|
|
|
|||||||||||
|
|
|
|
|
ปืนแก็ตลิ่งรุ่นแรกของสยาม ผลิตโดยโคลท์ เป็นแบบ 10 ลำกล้อง ตั้งบนขาหยั่ง 3 ขา สามารถเอาขึ้นหลังช้างได้
|
|||||||||
![]() |
|||||||||
|
ในภาพเห็นฝาปิดท้ายปืน มีคันโยกปิดล็อคท้ายอยู่เหนือตุ้มกลมๆ ด้านล่างจะเป็นเครื่องขันเกลียวปรับมุมกดมุมยก
|
|||||||||
![]() |
|||||||||
|
ภาพบนโชว์ลำกล้องทั้งสิบหมุนรอบแกน และศูนย์เล็งทางซ้ายของภาพ |
|||||||||
![]() |
|||||||||
|
แกนหมุนนั้นมิได้เป็นแกนหลักยาวอยู่ตรงกลาง ที่จริงเป็นแกนสองขา แยกโอบมัดลำกล้องไว้ |
|||||||||
|
"ปุ้ทโธ่ พี่ยอดนี่ไปอยู่เมืองนอกมานาน ไม่รู้ระบบราชการยุคปลายกรุงเก่าที่สยามใช้อยู่นี่เลยนะ" คุณหลวงหัวเราะที่เห็นยอดตี
|
![]() |
|||||||||||||
|
ภาพนี้แลเห็นช่องเสียบแม็กกาซีนชัดเจน นายแพทย์แกตลิ่งเป็นผู้ออกแบบ ให้ บ. โคลท์ผลิต ในช่วงสงครามกลางเมือง
|
|||||||||||||
![]() |
|||||||||||||
![]() |
|||||||||||||
|
ก้านสีดำคือลูกเลื่อน |
|||||||||||||
![]() |
![]() |
||||||||||||
|
ยอดจึงแอบเขียนรีโปท พร้อมร่างภาพกลไกการทำงาน ตลอดจนแผนการเตรียมจัดตั้งกองร้อยปืนกลขึ้นใน 1-2 ปี ข้างหน้า
|
![]() |
|||||||||||||
|
ปืนประจำการแบบที่ 4 ในสมัยเมื่อยอดเข้ารับราชการในปี พ.ศ. 2417 คือ ปืนแซ่หกหลังม้า สังเกตว่ามันก็คือปืนเล็กยาว
|
|||||||||||||
![]() |
|||||||||||||
![]() |
|||||||||||||
|
หลักฐานตามรายการอาวุธปืนเล็กเหลือจ่ายคงคลัง ช่วงกลางรัชสมัย ร.5 ตรงกับเดือนเมษายน ร.ศ. 114 หรือ ปี 2438
|
|||||||||||||
|
"ฉันรู้ว่าทรงเอาจริงแน่ๆ กระซิบบอกก่อนนะว่าทรง….." จมื่นสราภัยฯ ยืนยันว่า ร.5 มิได้คิดเพียงเลิกทาสเท่านั้น หากได้เตรียม
|
|||||||||||||
![]() |
|||||||||||||
|
แถวนั่งขวาสุด กงสุลอังกฤษ โธมัส ยอร์ช น๊อกซ์ หรือ นายหนอกพ่อของแฟนนี่และแคโรไลน์ ผู้เคยเป็นครูฝึกทหาร
|
|||||||||||||
|
"แม่นะแม่ ให้หนุ่มที่ไหนมาดูตัวเราอีกละซิ"
|
![]() |
|||
|
ตำแหน่งวังหน้าในสมัย ร.5 คือพระองค์เจ้ายอดยิ่งยศ (กรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ) ซึ่งพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ
|
|||
|
จ่าคิดว่าเรื่องราวของคุณยอดคงจะถูกพรรณนา ยุยงผ่านปากของสองพี่น้องตระกูลหนอกอยู่บ่อยครั้ง จนแม่ข้าหลวงคนเก่งแน่
|
![]() |
|||
|
หีบเพลงสีแดงมีลานไขเล่นเป็นเพลงทำในสวิสเซอร์แลนด์ |
|||
|
นับแต่แม่ผึ้งยอมรับของฝากจากยอดเป็นครั้งแรกนั้น ความสัมพันธ์ก็แน่นแฟ้นขึ้นตามลำดับ โดยมีลูกสาวของกงสุล เป็นผู้พาผึ้ง
|
![]() |
|||
|
ชุดทหาร กองปืนใหญ่อาสาญวนเข้ารีต หรือ คริสต์ ตั้งโดยสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ในปี พ.ศ. 2395
|
|||
|
พี่ตี๋คุมช่างแสงลำเลียงเครื่องกระสุน และชนวนสำหรับปืนใหญ่สนามขนาดเล็กที่เรียกว่า อาร์มสตรอง 3นิ้ว ออกมาทันทีที่
|
![]() |
|||||||
|
ภาพซ้าย ผู้เขียนลองร่างจากตำราของพระปิ่นเกล้าฯในการวางตัวพลปืนใหญ่ เมื่อมีคำสั่งจัดแถว Section น่าจะเป็นอย่างนี้
ทหารปืนใหญ่ของวังหน้ามีหลักฐานของต่างชาติ
ยกย่องไว้หลายแห่ง เช่น เซอร์ แอนดรู
คล๊าก (Sir Andrew Clarke – The Governor of the Straits Settlements) ได้รายงาน ในปี พ.ศ. 2418
ว่า
ทหารปืนใหญ่วังหน้าเข้มแข็งกว่าหน่วยใดๆ
ในวังหลวง |
|||||||
|
"เรก... เฟก...วิก...มาจ์" (Right face quick march) ลูกแถวทำขวาหัน หัวหมู่นั้นเดินนำ พลที่มีเลขคี่อยู่แถวหน้า เริ่มประจำ
\รักสุมทรวงจนปวดศีรษะ ต้องหาเรื่องด่าไอ้น้อมเล่น บางครั้งก็ขันที่ตัวเองเผลอยิ้มกับเทวดาฟ้าดิน ขณะฝึกทหารอยู่กลางแดด
|
|||||||
|
"งามประโลมน่ารักเป็นหนักหนา |
|||||||
|
วงน้ำชาจัดขึ้นใต้ไม้ใหญ่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ยอดเป็นจุดสนใจของเจ้าภาพชาวอังกฤษ ที่รุมซักถามถึงชีวิตผจญภัยในอเมริกา
|
|
"ปากสั่นหวั่นจิตแค่คิดความ |
|
"แฝดสยามอิน-จัน เคยทำนายว่าพี่จะเดินทางไปเรื่อยๆ จนกว่าจะพบหญิงสักคนที่เปลี่ยนพี่จนอยู่กับที่ได้... พี่คิดว่าจริง พี่อยากมี
|
|
"จับมือถือนิ้วเจ้าพิม (น่าจะเป็นผึ้ง) ชม
|
|
"เชื่อละเจ้าค่ะว่ารัก" ผึ้งตอบอ่อยๆ ก้มหน้าว่า "แต่ใจร้อนเหลือเกิน" เลยถูกจูบแก้มเข้าอีกที
|
|
พิศร่างสูงสง่า แลท่วงท่าดั่งนางหงส์
|
|
วันเผชิญหน้า |
![]() |
|||
|
ยอดควบเจ้าทหารหน้ามาถึงพระที่นั่งสุทไธศวรรย์ ก็เห็นแสงเพลิงสว่างมาแต่ในกำแพงวัง
|
|||
|
"อะไรของมึงวะ ไอ้ทิม" |
![]() |
![]() |
||
|
ภาพซ้าย - ผังในวังหลวงสมัยต้น ร.5 ในคืนวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2417
|
![]() |
|
ต่อมาได้รื้อโรงแสงทิ้งสร้างพระที่นั่งบรมพิมาน ตึกแบบฝรั่งที่ใช้รับแขกเมืองในปัจจุบัน ที่เลข 1 ในภาพ |
|
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||