|
"ตาน้อม ๆ
.. เร็วเข้ามีโทรเลขด่วนจากบางกอก"
เสียงนายเขียวบุรุษไปรษณีย์ตะโกนลั่นอยู่กลางทุ่ง ปลุกให้จ่าน้อมตื่นจากนั่งสัปหงก ข้าวมื้อเที่ยงเพิ่งจะเรียง
เม็ดอยู่ในท้องได้เพียงครู่ใหญ่เท่านั้น พอนายเขียวมาถึงหัวกะไดบ้าน ลูกหลานของจ่าก็มายืนออเพื่อขอฟังข่าวกัน
อย่างตื่นเต้น ปุทโธ่กับชาวไร่ชาวนาอย่างจ่าน้อม ถ้ามีตะแล๊ปแก๊ปจากเมืองหลวงมาน่ะมันโก้ย่อยอยู่เสียเมื่อไหร่ ไอ้จุมหลานชายคนโต รีบขออาสา เปิดอ่านให้กระผมฟังโดยไม่ต้องบอกทันที
"จ่าน้อม
มาเยี่ยมพ่อฉันด่วนนะท่านป่วยมาก
คุณกลาง"
ไม่ใช่ข่าวดีเสียแล้ว คิดได้เท่านั้นกระผมก็รีบสั่งเจ้าหลานชายให้เตรียมเดินทางไปเป็นเพื่อน โดยหาซื้อตั๋วรถไฟ ขบวนถัดไปที่จะผ่านสถานีราชบุรีเข้าบางกอก นายเขียวจึงเสนอว่า
"วันนี้คงไปไม่ทันหรอกตาน้อม เดี๋ยวฉันจะรีบกลับเข้าเมืองไปซื้อตั๋วให้สองที่ รถจะออกจากราชบุรี พรุ่งนี้เวลาหกโมง ครึ่งเช้า ถึงเอาก็ 5 โมง 40 นาที"
กระผมได้แต่ขอบอกขอบใจตามประสาคนแก่ ส่วนในใจนั้นให้รู้สึกกังวลเหลือกำลัง พาลไปโมโหหาเรื่อง ลูก ๆ หลาน ๆ
ในเรื่องไม่เป็นเรื่องตลอดบ่าย อยากจะบินได้เป็นนกเสียเหลือเกิน เจ้าตะแล๊ปแก๊ปกับจ่านั้น ไม่เคยนำข่าวที่เป็นมงคล
มาให้เลยตลอดชีวิต ถ้าไม่ใช่เรื่องศึกสงคราม ก็เป็นข่าวสูญเสียญาติสนิทมิตรสหาย แต่นี่เจ้านายของเราแท้ ๆ จะเป็น อย่างไรหนอคิดแล้วก็นอนตาค้างเกือบตลอดคืน
วันรุ่งขึ้น ร.ฟ.ล (รถไฟหลวง) ก็พาสองคนตาหลาน ผ่านบ้านโป่งและจังหวัดนครปฐม เข้าเทียบสถานีบางกอกน้อย เวลา 11.38 น. ตรงตามกำหนด จากนั้นจึงกระย่องกระแย่งลงเรือจ้างข้ามฟาก เข้ามาทางคลองสาธร เลี้ยวซ้ายตัดเข้าคลอง
ซอยแล้วเลี้ยวขวาเข้าคลองสีลมสักครู่ใหญ่ ก็เห็นจุดหมายปลายทาง
|