Home

เหตุเพราะอยากได้ปืนพาราฯแท้ๆ
ปืนคลาสสิก
ปืนพารา
Colt pocket .25
เชอร์ชิลล์ & ปืนเมาเซอร์
เบอร์กแมน
ปืนพระราม 6
ปืนทหารม้า 1
ปืนทหารม้า 2
ปืนทหารม้า 3
Last Samurai
ปืน ร.ศ.
ปืนไทยทำแบบ 95
[ปืนคลาสสิก] [คาวบอยและลูกทุ่งตะวันตก] [แก๊งค์ปืนลม] [เตาและตะเกียง]

ทำไมชอบปืนพาราฯ

ผมเชื่อว่าท่านที่รักอาวุธปืนน้อยคนนักจะไม่รู้จักปืน ลูเกอร์ หรือที่เราเรียกติดปากว่าปืนพาราเบล ลั่ม เคยถามตัวเองไหมครับว่าทำไมชอบปืนชนิดนี้นัก ผมเองพอจะให้คำตอบได้บ้าง

1. รูปร่างสะดุดตา คงเคยเห็นในหนังสงครามอยู่บ่อยๆ เป็นปืนประจำตัวนายทหารเยอรมัน ท่าทางขึงขัง ในเครื่องแบบที่งามสง่ากว่าผู้ชนะสงครามคือ อังกฤษและอเมริกาเสียอีก อีกประการหนึ่งคนไทยเรา
มักจะเห็นใจผู้แพ้อย่างเยอรมัน ก็เลยอดชื่นชมความสามารถตลอดจนอาวุธที่เขาใช้ไปด้วยไม่ได้
 สมมุตินะครับว่า เยอรมันชนะสงครามโลก เราก็คงอดชอบปืนลูกโม่ Webley ของทหารอังกฤษ
ไม่ได้ ปืนพาราฯนี่ต่อให้คนไม่เล่นปืนก็พอเดาออกว่าของนาซีไม่เชื่อลองถามเด็กๆดูซีครับ

2. ถ้าเป็นคนที่ชอบยิงปืน คงไม่ปฏิเสธว่าปืนพาราฯ จับได้กระชับสบายมือ ไม่อ้วนเกินไปแม้แต่
คนที่ไม่เคยยิงปืนก็จะรู้สึกคุ้นเคยกับปืนชนิดนี้ได้อย่างง่ายดาย อันนี้ต้องยกความดีให้นาย George
 Luger ซึ่งออกแบบมุมด้ามของพาราฯได้พอเหมาะพอเจาะ

3. ท่านที่ชอบประวัติศาสตร์การทหารสักหน่อย พอเป็นเจ้าของปืนพาราฯ จะรู้สึกภูมิใจว่านี่คือ
ตัวแทนอาวุธของกองทัพที่ชื่อว่าไม่ยอมแพ้ใครง่ายๆ ไม่ว่าสงครามครั้งไหนทหารเยอรมันจะ
แสดงชื่อเสียงให้โลกรู้เสมอ มันเป็นส่วนหนึ่งของอาวุธที่ก้าวหน้าในสมัยของมันเอง ซึ่งรวม
ไปถึงรถถัง Tiger จรวดแบบ V1 และ V2 เครื่องบินไอพ่นชนิดแรกของโลก และเรือประจันบาน
 Bismark ที่น่าเกรงขาม

4. ท่านที่เก็บปืนไว้เยอะๆ คงเบื่อที่จะหยิบปืนระบบสไลด์แอ็กชั่น หรือลูกโม่ออกมาดู การมีปืน
พาราฯไว้เชยชมสักตัวทำให้เรามีของที่แตกต่างออกไป ระบบ Toggle Action ของพาราฯ ที่แท้
ก็เอาแบบมาจากปืนกลหนักแม็กซิม ระบบการปิดเปิดรังเพลิง แบบนี้ไม่มีใครลอกไปใช้อีกแล้ว
เพราะแพงและยากต่อการทำมาก ปืนพาราฯทุกชิ้นจะทำอย่างประณีตจึงจะทำงานได้สมบูรณ์
แบบ ขอย้ำอีกว่าปืนพาราฯ คือผู้ให้กำเนิดกระสุน 9 มม. พาราเบลลั่มยอดนิยมในปัจจุบัน

5. ความหลากหลายของรุ่นและชื่อผู้ผลิตพาราฯ เป็นสิ่งเย้ายวนใจต่อนักสะสมปืนเป็นอย่างยิ่ง
ปืนพาราฯ ได้ถูกผลิตตั้งแต่ปี ค.ศ. 1900-1945 ใช้กระสุน 3 แบบ คือ .30 ลูเกอร์ 9 มม. พาราฯ
และ .45 (มีแค่2 กระบอกในโลก) แถมมีลำกล้องตั้งแต่ 4 6 และ 8 นิ้ว มีบางรุ่นลำกล้องยาว
12-16 นิ้ว ซึ่งหายากมากอีกด้วย ทั้งหมดนี้ทำให้ปืนพาราฯเป็นที่นิยมไม่รู้เบื่อของชาวปืนทั่ว
โลก จำนวนผลิตหลายล้านกระบอกในช่วงสงครามก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เป็นปืนที่หาไม่ยาก
จนเกินมือเอื้อมนัก ซื้อง่ายขายคล่องและคงความนิยมติดต่อกันมานาน

ที่ระลึกจากสนามรบ

ชื่อเรื่อง "เหตุเพราะอย่างได้พาราฯแท้ๆ" นี้เป็นเรื่องจริงของทหารรุ่นปู่ รุ่นพ่อของเรา ที่ไป
ต่อสู้กับทหารเยอรมันในสงครามโลกครั้งที่ 1 และ 2 ผมเห็นใจทหารอังกฤษและฝรั่งเศสอยู่
มากที่ต้องเอาปืนพกลูกโม่แบบเก่าไปสู้กับทหารเยอรมันที่ถือปืนพกออโตฯ ยิ่งในช่วงสงคราม
โลกครั้งที่ 2 เยอรมันก็ข้ามไปชั้นหนึ่งโดยเอาปืนวอลเธอร์ P38 แบบออโตฯดับเบิ้ลมาใช้ทำ
ให้ปืนพกฝ่ายพันธมิตรดูเชยไปเลย ด้วยเหตุนี้เองความนิยมไล่ล่าหาปืนพาราฯได้แพร่ขยาย
ไปทั่วทุกสมรภูมิ ไม่ว่าจะได้จากเชลยศึกหรือจากร่างปรปักษ์ที่ไร้วิญญาณแล้วก็ตามที

ภาพที่ 1 ถ่ายไว้ในสมัยสงครามโลก
ครั้งแรก ทหารอังกฤษจับทหารเยอร
มันได้เลยยึดพาราฯรุ่นทหารปืนใหญ่
ลำกล้อง 8 นิ้ว มาห้อยเอาไว้ทั้งหลัง

ภาพที่ 2 ทหารคานาดา 2 คน อวดของที่ยึดมา คนซ้าย
ถือพาราฯ มาตราฐาน 4 นิ้ว คนขวาได้ทั้งหมวกเหล็ก
ดาบปลายปืนเมาเซอร์ และในมือถือเมาเซอร์ด้าม
ไม้กวาดอีกหนึ่งกระบอก

ภาพที่ 3 เป็นช่วงสงครามโลกครั้งที่
 2 นายทหารหน่วยจู่โจมอังกฤษถือ
พาราฯ รุ่น 8 นิ้ว พร้อมแม็กกาซีน
หอยโข่ง จุ 32 นัด (Snail Magazine)
 เตรียมยกพลขึ้นนกที่นอร์มังดี

ภาพที่ 4 ส่วนอีกภาพทหารอเมริกัน
นายนี้กำลังชื่นชมกับพาราฯ ที่ยึดได้

ความวุ่นวายของทหารพันธมิตรที่ชอบหาของฝากมีไม่รู้จบ เมื่อทหารอเมริกันยึดโรงงาน
Krieghoff ที่เมือง Suhl ได้พบว่ามีชิ้นส่วนปืนพาราฯ หลงติดโรงงานอยู่บ้าง เลยไปขอให้เปิด
การผลิตได้อีก 245 กระบอก แจกกันเป็นที่ระลึก บางกระบอกก็จารึกชื่อตัวเองให้โก้ๆเสียด้วย
ปืน Krieghoff พาราฯ หายากมากโดยเฉพาะ 245 กระบอกนี้ราคาสูงเพราะผู้ชนะเล่นไปเปิด
โรงงานทำกันเอง

เสืออากาศก็ล่าปืนพาราฯ

เมื่อเยอรมันปราบยุโรปราบคาบแล้ว ก็เหลือแต่อังกฤษที่ยืนหยัดสู้อยู่คนเดียว ทอ.เยอรมัน
จึงเปิดศึก Battle of Britain ในปี ค.ศ. 1940 หวังทิ้งระเบิดอังกฤษให้ยอมแพ้ เรื่องที่ไม่น่าจะ
เกิดแต่เป็นเรื่องจริงของการหาปืนพาราฯ จึงเกิดขึ้นในช่วงนี้ ตามบันทึกของ ทอ.อังกฤษ

รูปที่ 5 หมู่บินสปิตไฟร์

"วันที่ 24 ก.พ. ค.ศ.1940 หมู่บินสปิตไฟร์ ที่ลาดตระเวณอยู่ รับแจ้งว่า เครื่องบินทิ้งระเบิด
แบบ Heinkel He 111 (รูปที่ 6) กำลังมุ่งสู่ St. Abb's Head โดยมีผู้ฝูงขับไล่สกัดกั้น ชื่อ
ดักลาส (Douglas) เข้าปะทะไว้ก่อนแล้ว เมื่อบรรดาลูกหมู่ตามไปสมทบก็พบว่าผู้ฝูงของ
ตนสอย He 111 จนพิการต้องร่อนลงกลางทุ่งนา โดยมีเครื่องบินอังกฤษบินวนเวียนกดดัน
อยู่ 3 ลำ

รูปที่ 6 Heinkel He 111 

จู่ๆผู้ฝูง Douglas ก็บินผละจากการตีวง แล้วร่อนลงจอดตามเครื่องบินเยอรมัน โดยไม่
บอกเหตุผลแก่ลูกฝูงว่าแกอยากได้ปืนพาราฯ ที่ทหารอากาศเยอรมันใช้ ความงกของผู้ฝูง
ทำให้ประมาทจนทำเครื่องบินขับไล่ชั้นดีของแก ตีลังกาหงายท้องเอาล้อชี้ฟ้าอยู่ข้างๆ
เครื่องบินของศัตรูนั่นเอง"

ไม่ทราบว่าคุ้มกันไหมที่ผู้ฝูงได้ปืนพาราฯ มา 3 กระบอก แถมคอเคล็ดอีกต่างหาก กับ
ทำเครื่องบินพังไปหนึ่งเครื่อง ในรายงานไม่ได้ระบุต่อว่าแกโดนเล่นงานปลดไปเป็นพล
ทหารหรือเปล่า โธ่…..ก็เจ้าปืนพาราฯ เป็นเหตุแท้ๆจริงไหมครับ

รูปที่ 7 JU88

เรื่องเช่นนี้ทางฝ่ายเยอรมันเองก็รู้ เช่น เมื่อวันที่ 20 ก.ย. ค.ศ. 1940 เครื่องบินทิ้งระเบิด
แบบ  ถูกยิงตกและนักบินถูกจับได้ เขาแสดงความประสงค์ที่จะมอบปืนพาราฯ ของเขา
ให้แก่ผู้ที่ยิงเขาตก (ซึ่งก็รีบมาเอาปืนในวันนั้นเลย) เพื่อเป็นเกียรติที่เอาชนะเขาได้

ภาพสุดท้ายผมเอามาให้ดูเล่น เป็นกองปืนพาราฯ ที่ยึดได้ในสงครามโลกครั้งที่ 1 เห็นแล้ว
คงอดไม่ได้ที่จะหยิบติดมือกลับบ้าน ทหารอเมริกันโชคดีครับเพราะกฎหมายเขาให้เอาอาวุธ
ยึดกลับมาตีทะเบียนได้ แต่ทหารอังกฤษแย่กว่าส่วนมากกลัวปัญหาทางกฎหมายโยนปืนดีๆ
ทิ้งทะเลเสียเป็นส่วนใหญ่ เป็นอันว่าท่านที่ชอบปืนนี้คงทราบละนะครับว่า เขาคลั่งปืน
พาราเบลลั่มกันมาหลายชั่วอายุแล้ว และคงเป็นต่อไปชั่วลูกหลานนะครับ

จ่าน้อม ทหารหน้า

คุยกันรอบกองไฟ

เซ็นสมุดเยี่ยม

สมัครสมาชิก Thailand Outdoor ฟรี

กรุณาใส่ email และคลิ๊ก submit
Powered by YourMailinglistProvider.com