Home

วินสตัน เชอร์ชิลล์ และปืนเมาเซอร์
ปืนคลาสสิก
ปืนพารา
Colt pocket .25
เชอร์ชิลล์ & ปืนเมาเซอร์
เบอร์กแมน
ปืนพระราม 6
ปืนทหารม้า 1
ปืนทหารม้า 2
ปืนทหารม้า 3
Last Samurai
ปืน ร.ศ.
ปืนไทยทำแบบ 95
[ปืนคลาสสิก] [คาวบอยและลูกทุ่งตะวันตก] [แก๊งค์ปืนลม] [เตาและตะเกียง]

ผมได้เคยเขียนถึงเหตุจูงใจประการหนึ่งในการสะสมปืนเก่าว่าเพราะเป็นอาวุธประจำกายของ
บุคคลสำคัญที่ถูกยกย่องเชิดชูให้เป็นฮีโร่ในใจของแต่ละท่าน พอย้อนถามตัวผมเองว่าแล้วผมจะเลือก
ปืนอะไรดีที่เป็นของคนที่เรายกย่อง ภาพของท่านอดีตนายกฯ วินสตัน เชอร์ชิลล์ และปืนเมาเซอร์
ด้ามไม้กวาดก็ปรากฏในจินตนาการทันที

ท่านผู้อ่านคงสงสัยว่านักการเมืองระดับนี้เขามายุ่งกับปืนผาหน้าไม้อย่างไรได้ ผมก็จะขอ
ย้อนไปถึงชีวิตวัยหนุ่มของท่านเมื่อปลายยุคพระนางเจ้าวิคตอเรีย ซึ่งท่านได้ร่วมรบทั้งในอินเดีย 
ซูดาน และอาฟริกาใต้ บอกเลา ๆ แค่นี้ก็พอเดาได้ว่าท่านโลดโผนพอสมควร (ในการหาเรื่องใส่ตัว)

 วินสตัน ในวัยหนุ่มมีส่วนละม้ายกับดยุ๊คแห่งมาลเบอร์ละอยู่ไม่น้อย

ประวัติโดยย่อ

วินสตัน เชอร์ชิลล์ เกิดเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน ค.ศ.1874 ในตระกูลขุนนางนักรบ ต้นตระกูล
คือ ดยุ๊คแห่งมาลเบอร์ละ (Duke of Marlborough) หรือ นายจอห์น เชอร์ชิลล์ ซึ่งเป็นแม่ทัพอังกฤษที่
เก่งสุด ๆ คนหนึ่ง โดยนำทัพไปปราบทัพผรั่งเศสของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 เมื่อ 3 ร้อยปีก่อน บิดาของท่าน
นายกฯ ก็เคยเป็นถึง Chancellor of Excheguer หรือ รมต. คลังนั่นเอง ถึงตรงนี้คงนึกออกนะครับว่า
บิดาของท่านต้องหวังไว้สูงจากลูกชายคนนี้แน่ ๆ วินสตันนั้นเรียนไม่เอาไหนครองแชมป์อันดับโหล่ของ
โรงเรียนมาตลอด เลยหันมาเอาดีทางอาชีพทหาร ซึ่งกว่าจะสอบเข้าแซนเฮิสท์ได้ก็สอบซ้ำอยู่หลายหน
ทีเดียว ในที่สุดท่านเรียนจบในหมวดทหารม้า เข้าประจำการในกองฮูซาร์ที่ 4 เมื่อปี ค.ศ.1895
หลังจากเข้าร่วมรบในที่ต่าง ๆ ดังกล่าวไว้แล้ว ท่านก็มีชื่อเสียง และฝีปากดีพอที่จะเล่นการ
เมือง ได้เป็น ส.ส. และเป็น รมต. ที่หนุ่มที่สุดในอังกฤษ ชีวิตการเมืองของท่านขึ้น ๆ ลง ๆ มาก เพราะ
ความเด็ดขาด กล้าตัดสินใจของท่านเป็นเสมือนดาบสองคม เช่น ครั้งหนึ่ง เมื่อกรรมกรอังกฤษเดินขบวน
ประท้วง และขู่รัฐบาลด้วยการนัดหยุดงานครั้งใหญ่ ท่าน รมต. หนุ่มกลัวตำรวจรับมือไม่ไหว เลยขอ
ทหารปืนใหญ่ลากปืนมาช่วย (นโปเลียนท่านก็เคยทำมาแล้วนะครับ) แม้ว่าจะแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไป
ได้แต่กรรมกรอังกฤษเกลียดท่านตั้งแต่นั้นมาทีเดียว ชีวิตของท่านมาตกต่ำในช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง
 เมื่อแผนยกพลขึ้นบกที่ Gallipoli ประเทศตุรกีของท่านล้มเหลว จึงตัดสินใจลาออกจาก รมต. กระทรวง
ทหารเรือ เชื่อไหมครับว่า รมต. อังกฤษที่ตกงานทำอย่างไร ท่านสมัครเข้าเป็นทหารบกยศนายพัน ออก
ไปอยู่แนวหน้า กล่าวกันว่าชีวิตของท่านจะได้ดีก็ต้องเมื่อบ้านเมืองมีศึกสงครามอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ
เท่านั้น เชอร์ชิลล์ในบั้นปลายของชีวิตกลับถูกเชิญมาเป็นนายกฯ เพราะคนทั้งชาติไม่เห็นใครใจเด็ดพอที่
จะทำให้อังกฤษยืนหยัดสู้กับนาซีเยอรมันได้


ออกรบครั้งแรก

ในปี ค.ศ.1898 ดูเหมือนว่าอำนาจของเครือจักรภพอังกฤษจะถึงจุดสูงสุดจนไม่มีใครคิดจะต่อ
กรด้วย ทหารอังกฤษหนุ่ม ๆ ก็หมดโอกาสแสดงฝีมือเหมือนรุ่นพี่ ดังนั้น เมื่อชนพื้นเมืองชาวปาธานซึ่ง
อยู่ในปากีสถานปัจจุบันแข็งข้อ ยกกำลังมาปล้นในเขตอังกฤษ ก็จำจะต้องจัดทัพไปปราบเรียกว่า กองทัพ
สนามมาละข่าน (Malakand Field Force) เชอร์ชิลล์หนุ่มนั้นอาสาไปด้วยในฐานะผู้สื่อข่าว เพื่อหาราย
ได้พิเศษไปในตัว ชาวปาธานมีชื่อในความโหดร้ายและใจนักเลงมาก กิจกรรมพิเศษของชนเผ่านี้ก็คือ ถ้า
ไม่ยกไปปล้นหมู่บ้านอื่นก็รบกันเอง ดังนั้น หมู่บ้านชาวปาธานจึงสร้างประดุจป้อมปราการแข็งแรง
เพียงก้าวแรกที่ทหารอังกฤษและทหารชาวอินเดียเข้าไปในหมู่บ้าน พวกปาธานก็หลบออกไปอยู่บนเขา
หมดเพื่อหลอกให้เข้ามาติดกับ แล้วย้อนลงมาเล่นงานแบบปิดประตูตีแมว เชอร์ชิลล์และทหารหมวด
หนึ่งถูกสั่งให้เป็นกองระวังหลัง ต้องยิงพลางถอยพลางด้วยปืนมาตินี่เฮนรี่บรรจุเดี่ยวขนาด .577/450
แต่แล้วนายทหารที่คุมหมวดถูกปืนล้มลงกลายเป็นเหยื่อคมดาบชาวปาธานที่รุมล้อมเข้ามา เห็นเช่นนี้
เชอร์ชิลล์ก็เลือดขึ้นหน้า คว้ากระบี่และปืนพกรีวอลเวอร์ไล่ยิงจนกระสุนหมดหลงเข้าไปยืนอยู่คนเดียว
กลางหมู่ข้าศึก ผมเดาว่าเชอร์ชิลล์ไม่ใช้ปืนลูกโม่อีกเลยในเวลาต่อมาจากเหตุการณ์นี้ด้วยจุกระสุนได้น้อย
จึงต้องวิ่งแจ้นกลับมาได้อย่างหวุดหวิด

ขอโอกาสทำความรู้จักกับปืนเมาเซอร์ด้ามไม้กวาดรุ่นต่างๆไปด้วย  -  ต้นแบบปืนเมาเซอร์ด้ามไม้
กวาด(ซ้าย)ระบุวันที่ 15 มี.ค ค.ศ 1895 โปรดสังเกตนกปืนแบบหงอนที่ รง. ไม่ผลิตขาย ส่วนปืน
เมาเซอร์แบบโครงปืนเรียบและนกชนิดวงแหวนใหญ่(ขวา)เหมือนกับที่ขาย ทร. อิตาลี ในปี ค.ศ 1899
 ไป 5,000 กระบอกซึ่งเมาเซอร์เอามาผลิตขายเพิ่มจะพบในปืนกระบอกที่ 12,000 ถึง 35,000


เมาเซอร์ออกศึก

ในปีต่อมาได้มีผู้นำศาสนาในซูดานรวบรวมคนจัดเป็นกองทัพขับไล่อิทธิพลอังกฤษ และรุม
สังหารนายพลกอร์ดอนที่เมืองคาร์ทูม ลอร์ดคิดเช่นเน่อร์จึงนำทัพจากอียิปต์ 20,000 คน ล่องแม่น้ำไนล์
มาเพื่อปะทะกับเหล่าสาวกที่เรียกว่าพวกเดอร์วิช (Dervishs) คราวนี้เชอร์ชิลล์แอบมาอยู่กับกองพัน
ทหารม้าแลนเซอร์ที่ 21 (ทหารม้าถือทวนยาว) ที่ต้องแอบมาเพราะท่านแม่ทัพไม่ชอบหน้าเนื่องจากไป
เขียนวิจารณ์วิธีการรบของท่านเข้า ทำนองเป็นเพียงนายร้อยแต่มาสอนนายพล ท่านลอร์ดเหม็นหน้า
เชอร์ชิลล์ไปจนถึงสมัยสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง เมื่อโชคชะตาพาโคจรมาพบกันอีก คนหนึ่งในฐานะ รมต.
 อีกคนหนึ่งในฐานะจอมพลมีอำนาจสูงสุดของกองทัพ

แลนเซอร์ที่ 21 ถูกส่งไปเป็นกองตะเวนหน้า มีเชอร์ชิลล์ออกไปหน้าสุด ได้พบกับทัพใหญ่ของ
พวกเดอร์วิชถึง 60,000 คน ที่หวังจะตีทหารอังกฤษให้ตกแม่น้ำไนล์ แม่ทัพใหญ่จึงสั่งให้ถอยมาตั้ง
รับใกล้แม่น้ำเพื่อจะได้รับการยิงสนับสนุนจากปืนใหญ่และปืนเรือบนเรือกลไฟลำเลียงพล เมื่อแนชัดว่า
การรบจะมีในเช้าวันรุ่งขึ้นเชอร์ชิลล์จึงหาโอกาสทักทายกับพวกทหารเรือเพื่อขอแบ่งวิสกี้ และได้รู้จัก
กับนายเรือหนุ่มชื่อบีทตี้ (Beatty) ซึ่งทั้งคู่โคจรมาพบในสงครามโลกเช่นกันเมื่อเชอร์ชิลล์เป็น รมต.
กระทรวงทหารเรือ ส่วนบีทตี้เป็นนายพลเรือที่หนุ่มที่สุด และนำกองเรือลาดตระเวนอังกฤษวิ่งเข้าล่อ
กองทัพเรือเยอรมันทั้งกองให้ตามยิงในศึกจัทแลนด์ (Battle of Jutland)

ผมคงจะข้ามการรบของพวกเดอร์วิชไป เพราะคงจะยาก ที่ชาวพื้นเมืองจะสู้ปืนใหญ่อาร์มสตรอง
ได้และวิ่งหนีกระเจิงกลับเมืองไป ทหารม้าแลนเซอร์จึงได้รับคำสั่งให้ออกรุกไล่ โดยมีเชอร์ชิลล์
บังคับทหารหมวดหนึ่ง มีทหารม้าประมาณ 25 นาย

แลนเซอร์ที่ 21(ซ้าย)   การชาร์จด้วยทวนของทหารม้าเป็นครั้งสุดท้ายในภาพ(ขวา) อังกฤษถลำเข้าไป
ติดกับนักรบชาวอาหรับที่ซ่อนทหารอีกนับพันไว้หลังเนินทราย


ศึกบนหลังม้าครั้งสุดท้ายของโลก

ที่ถูกต้องควรเรียกว่าการชาร์จด้วยทวนของทหารม้าเป็นครั้งสุดท้าย แลนเซอร์ที่ 21 รุกไป
พบกับข้าศึกราว 150 คน ขวางอยู่ จึงตัดสินใจจัดแถวเตรียมชาร์จโดยหารู้ไม่ว่าเป็นกลศึกเดียวกับที่
อัศวินสมัยครูเสดพบมาแล้วเมื่อหลายร้อยปีก่อน เพราะชาวอาหรับจะซ่อนทหารอีกนับพันไว้หลังเนิน
ทราย โดยยิงล่อให้ทหารม้าถลำไล่จนตกจากเนินทรายนั้น เชอร์ชิลล์เล่าไว้ว่า เพราะท่านเคยประสบ
อุบัติเหตุจนไหล่หลุด ทำให้ต่อมาใช้กระบี่รบบนหลังม้าไม่ถนัด จึงได้ซื้อปืนพกเมาเซอร์ด้ามไม้กวาด
ซึ่งถือว่าใหม่และทันสมัยที่สุดมาจากห้างเวสลี่ย์ ริสชาร์ด ในลอนดอน เมื่อพลแตรให้สัญญาณควบใส่
ข้าศึกนั้น ท่านควบพลางเก็บกระบี่เข้าฝัก แล้วชักปืนจากซองไม้มาง้างนกจนสุด

สมุดคู่มือของปืนรุ่น 1930 (ซ้าย)สามารถหาซื้อที่พิมพ์ขึ้นใหม่ได้ในราคาเพียง 10 เหรียญ  หากสนใจ
ลองติดต่อร้าน  RAY RILING ARMS BOOKS CO.  6844  GORSTEN ST., PHILADELPHIA ,
PA 19119 fax 215-438-5395  รับรองเหมือนของเดิม
ปืน 40,000 กระบอกแรก(ขวา) มีขอรั้งยาวกว่าและมีไกปืนโค้งงอนมากกว่าและมีจานประคองเข็มแทง
ชนวนด้วย นอกจากนี้ให้สังเกตุนกปืนรูปกรวยซึ่งพบในปืน 15,000 กระบอกแรก

พอควบใกล้แนวลวงเข้าไป ท่านพบว่าหลังเนินทรายนั้นเป็นที่ซ่อนทหารข้าศึกกว่า 12 แถว
ที่พลันผุดลุกขึ้นโห่ร้องชูดาบวาววับรับแสงแดด สายไปเสียแล้ว ปีกซ้ายของอังกฤษถลำเข้าไปติดกับทั้ง
แถว ม้าของเชอร์ชิลล์ควบข้ามข้าศึกสองคนซึ่งนอนยิงใส่ในระยะ 10 หลา เคราะห์ร้ายพลาดไปถูกทหาร
ของท่านที่ตามมาตายคาที่ ม้าของเชอร์ชิลล์วิ่งฝ่าวิกฤติออกมาไม่ได้ตกในวงล้อมข้าศึก พอดีท่านเห็น
ศัตรูคนหนึ่งนอนราบลงเงื้อดาบจะฟันเอ็นขาม้าของท่าน จึงเอาเมาเซอร์ยิงใส่ไป 2 นัด ในระยะแค่ 3
หลา อีกคนหนึ่งวิ่งตรงเข้ามาก็ถูกส่องในระยะประชิดชนิดเอาปากกระบอกทิ่มหน้าไปอีกคน มีทหารม้า
อาหรับคนหนึ่งควบม้าเข้ามาในระยะ 10 หลา ก็ถูกเมาเซอร์ยิงไล่หนีออกไป ถึงตอนนี้ทหารอังกฤษที่
เหลือพอจะรวมกันเข้าสู้อีกรอบ ก็มีอาหรับคนหนึ่งถือหอกวิ่งหลบคมทวนทหารม้ามาได้ แต่ไม่พ้น
กระสุนของเมาเซอร์อีกเช่นเคย ถึงตรงนี้ท่านยิงหมด 10 นัดพอดี การรบครั้งนั้นอังกฤษเสียทหารม้าตาย
เจ็บถึง 170 คน แต่ด้วยเดชของเมาเซอร์ทำให้เชอร์ชิลล์รอดมาได้ราวปาฏิหารย์

ในศึกบัวร์ชาวนาดัชส์(ซ้าย)สอนเชิงรบให้อังกฤษ ด้วยปืนเมาเซอร์ แบบ 96และ 98 
เชอร์ชิลล์ในภาพ (ขวา) เหน็บเจ้าเมาเซอร์ ด้ามไม้กวาดคู่ใจไว้ที่ซอกแขนไป อาฟริกาใต้ ด้วย

รถไฟหุ้มเกราะ

ท่านได้ใช้เมาเซอร์เป็นครั้งสุดท้ายในปี ค.ศ.1899 ในศึกบัวร์ ประเทศอาฟริกาใต้ เมื่อชาวนา
ดัชส์ลุกขึ้นปราบอังกฤษจนแพ้ไม่เป็นท่าในระยะแรก ขณะนั้นเชอร์ชิลล์ลาออกจากทหารมาเป็นผู้สื่อ
ข่าวเต็มตัว และอาสาไปกับขบวนรถไฟหุ้มเกราะลาดตระเวน ลึกเข้าไปในเขตของข้าศึก คราวนี้
เคราะห์ไม่ดีรถพ่วงถูกยิงตกรางท่านได้ช่วยให้หัวรถจักรและทหารบางส่วนหนีกลับสำเร็จโดยท่านถูก
ทิ้งไว้ข้างหลัง ในขณะที่หนีการจับกุมนั้นไปปะหน้ากับทหารม้าบัวร์คนหนึ่งที่ประทับปืนรออยู่แล้ว
ท่านคลำหาเจ้าด้ามไม้กวาดทันที อนิจจา! มันถูกลืมอยู่ในขบวนรถไฟที่กลับไปแล้ว ถึงตอนนี้ท่านจึง
ต้องยอมจำนน และรับในภายหลังว่าเคราะห์ยังดีที่ลืมปืนไว้ มิฉะนั้นคงถูกยิงเอาแน่ ๆ

ผมฝากเกล็ดประวัติอีกนิดว่า ท่านแหกคุกจากเมืองหลวงของพวกบัวร์ โดยถูกตั้งค่าหัว
ราคาแพงเพราะนาน ๆ เขาจะจับลูกท่านลอร์ดได้สักครั้ง การหนีของท่านเป็นข่าวหนังสือพิมพ์
อ่านกับทั่วอังกฤษทุกวัน มีพนันขันต่อกันว่าจะถูกจับในกี่วัน หรือตายแล้ว ดวงชะตาของท่านทำให้ได้
พบกับคู่ปรับเก่าใน 3 ปีต่อมา เมื่อท่านเป็น รมต. ดูแลอาณานิคมและได้พบกับประธานาธิบดีคนแรก
ของอาฟริกาใต้ ซึ่งหลังจากฟังเชอร์ชิลล์เล่าเหตุการณ์เรื่องรถไฟหุ้มเกราะอยู่พักใหญ่ ประธานาธิบดี
หลุยส์ โบธ่าร์ (Louis Botha) ก็บอกว่าท่านจำผมไม่ได้หรือ ผมคือชายที่ขี่ม้าเล็งปืนมาที่ท่านวันนั้น
แหละครับ! แล้วทั้งคู่ก็เลยเป็นเพื่อนซี้กันตั้งแต่นั้นมา

สำหรับปืนเมาเซอร์ที่เชอร์ชิลล์ใช้นั้น คงจะเป็นรุ่นแรก ๆ เพราะท่านซื้อมาใช้หลังจากปืน
ออกสู่ตลาดเพียง 3 ปีเท่านั้น ผมได้ลงอธิบายรูปปืนรุ่นแรกๆให้ดูไว้ด้วยว่ามีความแตกต่างจากรุ่นต่อ
มาอย่างไร

ท่านนายกฯมาเยี่ยมทหารที่เตรียมรับการบุกเกาะอังกฤตของนาซีเยอรมันในช่วงวิกฤติของชาติเลย
ได้เล่นของเล่นถูกใจอย่างปืนกลมือทอมสัน ดูมาดคาบซิการ์เหมือนเจ้าพ่ออยู่ไม่น้อย

ส่วนเรื่องของเชอร์ชิลล์ก็เป็นอุทาหรณ์ได้ว่าในการเลือกผู้นำยามประเทศคับขันนั้นจำเป็นอยู่เหมือนกันที่
จะต้องเลือกผู้ที่หลักแหลมและเด็ดขาดมั่นคงเช่นนี้จึงจะเป็นกำลังใจให้แก่คนทั้งชาติให้ยืนหยัดร่วมชะตา
กรรมกันได้ เห็นมาดท่านออกเยี่ยมทหารแล้วเหมือนเด็กที่ได้เล่นของเล่นถูกใจ แม้จะเป็นพลเรือนก็ดูไม่
ขัดเขินเมื่อจับต้องปืนผาหน้าไม้

 ทหารอังกฤษ (ซ้าย) ผู้พิสมัยเจ้าเมาเซอร์ด้ามไม้กวาดในสงครามโลกครั้งที่ 1 และ(ขวา) ระบบนิรภัย
เดิมเข้าโดยกดคันเซฟลง นับแต่ปืนกระบอกที่ 280,000 ระบบนิรภัยแบบใหม่ NS -New Safety/Neues
Sicherung ถูกนำมาใชัถึงปี 1930โดยง้างนกลงจังหวะหนึ่งก่อนจึงจะดันคันเซฟขึ้น

ศุนย์หลังของปืนขนาด 9 มม.พาราฯปรับระยะได้เพียง 500 เมตร (ซ้าย) ส่วนรุ่นมาตรฐาน ขนาด
7.63*25 มม.ปรับได้ถึง1,000 เมตร (ขวา)

นอกเหนือจากด้ามไม้กวาดรุ่นมาตรฐานแบบด้ามไม้เซาะแถบตามขวางแล้ว ท่านอาจพบแบบยาง
สังเคราะห์สีดำมีตราอักษรไข้วเมาเซอร์ซึ่งนิยมในฝรั่งเศส เพราะกรมตำรวจฝรั่งเศสมีไว้ประจำการ
และยังมีรุ่นแกะเลข 9 ตัวใหญ่ (RED 9) สำหรับใช้ในกองทัพเยอรมันในสงครามโลกครั้งที่ 1 กว่า
136,000 กระบอก ขนาด 9 มม.พาราฯ

จ่าน้อม ทหารหน้า

คุยกันรอบกองไฟ

เซ็นสมุดเยี่ยม

สมัครสมาชิก Thailand Outdoor ฟรี

กรุณาใส่ email และคลิ๊ก submit
Powered by YourMailinglistProvider.com