Home

มาลิน เมาตี้
ทดสอบปืน
CZ511
Ruger Mk II
FN 375 H&H
บราวนิง ออโต้5
มาลิน เมาตี้
ดวล ปืน9 ม.ม.
ดวล 11ม.ม.
ดวล .38
Toz 35 M
Win 94
รูเกอร์ซิงเกิลแอ็คชั่น
CZ Scout
[ปืนคลาสสิก] [คาวบอยและลูกทุ่งตะวันตก] [แก๊งค์ปืนลม] [เตาและตะเกียง] [ชมรมธนู]

หลังจากที่เดินทางออกจากหนองน้ำแห้งมาได้สองวัน คณะเดินป่าก็มาตั้งแคมป์กันอยู่ที่โป่งกระทิง กลาง
ดึกวันนั้น, ด้วยความไม่คุ้นเคยกับ บรรยากาศของป่าดงทำให้คุณหญิงดารินนอนไม่หลับและเดินออกจาก
เต๊นท์มาคุยกับรพินทร์และพวกพรานที่นั่งล้อมวงกินอาหารรอบดึกกันอยู่

เมื่อพรานของรพินทร์บอกว่าอยากจะไปยิงเม่น คุณหญิงก็ไปคว้าปืนมาลินจุดสองสองออกมาจากเต๊นท์
เพราะเสียงของปืนจุดสองสองที่ไม่ดังมากจะไม่รบกวนคนอื่นๆในแคมป์ที่หลับกันหมดแล้ว

ภาพที่ 1 มาลิน เมาตี้ ขนาด .22

จากการสนทนาตอนหนึ่ง คุณชายเชษฐาเล่าให้รพินทร์ฟังถึงเรื่องที่พรานผิวขาวชื่อดังคนหนึ่งเคยเขียน
ไว้ว่าเพียงถ้าเขามีปืนเพียงห้าขนาดก็เพียงพอแล้วที่จะท่องเที่ยวล่าสัตว์ทุกแห่งในโลกนี้ ปืนทั้งห้าขนาด
นั้นก็คือ .458 วินเชสเตอร์ แม็กนั่ม, .375 ฮอลแลนด์แอนฮอลแลนด์ แม็กนั่ม, .30-06, ลูกซองขนาดสิบสอง
และสุดท้ายก็คือ .22 LR

ข้อความนี้คงจะเป็นจริงอยู่ไม่น้อยเพราะ ครูพนมเทียนผู้ที่นับว่าเป็นปรมาจารย์ในเรื่องป่าและปืนใน
เมืองไทย ก็ใช้ปืนสามในห้าขนาดนี้ในการท่องไพรของท่านในอดีต ซึ่งก็คือ เอฟเอ็น .375H&H, บราวนิง
A-5 ลูกซองขนาด 12 ที่เราได้ทำการทดสอบไปแล้ว และกระบอกสุดท้ายก็คือ มาลิน เมาตี้ขนาด .22
กระบอกที่เราได้รับเกียรติจากครูพนมเทียนให้ทำการทดสอบกันในฉบับนี้

มาลินซึ่งเป็นบริษัททำปืนเก่าแก่อีกแห่งหนึ่งของอเมริกาที่มีประวัติย้อนหลังไปถึง 130ปี แม้วินเชสเตอร์
จะเป็นผู้ผลิตปืนยาวแบบคานเหวี่ยงออกขายเป็นคนแรกแต่มาลินก็ตามมาติดๆและประสบความสำเร็จ
ไม่แพ้กันในยุคคาวบอยพิชิตตะวันตกตามที่เราเห็นกันในภาพยนต์  แต่มาลินก็คุยไว้ว่าเขาเป็นคนแรกที่
ทำปืนคานเหวี่ยงขนาด .22 ซึ่งก็คือ โมเดิล 1891 และก็พัฒนามาจนเป็นรุ่น 39 A ที่สร้างชื่อเสียงให้มาลิน
อย่างมากเพราะนักยิงปืนผาดโผนที่มีชื่อเสียงหลายท่านเลือกใช้เป็นปืนประจำมือในการแสดง ซึ่งก็เป็น
การยืนยันในด้านความแม่นยำและทนทานของปืนรุ่นนี้ได้เป็นอย่างดี

ปืนมาลิน โมเดิล 39A ขนาด .22ลองไรเฟิล นี้เขามาขายในเมืองไทยมาตลอดเวลากว่าสี่สิบปีที่ผ่านมา
และก็ได้รับความนิยมในบ้านเราเป็นอย่างมาก นักเลงปืนรุ่นพ่อมักจะมีกันเกือบทุกคนเห็นได้จากเพื่อนๆ
พ่อผมเอง เหตุผลหนึ่งก็คงจะไม่พ้นความนิยมที่เกิดจากอิทธิพลของภาพยนต์คาวบอยในยุคนั้น อีก
เหตุผลหนึ่งที่มักจะได้ยินก็คือการที่ปืนคานเหวี่ยงสามารถยิงซ้ำได้เร็วไม่แพ้ปืนออโตแต่มีโอกาสติดขัด
น้อยกว่ามาก

ปืนที่เราที่จะทดสอบกันนี้เป็นรุ่น 39A เมาตี้ ซึ่งเป็นรุ่นที่สร้างขึ้นมาให้มีความคล่องตัวมากขึ้นจากรุ่น
ธรรมดา โดยที่ลดความยาวลำกล้องให้เหลือ 20 นิ้ว (รุ่นธรรมดา ลำกล้องยาว 24 นิ้ว) และใช้พานท้าย
แบบหลังมาแทนที่จะเป็นแบบพิสตอลกริพ

ภาพที่ 2 จากบนลงล่าง มาลิน 39AS รุ่นที่มีขายอยู่ในปัจจุบัน, มาลิน 39A รุ่นพ่อ และกระบอกล่างสุด มา
ลิน 39A เมาตี้ ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดคือลำกล้องที่สั้นลงสี่นิ้วทำให้ปืนมีความคล่องตัวเพิ่มขึ้นมาก

ภาพที่ 3 ข้อแตกต่างอีกอย่างก็คือพานท้าย เมาตี้ใช้พานท้าย
ตรงแบบปืนหลังม้า ขณะที่ 39A (กระบอกกลาง)เป็นแบบ
พิสตอลกริพ และ 39AS เพิ่มการแกะลายเช็กเกอร์ขึ้นมา
 

ภาพที่ 4-5 ข้อแตกต่างที่เห็นได้ชัดระหว่างเมาตี้และ 39AS รุ่นใหม่ก็คือ เซพแบบ ครอสโบล์ทที่เพิ่มขึ้น
มาตามกฎหมายของอเมริกาที่บังคับให้ปืนทุกกระบอกต้องมีเซฟ และระบบของนกสับ นกสับของเมาตี้
จะตีจนชิดโครงปืนเมื่อเหนี่ยวไก ซึ่งถ้าขึ้นลำแล้วต้องการลดนกก็จะต้องลดลงมาแค่ครึ่งเดียว (ฮาลฟค็อค)
แต่ของ 39 AS เมื่อนกตีส่งให้เข็มแทงชนวนวิ่งต่อไปตีท้านกระสุนแล้วก็จะถอยกลับออกไปห่างโครงปืน
ซึ่งก็จะทำให้เมื่อขึ้นลำแล้วสามารถลดนกได้โดยไม่มีอันตรายเป็นการเพิ่มความปลอดภัยขึ้นอีกชั้นหนึ่ง

ภาพที่ 6 ด้านซ้ายของปืนทั้งสามกระบอก ดูผ่านแล้วไม่มีความแตกต่างอะไร

ภาพที่ 7 เมื่อเทียบด้านซ้ายของโครงปืนระหว่าง
เมาตี้(กระบอกล่าง) และ 39AS (กระบอกบน)
แล้วพบข้อแตกต่างอยู่ที่ 39AS มีการเจาะรูที่โครง
ปืนเพิ่มสองรูเพื่อให้มองเห็นกระสุนในหลอดแม็ก
กาซีนและจานท้ายกระสุนในรังเพลิง

ปืนกระบอกนี้เป็นปืนที่ครูพนมเทียนถือติดมือในยามที่ท่องเที่ยวในป่าละเมาะ  ด้วยความกระทัดรัดและ
แม่นยำของมันทำให้มาลินกระบอกนี้ทำหน้าเป็นปืนหาอาหารเบาๆได้อย่างลงตัว น้ำหนักเพียง หกปอนด์
ของมันก็ไม่หนักเกินไปที่จะแบกคอนไว้บนไหล่ไว้เป็นเพื่อนให้อุ่นใจในยามออกเดินป่าชมดงใกล้แคมป์

ภาพที่ 8 โครงปืนของมาลินเมาตี้ แข็งแรงบึกบึน

ภาพที่ 9 เมื่อคานเหวี่ยงง้างลงเกือบ 90องศา
ลูกเลื่อนถอยสุดทำหน้าที่ผลักให้นกง้างขึ้นด้วย

ภาพที่ 10 ในจังหวะที่ลูกเลื่อนถอยสุดนี้ ตัวดีด
ปลอกก็จะดีดปลอกกระสุนที่ยิงแล้ว หรือกระสุน
ที่อยู่ในรังเพลิงออกทางขวา เมื่อดึงคามเหวี่ยง
เข้าที่ กระสุนในแม็กกาซีนหลอดจะป้อนเข้า
รังเพลิง การดีดปลอกออกทางด้านข้างนี้นับเป็น
ข้อดีอย่างหนึ่งของมาลินที่ทำให้สามารถติดกล้อง
เล็งได้เมื่อเทียบกับวินเชสเตอร์ที่ดีดปลอกขึ้นข้าง
บนมาตลอดจนกระทั้งเมื่อไม่นานนี้จึงได้มีรุ่นที่
ดีดปลอกออกด้านข้าง

ภาพที่ 11ข้างซ้ายของลำกล้องระบุชื่อบริษัท
และรุ่น Marlin Golden 39-A Mountie ระบุ
ไว้ด้วยว่าใช้ลำกล้องไมโครกรุฟ 16 ร่องเกลียว

เราทำการทดสอบกันที่สนาม 25 เมตรของ ร.1 พัน. 1 ร.อ. วิภาวดี ในเที่ยงวันอาทิตย์ที่สมาชิกของสนาม
ค่อนข้างจะคับคั่ง  เริ่มจากนางเอกในชีวิตจริงของผมเองทำหน้าที่ทดสอบการปฏิบัติการของเจ้าเมาตี้ใน
ลักษณะเดียวกับบทบาทของมันในมือของคุณหญิงดารินในเรื่องเพชรพระอุมา

เนื่องจากการล่าสัตว์กลายเป็นสิ่งที่สาบสูญไปพร้อมๆป่าดงที่ถูกทำลายจากการใช้ทรัพยากรอย่างละโมบ
ของผู้คนในรุ่นเราและรุ่นก่อน หน้าที่หลักของเจ้าเมาตี้ในวันนี้ก็คงจะกลายเป็นป้องกันตัว หรือ การกำจัด
สัตว์พาหะนำโรคและสัตว์รบกวนพืชไร่

ดังนั้น เป้ารูปหนูสามตัวจึงถูกติดที่ระยะประมาณ 15 หลา ( Download เป้านี้) ทันทีนางแบบจำเป็นของ
เราทดลองหยิบจับเมาตี้ขึ้นประทับบ่าก็รู้สึกติดใจกับน้ำหนักที่ไม่มากเกินไปและความกระทัดรัดของมัน
การยิงออฟแฮนด์ทำได้อย่างสบายๆการยิงซ้ำก็รวดเร็ว เพราะสมดุลย์ที่ดีเยี่ยมทำให้ผลการยิงในขั้นนี้
ออกมาดีมากทีเดียว

ภาพที่ 12 เมาตี้ใช้แม็กกาซีนแบบหลอดที่ยาว
ตลอดอยู่ใต้ลำกล้อง การบรรจุกระสุนทำได้
โดยหมุนและดึงหลอดแม็กกาซีนออก

ภาพที่ 13 จากนั้นก็ใส่กระสุนลงไปตามช่อง
ที่เจาะไว้หันหัวกระสุนไปทางปากกระบอก
เมื่อเสร็จแล้วก็ดันหลอดแม็กกลับและหมุน
ล็อคเข้าที่

ภาพที่ 14 นางเอกส่วนตัวของผมทดลองเมาตี้ ขนาดกระทัดรัดของเมาตี้
ทำให้การประทับยิงทำได้อย่างเป็นธรรมชาติมาก

ภาพที่ 15 เป้าหนูสามตัว ถูกติดไว้ที่ระยะ 15 เมตร
 โดยยิงตัวละนัดอย่างรวดเร็ว

ภาพที่ 16 ความมันส์ที่หลายคนติดใจจากการยิงปืน
คานเหวี่ยงก็คือการได้ออกแอ็คชั่นบริหารกลไกในแต่ก็
สามารถยิงซ้ำได้รวดเร็วโดยไม่ต้องลดปืนลงจากบ่า

ภาพที่ 17 ทั้งสามนัดเข้าจุดตายที่หัวและก้านคอ
ของหนูทั้งสามตัว(ตรงที่หัวกระสุนชี้อยู่)

เพื่อทำการทดสอบความแม่นยำของเมาตี้ เราจึงทำการทดสอบกันอีกครั้งที่ระยะ 25 เมตร คุณชัยยศ ชิโน
กุล ทำการพาดยิงไกที่เป้าทดสอบปืนลม กลุ่มกระสุนห้านัดออกมาครึ่งนิ้วเศษๆ ซึ่งก็นับว่าเยี่ยมสำหรับ
ปืนใช้งาน แต่ออกซ้ายประมาณครึ่งนิ้ว ผมทดลองบ้างที่ระยะเดียวกันก็ได้กลุ่มกระสุนใกล้เคียงกับของ
คุณชัยยศแต่ขึ้นสูงไปประมาณหนึ่งนิ้วซึ่งก็คงจะเกิดจากวิธีการจัดศูนย์เล็งที่ต่างกัน

ภาพที่ 18 คุณชัยยศ นักทดสอบปืนรุ่นพี่ มาร่วมทดสอบด้วย

ภาพที่ 19 พาดยิงที่ระยะ 25 เมตร

ภาพที่ 20 กลุ่มกระสุนของคุณชัยยศ

ภาพที่ 21 เมาตี้มีสัดส่วนที่กระทัดรัดคล่องตัวมาก

ภาพที่ 22 บรรจงยิงที่ระยะ 25 เมตร

ภาพที่ 23 กลุ่มกระสุนของผม

ข้อเด่นของมาลิน 39A อย่างหนึ่งก็คือ สามารถใช้กระสุนลูกกรดได้ทั้งสามแบบคือ .22ช็อร์ต, .22 ลอง และ
.22 ลองไรเฟิ้ล ปนกันได้โดยไม่มีการติดขัด สำหรับเมาตี้แล้วมันสามารถบรรจุ กระสุนช็อร์ต 21 นัด, ลอง
16 นัด หรือ  ลองไรเฟิ้ล 15 นัด (39A หรือ 39AS รุ่นธรรมดามีหลอดกระสุนที่ยาวกว่าเมาตี้ทำให้ใส่
กระสุนได้มากกว่า เมาตี้ คือ 26, 21 และ 19 นัดตามลำดับ)

ในเมื่อเมาตี้สามารถยิงกระสุนได้หลายชนิดดังนี้ผมจึงจัดการใส่กระสุน .22 ชอร์ตและลองไรเฟิ้ล อย่าง
ละสามนัดปนกันในแม็กกาซีน ดูซิว่าเมาตี้จะสามารถยิงมันได้ตามที่ตำราบอกหรือไม่ ผลก็คือนอกจาก
เมาตี้จะยิงกระสุนทั้งสองชนิดได้อย่างไม่ติดขัดแล้ว กลุ่มระหว่างกระสุนทั้งสองชนิดก็ยังรวมกลุ่มกันดี
อีกด้วย ซึ่งก็แสดงว่าในระยะนี้กระสุนทั้งสองชนิดยังไม่เริ่มโค้งตกลง และไม่ต้องมีการยิงเผื่อเมื่อเปลี่ยน
ชนิดของกระสุนแต่อย่างใด

การที่เอาลูกชอร์ตมายิงในปืนยาวอย่างเมาตี้ทำให้การยิงนิ่มนวลและเสียงเบาราวกับปืนลม (ผู้ร่วม
ทดสอบท่านหนึ่งบอกว่านิ่มกว่ายิงปืนลมเดียน่า M52 ที่เป็นปืนลมแรงสูงเสียอีก)

ภาพที่ 24 กระสุน .22 ทั้งสามชนิด จากซ้ายไปขวา
 .22ช็อร์ต, .22 ลอง และ .22 ลองไรเฟิ้ล

ภาพที่ 25 กลุ่มกระสุนจากการยิง ลูกช็อร์ตและ
ลูกลองไรเฟิ้ลปนกันอย่างละสามนัด ที่หลุดขึ้น
ไปสูงหนึ่งนัดเป็นควาผิดพลาดของคนยิง(ผมเอง)
ซะมากกว่า

ภาพที่ 26 คุณยุทธดนัยเจ้าของ 39AS ที่นำมาถ่ายรูปเทียบ
ลองเมาตี้ดูแล้วติดใจความกระทัดรัดของมันมาก

ข้อดีอีกอย่างของปืนในตระกูล มาลิน 39A ก็คือสามารถถอดออกเป็นสองท่อนได้อย่างง่ายดายทำให้
สะดวกต่อการนำพา และไม่สะดุดตาจนเกินไป ข้อนี้นับว่าเหนือกว่าปืนแบบเดียวกันจากวิน
เชสเตอร์และบราวนิง ลองดูขั้นตอนการถอดจากภาพประกอบได้เลยครับ

ภาพที่ 27 การถอดเริ่มจากการง้างนกมาใน
จังหวะฮาฟค็อก แล้วใช้เหรียญไขน็อตที่ด้าน
ข้างขวาของโครงปืน

ภาพที่ 29 จากนั้นก็สามารถถอดออก
เป็นสองส่วนได้ ง่ายจริงๆ

ภาพที่ 28 พอน็อตเริ่มคลายแล้วก็สามารถ
ใช้มือหมุนได้สะดวก

ภาพที่ 30 เมื่อถอดออกเป็นสองท่อนแล้วก็
ทำให้สามารถขนไปไหนมาไหนได้โดยไม่
สะดุดตานัก   การถอดเพื่อทำความสะอาด
ก็ถอดด้วยวิธีเดียวกันนี้และสามารถถอด
ลูกเลื่อนออกได้โดยการเลื่อนออกมาข้าง
หลังตรงๆ ในระหว่างเคลื่อนย้ายโดยการ
ถอดเป็นสองท่อนนี้ ควรระวังสักนิดว่าลูก
เลื่อนอาจหลุดออกจากโครงปืนส่วนลำกล้อง
หล่นหายได้

ภาพที่ 31 ให้ดูกันใกล้สำหรับกลไกภายในของมาลินเมาตี้ ชิ้นส่วนง่าย
ไม่ซับซ้อนซึ่งก็หมายถึงโอกาสที่จะขัดข้องหรือชำรุดก็น้อยด้วย

บทสรุป

มาลินเมาตี้เป็นปืนขนาด .22 ที่ใช้งานได้หลากหลาย กระสุนก็หาง่ายราคาถูก ปืนคานเหวี่ยงสามารถยิงซ้ำ
ได้เร็วไม่แพ้ปืนออโต้ แต่ให้ความมันส์กับแอ็คชั่นเหนือกว่ากันมาก โดยเฉพาะปืนที่กระทัดรัดคล่องตัว
อย่างเมาตี้ ความแม่นยำก็จัดได้ว่าอยู่ในขั้นดีมาก

ขอบคุณ ครูพนมเทียน ผู้กรุณาให้ยืมปืนมาเพื่อทดสอบและให้คำแนะนำอีกมากมาย
           คุณชัยยศ ชิโนกุล ที่ให้ความรู้และคำแนะนำในการทดสอบ

ตาเกิ้น

เมษายน 2543

คุยกันรอบกองไฟ

เซ็นสมุดเยี่ยม

สมัครสมาชิก Thailand Outdoor ฟรี

กรุณาใส่ email และคลิ๊ก submit
Powered by YourMailinglistProvider.com