Home

CZ 452 ZMK Scout
ทดสอบปืน
CZ511
Ruger Mk II
FN 375 H&H
บราวนิง ออโต้5
มาลิน เมาตี้
ดวล ปืน9 ม.ม.
ดวล 11ม.ม.
ดวล .38
Toz 35 M
Win 94
รูเกอร์ซิงเกิลแอ็คชั่น
CZ Scout
[ปืนคลาสสิก] [คาวบอยและลูกทุ่งตะวันตก] [แก๊งค์ปืนลม] [เตาและตะเกียง] [ชมรมธนู]

"ดึงปืนเข้าหาตัว แนบหน้าไว้ แน่นๆ  อย่างนั้นแหละครับ
ตามองชัดที่ศูนย์ไว้ แล้วค่อยๆเหนี่ยวไกเบาๆ อย่ากระตุกนะลูก"

ปัง !


ถ้าลองนึกดู ว่าความทรงจำที่ประทับใจของคุณกับพ่อในวัยเด็ก มีอะไรบ้าง สำหรับผมเองสิ่งที่จำได้ชัดเจนครั้งหนึ่ง
ก็คือการที่พ่อสอนให้ยิงปืนเป็นครั้งแรกตอนอายุ 8ขวบ ด้วยปืนยาวซีแซดโมเดิล 2 ขนาด .22 ที่ท้องทุ่งบางกะปิใน
ยุคสมัยที่ยังไม่มีบ้านคน

วันนั้นเป็นวันเริ่มต้นที่ผมรู้จักกับปืนยาว .22 ผมสนุกมากกับการยิงกระป๋องที่เป็นเป้า แม้จะผิดมากกว่าถูก

ตอนที่เก็บปืนกลับบ้านในวันนั้นพ่อย้ำกับผมว่า
"ถ้าอยากเล่นปืนให้มาบอกพ่อ พ่อจะให้ดูให้เล่นเสมอ แต่ห้ามแอบเล่นเด็ดขาด ถ้าพ่อรู้ว่า
แอบเล่นจะไม่ได้เล่นปืนอีกเลย"
และนั้นก็เป็นคำที่ผมจำได้แม่นยำและยึดปฏิบัติโดยไม่เคยผิดกฎมาอีก
12ปีต่อมาจนมีปืนของตัวเอง ด้วยความที่กลัวว่าจะไม่ได้ยิงปืนอีก

ทุกครั้งที่หยิบปืนพ่อสอนผมเสมอว่าปืนจะเป็นอันตรายถ้าเราไม่รู้จักมันให้ถ่องแท้ การศึกษากลไกและทำความสะอาด
ปืนซีแซดกระบอกนั้นก็คือปฐมบทของการเรียนรู้เรื่องปืนจนกระทั่งมาเขียนหนังสือให้ท่านอ่านกันอยู่นี่

พ่อหลายคนมองว่าปืนนั้นอันตรายเกินกว่าเด็กเรียนรู้ แต่พ่อผมไม่เคยเห็นด้วย พ่อบอกว่าเด็กชายคนไหนล่ะที่จะไม่
ชอบเล่นปืน มันย่อมจะอันตรายยิ่งกว่าถ้าเขาแอบไปเล่นปืน(ซึ่งอาจจะอยู่เหนือความควบคุมของคุณเช่นปืนที่บ้าน
เพื่อน) โดยที่ไม่ความเข้าใจถึงอันตราย

การเก็บปืนให้พ้นมือเด็กอาจเป็นมาตรการความปลอดภัยอย่างหนึ่งหนึ่งที่ทำได้แต่มันก็ไม่เคยเพียงพอ เด็กกี่คน
แล้วที่แอบไปหยิบปืนที่พ่อแม่ซ่อนไว้มาเล่นแล้วเหนี่ยวไกใส่เพื่อนแบบเดียวกับที่เห็นในการ์ตูนหรือภาพยนต์โดยที่
ไม่เข้าใจถึงอันตราย โศกนาถกรรมนั้นคงไม่เกิดขึ้นถ้าเด็กคนนั้นได้รับการสอนเรื่องปืนอย่างถูกต้อง


สอนเด็กให้ยิงปืน

ปืนลมยาวจะเป็นปืนที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการสอนเด็กให้หัดยิงปืนเป็นครั้งแรก เพราะเป็นปืนที่ไม่มีเสียงดังและ
ไม่มีแรงสะท้อนถอยหลัง และสามารถยิงในบริเวณบ้านได้ถ้ามีที่หยุดกระสุนข้างหลังเป้าที่แข็งแรงพอ

ที่เน้นว่าต้องเป็นปืนยาวก็ด้วยเหตุผลหลายข้อด้วยกัน เช่น เด็กจะสามารถพาดปืนยาวยิงบนโต๊ะได้แต่จะไม่มีแรง
ยกปืนสั้นขึ้นเล็งได้ , ระยะระหว่างศูนย์ที่สั้นกว่าและท่ายิงที่ไม่มั่นคงของปืนสั้นจะทำให้ยิงเข้าเป้าได้ยากกว่าซึ่งจะ
ทำให้เด็กหมดสนุก และข้อที่สำคัญคือปืนสั้น นั้นแนวลำกล้องกวัดแกว่งได้ง่ายทำให้ค่อนข้างอันตรายในขณะที่เด็ก
ยังไม่คุ้นเคยกับปืน

ตั้งแต่วันแรกของการยิงปืน คุณจะต้องสอนกฎแห่งความปลอดภัยให้กับเด็ก กฎบัญญัติ 10 ประการที่เขียนกันไว้
ตามสนามยิงปืนนั้นมันมากไปสำหรับเด็ก (หรือแม้กระทั่งผู้ใหญ่ เอ้าใครจำได้หมด ยกมือขึ้น) ถ้าจะให้ท่องก็คงได้
แค่ท่องแบบนกแก้วนกขุนทองไม่ได้ประโยชน์อะไรถ้าเขาไม่ได้เข้าใจ ผมขอเอาแค่สามข้อก็พอ ที่เหลือพ่อท่องก็แล้วกัน

1) หยิบปืนทุกครั้งต้องตรวจดูกระสุนก่อนเสมอ และก่อนวางปืนต้องทำให้ปืนอยู่ในสภาพปลอดภัย
2) ต้องถือว่าปืนทุกกระบอกมีกระสุนเสมอ เพราะฉะนั้น ต้องหันปากกระบอกไปในทางที่ปลอดภัย ห้ามหันไปไปหา
คนเด็ดขาด ห้ามเหนี่ยวไกเล่น
3) ข้อนี้สำคัญมาก ห้ามแอบเล่นปืนเองเวลาพ่อไม่อยู่ อยากเล่นปืนมาหาพ่อเลย ได้เล่นแน่ (พ่ออยากหาเพื่อนเล่น
อยู่แล้ว)
ถ้าคุณสอนเขาให้เข้าใจและปฏิบัติตามสามข้อนี้ได้จริงๆแล้ว ก็แทบจะหมดห่วงได้ว่าลูกคุณจะยิงปืนได้อย่าง
ปลอดภัย ต้องเน้นว่าเข้าใจนะ ไม่ใช่แค่จำได้

ในครั้งแรกๆ ควรจะเริ่มจากการที่ให้เขายิงโดยการพาดกับโต๊ะให้มั่นคง แล้วเล็งยิงด้วยศูนย์เปิดซึ่งจะเป็นการฝึก
พื้นฐานการเล็งแบบประณีตได้ดีกว่าศูนย์กล้อง เป้าที่ใช้ก็ควรจะเป็นเป้ากระดาษเพื่อให้เห็นจุดที่กระสุนกระทบเป้า
ได้ชัดเจน เมื่อเขายิงได้ดีขึ้นแล้วอาจจะสลับด้วยเป้าที่ยิงสนุกเช่นกระป๋องหรือตุ๊กตุ่น ตุ๊กตาบ้างก็ได้เด็กจะได้ไม่เบื่อ

สักระยะหนึ่ง หลังจากที่เด็กคุ้นเคยกับการจัดศูนย์, การเหนี่ยวไกที่ถูกต้องและหลักความปลอดภัยของการยิงปืนแล้ว
นั่นก็ถึงเวลาที่คุณจะสอนให้เขาได้รู้จักกับปืนอื่นต่อไป และปืนที่เหมาะที่สุดสำหรับตอนนี้ก็คือปืนยาวขนาด .22
หรือที่เรียกกันว่าปืนลูกกรด เพราะมันจะเป็นปืนที่คุณจะสามารถพาเขาไปยิงปืนนอกสถานที่ได้อย่างสนุกสนาน
หลากหลายกว่าปืนลม


เลือกซื้อปืนให้เด็ก

การที่จะให้เด็กฝึกยิงปืนได้ดีนั้นปืนที่เหมาะสมก็มีส่วนสำคัญมาก ปืนที่มีสัดส่วนเหมาะสมกับสรีระทำให้เด็กรู้สึก
สนุกและเรียนรู้ได้เร็ว จะเอาปืนผู้ใหญ่มาให้เด็กยิงนั้นก็พอทำได้แต่คงหวังผลให้ดีได้ยากเพราะความแตกต่างของ
ขนาดร่างกาย

ถ้าจะเลือกซื้อปืนยาว .22 ที่ใช้สอนเด็กให้เหมาะสมต้องคำนึงถึงเรื่องหลักๆสามเรื่องคือ
1) ปืนสำหรับเด็กควรจะเป็นปืนที่มีกลไกง่ายๆไม่ซับซ้อน เพื่อให้เด็กทำความเข้าใจกับการทำงานของปืนได้ง่าย,
สามารถตรวจดูว่าปืนมีกระสุนบรรจุอยู่หรือไม่, บรรจุกระสุนและถอดกระสุนเองได้  ในข้อนี้สรุปได้เลยว่าปืนที่เหมาะ
ที่สุดสำหรับเด็กก็คือปืนยาวบรรจุเดี่ยว

2) สัดส่วนของปืนต้องเหมาะสมกับขนาดตัวของเด็ก สัดส่วนที่สำคัญที่สุดคือความยาวพานท้าย (length of pull)
จะต้องอยู่ในช่วงที่เด็กสามารถประทับได้ถนัด การวัดความยาวพานท้ายนี้จะต้องวัดจากไก ไปจนถึงพานท้าย ความ
ยาวพานท้ายที่เหมาะสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 12ปี จะอยู่ในช่วง ประมาณ 10-12นิ้ว ขึ้นอยู่กับสรีระของเด็ก (พานท้าย
ปืนผู้ใหญ่จะยาวตั้งแต่ 13นิ้วขึ้นไป) อย่าไปคิดว่าความยาวต่างกันแค่นิ้วสองนิ้วไม่น่าจะมีผลนะครับ การที่ปืนไม่ได้
สัดส่วนจะทำให้เด็กประทับปืนไม่ถนัด ยิงไม่แม่นและหมดสนุกได้ง่ายๆเลย

รองลงมาคือความยาวโดยตลอดของตัวปืน ปืนที่ยาวมากๆจะทำให้น้ำหนักปืนตกไปข้างหน้าและทำให้เด็ก ยกปืน
ได้ลำบาก โดยทั่วไปความยาวของปืนเด็กไม่ควรจะยาวเกิน 3ฟุต หรือว่า 36 นิ้วครับ
3) น้ำหนักควรอยู่ในระดับที่เด็กยกขึ้นประทับยิงได้ โดยทั่วไปสำหรับเด็กอายุ 7-10ขวบน้ำหนักปืนน่าจะอยู่ในช่วง
ไม่เกิน 2 กิโลกรัม

ตอนนี้ถึงเวลาที่ผมจะต้องทำหน้าที่คุณพ่อที่ดีในการถ่ายทอดวิทยายุทธประจำตระกูลให้กับลูกชายวัยเก้าขวบเช่น
เดียวกับที่พ่อเคยสอนผมมา จึงนับเป็นเหตุผลที่ดี(ภรรยาผมเขาเรียกว่าข้อแก้ตัวที่ดี)ในการที่จะไปเดินสำรวจตลาด
ปืนที่หลังวังซะหน่อย

พอตั้งใจเดินดูก็ค่อนข้างจะแปลกใจที่ว่าในตลาดบ้านเราทุกวันนี้ (ธันวาคม 2545) มีปืนเด็กให้เลือกตั้งหลายแบบ
หลายยี่ห้อ เดินวนอยู่สองรอบก็มาติดใจที่ร้านสิงห์ทองเพราะเขามีปืนกระบอกจิ๋วที่หน้าตาคุ้นตากระบอกหนึ่งโชว์
อยู่ในตู้  พอขอหยิบออกมาดูก็พบว่ามันคือเจ้าซีแซดโมเดลสอง เพื่อนเก่าที่ถูกย่อส่วนลงมาให้เด็กยิงโดยเฉพาะ โดย
ตั้งชื่อมาซะเท่ว่า ซีแซด โมเดล 452 สเก๊าท์ หรือว่าปืนลูกเสือ

 ซีแซดสเก๊าท์ คือซีแซดลูกเลื่อนขนาด .22ที่เราคุ้นเคยกัน แต่นำมาย่อส่วนให้เป็น
ปืนเด็กที่มีความยาวตลอดตัวเพียง 33นิ้ว

พอนั่งพิจารณาดูก็พบว่าชุดลูกเลื่อนยกมาจากซีแซดโมเดลสองทั้งดุ้นไม่มีการย่อส่วนหรือตัดชิ้นส่วนอะไรออกเลย
การย่อส่วนทำได้โดยการหั่นลำกล้องให้เหลือแค่ 16นิ้ว และยังเหลาจนเพรียวบางเพื่อลดน้ำหนักให้เด็กยกยิงได้ไม่
ลำบากเกินไปนัก พานท้ายเป็นไม้เนื้อแข็งมีลายพองามลดขนาดลงมาให้มีความยาวพานท้ายแค่ 12นิ้วและก็ลด
ความยาวของกระโจมมือข้างหน้าลงมาเพื่อให้สมดุลย์กับลำกล้องและยังเป็นการลดน้ำหนักอีกด้วย

เมื่อเทียบกับ ซีแซดโมเดล2 ขนาดมาตรฐาน จะเห็นได้ชัดว่าถูกย่อยส่วนลงมาทั้งความยาว
ลำกล้องและความยาวพานท้าย

ความยาวพานท้ายวัดจากไกมาถึงท้ายสุดได้ 12นิ้ว
เมื่อเทียบกับ ซีแซดผู้ใหญ่จะเห็นได้ว่าสั้นกว่าเกือบสองนิ้ว

 กระโจมมือก็หดสั้นไปประมาณสองนิ้วเช่นกัน

ชุดลูกเลื่อนยกมาจากปืนซีแซดผู้ใหญ่ทั้งชุด เมื่อเทียบกันแล้วไม่ส่วนที่แตกต่างทั้งขนาดและกลไก

 ลำกล้องวัดได้ ประมาณ 16.2นิ้ว

มองจากด้านบนจะเห็นว่าลำกล้องถูกเหลาให้เรียวบาง
ตั้งแต่โคนเพื่อลดน้ำหนักปืน

ทดสอบ
พอได้ปืนมาก็ชวนคุณลูกชายสุดที่รักไปทดสอบกันที่สนามยิงปืน สัดส่วนของปืนกำลังพอเหมาะกับเด็กชายวัยเก้า
ขวบทีเดียว ระยะพานท้าย 12นิ้วทำให้ประทับปืนได้ถนัด ปืนที่หนักเพียง 1.8กิโลกรัมก็ทำให้ ลูกชายผมยกปืนขึ้น
ประทับโดยไม่พาดได้อย่างสบาย

 เริ่มทดสอบที่ 25เมตรโดยเจ้าของปืน อายุ9 ขวบก่อนเลย

สัดส่วนของสเก๊าท์พอดีกับขนาดรูปร่างของเด็กวัยนี้พอดี
และเหมาะสมกับเด็กในวัย 7-12ขวบ

เป้าแรกก็เลยให้เจ้าของปืนทดสอบกันเลย โดยให้พาดยิงด้วยศูนย์เปิดที่ระยะ 25เมตร กลุ่มกระสุนสิบนัดวัดได้
สองนิ้วพอดี กลุ่มมาทางซ้ายนิดๆ หลุดเก้าออกมาแค่นัดเดียวนอกนั้นอยู่ในสิบทั้งหมด ใช้ได้เลยทีเดียวสำหรับ
นักยิงปืนมือใหม่คนนี้ถ้าจะเก่งกว่าพ่อซะแล้ว

กลุ่มศูนย์เปิดที่ระยะ 25 เมตรโดย เด็กชายธนภัทร
วัดได้ 2 นิ้วพอดี หลุดออกไป 9 แค่นัดเดียว

คราวนี้พ่อขอลองมั่ง แต่เอาเปรียบหน่อยโดยติดกล้องเข้าไปโดยอ้างว่าเพื่อทดสอบความแม่นยำของปืนโดยที่ยืด
ระยะไปที่ 50เมตร ทดลองประทับยิงดูแล้วไม่ถนัดนักเพราะพานท้ายสั้นแต่ก็ไม่เล็กจนเกินไป ลองเหนี่ยวไกดูก็พบ
ว่าไกไม่ต่างกับปืนซีแซดกระบอกอื่น (จะต่างได้อย่างไรละก็ชุดลูกเลื่อนเหมือนกัน) ไกเป็นแบบสองจังหวะน้ำหนัก
จังหวะสองประมาณ สามปอน์ดครึ่ง ถึงแม้จะแต่งให้เบาได้โดยแค่ถอดออกมาปรับสกรูแต่ยังไม่จำเป็น น้ำหนัก
ขนาดนี้กำลังดีแล้วสำหรับปืนฝึกหัด

กลุ่มพาดยิงที่ระยะ 50 เมตรออกมาน่าทึ่งทีเดียวเพราะวัดได้เพียงครึ่งนิ้วเท่านั้น นับว่าไม่เสียชื่อปืนซีแซดในเรื่อง
ความแม่นยำเลย

 เป้านี้จากการติดกล้องพาดยิงที่ระยะ 50 เมตรโดยผมเอง
กลุ่มกระสุนเบียดกันแน่นวัดได้แค่ 1/2นิ้วเท่านั้น นับว่า
ความแม่นยำเหนือความคาดหมาย

สรุป

ติดค้างกันไว้ว่าผมติดใจอะไรถึงได้หิ้วซีแซดสเก๊าท์กลับบ้านมาตั้งแต่วันแรกที่เห็น ก็พอจะเรียบเรียงได้ตามนี้ครับ
1) ขนาดและสัดส่วนปืนกำลังเหมาะ ไม่ใหญ่และไม่เล็กเกินไป ปืนขนาดนี้นอกจากเด็กแล้วผู้หญิงตัวเล็กๆอย่าง
ภรรยาผมก็ยิงได้สบาย เด็กสมัยนี้โตเร็วครับซื้อปืนถ้าเล็กเกินไปแค่ปีสองปีก็ตัวโตเกินไปยิงไม่ได้ซะแล้ว
2) กลไกไม่ซับซ้อนเพราะให้แม็กกาซีนบรรจุเดี่ยวมา แต่เมื่อเด็กคุ้นเคยกับปืนดีแล้วก็สามารถเอาแม็กกาซีน 5นัด
หรือ10 นัด ขนาดมาตรฐานของซีแซดมาใส่ได้ เรื่องนี้ปืนเด็กที่เป็นปืนบรรจุเดี่ยวยี่ห้ออื่นๆทำไม่ได้

 เพื่อให้กลไกไม่ซับซ้อนเกินไปสำหรับเด็ก สเก๊าท์จึง
แปลงชุดลูกเลื่อนของซีแซดธรรมดาเป็นปืนบรรจุเดี่ยว
โดยการเปลี่ยนแม็กกาซีนเป็นแม็กกาซีนหลอก

พอดันลูกเลื่อนกระสุนจะป้อนเข้ารังเพลิงไปได้เอง

 แม็กกซีนสำหรับบรรจุเดี่ยวเป็นพลาสติก ด้านบน
มีร่องสำหรับวางและป้อนกระสุน

การบรรจุสามารถทำได้ง่ายๆโดยวางกระสุนลงในร่อง
บนแม็กกาซีน

 หรือจะป้อนกระสุนเข้ารังเพลิงตรงๆเลยก็ได้ไม่ผิดกติกา

 เมื่อเทียบกันแล้วแม็กกาซีนหลอกสำหรับบรรจุเดี่ยวมีขนาดเท่ากับแม็กกาซีนขนาดบรรจุ 5นัดพอดี

เมื่อเด็กคุ้นเคยกับความปลอดภัยของปืนแล้ว จะเอาแม็กกาซีน
บรรจุ 5นัด หรือ 10นัด มาใส่สเก๊าท์ก็ย่อมได้

3) กลไกแข็งแรงและยังทำงานได้ราบรื่นกว่าปืนเด็กกระบอกอื่นๆมาก เด็กไม่ต้องออกแรงมากในการบริหารลูกเลื่อน
ทั้งนี้เพราะว่าระบบลูกเลื่อนก็เอามาจากซีแซดโมเดลสองทั้งดุ้นนั่นแหละครับ
4) บนโครงปืนมีรางขนาด 3/8 นิ้วสำหรับหรับติดขากล้องมาให้ เมื่อเด็กยิงเก่งมีทักษะกับศูนย์เปิดแล้วก็สามารถ
ติดกล้องและเพิ่มระยะยิง และยิงในเกมส์ที่แปลกใหม่เช่นการยิง ซิลลูเอ็ทหรือเป้าเหล็กรูปสัตว์ได้ อันนี้ปืนเด็กอีก
หลายๆกระบอกก็ไม่มี

 เมื่อเด็กยิงศูนย์เปิดเก่งแล้วก็สามารถติดกล้องเพื่อนำ
ไปยิงเกมประเภทอื่นได้ นี่เป็นของเด่นอีกข้อของซีแซด
สเก๊าท์ที่ผมยังไม่เห็นในปืนเด็กกระบอกอื่นๆ

5) ตัวปืนเป็นเหล็กจริงไม้แท้ ที่เริ่มจะหายากขึ้นทุกวัน ฝีมือการผลิตอยู่ในขั้นดีมาก ให้คุณค่าต่อการสะสมเอาไว้เป็น
มรดกตกทอดให้หลานผมได้เลย
6) ข้อสุดท้ายก็คงต้องยกให้ชื่อเสียงทางด้านความแม่นยำเชื่อถือได้ของซีแซดที่มีมายาวนาน และจากผลการทดสอบ
ผมก็ไม่ผิดหวังเลย


ผมหวังว่าลูกชายจะเก็บความทรงจำในการยิงปืนครั้งนี้ไว้ในใจเหมือนกับที่ผมจำการยิงปืนกับพ่อ

"ปืนกระบอกนี้เป็นของลูก จะต้องรักษามันให้ดีนะ เพราะสักวันพ่อจะยกปืนของปู่ให้ แล้วลูก
ก็จะได้ยกปืนกระบอกนี้ให้กับลูกของลูกต่อไป"

ตาเกิ้น

12/2/2547

ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสารกันส์เวิล์ดฉบับที่ 63 มกราคม2546

คุยกันรอบกองไฟ

เซ็นสมุดเยี่ยม

สมัครสมาชิก Thailand Outdoor ฟรี

กรุณาใส่ email และคลิ๊ก submit
Powered by YourMailinglistProvider.com