ไพรส์ปิดท้ายทริพก็คือเจ้าตัวนี้ครับ ที่งับ fly ของ Jon ที่เฝ้ารออยู่เกือบครึ่งชั่วโมง (การตกปลาในลำน้ำนี้จะเป็น Sight fishing คือเห็นตัวปลาครับ)
มันคือปลากดหัวเสียม ขนาดประมาณ 12 กิโลกรัม ที่อาจจะเป็น record แรกของโลกที่จับปลาชนิดนี้ได้ด้วยอุปกรณ์ฟลาย ในขณะนี้ Jon กำลังพยายาม check ข้อมูลอยู่ครับ
ปิดท้ายด้วยภาพความงามของลำน้ำแม่เงา มุมเดียวกับที่ผมถ่ายภาพ Ian ภาพแรกแต่ใช้เลนส์มุมกว้างครับ
ThailandOutdoor Netzine